- หน้าแรก
- เมื่อสเนปกลายเป็นคนอารมณ์ดี
- บทที่ 29 ความทรงจำของแซงกวินี
บทที่ 29 ความทรงจำของแซงกวินี
บทที่ 29 ความทรงจำของแซงกวินี
บทที่ 29: ความทรงจำของแซงกวินี
เซเวอรัสเคยคิดถึงความเป็นไปได้ไว้มากมาย
คดีนี้สร้างความแตกตื่นเสียจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งรัฐบาลมักเกิ้ลและโลกเวทมนตร์ต้องตื่นตัว
และเป็นดัมเบิลดอร์ที่ดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องทางอ้อม
เดิมทีเขาคิดว่าต่อให้คดีนี้จะไม่ใช่ฝีมือของพวกผู้เสพความตายที่หลงเหลืออยู่ อย่างน้อยก็ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตศาสตร์มืดบางชนิดที่กำลังก่อกวน โดยมีแผนการอันยิ่งใหญ่เพื่อทำลายความลับของโลกเวทมนตร์
ทว่าสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดเลยก็คือ...
แวมไพร์ที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ดูบื้อจนน่าเหลือเชื่อ และดูเหมือนจะไม่มีแผนการอะไรเลยแม้แต่น้อย!
แม้แต่การลักพาตัวแฮร์รี่เพื่อแบล็กเมล์ให้เขามาหา ก็ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่นชั่ววูบเท่านั้น
เขาต้องการอะไรกันแน่?
เรื่องราวของคุณหนูผู้ร่ำรวยตกหลุมรักหนุ่มยากจนงั้นหรือ?
รักเพ้อฝันระหว่างแวมไพร์กับเด็กสาวที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว?
ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่พาเธอหนีไปเสียเลยล่ะ? ทำไมต้องขโมยน้ำยาของซลักฮอร์นแล้ววางยาเธอ? เขาพยายามจะทำอะไรกันแน่?
ในตอนนั้นเอง แฮร์รี่เดินเข้ามาหาเซเวอรัสและพูดอย่างลังเล
"อาจารย์ครับ คุณแซงกวินีกับคนอื่น ๆ ไม่ใช่คนเลวหรอกครับ เขาอยากจะช่วยคุณหนูแพตตี้จริง ๆ..."
"คนเราจะเป็นคนแบบไหนไม่ได้วัดจากสิ่งที่พูด แต่วัดจากสิ่งที่เขาทำลงไปจริง ๆ ต่างหาก"
เซเวอรัสจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีซีดที่เว้าวอนของแซงกวินี และน้ำเสียงของเขาก็พลันอ่อนโยนลง
"คุณแซงกวินี ผ่อนคลายซะ ผมรู้ว่าคุณอยากจะบอกอะไรบางอย่างกับผม ไม่เป็นไรหรอก บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด ผมสามารถดูได้ด้วยตัวเอง"
"หายใจเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนคลาย ผ่อนคลาย..."
แซงกวินีดูเหมือนจะถูกสะกดด้วยเวทมนตร์บางอย่างที่มองไม่เห็น เขาเริ่มทำตามที่เซเวอรัสบอกจริง ๆ
เขาหายใจเข้าลึก ๆ สองครั้ง ร่างกายที่เคยเกร็งด้วยความกังวลก็คลายลง เสียงหอบหนักค่อย ๆ ช้าลง ดวงตาเริ่มเลื่อนลอย และจิตใจที่เดิมทีแทบไม่มีปราการป้องกันอยู่แล้ว บัดนี้ได้เปิดออกอย่างสมบูรณ์
เซเวอรัสจึงใช้ไม้กายสิทธิ์แตะที่แฮร์รี่เบา ๆ
"จ้องเข้าไปในตาของเขา มองด้วยหัวใจของเธอ"
แฮร์รี่กลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกได้ว่าภายใต้ไม้กายสิทธิ์ของเซเวอรัส ตัวเขาได้เปลี่ยนไปบางอย่าง
เขาจ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาของแซงกวินี และทันใดนั้น เขารู้สึกราวกับว่าดวงตาคู่นั้นกลายเป็นน้ำวน!
น้ำวนนั้นค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น หมุนวนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว!
แฮร์รี่รู้สึกเหมือนกำลังตกจากที่สูง สัมผัสได้ถึงความรู้สึกโหดเหวี่ยงของสภาวะไร้น้ำหนัก
แต่ไม่นานนัก เท้าของเขาก็กลับมาสัมผัสพื้นแข็งอีกครั้ง
เมื่อเขามองไปรอบ ๆ เขาตระหนักว่าเขาได้ออกจากกระท่อมกลางป่าหลังนั้น และกลับมาอยู่ในสวนของคฤหาสน์แบดมินตัน!
เซเวอรัสยืนอยู่ข้าง ๆ เขา เขาตบบ่าแฮร์รี่เป็นสัญญาณว่าห้ามขยับและให้เฝ้าดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
"ไอ้หนู! ตกลงแกซ่อมมันเป็นจริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย? ฉันเลือกแกมาเพราะเห็นว่าแกดูหนุ่มแน่นแข็งแรงดีหรอกนะ!"
ข้าง ๆ รถตัดหญ้าที่พังลง คนสวนมองชายหนุ่มร่างสูงผิวซีดตรงหน้าด้วยสายตาเคลือบแคลง
แซงกวินีสวมชุดหมีเปื้อนน้ำมันที่ไปขโมยมาจากไหนก็ไม่รู้ ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่หน้ารถตัดหญ้า เขาเผยยิ้มแหย ๆ ออกมา
"เจ้านาย ผมซ่อมได้แน่นอนครับ! ผมบอกแล้วไงว่าผมเป็นช่างที่เก่งที่สุดแถวนี้! แต่ขอโทษนะครับ ช่วยไปเอาน้ำให้ผมหน่อยได้ไหม? ผมคอแห้งน่ะ"
คนสวนแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมตกลง
"ก็ได้ แต่แกอยู่ตรงนี้นะ! ห้ามไปไหนเด็ดขาด!"
แซงกวินีมองตามจนอีกฝ่ายเดินลับตาไปจากสวน ทันทีที่ร่างนั้นหายไป เขาก็รีบหยิบไม้กายสิทธิ์ที่ซ่อนไว้ออกมาอย่างร้อนรนและร่ายมนตร์ใส่รถตัดหญ้าที่พังทันที
"เรปาโร (คืนสภาพ)!"
ความเปลี่ยนแปลงที่มหัศจรรย์เกิดขึ้นกับรถตัดหญ้า สีที่กะเทาะเริ่มสมานตัว อะไหล่ภายในที่สึกหรอเปลี่ยนเป็นของใหม่เอี่ยม แม้แต่รูโหว่บนเบาะก็นั่งก็ถูกซ่อมแซมจนกลับสู่สภาพเดิม
เมื่อเสร็จสิ้น แแซงกวินีถอนหายใจอย่างโล่งอก ทันทีที่เขาผ่อนคลายและเก็บไม้กายสิทธิ์ เขาก็เงยหน้าขึ้น
ทันใดนั้น เขาสบสายตาเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่หนึ่ง
นั่นคือเด็กสาวบนรถเข็น ซึ่งอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่ทางขวาสุดของชั้นสามของคฤหาสน์!
เห็นได้ชัดว่าเธอเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ และกำลังมองมาที่แซงกวินีกับรถตัดหญ้าด้วยสีหน้าตกตะลึง
แซงกวินีก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก สมองเขาขาวโผน ดูเลิ่กลั่กไปหมด
แต่เขาได้สติอย่างรวดเร็วและพยายามหาทางแก้ไข
เขาดูเหมือนจะเดิมพันว่าเด็กสาวคงอยู่ไกลเกินกว่าจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของรถตัดหญ้า เขาเริ่มมองหากิ่งไม้แห้งบนพื้นแล้วใช้มันจิ้ม ๆ รถตัดหญ้าอย่างกับคนบ้า ราวกับว่าเขากำลังทำอะไรปัญญาอ่อนมาตั้งแต่ต้น
เด็กสาวบนรถเข็นรู้สึกขำกับท่าทางของเขา และรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ก็ผลิบานบนใบหน้าของเธอ
ในวินาทีนั้น แซงกวินีนิ่งค้างไป
แสงแดด สวนสวย และเด็กสาวในชุดสีขาวบนรถเข็น
โลกทั้งใบหายไปจากสายตาของเขา เหลือเพียงเด็กสาวที่บอบบางและงดงามราวกับดอกลิลลี่ผู้นั้น
เซเวอรัสที่เฝ้าดูเหตุการณ์นี้อยู่—ยืนอยู่ตรงนั้นแต่ล่องหนเหมือนวิญญาณ—เดาะลิ้นออกมา
"จบเห่แล้ว เขาตกหลุมรักเข้าแล้ว"
แฮร์รี่ไม่เข้าใจว่าทำไมเซเวอรัสถึงบอกว่าจบเห่ เขาแค่คิดว่าภาพตรงหน้านั้นสวยงาม ราวกับความรักที่พบกันโดยบังเอิญในเทพนิยาย
คนสวนที่ไปเอาน้ำให้แซงกวินีเดินกลับมาในไม่ช้า แซงกวินีจึงได้สติคืนมา และพบว่าเด็กสาวที่เคยอยู่ที่หน้าต่างหายไปแล้ว
เขากลายเป็นคนใจลอยอย่างเห็นได้ชัด แต่ความเปลี่ยนแปลงของรถตัดหญ้าทำให้คนสวนแทบไม่เชื่อสายตา
"แกทำได้ยังไงเนี่ย! นี่แกเปลี่ยนอะไหล่ใหม่หมดเลยเหรอ?"
แซงกวินีไม่ได้คิดถึงเรื่องรถตัดหญ้าเลยในตอนนี้
"เอ่อ... ครับ ประมาณนั้นแหละ..."
"แต่ฉันไปไม่ถึงห้านาทีเลยนะ!"
"ซ่อมเสร็จก็ดีแล้วนี่ครับ" แซงกวินีพูดตัดบท
อย่างไรก็ตาม เมื่อคนสวนขึ้นไปนั่งและพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ เขากลับสตาร์ทมันไม่ติด
"เป็นไปไม่ได้!" แซงกวินีร้องออกมา "นอกจากว่ามันจะพังจนกู่ไม่กลับจริง ๆ ผมซ่อมมันเสร็จแล้วแน่นอน!"
คนสวนมองแซงกวินีด้วยสายตาประหลาด
"ตกลงแกทำงานอะไรกันแน่? ตอนแรกแกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถตัดหญ้าต้องใช้น้ำมัน แต่พอฉันไปแป๊บเดียวแกกลับทำเหมือนเปลี่ยนรถใหม่ให้ฉัน! แต่มันกลับสตาร์ทไม่ติดเนี่ยนะ!"
ตอนนี้แซงกวินีไม่สนใจรถตัดหญ้าแล้ว เขามีปัญหาที่ยุ่งยากกว่าต้องจัดการ
มักเกิ้ลคนหนึ่งเห็นเขาใช้เวทมนตร์กับตา เรื่องนี้ต้องจัดการ ไม่อย่างนั้นถ้าพวกมือปราบมารรู้เรื่องและหน่วยลบความจำเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจะต้องโดนค่าปรับมหาศาลที่เขาไม่มีปัญญาจ่ายแน่!
"ผมขอไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหม? ด่วนมาก!"
ภายใต้สายตาของคนสวน แซงกวินีวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปในคฤหาสน์
ทันทีที่เขาพุ่งเข้าไปในบ้าน เขาก็ตรงดิ่งไปที่ชั้นสาม แต่ก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดขั้นแรก เขาก็ถูกพ่อบ้านที่กำลังเดินลงมาเห็นเข้าเสียก่อน
เมื่อถูกพ่อบ้านซักไซ้ เขาอึกอักอยู่นานจนตอบไม่ได้
สุดท้ายเมื่อพ่อบ้านหยิบโทรศัพท์จะโทรแจ้งตำรวจ เขาก็หนีเตลิดไปด้วยความตกใจ
ในวินาทีต่อมา สภาพแวดล้อมรอบตัวเซเวอรัสและแฮร์รี่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ราวกับภาพสไลด์ที่กำลังเลื่อนผ่านไปทีละแผ่น
เมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ คฤหาสน์แบดมินตันก็ถูกปกคลุมด้วยราตรี
แซงกวินีที่หนีไปอย่างอับอายในตอนกลางวัน แถมยังใช้เวทมนตร์ซ่อมรถตัดหญ้าให้ฟรี ๆ โดยไม่ได้ค่าจ้าง ได้แอบกลับมาอีกครั้ง
ทักษะการร่ายมนตร์ของเขาค่อนข้างแย่ ถ้านักเรียนฮอกวอตส์คนไหนสอบผ่านระดับ ส.พ.ร.ส. ด้วยคะแนน "ดีเยี่ยม" สามวิชา ก็น่าจะเก่งกว่าเขาแล้ว
แต่ระดับนี้ก็เพียงพอที่จะหลบหลีกพวกมักเกิ้ลได้
ครั้งนี้เขาขึ้นไปถึงชั้นสามและหาห้องจนเจอได้สำเร็จ
แม้เขาจะมาที่นี่เพื่อลบความจำ แต่แซงกวินีก็อดไม่ได้ที่จะจัดเสื้อผ้าและทรงผมให้เรียบร้อย ก่อนจะใช้คาถา "อาโลโฮโมร่า (ปลดล็อก)" เปิดประตูห้องนอนเข้าไปโดยไม่ได้รับเชิญ
เขาเดินฝ่าความมืดเข้าไปแล้วปิดประตูตามหลังอย่างระมัดระวัง
ขณะที่เขาเงยไม้กายสิทธิ์ขึ้น ตั้งใจจะตามเสียงลมหายใจไปที่เตียงเพื่อหาเด็กสาวที่เห็นเขาใช้เวทมนตร์และลบความจำของเธอ...
...ภายใต้แสงดาวและแสงจันทร์ที่สะท้อนมาจากนอกหน้าต่าง เขาเห็นดวงตาที่สดใสและแจ่มชัดคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่ในความมืด
สิ่งนี้ทำให้แซงกวินีสะดุ้งสุดตัว
"คุณสุภาพบุรุษพ่อมดเมื่อตอนกลางวันใช่ไหมคะ?"
โคมไฟข้างเตียงถูกเปิดขึ้นทันที แพตตี้ที่เอนกายพิงหัวเตียงอยู่ใต้ผ้าห่มจ้องมองแซงกวินีอย่างเงียบ ๆ
แซงกวินียืนพิงกำแพง ตระหนักถึงปัญหาเข้าให้แล้ว
"คุณตั้งใจรอผมงั้นเหรอ?"
แววตาเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นในดวงตาของแพตตี้
"ตอนที่ฉันเห็นคุณ คุณดูลนลานมาก คุณอยากจะเข้ามาหาฉันตอนนั้นแต่พ่อบ้านขวางไว้ ฉันเลยเดาว่าคืนนี้คุณต้องกลับมาแน่ ๆ!"
แซงกวินีตาโต ประหลาดใจในความฉลาดของเด็กสาวคนนี้
อย่างไรก็ตาม คำพูดต่อมาของแพตตี้ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก
"คุณมาที่นี่เพื่อฆ่าฉันหรือเปล่า?"
"เปล่า! ผมไม่ได้ฆ่าคนซะหน่อย คุณแค่เห็นอะไรบางอย่างโดยอุบัติเหตุ เป็นแค่อุบัติเหตุน่ะ" แซงกวินีรีบชูไม้กายสิทธิ์ขึ้น "แค่คาถาลบความจำ แค่คาถาลบความจำครั้งเดียวคุณก็จะจำเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ได้แล้ว"
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ แววตาผิดหวังก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของแพตตี้
แซงกวินีเข้าใจสายตานั้น
"คุณอยากให้ผมฆ่าคุณงั้นเหรอ?"
แพตตี้ไม่ตอบ เพียงแต่จ้องมองเขาเงียบ ๆ
"สาวใช้พักอยู่ห้องข้าง ๆ ฉัน พ่อส่งเธอมาเฝ้าฉันทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าฉันร้องออกมา เธอจะมาที่นี่ แล้วทุกคนก็จะตื่นกันหมด"
แซงกวินีเดาออกว่าเธอพยายามจะทำอะไร เขาจึงรีบโบกมือห้ามแพตตี้
แต่เด็กสาวได้ตะโกนออกมาแล้ว
"วิลม่า! วิลม่า!"
เสียงฝีเท้าดังมาจากห้องนอนข้าง ๆ แซงกวินีตกใจสุดขีด ด้วยความกลัวว่าจะเรียกคนมามากกว่านี้ เขาจึงต้องเปิดหน้าต่างและเตรียมตัวกระโดด
ขณะที่เขาปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง เสียงของแพตตี้ก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
"คุณจะกลับมาหาฉันอีกใช่ไหมคะ? คุณพ่อมด"
แซงกวินีหันกลับมาด้วยความตกตะลึง และเห็นแพตตี้ยิ้มพร้อมกับขยิบตาให้เขา
เด็กสาวตั้งใจทำมัน เธอจงใจไล่แซงกวินีไปในคืนนี้เพื่อให้เขากลับมาอีกในอนาคต!
ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ในที่สุดแซงกวินีก็กระโดดลงไป
ในฐานะแวมไพร์ สมรรถภาพร่างกายของเขาสูงกว่าพ่อมดทั่วไปมาก การตกจากชั้นสามไม่ได้สร้างความเสียหายให้เขามากนัก
จากข้างล่างคฤหาสน์ เขาได้ยินเสียงแว่วมาจากห้องนอน
"มีอะไรคะคุณหนูแพตตี้? ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมอีกแล้วเหรอ?"
"เปล่า" น้ำเสียงของแพตตี้เย็นชา แต่เธอไม่ได้เอ่ยถึงแซงกวินีเลย "ฉันลืมปิดหน้าต่างน่ะ ช่วยมาปิดให้หน่อย"
"ฉันล่ะนอนไม่เต็มอิ่มเพราะคุณหนูจริง ๆ เลย!"
ท่ามกลางเสียงบ่นของสาวใช้ หน้าต่างบนชั้นสามก็ถูกปิดลงอีกครั้ง
แซงกวินีนอนแผ่อยู่ตรงนั้น เสียงหอบหายใจค่อย ๆ ช้าลง เขาจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงตา นิ่งงันและจมอยู่ในความคิด
"แพตตี้สร้างปัญหาให้เขาแล้ว เขาคงกำลังคิดว่าจะกลับมาลบความจำเธอยังไงดีในภายหลังแน่ ๆ เลยครับ" แฮร์รี่พูดด้วยความเห็นใจ
เซเวอรัสไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่หันไปมองลูกศิษย์ที่ไร้เดียงสาของเขาด้วยสายตาที่พูดไม่ออก
แม้แต่วิญญาณสเนปในตัวเขาก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา
"บื้อเหมือนกับพ่อที่ไร้ยางอายของมันไม่มีผิด"