เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 336 เอ่ยปากช่วยเหลือ

ตอนที่ 336 เอ่ยปากช่วยเหลือ

ตอนที่ 336 เอ่ยปากช่วยเหลือ


ผู้คนต่างตกตะลึงหน้าถอดสี พวกเขาไม่เพียงแต่ตกใจกับคำกล่าวโทษของเสิ่นเยียน แต่ยังตกใจที่นางกล้าพูดจาเช่นนี้กับผู้อำนวยการสวี่เจ๋อ!

การกระทำของนางเปรียบเสมือนการบีบบังคับผู้อำนวยการสวี่เจ๋อด้วยหลักศีลธรรม ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

อิ๋งฉีพลันยกยิ้มขึ้นมา เขารู้สึกชื่นชมเสิ่นเยียนขึ้นมาหลายส่วน

ขณะนั้น ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าในยามที่คนของสมาพันธ์กุยหยวนกำลังจะแตะต้องตัวคนในกลุ่มอสูร เขาก็เอ่ยปากขึ้น

"หยุดมือ"

เมื่อผู้อาวุโสใหญ่แห่งสมาพันธ์กุยหยวนได้ยินดังนั้น ก็สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง เขาหันไปมองผู้อำนวยการสวี่เจ๋อ

"ผู้อำนวยการสวี่ ท่านคิดจะสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของสมาพันธ์กุยหยวนเรางั้นหรือ?"

"นี่ไม่เหมือนกับที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อกล่าวช้า ๆ สายตาของเขาตกอยู่บนร่างของเสิ่นเยียน พลางถอนหายใจ

"นางพูดถูก เป็นข้าที่เป็นคนริเริ่ม โครงการห้าสำนัก หากใช้งานคนเสร็จแล้วก็ทิ้งขว้าง เช่นนั้นข้าก็คงไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้อำนวยการของสำนักศึกษาเขตกลาง ผู้อาวุโสใหญ่ต้วน โปรดไว้หน้าข้าสักครั้ง ให้เรื่องนี้แล้วกันไปเถอะ คนหนุ่มสาวย่อมมีความขัดแย้งและการโต้เถียงกันบ้าง ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?"

น้ำเสียงของผู้อำนวยการสวี่เจ๋อไม่ได้แข็งกร้าวนัก แต่ก็ถือเป็นการหาทางลงให้กับผู้อาวุโสต้วนมากพอแล้ว

เนี่ยสวินเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม

"สวรรค์มีตา กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ  รูปแบบการทำงานของสมาพันธ์กุยหยวนไม่ควรโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ หมั่นทำความดีสะสมบุญ จึงจะก่อเกิดวัฏจักรแห่งกรรมดี คัมภีร์เต๋าขุนเขาจักรพรรดิเคยกล่าวไว้ว่า สรรพสัตว์ล้วนมีวิญญาณ เมื่อวิญญาณดับสูญย่อมกลายเป็นความแค้น หากไอแค้นพัวพันรอบกาย ย่อมไม่ได้รับผลดีตอบแทน ผู้อาวุโสต้วน ยุติเรื่องนี้เถอะ"

สีหน้าของผู้อาวุโสต้วนมองดูมืดครึ้มจนแทบจะหยดออกมาเป็นน้ำหมึกได้

ตัวแทนจากปราการศักดิ์สิทธิ์ก็หัวเราะพลางเอ่ยขึ้นเช่นกัน

"ช่างมันเถอะ เด็กพวกนี้จะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?"

นักพรตซานชิงกล่าวต่อ

"เด็กพวกนี้มีความดีความชอบในการปกป้องทวีปกุยหยวน ไม่ควรปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างโหดร้ายไร้เยื่อใยเช่นนี้ หากแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของสมาพันธ์กุยหยวนคงมีแต่จะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เมื่อหนึ่งปีก่อน พวกท่านก็ส่งคนไปกวาดล้างนิกายเทียนฟางแห่งเขตตะวันตก..."

"พอได้แล้ว!"

ผู้อาวุโสต้วนรีบพูดแทรก แววตาของเขาวูบไหว

"ครั้งนี้ ข้าจะปล่อยพวกมันไป!"

พูดจบ ผู้อาวุโสต้วนก็หันไปมองผู้อาวุโสรองแห่งจ้วนเซิงเทียน แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

"เรื่องที่เฟิงสิงแห่งจ้วนเซิงเทียนของพวกท่านได้ก่อไว้ ข้าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานต่อท่านผู้นำสมาพันธ์ ท่านผู้นำย่อมมีคำตัดสินใจเอง!"

ผู้อาวุโสรองแห่งจ้วนเซิงเทียนส่งยิ้มจอมปลอมไปให้

"ได้"

"พวกเราไป!"

ผู้อาวุโสต้วนสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง จากนั้นก็นำคนของสมาพันธ์กุยหยวนจากไป

ส่วนผู้อาวุโสใหญ่แห่งเทียนเหมิน อูหม่าชิง ที่ไม่ปริปากพูดมาตลอด กลับมองเสิ่นเยียนด้วยสายตาครุ่นคิด เขาไม่ได้นำคนของเทียนเหมินจากไปในทันที แต่รอจนกระทั่งขุมกำลังต่าง ๆ อย่างสมาพันธ์กุยหยวน วิถีซานชิง ปราการศักดิ์สิทธิ์ และจ้วนเซิงเทียนจากไปก่อน จึงค่อยพาคนของตนจากไป

และก่อนที่กลุ่มคนของจ้วนเซิงเทียนจะจากไป สิงชุน หนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของเฟิงสิงเหยา ก็ได้ลอบส่งเสียงผ่านปราณจิตถึงเสิ่นเยียน

"แม่นางเสิ่น ท่านประมุขของพวกเราให้ข้ามาถ่ายทอดคำพูดถึงท่านว่า ตอนนี้เขาปลอดภัยดี ขอให้ท่านไม่ต้องเป็นห่วง และเขาจะกลับมาอีกแน่นอน"

เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินการถ่ายทอดเสียงนั้น นางก็เงยหน้าขึ้นสบตากับสิงชุน

"เข้าใจแล้ว"

เสิ่นเยียนกล่าวเสริมอีกประโยค

"อีกอย่าง เรื่องของสมาพันธ์กุยหยวน ฝากขอบคุณท่านประมุขของพวกเจ้าแทนข้าด้วย"

เมื่อสิงชุนได้ยิน มุมปากของเขาก็แข็งค้างไปเล็กน้อย เรื่องนี้เขายังไม่ได้รายงานต่อท่านประมุขเลย

สิงชุนส่งเสียงผ่านปราณจิตตอบกลับ

"แม่นางเสิ่น หากมีเรื่องอันใด ท่านสามารถมาหาข้าที่จ้วนเซิงเทียนได้ ข้ามีนามว่าสิงชุน หรือท่านจะแจ้งชื่อของสิงเซี่ยหรือสิงชิวก็ได้ พวกเราล้วนเป็นลูกน้องของท่านประมุข"

"ได้"

เสิ่นเยียนรับคำ

ยามนี้ หกขุมอำนาจชั้นนำแห่งเขตกลาง ได้จากไปแล้วถึงห้าขุมอำนาจ

เหลือเพียงสำนักศึกษาเขตกลาง

และยังมีคนของสำนักศึกษาทั้งสี่เขต

เสิ่นเยียนสังเกตเห็นว่าเผยอู๋ซูมีเรื่องหนักใจเต็มอก คงเป็นเพราะเมื่อครู่นักพรตซานชิงได้กล่าวถึงเรื่อง สมาพันธ์กุยหยวนกวาดล้างนิกายเทียนฟาง

กลุ่มอสูรรอดพ้นจากเคราะห์กรรมไปได้ชั่วคราว

สิ่งนี้ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่า มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์มีเสียงอย่างแท้จริง เหมือนเช่นจ้วนเซิงเทียน เพียงแค่พวกเขาเอ่ยปาก ก็ทำให้ความยโสโอหังของสมาพันธ์กุยหยวนอ่อนลงไปถึงสามส่วน

เพราะจ้วนเซิงเทียนมีขีดความสามารถที่จะต่อกรกับสมาพันธ์กุยหยวนได้ พวกเขาจึงไม่หวาดกลัว และสามารถเจรจากับสมาพันธ์กุยหยวนได้อย่างเท่าเทียม

พวกเขายังอ่อนแอเกินไป อ่อนแอเสียจนไม่อาจควบคุมเกลียวคลื่นท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่อาจรักษาชีวิตรอดท่ามกลางกระแสน้ำนั้นได้

จูเก่อโย่วหลินเอ่ยขึ้น

"เสิ่นเยียน ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อกำลังมองเจ้าอยู่"

สิ้นเสียง ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็เรียกเสิ่นเยียนทันที

"เสิ่นเยียน พวกเจ้าเข้ามานี่"

เมื่อผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋นเห็นดังนั้น เขาก็แทบจะหน้าชาไปทั้งแถบ อารมณ์ของเขาขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างรุนแรง เขารีบลดเสียงต่ำและกล่าวกับเสิ่นเยียน

"เดี๋ยวจำไว้ว่าต้องขอโทษผู้อำนวยการสวี่ด้วย"

เสิ่นเยียนตอบรับเบา ๆ จากนั้นภายใต้การนำของผู้อำนวยการเสวียนอวิ๋น กลุ่มคนจากสำนักศึกษาเขตตะวันตกก็เดินตรงไปยังทิศทางที่ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อยืนอยู่

เมื่อฝีเท้าหยุดลง เสิ่นเยียนและพวกพ้องก็ยกมือประสานคารวะผู้อำนวยการสวี่เจ๋อด้วยความเคารพ

"คารวะผู้อำนวยการสวี่"

สีหน้าของผู้อำนวยการสวี่เจ๋อเคร่งขรึมลงเล็กน้อย

"เมื่อครู่นี้เจ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง!"

"ขอบคุณผู้อำนวยการสวี่ที่เอ่ยปากช่วยเหลือเจ้าค่ะ"

เสิ่นเยียนไม่ตื่นตระหนก นางเพียงค้อมศีรษะลงช้า ๆ

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อหัวเราะ

"เมื่อครู่เจ้าก็พูดออกมาเช่นนั้นแล้ว หากข้าไม่ออกปากช่วยพวกเจ้า ก็คงจะดูเป็นคนแล้งน้ำใจ เป็นวิญญูชนจอมปลอมไปเลยไม่ใช่หรือ? หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของข้ายังจะเอาไปไว้ที่ไหนได้?"

แม้เขาจะกำลังหัวเราะ ทว่ากลับมีกลิ่นอายความน่าเกรงขามโดยไม่ต้องเกรี้ยวกราดแผ่ซ่านออกมา

เสิ่นเยียนกล่าว

"ศิษย์เพียงเพื่อต้องการปกป้องตนเอง จึงได้ล่วงเกินท่านผู้อำนวยการ เป็นศิษย์ที่ไร้มารยาทเองเจ้าค่ะ"

"การที่เจ้าล่อหลอกมังกรดำออกไปตามลำพังในแดนต้องห้ามนั้นถือเป็นความดีความชอบ เอาความดีชดเชยความผิด เรื่องนี้ถือว่าแล้วกันไป"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อถอนหายใจเบา ๆ ยามนี้เขามองเห็นใบหน้าของเสิ่นเยียนชัดเจนแล้ว รู้สึกว่านางช่างคล้ายคลึงกับใครคนหนึ่งอยู่หลายส่วน นั่นคือยอดอัจฉริยะผู้ครอบครองพลังพรสวรรค์ระดับเหนือสวรรค์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

แซ่เสิ่นเช่นกัน

"บิดาของเจ้ามีนามว่าอะไร?"

จู่ ๆ ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อก็เอ่ยถาม

"เสิ่นเทียนเฮ่า"

เสิ่นเยียนชะงักไปเล็กน้อย ในใจเกิดความระแวดระวัง แต่ก็ยอมบอกออกไป เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้หากสืบดูก็ย่อมรู้ได้ทันที

เมื่อผู้อำนวยการสวี่เจ๋อได้ยิน ก็ลอบส่ายหน้าอยู่ในใจ นี่ไม่ใช่คนผู้นั้น

นามของคนผู้นั้น เรียกขานว่า

เสิ่นเทียนเหมิน

คำกล่าวที่เคยใช้บรรยายถึงคนผู้นี้คือ หนึ่งเดียวในหล้า ไร้เทียมทานทั่วแดน เมื่อเทียนเหมินผงาด ผู้คนนับหมื่นล้วนศิโรราบ!

เสิ่นเทียนเหมินก็คืออดีตประมุขแห่งเทียนเหมิน

และเขายังเป็นผู้ก่อตั้งเทียนเหมินขึ้นมาด้วยมือเปล่า ทว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน เขากลับหายตัวไปจากทวีปกุยหยวนอย่างสิ้นเชิง

ไม่มีใครรู้ชาติกำเนิดของเขา และไม่มีใครรู้ว่ายามนี้เขาไปอยู่ที่หนใด

ทว่าเสิ่นเทียนเหมินในปีนั้น คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปกุยหยวนอย่างแท้จริง เป็นที่หนึ่งอย่างไร้ข้อกังขา

ได้ยินมาว่า เขาได้ทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตระดับสวรรค์ขั้นสิบขึ้นไปแล้ว

เสิ่นเยียนรู้สึกสงสัย

"เหตุใดผู้อำนวยการสวี่ถึงถามเช่นนี้หรือเจ้าคะ?"

"เพราะเห็นเจ้าแล้ว ราวกับได้เห็นสหายเก่า"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อตอบกลับเพียงประโยคเดียว ข้อมูลที่มากไปกว่านี้ เขาไม่ต้องการเอ่ยถึงอีก

และในตอนนั้นเอง เวินอวี้ชูก็เอ่ยปากถามขึ้นด้วยความนอบน้อมและมีมารยาท

"ผู้อำนวยการสวี่รู้จักสระสุริยันจันทราหรือไม่ขอรับ?"

เมื่อผู้อำนวยการสวี่เจ๋อได้ยิน ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาย่อมต้องรู้จักอยู่แล้ว

เสิ่นเยียนเกรงใจผู้คนรอบข้าง จึงรีบส่งเสียงผ่านปราณจิตบอกผู้อำนวยการสวี่เจ๋ออย่างรวดเร็ว

"ผู้อำนวยการสวี่ พวกเราได้รับคำไหว้วานจากผู้หนึ่ง มีคนกำลังรอการมาเยือนของท่านอยู่ที่สระสุริยันจันทราเจ้าค่ะ"

"ผู้ใด?"

ผู้อำนวยการสวี่เจ๋อหรี่ตาทั้งสองลงเล็กน้อย

เสิ่นเยียนไม่ได้เอ่ยชื่อของเฉวียนหยางชิวออกไป แต่กลับกล่าวอย่างเป็นนัยว่า

"ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเมื่อพันกว่าปีก่อนเจ้าค่ะ"

จบบทที่ ตอนที่ 336 เอ่ยปากช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว