- หน้าแรก
- บงการเก้าสวรรค์ราชันโลกผู้สร้าง
- บทที่ 3 ลูกผู้ชายตัวจริงน้ำตาร่วงในสามวินาที
บทที่ 3 ลูกผู้ชายตัวจริงน้ำตาร่วงในสามวินาที
บทที่ 3 ลูกผู้ชายตัวจริงน้ำตาร่วงในสามวินาที
บทที่ 3 ลูกผู้ชายตัวจริงน้ำตาร่วงในสามวินาที
"ท่านหญิง ยืนยันแล้วครับ หลังจากค้นหอพักของเขา หมอนี่คือมือสังหารเดนตายจากฝั่งเก้าอสรพิษอย่างแน่นอน" ชายที่เอ่ยปากพูดดูจะประหลาดใจอยู่บ้าง "กินโอสถเวทสัจจะเข้าไปแล้วยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ นับว่าหาดูได้ยากจริงๆ"
รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงหยดน้ำดังก้อง เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเจ้าของร่างคนเก่าทนรับความเจ็บปวดไม่ไหว เขาถึงได้ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ บนผนังมีเครื่องทรมานอันโหดเหี้ยมแขวนเรียงราย ไม่ว่าจะเป็นค้อนสารพัดรูปแบบ คีมเหล็ก หรือแม้กระทั่งแส้หนามอาบยาพิษ...
ปัญหาคือ... พี่ชายครับ เล่นกันหนักขนาดนี้ ผมเองก็รับไม่ไหวเหมือนกันนะโว้ย!
แม่งเอ๊ย เอาไงต่อดีวะเนี่ย?
หวังเฟิงลุกลี้ลุกลนอย่างหนัก ตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ ความเจ็บปวดแสนสาหัสบนร่างกายยังคอยตอกย้ำเตือนเขาอยู่ทุกวินาทีว่า พลังชีวิตกำลังหลุดลอยหายไปทีละนิด
"มีคำสั่งเสียอะไรอีกไหม?" เสียงของหญิงสาวที่ใสกระจ่างและเย็นเยียบดังขึ้น
วินาทีนั้นหวังเฟิงสะดุ้งเฮือก ความปรารถนาที่จะเอาชีวิตรอดลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง รูม่านตาของเขาหดเกร็งลงฉับพลัน เขาจะตายไม่ได้ เด็ดขาด! ทรัพย์สินนับแสนล้านของเขา รุ่นน้องเยว่หรานของเขากำลังรอเขาอยู่!
เมื่อมองเห็นหญิงสาวตรงหน้า ความทรงจำจากร่างเดิมก็ทำให้เขารู้ทันทีว่า เธอคือท่านครูใหญ่แห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์กุหลาบ 'คลาริด้า' ตัวตนผู้ครอบครองฉายาวีรชน 'กุหลาบมฤตยู' ผู้บรรลุสถิติสังหารศัตรูนับพันศพ เธอคือผู้กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายในวิหารศักดิ์สิทธิ์กุหลาบแห่งนี้
ส่วนนักรบรูปงามที่ยืนอยู่ข้างกายคลาริด้า คือหัวหน้ากองกำลังพิทักษ์วิหารศักดิ์สิทธิ์กุหลาบ 'หลานเทียน' ทั้งสองคนล้วนเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีดำลอบสังหารของจักรวรรดิเก้าเทพ
หวังเฟิงพยายามควานหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากเศษซากความทรงจำอันสับสนอลหม่าน แต่ก็น่าเสียดายที่ตอนนี้สมองของเขามันปั่นป่วนไปหมด ความทรงจำที่เพิ่งหลอมรวมเข้ามาก็ยังพร่ามัวเกินกว่าจะเรียบเรียงหาทางรอดที่ใช้งานได้จริง
ทว่าสัญชาตญาณกลับร้องเตือนเขาว่า หญิงสาวคนนี้กำลังลังเลด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่แน่ชัด เขาต้องรีบซื้อเวลาให้ตัวเองเดี๋ยวนี้
วินาทีถัดมา ขอบตาของหวังเฟิงก็แดงก่ำ แหมะ แหมะ หยาดน้ำตาเม็ดโตเท่าเมล็ดถั่วร่วงหล่นลงมาอย่างเป็นจังหวะ เมื่อประสานเข้ากับบรรยากาศรอบด้าน ทุกอย่างก็พลันดูน่าเศร้าสลดขึ้นมาจับใจ
"ท่านครูใหญ่ ผมไม่ได้อยากทำเรื่องแบบนี้เลยจริงๆ ผมถูกบังคับ... ผมยังเป็นแค่เด็กตาดำๆ คนหนึ่ง..." หวังเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสะอื้นไห้
ย้อนกลับไปสมัยที่เขายังหลอกเอาไอเทมสวมใส่ในเกมเก้าสวรรค์ เขานี่แหละคือ 'เจ้าชายนักบีบน้ำตา' ผู้เลื่องชื่อ ลูกผู้ชายตัวจริงที่สั่งน้ำตาให้ร่วงได้ในสามวินาที!
วิธีรับมือกับผู้หญิงน่ะเหรอ ไม่ต้องไปอธิบายเหตุผลให้มากความหรอก แค่เล่นบทโศกบีบน้ำตาก็จบเรื่องแล้ว
คลาริด้ายืนมองนักเรียนที่กำลังร้องไห้น้ำตานองหน้าอย่างเงียบงัน ภายในแววตาของเธอไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ ออกมาให้เห็น แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สลัวราง หวังเฟิงก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณและกลิ่นอายของอีกฝ่ายที่ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว ราวกับดาบคมกริบที่ถูกชักออกจากฝัก ช่างงดงามทว่าแฝงไปด้วยความอันตรายร้ายแรง
"แล้วยังไงต่อ?"
"...ความจริงแล้วผมยังมีแม่เฒ่าวัยแปดสิบ... เอ่อ แม่บุญธรรมที่ต้องดูแล ผมตายไม่ได้ครับท่าน ได้โปรดให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ผมยินดีมอบกายถวายชีวิตให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์... ฮือ ฮือ ฮือ..."
แม่งเอ๊ย! เกือบหลุดปากไปแล้วไหมล่ะ มือสังหารเดนตายมันก็ต้องเป็นเด็กกำพร้าสิวะ
หลานเทียน ร่างสูงสง่างามที่ยืนอยู่ด้านข้างค้อมตัวลงเล็กน้อย "ท่านหญิง เจ้านี่เป็นเพียงแค่เมล็ดพันธุ์ในแผนการแดนดิไลออนของฝั่งเก้าอสรพิษเท่านั้น มันไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะรู้จักสายข่าวเบื้องบนด้วยซ้ำ ไม่มีค่าอะไรให้เก็บไว้หรอกครับ กำจัดทิ้งให้สิ้นซากไปเลยจะดีกว่า"
แม่งเอ๊ย! หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการ แต่จิตใจทำไมมันอำมหิตผิดมนุษย์มนาขนาดนี้วะ หมอนี่ต้องเป็นพวกไม้ป่าเดียวกันแหงๆ!
หวังเฟิงได้แต่สบถด่าอยู่ในใจ ทว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ สมองของเขาก็ประมวลผลไปแล้วนับร้อยนับพันตลบ เขารู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้าคือหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
หญิงสาวดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อย เธอพยักหน้าเบาๆ และเตรียมตัวจะหันหลังเดินจากไป
"ท่านครูใหญ่ครับ! อย่างน้อยพวกเราก็เคยเป็นศิษย์อาจารย์กัน ได้โปรดฟังคำพูดสุดท้ายของผมก่อนเถอะครับ ถ้าหากท่านยังไม่ยอมให้อภัย ผมก็ยินดีจะปลิดชีพตัวเองเพื่อชดใช้ความผิด!" หวังเฟิงกล่าวขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูลงมาเป็นสาย หยาดน้ำตาร่วงหล่นอย่างมีจังหวะจะโคน ดูโศกเศร้าอาดูรแต่ไม่ดูน่าสมเพช และที่สำคัญที่สุดคือ... ห้ามปล่อยให้น้ำมูกไหลออกมาเด็ดขาด
ภายในห้องขังตกสู่ความเงียบงันในฉับพลัน
อย่าว่าแต่คลาริด้าเลย แม้แต่หลานเทียนที่อยู่ด้านข้างก็ยังชะงักงันไป ก่อนหน้านี้เจ้านี่โดนเครื่องทรมานสารพัดรูปแบบก็ยังปากแข็งไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ จนสุดท้ายพวกเขาต้องจำใจใช้โอสถเวทสัจจะ สอบสวนไปได้แค่ไม่กี่ประโยคหมอนี่ก็ทำท่าเหมือนจะขาดใจตาย ใครจะไปคิดล่ะว่าพอฟื้นขึ้นมาอีกที ท่าทีมันจะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้...
คลาริด้าหันกลับมา เธอเพียงแค่จ้องมองหวังเฟิงนิ่งๆ โดยไม่แสดงท่าทีตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น
หวังเฟิงเค้นสมองอย่างหนักเพื่อค้นหาข้อมูลทุกอย่างที่พอจะนำมาใช้ประโยชน์ได้
"ท่านครูใหญ่ครับ ท่านฟังผมก่อน ผมตายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะผมกลัวตายหรอกนะครับ แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวท่านเอง ข้อแรก โครงการขยายจำนวนรับนักศึกษาของวิหารศักดิ์สิทธิ์เพิ่งจะเริ่มดำเนินการมาได้แค่ปีเดียว ถ้าผมตายไป มันก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าการตัดสินใจของท่านนั้นผิดพลาด ลองคิดดูสิครับ แผนการของท่านมีช่องโหว่จนปล่อยให้มือสังหารเดนตายของศัตรูแฝงตัวเข้ามาได้ พวกคู่แข่งที่วิสัยทัศน์คับแคบจะต้องฉวยโอกาสนี้มาโจมตีท่านแน่ๆ ซึ่งมันจะเป็นผลเสียต่อการขับเคลื่อนแผนงานในอนาคตของท่านอย่างมหาศาล"
"ข้อสอง ถึงแม้ผมจะเป็นแค่มือสังหารเดนตายที่ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าสายข่าวเบื้องบนเป็นใคร แต่ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ทางฝั่งเก้าอสรพิษจะต้องติดต่อกลับมาหาผมอีกแน่ เมื่อถึงเวลานั้น ผมจะคอยช่วยท่านตลบหลังพวกมัน และกวาดล้างไอ้พวกคนชั่วช้าพวกนั้นให้สิ้นซาก แต่ถ้าหากผมตายไป พวกมันก็แค่ส่งคนใหม่เข้ามาแทนที่ทันที ทำแบบนั้นแล้วท่านจะได้ประโยชน์อะไรล่ะครับ?"
"ข้อสาม และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผมได้เข้ามาศึกษาในวิหารศักดิ์สิทธิ์กุหลาบ ผมรู้สึกสำนึกผิดและเสียใจกับการกระทำของตัวเองอย่างสุดซึ้ง ก่อนหน้านี้ผมถูกพวกมันบีบบังคับมาจริงๆ แต่ตอนนี้ผมตาสว่างแล้วครับ นับจากนี้ไปชีวิตของผมเป็นของท่าน ผมยินดีอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อท่าน เกียรติภูมิแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์จงเจริญ!"
หวังเฟิงงัดเอาพลังงานทั้งหมดที่มีในชีวิตออกมาใช้ นี่คือบทพูดที่เขาร่างขึ้นมาในชั่วพริบตา โดยอาศัยการผสมผสานระหว่างความทรงจำของร่างเดิมเข้ากับทักษะการตอแหลระดับเทพของตัวเองล้วนๆ
หลานเทียนที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น เขาเคยเห็นคนกลัวตายมาก็เยอะ แต่ไม่เคยเจอใครที่รักตัวกลัวตายขนาดนี้มาก่อน ถ้ามือสังหารเดนตายของเก้าอสรพิษเป็นแบบไอ้หมอนี่กันหมด โลกใบนี้คงสงบสุขไปตั้งนานแล้ว
สำหรับคนประเภทนี้ ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์มักจะจัดการทำลายทิ้งทั้งร่างกายและจิตวิญญาณให้แหลกสลายไปพร้อมกันเสมอ
"ลากตัวเขาลงไป" คลาริด้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลานเทียนที่อยู่ด้านข้างรับทราบคำสั่งทันที เขาโบกมือเพียงครั้งเดียว นักรบหน้าตาถมึงทึงสองคนก็พุ่งเข้ามาหิ้วปีกหวังเฟิงขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แรงบีบที่กดทับลงมานั้นทำเอาหวังเฟิงเจ็บปวดจนแทบจะหยุดหายใจ
ในวินาทีนั้น หวังเฟิงรู้สึกสิ้นหวังอย่างแท้จริง แม่งเอ๊ย! ยัยนี่เป็นคนรึเปล่าวะเนี่ย? พูดไปตั้งขนาดนี้แล้วยังจะฆ่ากันอีกเหรอ? ยัยเด็กเมื่อวานซืนนี่ช่างใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตนัก สงสัยจะเป็นยัยทึนทึกเหล็กไหลที่ไม่มีใครเอาแหงๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก่อนตายขอตอกหน้าด่าให้สะใจสักตั้งเถอะวะ...