เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 337 รั้งอยู่ในเขตกลาง

ตอนที่ 337 รั้งอยู่ในเขตกลาง

ตอนที่ 337 รั้งอยู่ในเขตกลาง


หากผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิวมีความแค้นกับผู้อำนวยการสวี่เจ๋อ เช่นนั้นผู้อำนวยการสวี่เจ๋อย่อมไม่มีทางไปพบเฉวียนหยางชิวเป็นแน่

ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อจะเดาออกมาได้โดยตรง

"เฉวียนหยางชิวหรือ?"

เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยของเสิ่นเยียน ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็ยืนยันได้ในทันที เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ไม่พบ"

เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

หากผู้อำนวยการสวี่เจ๋อไม่ยอมไปพบผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิว เช่นนั้น คำสาบานที่พวกนางได้ให้ไว้...ก็จะต้องสัมฤทธิผล

"ผู้อำนวยการสวี่ ท่าน..."

"เรื่องนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงอีก!"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อกล่าวขัดคำพูดนางด้วยเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับผู้คนจากทุกสำนักศึกษาว่า

"ออกเดินทาง กลับเมืองเขตกลาง"

ไม่นานนัก ผู้คนจากห้าสำนักศึกษาก็เข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายเฉพาะของสำนักศึกษาเขตกลาง ทว่ามีผู้อาวุโสของสำนักศึกษาเขตกลางสองท่านรั้งอยู่ด้านนอกทางเข้าออกแดนต้องห้าม พวกเขากำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

ในระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้าย เสิ่นเยียนได้ส่งเสียงผ่านปราณจิตเล่าเรื่องนี้ให้สหายในกลุ่มอสูรฟัง

ข้อสรุปที่ได้ก็คือ: ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อไม่ชอบผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิวเป็นอย่างมาก ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนจะต้องมีความแค้นอะไรกันอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุด พวกเขาก็ตัดสินใจเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้พับเรื่องนี้เก็บไว้ก่อน วันหน้าค่อยว่ากันใหม่

หากขืนยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกในตอนนี้ ย่อมทำให้ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อเกิดความรังเกียจและไม่พอใจเป็นแน่

จู่ ๆ อัจฉริยะรุ่นเยาว์สองสามคนก็ไม่อาจกลั้นความรู้สึกโศกเศร้าไว้ได้อีกต่อไป ร้องไห้ออกมา

เพราะสหายของพวกเขาล้วนสิ้นชีพอยู่ภายในแดนต้องห้าม

แม้แต่สมาชิกของทีมอู๋เซี่ยงเอง ขอบตาก็ยังแดงระเรื่อขึ้นมาจาง ๆ

บรรยากาศภายในค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นหนักอึ้งเป็นพิเศษ

ตอนมามีคนมากมายถึงเพียงนี้ ทว่าตอนกลับกลับมีคนน้อยลงไปตั้งเท่าไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักศึกษาเขตอุดร นอกจากโหยวฮั่วจิงแล้ว อัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งหมดล้วนตกตายอยู่ภายในแดนต้องห้าม

สีหน้าของผู้อำนวยการสำนักศึกษาเขตอุดรเคร่งเครียด ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย ซ้ำใบหน้ายังดูซูบซีดลงไปหลายส่วน ทั่วทั้งร่างแผ่บรรยากาศกดดันต่ำออกมา

ภายในค่ายกลเคลื่อนย้าย มีเพียงเสียงสะอื้นไห้

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อไม่ได้เข้าไปห้ามปราม เพราะเขาสามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี

อารมณ์ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ต้องการการระบายออก การเอาแต่กดข่มไว้ รังแต่จะก่อให้เกิดการสะท้อนกลับอย่างรุนแรง

ในตอนที่ใกล้จะกลับถึงสำนักศึกษาเขตกลาง ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ช่วงเวลานี้ พวกเจ้าสามารถเลือกที่จะรั้งอยู่ในเมืองเขตกลาง หรือรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลางก็ได้ เพราะก่อนที่พวกเจ้าจะเข้าไปในแดนต้องห้าม ข้าเคยบอกไว้แล้วว่า นอกเหนือจากจะได้คะแนนแล้ว พวกเจ้ายังมีรางวัลอีกอย่างหนึ่ง รางวัลนั้นก็คือโอกาส โอกาสที่หาได้ยากยิ่งนี้จะปรากฏขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า แน่นอนว่าพวกเจ้าสามารถกลับไปก่อนได้ เพียงแค่กลับมาให้ทันก่อนที่โอกาสนั้นจะมาถึงก็พอ"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้คนต่างชะงักงัน

แม้กระทั่งผู้อำนวยการของสำนักศึกษาทั้งสี่เขตเองก็ยังไม่เข้าใจ พวกเขาไม่เคยได้ยินผู้อำนวยการสวี่เจ๋อเอ่ยถึงเรื่องนี้มาก่อน

โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง?

นั่นมันคือโอกาสแบบไหนกัน?

มีคนเอ่ยถาม

"ผู้อำนวยการสวี่ โอกาสนี้หมายถึง?"

"ตอนนี้ยังไม่อาจเปิดเผยให้พวกเจ้าทราบได้"

"คงไม่ใช่โอกาสจำพวกการเข้าไปซ่อมแซมม่านพลังสวรรค์ในแดนต้องห้ามอะไรทำนองนั้นหรอกนะ?"

อัจฉริยะผู้หนึ่งพึมพำเสียงเบา

โอกาส แบบนี้ เขาไม่อยากจะประสบพบเจออีกแล้ว โครงกระดูกมังกรที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นได้สร้างบาดแผลในใจให้เขาไปแล้ว

"ไม่ใช่"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อปฏิเสธ จากนั้นก็กล่าวเสริมว่า

"อีกสองเดือนให้หลัง พวกเจ้าย่อมได้รู้เอง ถึงตอนนั้นอยากจะได้โอกาสนี้หรือไม่ ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความสมัครใจของพวกเจ้า ไม่บังคับว่าพวกเจ้าต้องคว้าโอกาสนี้ไว้"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนต่างก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก

ส่วนทีมอู๋เซี่ยงได้ตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไปเขตตะวันตกก่อน เพราะพวกเขาต้องการนำร่างของเหลียนเสวี่ยเฟิงและเหวินเหรินโส่วกลับไปส่งให้ตระกูลของพวกเขา

ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นมีสีหน้าเคร่งเครียด เพราะเขารู้สึกว่าเมืองเขตกลางก็คือดินแดนแห่งความวุ่นวาย ดี ๆ นี่เอง

ในสายตาของเขา กลุ่มอสูรในตอนนี้ก็คือตัวอันตราย! เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องพากลุ่มอสูรกลับไปเขตตะวันตกก่อน! เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาก่อเรื่องอะไรขึ้นที่นี่อีก ยังดี โชคดีที่เผยซู่ยังไม่ได้เปิดเผยสถานะตัวตน มิเช่นนั้น สมาพันธ์กุยหยวนไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปอย่างแน่นอน!

กลุ่มคนทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายกลับมาถึงสำนักศึกษาเขตกลางอย่างรวดเร็ว

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อหันหน้าไปมองทุกคน พลางเอ่ยถาม

"พวกเจ้าอยากจะรั้งอยู่ที่สำนักศึกษาเขตกลาง? หรือจะเลือกไปที่อื่นก่อน?"

กลุ่มจากสำนักศึกษาเขตบูรพาและสำนักศึกษาเขตทักษิณ ล้วนเลือกที่จะรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง

ส่วนกลุ่มจากสำนักศึกษาเขตอุดรนั้นเลือกที่จะออกจากเมืองเขตกลางไปชั่วคราว เพื่อกลับไปยังเขตอุดรก่อน

ทางด้านสำนักศึกษาเขตตะวันตก ยังไม่ทันที่ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นจะเอ่ยปากตอบ ก็ได้ยินการส่งเสียงผ่านปราณจิตจากผู้อำนวยการสวี่เจ๋อเสียก่อน

"เสวียนอวิ๋น กลุ่มอสูรจากสำนักศึกษาเขตตะวันตกของพวกท่านเกรงว่าคงจะไปไหนไม่ได้ หากพวกท่านออกไปจากสำนักศึกษาเขตกลาง ข้าก็ไม่อาจคุ้มครองพวกท่านได้"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นก็เคร่งเครียดขึ้นมาในชั่วพริบตา

ความหมายแฝงของผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็คือ ทันทีที่กลุ่มอสูรก้าวออกจากสำนักศึกษาเขตกลาง สมาพันธ์กุยหยวนก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะส่งคนมาดักสังหารกลุ่มอสูร

ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีคำพูดปกป้องจากปากผู้อำนวยการสวี่เจ๋อด้วยตัวเอง ทว่าท้ายที่สุดแล้ว หอกดาบซึ่งหน้าหลบง่าย ธนูลับนั้นป้องกันยาก

ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นส่งเสียงผ่านปราณจิตถามหยั่งเชิง

"ความหมายของผู้อำนวยการสวี่ก็คือ..."

คราวนี้ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา

"ให้กลุ่มอสูรรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง ศิษย์ของกลุ่มอสูรไม่กี่คนนี้ล้วนเป็นต้นกล้าชั้นดี  ในด้านการบำเพ็ญเพียร ข้าเองก็ทำใจเห็นพวกเขาสิ้นชื่อไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้ ตอนนี้ มีเพียงสำนักศึกษาเขตกลางของเราแห่งนี้เท่านั้น ที่จะสามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้พวกเขาได้"

เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นก็มีสีหน้าลังเลใจ หากเขาไม่รู้สถานะที่แท้จริงของเผยซู่ เกรงว่าป่านนี้เขาคงจะตกปากรับคำไปแล้ว ทว่าเขากลับรู้สถานะของเผยซู่น่ะสิ

การให้เผยซู่รั้งอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดเลยแม้แต่น้อย

"เสวียนอวิ๋น?"

เมื่อเห็นเขาเหม่อลอย ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็ส่งเสียงเรียก

และในตอนนี้ ผู้คนเกือบทั้งหมดกำลังมองมาที่ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋น ผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นสีหน้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเก็บงำอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมด เขากวาดสายตามองผ่านทีมอู๋เซี่ยงและกลุ่มอสูร

เขาเอ่ยปาก

"ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อ ข้าคงต้องพาทีมอู๋เซี่ยงกลับไปเขตตะวันตกก่อน ส่วนกลุ่มอสูรจากสำนักศึกษาเขตตะวันตกของเรา...ก็ขอรั้งอยู่ศึกษาที่นี่ชั่วคราวสักระยะเถิด"

เมื่อพวกของอินซือเยี่ยนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

สายตาของพวกเขาอดไม่ได้ที่จะตกลงบนร่างของคนทั้งแปดในกลุ่มอสูร ในใจลอบคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าตกลงแล้วเป็นศิษย์น้องเสิ่นกับพวกพ้องที่ต้องการรั้งอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง หรือว่าเป็นท่านผู้อำนวยการที่ให้พวกเขารั้งอยู่ที่นี่กันแน่?

เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาแฝงความนัยลึกซึ้งของผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋น สบตากันเพียงสองวินาที ก็หลบตาไป

"ตกลง"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อพยักหน้า

ทันใดนั้น ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็หันไปมองคนทั้งแปดแห่งกลุ่มอสูร น้ำเสียงถือว่าอ่อนโยนนัก

"สองเดือนนี้ พวกเจ้าก็อยู่ที่สำนักศึกษาเขตกลางนี่แหละ พยายามอย่าออกไปข้างนอก และมุ่งมั่นยกระดับความแข็งแกร่งเสีย"

พวกของเสิ่นเยียนหันมาสบตากัน ยกมือขึ้นประสานคารวะ ขานรับ

"ขอรับ ผู้อำนวยการสวี่"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อมองดูทุกคน

"การเข้าไปในแดนต้องห้ามของพวกเจ้าในครั้งนี้ ถึงแม้จะทำภารกิจเป้าหมายไม่สำเร็จ ทว่าพวกเจ้าก็ได้ทำคุณูปการอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องทวีปกุยหยวน ดังนั้น คะแนนที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้จะถูกแจกจ่ายให้กับทีมของพวกเจ้ารวมกันทั้งหมด พวกเจ้าสามารถอาศัยคะแนน นำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรได้ที่สำนักศึกษาเขตกลางหรือที่สำนักศึกษาเดิมของพวกเจ้า"

เขากล่าวเสริมต่อว่า

"อีกอย่าง หากพวกเจ้ามีเรื่องอันใด สามารถติดต่ออิ๋งฉีหรือกงซุนอวิ้นก่อนได้ พวกเขาอยู่ในสำนักศึกษาเขตกลาง สามารถช่วยพวกเจ้าแก้ไขปัญหาบางอย่างได้ หากเป็นเรื่องใหญ่ ก็สามารถให้พวกเขาส่งข่าวมาถึงข้าได้เช่นกัน เข้าใจแล้วหรือไม่?"

จบบทที่ ตอนที่ 337 รั้งอยู่ในเขตกลาง

คัดลอกลิงก์แล้ว