- หน้าแรก
- เมื่อสเนปกลายเป็นคนอารมณ์ดี
- บทที่ 27 การลักพาตัว
บทที่ 27 การลักพาตัว
บทที่ 27 การลักพาตัว
บทที่ 27 การลักพาตัว
เช้าตรู่วันถัดมา เซเวอรัสเดินทางออกจากคฤหาสน์แบดมินตัน
แฮร์รี่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เนื่องจากการออกไปครั้งนี้อาจมีอันตรายและไม่เหมาะสำหรับเขา
เมื่อมาถึงที่พักเก่าของซลักฮอร์น เซเวอรัสสัมผัสได้ชัดเจนว่าเพียงแค่วันเดียว เจ้าวอลรัสอ้วนคนนี้ดูเคร่งเครียดและซูบเซียวลงกว่าเดิมมาก
วินาทีที่เขาเห็นเซเวอรัส เขาอดไม่ได้ที่จะชิงพูดขึ้นก่อน
"ฉันได้รับข่าวมาบ้างแล้ว พวกมือปราบมารจากกระทรวงเจอตัวพ่อค้าน้ำยาปรุงยาที่ฉันติดต่อด้วยบ่อย ๆ แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็คง..."
"ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็คงจะมาหาท่านไม่ทันกาลแล้วล่ะ" เซเวอรัสตบบ่าซลักฮอร์นพลางพูดแทรก "ตัวการได้รับการยืนยันแน่ชัดแล้วว่าเป็น เอลเดร็ด วอร์เพิล กับเพื่อนแวมไพร์ของเขา คนที่มางานเลี้ยงเป็นครั้งแรกในวันนั้นนั่นแหละ!"
ซลักฮอร์นจ้องมองเซเวอรัสด้วยความตกใจ
"พวกเขางั้นหรือ! เธอแน่ใจนะ? แวมไพร์คนนั้นดูขี้กลัวจะตายไป ส่วนเอลเดร็ด วอร์เพิล ก็เป็นอดีตลูกศิษย์ของฉัน เป็นคนที่มุ่งมั่นจะสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการเขียนหนังสือ เขามาหาฉันก็เพื่อขอให้ช่วยโปรโมตหนังสือเล่มใหม่!"
"แล้ว... แล้วทำไมพวกเขาต้องทำร้ายมักเกิ้ลด้วย? พวกเขามีความแค้นพยาบาทอะไรกับเด็กคนนั้นกัน?"
"มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นพวกเขา ผมเจอกระเทียมหัวหนึ่งในห้องนอนของเหยื่อ มีเพียงแวมไพร์เท่านั้นแหละที่จะรังเกียจของพรรค์นั้น"
เซเวอรัสสบตาซลักฮอร์น
"บอกที่อยู่ของพวกเขามา ผมจะไปหาถึงที่ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ต้องสงสัยจริงหรือไม่ เมื่อผมเจอตัว ความจริงก็จะปรากฏเอง"
ซลักฮอร์นไม่ลังเล เขาหยิบแผ่นกระดาษออกมาเขียนที่อยู่ให้ทันที
"วอร์เพิลอยากเขียนหนังสือเกี่ยวกับแวมไพร์ชื่อว่า 'พี่น้องร่วมโลหิต: ชีวิตของฉันท่ามกลางเหล่าแวมไพร์' ตลอดปีที่ผ่านมาเขาอาศัยอยู่ที่นี่กับเพื่อนแวมไพร์ของเขา!"
เซเวอรัสเหลือบมองที่อยู่บนกระดาษ มันตั้งอยู่ในป่าแถบชานเมืองลอนดอน เขาไม่ได้รั้งอยู่ต่อ แต่ใช้คาถาปรากฏตัวกลับไปยังลอนดอนแล้วมุ่งหน้าไปยังปราสาทในป่าแห่งนั้นทันที
ทว่า การเดินทางครั้งนี้เขากลับคว้าน้ำเหลว
"แกมาตามหาเอลเดร็ด วอร์เพิล กับแซงกวินีงั้นรึ?" ก๊อบลินตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในปราสาทเช่นกันกวาดสายตามองเซเวอรัสที่หน้าประตู "ข้าก็ตามหาพวกมันเหมือนกัน! ไอ้โง่สองตัวนั้นไม่ได้กลับมาที่นี่ครึ่งเดือนแล้ว!"
เซเวอรัสขมวดคิ้ว
ในฐานะอดีตมือขวาของลอร์ดโวลเดอมอร์และปัจจุบันเป็นจารชนคนสำคัญของดัมเบิลดอร์ เขาครองตำแหน่งปรมาจารย์ในหลายแขนง
นอกเหนือจากวิชาปรุงยาและศาสตร์มืดที่เลื่องชื่อแล้ว เขายังเป็นปรมาจารย์ตัวจริงในด้านวิชาสกัดใจและพินิจใจอีกด้วย
เขามั่นใจว่าก๊อบลินตรงหน้าไม่ได้โกหก ทั้งสองคนหายไปนานแล้วจริง ๆ และก๊อบลินตนนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน
เซเวอรัสไม่เซ้าซี้เขาต่อและหันหลังเดินออกจากป่าทึบนั้น
สถานการณ์ที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้คือ หากเอลเดร็ด วอร์เพิล และแซงกวินีหนีออกนอกประเทศอังกฤษไปแล้ว
แต่หากพวกเขาตั้งใจจะหนีทันทีหลังจากก่อเหตุ ทำไมถึงต้องวางยานอนหลับเด็กสาวมักเกิ้ลที่พิการด้วยล่ะ?
ยานอนหลับพินาศสันตะโรขวดนั้นไม่ใช่ยาพิษที่ทำให้ถึงตาย หากพวกเขาต้องการฆ่าใครสักคนจริงๆ ทั้งแวมไพร์และพ่อมดต่างก็มีวิธีตั้งมากมาย
พวกเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?
ขณะที่เซเวอรัสกำลังขบคิดและเตรียมตัวจะกลับไปยังคฤหาสน์ นกฮูกตัวหนึ่งก็บินตรงมาทางเขา เมื่อมันบินผ่านเหนือหัวเซเวอรัส มันก็ทิ้งแผ่นกระดาษลงมากลางอากาศ จากนั้นก็รีบสยายปีกบินหนีไปโดยไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว
เซเวอรัสมองตามนกฮูกที่ดูเหมือนจะบินหนีไปด้วยความตื่นตระหนก เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาจากพื้น
เมื่อคลี่กระดาษออกดูเนื้อความในจดหมาย ในขณะเดียวกัน เศษผ้าที่คุ้นตาก็ร่วงหล่นลงมาจากข้างใน
เมื่อเห็นเศษผ้าผืนนั้น สายตาของเขาพลันแข็งค้างทันที
แม้แต่วิญญาณสเนปก็ยังเผลอกลั้นหายใจในวินาทีนี้!
"ตามพวกเรามาเถอะ! ดัดลีย์ ฉันรับรองเลยว่านายไม่เคยเห็นฐานลับของพวกเราแน่!"
ในคอกม้าที่อยู่ติดกับด้านหนึ่งของคฤหาสน์แบดมินตัน ซอมเมอร์เซ็ทและเพื่อน ๆ พาแฮร์รี่เดินลึกเข้าไปในโกดังเก็บอาหารสัตว์ที่อยู่ด้านหลัง
ดูเหมือนวันนี้คนงานจะหยุดพักกันหมด พวกเขาจึงไม่ค่อยเจอใครระหว่างทาง
"พวกผู้ใหญ่หาที่นี่ไม่เจอหรอก พวกเขาไม่มีวันรู้ว่าเราซ่อนอะไรไว้ที่นี่บ้าง"
ซอมเมอร์เซ็ทพูดอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะผลักประตูไม้เข้าไปในห้องที่อยู่ท้ายสุดของโกดัง
ภายในนั้นกลับเป็นห้องที่ปูด้วยพรมแคชเมียร์ ติดวอลเปเปอร์สีอุ่น และมีโคมไฟระย้าคริสตัล ในห้องมีเครื่องเล่นเกมสองเครื่อง โทรทัศน์สองเครื่อง และโต๊ะฟุตบอล!
นั่นเป็นเครื่องเล่นเกมและโทรทัศน์ที่ดูดีกว่าที่เพ็ตทูเนียและเวอร์นอน เดอร์สลีย์ ซื้อให้ดัดลีย์เสียอีก แฮร์รี่มองดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงเหล่านั้นด้วยความตกใจ สัมผัสได้ถึงความแตกต่างของโลกใบนี้เป็นครั้งแรก
"พวกนายไปเอาของพวกนี้มาจากไหนน่ะ?"
"พวกเราช่วยกันลงขันด้วยเงินค่าขนม แล้วให้จอห์นคนขับรถช่วยซื้อให้ไง!" ซอมเมอร์เซ็ทโอ้อวด "พวกเราขู่เขาไว้ว่าห้ามบอกผู้ใหญ่คนอื่นเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะให้พ่อไล่เขาออก!"
ทว่าแฮร์รี่กลับรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ฐานลับอะไรเลย เป็นไปไม่ได้ที่จอห์นคนขับรถจะไม่บอกคุณซอมเมอร์เซ็ท เพียงแต่พวกผู้ใหญ่คงไม่คิดจะเปิดโปงความลับของเด็ก ๆ เท่านั้นเอง
แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกับความสุขของแฮร์รี่ในตอนนี้
ตอนที่อยู่บ้านเดอร์สลีย์ เขาทำได้เพียงยืนมองดัดลีย์เล่นด้วยความอิจฉา ป้าเพ็ตทูเนียและลุงเวอร์นอนไม่มีวันยอมให้เขาสัมผัสของพรรค์นี้เด็ดขาด
บัดนี้ ด้วยความสัมพันธ์กับซอมเมอร์เซ็ท ในที่สุดเขาก็ได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้จริง ๆ เสียที
เขาเล่นสนุกกับกลุ่มเด็ก ๆ อย่างบ้าคลั่งอยู่นานกว่าชั่วโมง จนเพลิดเพลินเสียจนไม่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำ
ในที่สุด เมื่อแฮร์รี่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงส่งจอยเกมให้เด็กอีกคนรับช่วงต่อ แล้วรีบวิ่งออกไปนอกโกดังเพื่อทำธุระส่วนตัว
ทันทีที่เขาทำธุระเสร็จและกำลังดึงกางเกงขึ้น เตรียมตัวจะเดินกลับเข้าไป...
เงาร่างสองร่าง คนหนึ่งสูงและคนหนึ่งเตี้ย ก็พลันปรากฏขึ้นโอบล้อมเขาไว้
สายตาของแฮร์รี่เริ่มระแวดระวัง
เขาจำคนร่างสูงได้ในทันที—ชายหนุ่มที่มีใบหน้าซีดขาวผิดธรรมชาติ ดูหล่อเหลาแต่กลับมีท่าทางขี้ขลาดอยู่บ้าง
นับตั้งแต่เซเวอรับตัวเขามาจากบ้านเดอร์สลีย์เมื่อวานซืน เขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ทั้งในร้านหม้อใหญ่รั่วและในตรอกไดแอกอน!
และพ่อมดร่างเตี้ยท้วมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ—เขาก็เคยเจอที่ตรอกไดแอกอนเช่นกัน!
"พวกคุณเป็นใคร!"
เขาถอยหลังตามสัญชาตญาณ พลางถามด้วยความกังวล
"เราจะไม่ทำร้ายเธอ ทำตัวดี ๆ นะเด็กน้อย ทำตัวดี ๆ" พ่อมดร่างเตี้ยท้วมก็ดูจะประหม่ามากเช่นกัน เขาพูดโน้มน้าวพลางดึงเชือกออกมาจากข้างหลัง
แฮร์รี่สัมผัสได้ถึงอันตรายจึงหันหลังจะวิ่งหนี พร้อมกับตะโกนขึ้นมา
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!!"
แต่ก่อนที่เขาจะได้อ้าปาก เสียงร่ายคาถาก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
"อินคาเซอรัส!"
"โลโคมอเตอร์ มอร์ทิส!"
แสงสีแดงวาบพุ่งเข้าใส่แฮร์รี่เป็นลำดับแรก ขาของเขารู้สึกเหมือนถูกทากาวติดเข้าด้วยกัน ในขณะเดียวกัน เชือกเส้นหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างคล่องแคล่วราวกับงู มัดร่างกายของเขาไว้แน่น!
พ่อมดร่างท้วมและชายหนุ่มหน้าซีด ก็คือ เอลเดร็ด วอร์เพิล นักเขียนพ่อมด และแวมไพร์แซงกวินี ตัวการที่ทำให้เซเวอรัสต้องคว้าน้ำเหลวนั่นเอง
วอร์เพิลลดไม้กายสิทธิ์ลงแล้วรีบเอาเชือกป่านที่เตรียมไว้มามัดซ้ำรอบตัวแฮร์รี่ที่ถูกมัดอยู่แล้ว เพราะเขากลัวว่าคาถาอินคาเซอรัสจะเสื่อมฤทธิ์ในอีกไม่ช้า และจะทำให้แฮร์รี่หนีไปได้
ตอนนี้แฮร์รี่ตกอยู่ในความสิ้นหวัง เขารู้ดีว่าตะโกนไปก็ไม่มีประโยชน์
โกดังอาหารสัตว์แห่งนี้ใหญ่โตมาก เสียงไม่มีทางเล็ดลอดออกไปได้เลย ในขณะที่พวกซอมเมอร์เซ็ทต่างก็จมดิ่งอยู่ในโลกของเกมกันหมด อย่าว่าแต่จะได้ยินเสียงเรียกเลย ต่อให้ฟ้าร้องพวกนั้นก็อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!
"นายมัดเขาแน่นเกินไปแล้ว! เขาหายใจไม่ออก!"
แฮร์รี่ที่ใบหน้าแดงก่ำเพราะหายใจไม่ออก รู้สึกขอบคุณเสียงนี้มาก เพราะเขาเกือบจะถูกเชือกรัดจนขาดใจตายจริง ๆ
เมื่อได้ยินคำเตือนของแซงกวินี วอร์เพิลจึงรีบคลายเชือกออกเล็กน้อย
"เราจะกลับกันยังไง? ใช้คาถาปรากฏตัวไหม?" แซงกวินีถามอย่างกังวล
"เขาตัวเล็กเกินไป การพาเขาปรากฏตัวไปด้วยมันอันตรายและผิดพลาดได้ง่าย เราไปมอเตอร์ไซค์เถอะ! นายบอกว่ามีจอดอยู่แถวนี้คันหนึ่งไม่ใช่เหรอ? เป็นของตาแก่ซอมเมอร์เซ็ทน่ะ!"
"พะ... พวกเราไม่มีกุญแจนะ!"
"ไอ้สิ่งที่อยู่ในมือเราน่ะไม่ใช่ไม้ตะบองของโทรลล์นะ แต่มันคือไม้กายสิทธิ์!"
วอร์เพิลตวาดใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนจะคว้าเชือกที่มัดตัวแฮร์รี่ขึ้นมา
"ตามพวกเรามาเงียบ ๆ! เด็กน้อย เราจะไม่ทำร้ายเธอ เราจะไม่ทำร้ายใครทั้งนั้น! ขอแค่เธอเป็นเด็กดี!"
"อย่าดุเขานักเลย เขาเป็นคะ... แค่เด็กนะ" แซงกวินีอ้อนวอน
แฮร์รี่หายใจถี่รัว พยายามบังคับตัวเองให้สงบลง เห็นได้ชัดว่าคนสองคนนี้เฝ้าดูเขามานานแล้ว นี่คือการลักพาตัวที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า!
แต่ทำไมพวกเขาถึงต้องการลักพาตัวเขาล่ะ?
เป็นลูกสมุนของเจ้าแห่งศาสตร์มืดงั้นหรือ?
หรือเป็นศัตรูของพ่อแม่เขา?
แต่พวกเขารู้ได้ยังไงว่าเขาคือแฮร์รี่ พอตเตอร์?
วอร์เพิลและแซงกวินีพาแฮร์รี่มาเจอมอเตอร์ไซค์คันเก่าในโกดังได้อย่างรวดเร็ว
"นายแน่ใจนะว่าขับไอ้เจ้านี่เป็น?" วอร์เพิลถามด้วยความกังวล
แซงกวินีกลืนน้ำลายแล้วพยักหน้า
"ธะ... เธอสอนข้า..."
พวกเขาช่วยกันเข็นมอเตอร์ไซค์ออกมา แซงกวินีเหยียบคลัตช์และเบิ้ลคันเร่ง ในขณะที่วอร์เพิลทำตามคำสั่งโดยการร่ายคาถา "อาโลโฮโมร่า" ใส่รูกุญแจสตาร์ทในจังหวะที่เหมาะสม
เครื่องยนต์แผดเสียงดังกระหึ่ม ใบหน้าของทั้งคู่ปรากฏรอยยินดีออกมา
วอร์เพิลนั่งเบาะหลัง โดยมีแฮร์รี่ที่ถูกมัดอยู่ตรงกลาง จากนั้นโจรลักพาตัวทั้งสองก็พาตัวประกันบึ่งออกจากคอกม้าไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลุ่มฝุ่นตลบ!
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ กว่าที่ซอมเมอร์เซ็ทและเพื่อน ๆ จะรู้ตัวว่าแฮร์รี่หายไปไม่กลับมา
ทว่าเมื่อพวกเขาออกมาตามหา ก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ แล้ว...
แฮร์รี่ไม่รู้ว่ามอเตอร์ไซค์วิ่งมานานแค่ไหน
เขาถูกอัดอยู่ระหว่างพุงโต ๆ ของวอร์เพิลและแผ่นหลังบาง ๆ ของแซงกวินี จนเกือบจะสลบไปเพราะถูกบีบ
ในที่สุด ก่อนที่เขาจะหมดสติไปจริง ๆ รถก็หยุดลง
เขาถูกแซงกวินีอุ้มลงจากรถด้วยสีหน้าทีดูรู้สึกผิด
ข้าง ๆ พวกเขาคือกระท่อมไม้ร้างกลางป่า รอบ ๆ ไม่มีอาคารอื่นใดเลย อย่าว่าแต่จะมีผู้คนผ่านมา
"เร็วเข้า! เราต้องเขียนจดหมายหาเสนปเดี๋ยวนี้ ให้เขารู้ว่าเด็กคนนี้อยู่ในมือเรา!"
แฮร์รี่ที่มึนหัวอยู่ พลันตื่นตัวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินวอร์เพิลพูดประโยคนั้น
เขาเบิกตากว้างจ้องมองแซงกวินี
"พวกคุณจะใช้ผมขู่อาจารย์งั้นเหรอ!"
"ไม่... ไม่ใช่ขู่ มันเป็นการขอ... ขอความช่วยเหลือต่างหาก!" แซงกวินีดูหวาดกลัวพลางพูดตะกุกตะกัก
"การขอความช่วยเหลือต้องทำถึงขั้นลักพาตัวกันแบบนี้เลยเหรอ!" แฮร์รี่ตะโกนขึ้นมาอย่างโกรธแค้น
"เราไม่มีทางเลือก เราไม่มีทางเลือกจริง ๆ เด็กน้อย! กระทรวงเวทมนตร์จะรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าพวกเขาเจอตัวเรา..."
"เลิกพูดมากแล้วพาเขามานี่!"
วอร์เพิลเร่ง
แซงกวินีลากตัวแฮร์รี่เข้าไปในกระท่อม
สถานที่แห่งนั้นรกรุงรัง เต็มไปด้วยข้าวของที่ถูกทิ้งขว้างและของที่ยังพอใช้ได้กองปนเปกันไปหมด
ตรงหน้าต่างกระท่อมไม้มีนกฮูกตัวหนึ่งยืนอยู่ มันกำลังใช้จะงอยปากแหลมคมไซ้ขนของตัวเองอย่างสง่างาม
"เขาน่ะคือเซเวอรัส สเนปนะ... นายไม่มีทางไม่เคยได้ยินชื่อนั้นหรอก เอลเดร็ด เขาเคยเป็นสมุนของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร..."
แซงกวินีประหม่าอย่างหนัก เดินวนไปวนมาอย่างกระสับกระส่าย
"แต่นี่เป็นทางเดียวของเรานะ!" วอร์เพิลจ้องมองเขา "เราต้องใช้เด็กคนนี้บังคับให้เขาช่วยเราเท่านั้น!"
"แล้วถ้าเขาไม่สนใจชีวิตเด็กคนนี้เลยล่ะ? เขาทั้งเลือดเย็นและโหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรมจะตายไป!" แซงกวินีทรุดตัวลงบนม้านั่งที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด พลางทึ้งผมตัวเองไม่หยุด
"ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปเน่าตายในอัซคาบันซะ! แล้วนายก็จะได้ไม่ต้องเจอเธออีกตลอดกาล!"
ขณะที่พวกเขากำลังเถียงกัน แฮร์รี่ก็มองไปรอบ ๆ ในที่สุดเขาก็เดาออกว่าพ่อมดสองคนตรงหน้าคือใคร!
แต่เขาฉลาดพอที่จะปิดปากเงียบและไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ไม่นานนัก วอร์เพิลก็เขียนจดหมายเสร็จ จากนั้นเขาก็ฉีกชายเสื้อคลุมของแฮร์รี่ออกมา แล้วม้วนเศษผ้านั้นเข้ากับแผ่นกระดาษ
"เขาจะฆ่าเอรี่ไหม! ถ้าเขาเห็นจดหมายฉบับนี้ เขาจะฆ่ามันไหม!"
แซงกวินีมองดูนกฮูกที่คาบจดหมายแล้วบินจากไป น้ำตาแห่งความเจ็บปวดร่วงหล่นออกมา
"ไม่หรอก! เอรี่น่ะฉลาดจะตาย มันรู้วิธีเอาตัวรอดน่า!" วอร์เพิลพูดออกมา แม้จะไม่แน่ใจว่าเขาเชื่อที่ตัวเองพูดจริง ๆ หรือแค่หลอกตัวเองไปวัน ๆ
กระท่อมไม้เงียบสงัดลง แซงกวินีเหม่อมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง ในขณะที่วอร์เพิลวุ่นวายกับการจัดของในห้อง—แต่ห้องรก ๆ แบบนี้จะมีอะไรให้จัด? เขาแค่หาอะไรทำเพื่อให้ตัวเองหายฟุ้งซ่านเท่านั้น
ผ่านไปนานแสนนาน แซงกวินีเช็ดน้ำตา ในตอนแรกเขาเป็นคนที่ขี้ขลาดที่สุด แต่หลังจากส่งจดหมายไปแล้ว เขากลับกลายเป็นคนสงบลงแทน
"เธอชื่อดัดลีย์ เดอร์สลีย์ ใช่ไหม?" เขามองแฮร์รี่พลางคุ้ยหาของในหีบของวอร์เพิล "อยากกินลูกอมหน่อยไหม?"
แฮร์รี่ส่ายหัวจนหัวสั่นหัวคลอน
"ขอโทษนะ ฉันขอโทษจริงๆ ที่ลากเธอมาพัวพันด้วย แต่ฉันสัญญากับเธอเลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่ทำร้ายเธอเด็ดขาด"
แซงกวินีแกะอมยิ้มกินเองพลางพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่
แฮร์รี่มองดูแวมไพร์หนุ่มคนนี้ ลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา
"ทำไม... ทำไมคุณถึงทำร้ายคุณหนูแพตตี้ล่ะครับ?"
ทันทีที่ชื่อของแพตตี้ถูกเอ่ยถึง น้ำตาของแซงกวินีก็ไหลทะลักออกมาจากดวงตาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
เขาปิดหน้าร่ำไห้ ร่างกายสั่นเทา สะอื้นออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
แฮร์รี่ตกใจจนพูดจาตะกุกตะกักเพื่อขอโทษ
"ขะ... ขอโทษครับ ถ้าผมพูดอะไรผิดไป ผมขอโทษ!"
แซงกวินีส่ายหัวแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยเสียงสะอื้น
"ฉันไม่เคยอยากทำร้ายเธอเลย ไม่เคยเลยจริง ๆ!"