- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 337 รั้งอยู่ในเขตกลาง
ตอนที่ 337 รั้งอยู่ในเขตกลาง
ตอนที่ 337 รั้งอยู่ในเขตกลาง
หากผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิวมีความแค้นกับผู้อำนวยการสวี่เจ๋อ เช่นนั้นผู้อำนวยการสวี่เจ๋อย่อมไม่มีทางไปพบเฉวียนหยางชิวเป็นแน่
ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อจะเดาออกมาได้โดยตรง
"เฉวียนหยางชิวหรือ?"
เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยของเสิ่นเยียน ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็ยืนยันได้ในทันที เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไม่พบ"
เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
หากผู้อำนวยการสวี่เจ๋อไม่ยอมไปพบผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิว เช่นนั้น คำสาบานที่พวกนางได้ให้ไว้...ก็จะต้องสัมฤทธิผล
"ผู้อำนวยการสวี่ ท่าน..."
"เรื่องนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงอีก!"
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อกล่าวขัดคำพูดนางด้วยเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับผู้คนจากทุกสำนักศึกษาว่า
"ออกเดินทาง กลับเมืองเขตกลาง"
ไม่นานนัก ผู้คนจากห้าสำนักศึกษาก็เข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายเฉพาะของสำนักศึกษาเขตกลาง ทว่ามีผู้อาวุโสของสำนักศึกษาเขตกลางสองท่านรั้งอยู่ด้านนอกทางเข้าออกแดนต้องห้าม พวกเขากำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา
ในระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้าย เสิ่นเยียนได้ส่งเสียงผ่านปราณจิตเล่าเรื่องนี้ให้สหายในกลุ่มอสูรฟัง
ข้อสรุปที่ได้ก็คือ: ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อไม่ชอบผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิวเป็นอย่างมาก ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนจะต้องมีความแค้นอะไรกันอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุด พวกเขาก็ตัดสินใจเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้พับเรื่องนี้เก็บไว้ก่อน วันหน้าค่อยว่ากันใหม่
หากขืนยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกในตอนนี้ ย่อมทำให้ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อเกิดความรังเกียจและไม่พอใจเป็นแน่
จู่ ๆ อัจฉริยะรุ่นเยาว์สองสามคนก็ไม่อาจกลั้นความรู้สึกโศกเศร้าไว้ได้อีกต่อไป ร้องไห้ออกมา
เพราะสหายของพวกเขาล้วนสิ้นชีพอยู่ภายในแดนต้องห้าม
แม้แต่สมาชิกของทีมอู๋เซี่ยงเอง ขอบตาก็ยังแดงระเรื่อขึ้นมาจาง ๆ
บรรยากาศภายในค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นหนักอึ้งเป็นพิเศษ
ตอนมามีคนมากมายถึงเพียงนี้ ทว่าตอนกลับกลับมีคนน้อยลงไปตั้งเท่าไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักศึกษาเขตอุดร นอกจากโหยวฮั่วจิงแล้ว อัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งหมดล้วนตกตายอยู่ภายในแดนต้องห้าม
สีหน้าของผู้อำนวยการสำนักศึกษาเขตอุดรเคร่งเครียด ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย ซ้ำใบหน้ายังดูซูบซีดลงไปหลายส่วน ทั่วทั้งร่างแผ่บรรยากาศกดดันต่ำออกมา
ภายในค่ายกลเคลื่อนย้าย มีเพียงเสียงสะอื้นไห้
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อไม่ได้เข้าไปห้ามปราม เพราะเขาสามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี
อารมณ์ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ต้องการการระบายออก การเอาแต่กดข่มไว้ รังแต่จะก่อให้เกิดการสะท้อนกลับอย่างรุนแรง
ในตอนที่ใกล้จะกลับถึงสำนักศึกษาเขตกลาง ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ช่วงเวลานี้ พวกเจ้าสามารถเลือกที่จะรั้งอยู่ในเมืองเขตกลาง หรือรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลางก็ได้ เพราะก่อนที่พวกเจ้าจะเข้าไปในแดนต้องห้าม ข้าเคยบอกไว้แล้วว่า นอกเหนือจากจะได้คะแนนแล้ว พวกเจ้ายังมีรางวัลอีกอย่างหนึ่ง รางวัลนั้นก็คือโอกาส โอกาสที่หาได้ยากยิ่งนี้จะปรากฏขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า แน่นอนว่าพวกเจ้าสามารถกลับไปก่อนได้ เพียงแค่กลับมาให้ทันก่อนที่โอกาสนั้นจะมาถึงก็พอ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้คนต่างชะงักงัน
แม้กระทั่งผู้อำนวยการของสำนักศึกษาทั้งสี่เขตเองก็ยังไม่เข้าใจ พวกเขาไม่เคยได้ยินผู้อำนวยการสวี่เจ๋อเอ่ยถึงเรื่องนี้มาก่อน
โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง?
นั่นมันคือโอกาสแบบไหนกัน?
มีคนเอ่ยถาม
"ผู้อำนวยการสวี่ โอกาสนี้หมายถึง?"
"ตอนนี้ยังไม่อาจเปิดเผยให้พวกเจ้าทราบได้"
"คงไม่ใช่โอกาสจำพวกการเข้าไปซ่อมแซมม่านพลังสวรรค์ในแดนต้องห้ามอะไรทำนองนั้นหรอกนะ?"
อัจฉริยะผู้หนึ่งพึมพำเสียงเบา
โอกาส แบบนี้ เขาไม่อยากจะประสบพบเจออีกแล้ว โครงกระดูกมังกรที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นได้สร้างบาดแผลในใจให้เขาไปแล้ว
"ไม่ใช่"
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อปฏิเสธ จากนั้นก็กล่าวเสริมว่า
"อีกสองเดือนให้หลัง พวกเจ้าย่อมได้รู้เอง ถึงตอนนั้นอยากจะได้โอกาสนี้หรือไม่ ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความสมัครใจของพวกเจ้า ไม่บังคับว่าพวกเจ้าต้องคว้าโอกาสนี้ไว้"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนต่างก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก
ส่วนทีมอู๋เซี่ยงได้ตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไปเขตตะวันตกก่อน เพราะพวกเขาต้องการนำร่างของเหลียนเสวี่ยเฟิงและเหวินเหรินโส่วกลับไปส่งให้ตระกูลของพวกเขา
ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นมีสีหน้าเคร่งเครียด เพราะเขารู้สึกว่าเมืองเขตกลางก็คือดินแดนแห่งความวุ่นวาย ดี ๆ นี่เอง
ในสายตาของเขา กลุ่มอสูรในตอนนี้ก็คือตัวอันตราย! เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องพากลุ่มอสูรกลับไปเขตตะวันตกก่อน! เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาก่อเรื่องอะไรขึ้นที่นี่อีก ยังดี โชคดีที่เผยซู่ยังไม่ได้เปิดเผยสถานะตัวตน มิเช่นนั้น สมาพันธ์กุยหยวนไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปอย่างแน่นอน!
กลุ่มคนทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายกลับมาถึงสำนักศึกษาเขตกลางอย่างรวดเร็ว
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อหันหน้าไปมองทุกคน พลางเอ่ยถาม
"พวกเจ้าอยากจะรั้งอยู่ที่สำนักศึกษาเขตกลาง? หรือจะเลือกไปที่อื่นก่อน?"
กลุ่มจากสำนักศึกษาเขตบูรพาและสำนักศึกษาเขตทักษิณ ล้วนเลือกที่จะรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง
ส่วนกลุ่มจากสำนักศึกษาเขตอุดรนั้นเลือกที่จะออกจากเมืองเขตกลางไปชั่วคราว เพื่อกลับไปยังเขตอุดรก่อน
ทางด้านสำนักศึกษาเขตตะวันตก ยังไม่ทันที่ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นจะเอ่ยปากตอบ ก็ได้ยินการส่งเสียงผ่านปราณจิตจากผู้อำนวยการสวี่เจ๋อเสียก่อน
"เสวียนอวิ๋น กลุ่มอสูรจากสำนักศึกษาเขตตะวันตกของพวกท่านเกรงว่าคงจะไปไหนไม่ได้ หากพวกท่านออกไปจากสำนักศึกษาเขตกลาง ข้าก็ไม่อาจคุ้มครองพวกท่านได้"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นก็เคร่งเครียดขึ้นมาในชั่วพริบตา
ความหมายแฝงของผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็คือ ทันทีที่กลุ่มอสูรก้าวออกจากสำนักศึกษาเขตกลาง สมาพันธ์กุยหยวนก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะส่งคนมาดักสังหารกลุ่มอสูร
ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีคำพูดปกป้องจากปากผู้อำนวยการสวี่เจ๋อด้วยตัวเอง ทว่าท้ายที่สุดแล้ว หอกดาบซึ่งหน้าหลบง่าย ธนูลับนั้นป้องกันยาก
ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นส่งเสียงผ่านปราณจิตถามหยั่งเชิง
"ความหมายของผู้อำนวยการสวี่ก็คือ..."
คราวนี้ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา
"ให้กลุ่มอสูรรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง ศิษย์ของกลุ่มอสูรไม่กี่คนนี้ล้วนเป็นต้นกล้าชั้นดี ในด้านการบำเพ็ญเพียร ข้าเองก็ทำใจเห็นพวกเขาสิ้นชื่อไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้ ตอนนี้ มีเพียงสำนักศึกษาเขตกลางของเราแห่งนี้เท่านั้น ที่จะสามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้พวกเขาได้"
เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นก็มีสีหน้าลังเลใจ หากเขาไม่รู้สถานะที่แท้จริงของเผยซู่ เกรงว่าป่านนี้เขาคงจะตกปากรับคำไปแล้ว ทว่าเขากลับรู้สถานะของเผยซู่น่ะสิ
การให้เผยซู่รั้งอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดเลยแม้แต่น้อย
"เสวียนอวิ๋น?"
เมื่อเห็นเขาเหม่อลอย ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็ส่งเสียงเรียก
และในตอนนี้ ผู้คนเกือบทั้งหมดกำลังมองมาที่ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋น ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นสีหน้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเก็บงำอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมด เขากวาดสายตามองผ่านทีมอู๋เซี่ยงและกลุ่มอสูร
เขาเอ่ยปาก
"ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อ ข้าคงต้องพาทีมอู๋เซี่ยงกลับไปเขตตะวันตกก่อน ส่วนกลุ่มอสูรจากสำนักศึกษาเขตตะวันตกของเรา...ก็ขอรั้งอยู่ศึกษาที่นี่ชั่วคราวสักระยะเถิด"
เมื่อพวกของอินซือเยี่ยนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
สายตาของพวกเขาอดไม่ได้ที่จะตกลงบนร่างของคนทั้งแปดในกลุ่มอสูร ในใจลอบคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าตกลงแล้วเป็นศิษย์น้องเสิ่นกับพวกพ้องที่ต้องการรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง หรือว่าเป็นท่านผู้อำนวยการที่ให้พวกเขารั้งอยู่ที่นี่กันแน่?
เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาแฝงความนัยลึกซึ้งของผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋น สบตากันเพียงสองวินาที ก็หลบตาไป
"ตกลง"
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อพยักหน้า
ทันใดนั้น ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็หันไปมองคนทั้งแปดแห่งกลุ่มอสูร น้ำเสียงถือว่าอ่อนโยนนัก
"สองเดือนนี้ พวกเจ้าก็อยู่ที่สำนักศึกษาเขตกลางนี่แหละ พยายามอย่าออกไปข้างนอก และมุ่งมั่นยกระดับความแข็งแกร่งเสีย"
พวกของเสิ่นเยียนหันมาสบตากัน ยกมือขึ้นประสานคารวะ ขานรับ
"ขอรับ ผู้อำนวยการสวี่"
ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อมองดูทุกคน
"การเข้าไปในแดนต้องห้ามของพวกเจ้าในครั้งนี้ ถึงแม้จะทำภารกิจเป้าหมายไม่สำเร็จ ทว่าพวกเจ้าก็ได้ทำคุณูปการอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องทวีปกุยหยวน ดังนั้น คะแนนที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้จะถูกแจกจ่ายให้กับทีมของพวกเจ้ารวมกันทั้งหมด พวกเจ้าสามารถอาศัยคะแนน นำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรได้ที่สำนักศึกษาเขตกลางหรือที่สำนักศึกษาเดิมของพวกเจ้า"
เขากล่าวเสริมต่อว่า
"อีกอย่าง หากพวกเจ้ามีเรื่องอันใด สามารถติดต่ออิ๋งฉีหรือกงซุนอวิ้นก่อนได้ พวกเขาอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง สามารถช่วยพวกเจ้าแก้ไขปัญหาบางอย่างได้ หากเป็นเรื่องใหญ่ ก็สามารถให้พวกเขาส่งข่าวมาถึงข้าได้เช่นกัน เข้าใจแล้วหรือไม่?"