- หน้าแรก
- ทวีปโต้วหลัว วิญญาณยุทธ์หญ้าเงินคราม เริ่มต้นด้วยบททดสอบทั้งเก้าแห่งเทพอาหาร
- บทที่ 12 โรงเรียนนั่วติง
บทที่ 12 โรงเรียนนั่วติง
บทที่ 12 โรงเรียนนั่วติง
บทที่ 12 โรงเรียนนั่วติง
ประตูทางเข้าหลักของโรงเรียนดูยิ่งใหญ่อลังการ
ตรงกึ่งกลางส่วนโค้งของประตูมีตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวสลักไว้ว่า "โรงเรียนนั่วติง"
พนักงานเฝ้าประตูคนหนึ่งสวมชุดฝึกยุทธ์สีน้ำตาลยืนอยู่ที่ทางเข้า พร้อมกับมีดาบสั้นเหน็บอยู่ที่เอว
"หยุดอยู่ตรงนั้น!"
"พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่"
พนักงานเฝ้าประตูหรี่ตาพลางกวาดสายตามองพวกเขาทั้งสามคน
เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่แสนธรรมดาของปู่แจ็คและถังซาน เขาก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูถูกเหยียดหยาม แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นถังชวนที่แต่งตัวเรียบร้อยและมีรูปลักษณ์หล่อเหลา น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
"น้องชายผู้นี้"
"พวกเรามาจากหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ พาลูกหลานมาเข้าเรียนในฐานะนักเรียนทุน..."
ปู่แจ็ครีบก้าวไปข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง เขาหยิบใบรับรองที่ออกโดยสำนักวิญญาณยุทธ์ออกมาจากสาบเสื้อแล้วยื่นให้
"หมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ"
"หมู่บ้านเล็กๆ ที่คุยโวว่าเคยมีวิญญาณพรหมยุทธ์ถือกำเนิดขึ้นน่ะนะ"
"เหอะ ใบรับรองนี่หวังว่าคงไม่ใช่ของปลอมหรอกนะ"
พนักงานเฝ้าประตูแค่นเสียงหัวเราะ ความเย่อหยิ่งบนใบหน้ายิ่งเด่นชัดขึ้นขณะที่เขาชี้นิ้วไปทางถังซาน "โดยเฉพาะเด็กคนนี้ ดูไม่มีพลังวิญญาณอยู่เลยสักนิด"
ถังซานขมวดคิ้วมุ่น
ในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไปโต้แย้ง ถังชวนก็ดึงแขนเสื้อของเขาไว้เบาๆ
ทันใดนั้น เสียงที่ค่อนข้างแหบพร่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น "เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาออกันอยู่ที่หน้าประตูแบบนี้"
ทุกคนหันกลับไปมอง พบชายวัยกลางคนคนหนึ่งสวมชุดยาวสีเทากำลังเดินตรงมาทางพวกเขา
เขามีรูปร่างค่อนข้างผอม ผมสั้นสีดำ และมีหน้าตาธรรมดาสามัญ ทว่าดวงตาของเขากลับแฝงไปด้วยร่องรอยของความหม่นหมอง
"ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว"
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ พนักงานเฝ้าประตูก็รีบกล่าวทักทายด้วยความเคารพในทันที พร้อมกับรีบแก้ตัวให้ตนเอง "ตาแก่นจากบ้านนอกคนนี้พยายามจะหลอกลวงคนอื่นด้วยใบรับรองปลอมครับ..."
ดวงตาของอวี้เสี่ยวกันกวาดมองใบรับรองในมือของปู่แจ็ค รูม่านตาของเขาหดตัวลงเล็กน้อย
เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วรับใบรับรองนั้นมา
เขาตรวจสอบใบรับรองอย่างละเอียด โดยเฉพาะบรรทัดที่ระบุถึงพลังวิญญาณแต่กำเนิดและวิญญาณยุทธ์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองถังซานและถังชวน
"ใบรับรองเป็นของจริง"
"ตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าทั้งสองคนเข้าไปข้างในเอง"
อวี้เสี่ยวกันพยายามฝืนยิ้มให้ถังซานและถังชวน แตรรอยยิ้มของเขานั้นดูฝืนธรรมชาติไปเสียหน่อย
หลังจากกล่าวลาปู่แจ็คเพียงไม่กี่คำ ทั้งสองคนก็เดินตามอวี้เสี่ยวกันผ่านประตูใหญ่ของโรงเรียนเข้าไป
ทางเดินในโรงเรียนนั่วติงปูด้วยหินสีน้ำเงิน สองข้างทางมีต้นไม้ร่มรื่น มีนักเรียนในชุดเครื่องแบบเดินผ่านไปมาบ้างเป็นครั้งคราว เมื่อลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน ใบไม้ที่ร่วงหล่นก็ปลิวมาโดนหัวไหล่ของพวกเขา
อวี้เสี่ยวกันเดินนำหน้าไป
ทางที่เขาเลือกเริ่มเงียบสงัดขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ ห่างไกลจากถนนหลักที่พลุกพล่าน จนกระทั่งเขาหยุดลงใต้กำแพงที่มีเถาวัลย์ปกคลุม
อวี้เสี่ยวกันหันกลับมา
ดวงตาที่เคยดูหม่นหมองในตอนแรก บัดนี้กลับฉายประกายแห่งความมั่นใจขณะที่เขาจ้องมองสองพี่น้องอย่างแน่วแน่
"พวกเจ้าทั้งสองคนมีวิญญาณยุทธ์มากกว่าหนึ่งอย่างใช่หรือไม่"
"หือ"
ถังซานเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว รูม่านตาหดเล็กลง
เขาเคยพูดเรื่องวิญญาณยุทธ์คู่กับท่านพ่อและพี่ชายเท่านั้น แม้แต่ท่านปู่แจ็คก็ยังไม่รู้เรื่องนี้
อาจารย์ในโรงเรียนคนนี้ซึ่งเขาไม่เคยพบหน้ามาก่อน กลับมองออกเพียงแค่ปราดเดียว อาจารย์ในโรงเรียนนั่วติงทุกคนมีสายตาที่แหลมคมระดับนี้เลยหรือ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของถังซาน อวี้เสี่ยวกันก็ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้
"เท่าที่ข้ารู้มา"
"แม้จะเป็นวิญญาณยุทธ์ที่เกิดการกลายพันธุ์ แต่หญ้าเงินครามไม่มีทางที่จะมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดได้ ดังนั้น พวกเจ้าสองพี่น้องต้องมีวิญญาณยุทธ์คู่แน่นอน"
"คำอธิบายนี้เพียงอย่างเดียวที่สามารถตอบได้ว่า ทำไมหญ้าเงินครามถึงมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด"
"เพราะพรสวรรค์ที่แท้จริงของพวกเจ้ามาจากวิญญาณยุทธ์อีกอย่างหนึ่งที่ทรงพลังกว่า!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ความคาดหวังที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจของถังซานก็มลายหายไป
เขาเคยคิดว่าชายวัยกลางคนคนนี้ที่พนักงานเฝ้าประตูเรียกว่าอาจารย์ใหญ่จะมีความสามารถที่น่าทึ่ง แต่กลับกลายเป็นว่าเขาแค่เดาสุ่มไปเรื่อย และที่สำคัญคือเขาเดาผิดเสียด้วย...
"ใครบอกว่าหญ้าเงินครามจะมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดไม่ได้"
ถังซานคิดในใจ "วิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามของพี่ใหญ่ได้รับการยอมรับจากเทพแห่งอาหาร มันล้ำค่ากว่าวิญญาณยุทธ์คู่เสียอีก!"
ความประหลาดใจในแววตาของเขาหายไป แทนที่ด้วยความเคลือบแคลงสงสัยในมาตรฐานการสอนของโรงเรียนนั่วติง
ถังชวนเหลือบมองอวี้เสี่ยวกันด้วยสายตาเฉยเมยพลางส่ายหัว "ข้าไม่มีวิญญาณยุทธ์คู่ ข้ามีเพียงวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามอย่างเดียวเท่านั้น"
"เป็นไปไม่ได้!"
อวี้เสี่ยวกันโต้แย้งทันควัน เขาขยับก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าวด้วยสายตาที่ยังคงมุ่งมั่นจะค้นหาความจริง "ข้าศึกษาเรื่องวิญญาณยุทธ์มาสามสิบปี และเคยสำรวจผู้คนที่มีวิญญาณยุทธ์เป็นหญ้าเงินครามมาแล้วถึงหกร้อยสี่สิบเจ็ดคน..."
เขาพูดยืดยาวอ้างหลักฐานมากมายมหาศาลเพื่อพิสูจน์ว่าข้อสรุปของเขาไม่มีทางผิดพลาด
เมื่อเห็นเช่นนั้น ถังซานก็ขมวดคิ้วแน่น
จากการที่เขาได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากท่านพ่อมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขามีความไวต่อความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์มาก
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า ตั้งแต่พี่ชายปฏิเสธว่าไม่มีวิญญาณยุทธ์คู่ น้ำเสียงของอาจารย์ใหญ่คนนี้ก็ดูเย็นชาลง และความคาดหวังในดวงตาก็เปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงสงสัย
การเปลี่ยนท่าทีเช่นนี้ทำให้ถังซานรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
พี่ชายของเขาไม่เคยโกหก และต่อให้เขามีวิญญาณยุทธ์คู่จริง มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของคนนอกอย่างเขา
"อาจารย์ครับ ในเมื่อพี่ชายของข้าบอกว่าไม่มี ก็คือไม่มี"
ถังซานก้าวออกไปบังด้านหน้าของถังชวนไว้ครึ่งตัวแล้วกล่าวอย่างหนักแน่น "เขามีวิญญาณยุทธ์เพียงอย่างเดียวจริงๆ"
อวี้เสี่ยวกันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวยืนยันคำเดิม "เป็นไปไม่ได้!"
"ข้าศึกษาเรื่องวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามมาอย่างลึกซึ้ง ขีดจำกัดของมันไม่มีทางสร้างพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดได้แน่นอน สิ่งนี้มันขัดแย้งกับทฤษฎีของข้า!"
เห็นได้ชัดว่า อวี้เสี่ยวกันมีความมั่นใจในงานวิจัยทางทฤษฎีของตนเองอย่างยิ่งยวด
"ทฤษฎีงั้นหรือ"
ถังชวนเอ่ยขึ้นขัดจังหวะเขา "ความจริงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว ใบรับรองการปลุกวิญญาณยุทธ์จากสำนักวิญญาณยุทธ์ก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ทั้งข้าและเสี่ยวซานมีวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามและมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด"
"สิ่งนี้พิสูจน์ได้เพียงว่าทฤษฎีของท่านมีปัญหา ไม่ใช่มาบังคับเอาข้อสรุปว่าข้าต้องมีวิญญาณยุทธ์คู่"
"วิญญาณยุทธ์ของทุกคนจำเป็นต้องเป็นไปตามทฤษฎีของท่านด้วยหรือ"
คำโต้แย้งของถังชวนทำให้อวี้เสี่ยวกันถึงกับพูดไม่ออก
คำพูดเหล่านี้จี้ลงไปตรงจุดที่เป็นรากฐานระบบทฤษฎีของอวี้เสี่ยวกันโดยตรง
เขาใช้เวลาค่อนชีวิตในการศึกษาวิจัยทฤษฎีวิญญาณจารย์ ให้ความสำคัญกับข้อมูลและตรรกะเหนือสิ่งอื่นใด
เมื่อมีข้อยกเว้นปรากฏขึ้นมากกว่าหนึ่งอย่าง ย่อมพิสูจน์ได้ว่างานวิจัยของเขานั้นยังไม่สมบูรณ์และไม่แม่นยำ ทำให้ทฤษฎีของเขากลายเป็นเพียงคำพูดที่เลื่อนลอย
เขาจ้องมองถังชวนอยู่ครู่หนึ่ง อ้าปากจะพูดแต่ก็หาคำโต้แย้งไม่ได้
จากนั้นเขาจึงหันสายตาไปทางถังซาน
"พี่ชายของเจ้าบอกว่าเขาไม่มีวิญญาณยุทธ์คู่ แต่เจ้าเองก็ไม่ได้ปฏิเสธในส่วนของตัวเจ้า"
"แล้ววิญญาณยุทธ์ที่สองของเจ้าคืออะไรล่ะ"
น้ำเสียงของอวี้เสี่ยวกันที่ใช้กับถังซานดูนุ่มนวลขึ้น และแฝงไปด้วยความเร่งรีบ เพราะเขาต้องการพิสูจน์ว่าการคาดเดาของเขานั้นไม่ผิด
ถังซานรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
เดี๋ยวเขาก็สงสัยในตัวพี่ชาย เดี๋ยวเขาก็มากดดันถามเรื่องวิญญาณยุทธ์ที่สอง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ให้ความเคารพในตัวพี่ชายของเขาเลย
แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
พี่ชายของเขายังต้องเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ หากเขาล่วงเกินคนผู้นี้ไป และหากชายคนนี้มีเส้นสายในโรงเรียน เกิดเขามาสร้างความลำบากให้พี่ชายในภายหลังจะทำอย่างไร
หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว ถังซานจึงสะกดกลั้นความโกรธในใจเอาไว้
เขาชี้ไปที่ถังชวน ก่อนจะตบไปที่ห่อสัมภาระที่พองโตบนหลังของเขา แล้วกล่าวเรียบๆ ว่า "อาจารย์ ท่านเดาผิดอีกแล้วครับ"
"ไม่มีวิญญาณยุทธ์ที่สองอะไรทั้งนั้น"
"วิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามของข้ายิ่งอ่อนแอกว่า และพรสวรรค์ของข้าก็สู้พี่ชายไม่ได้ ข้าแค่มาส่งเขาเท่านั้น เมื่อทำเรื่องเข้าเรียนเสร็จแล้ว ข้าก็จะกลับ"
"เป็นไปไม่ได้!"
อวี้เสี่ยวกันขมวดคิ้ว เขามั่นใจว่าปฏิกิริยาของถังซานก่อนหน้านี้ต้องมีความลับซ่อนอยู่แน่นอน
"ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ของพวกเจ้าออกมาให้ข้าดูหน่อย"
ถังซานเริ่มรู้สึกรังเกียจมากขึ้น และเขายังรู้สึกถึงความระแวดระวังที่พุ่งสูงขึ้น
วงแหวนวิญญาณวงแรกของพี่ชายคือวงแหวนวิญญาณพันปีสีม่วงเข้ม หากเปิดเผยออกมา คนผู้นี้จะต้องไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แน่ และเมื่อนั้นปัญหาใหญ่จะตามมา
แต่ถ้าหากไม่ยอมทำตาม ด้วยความดื้อรั้นของชายคนนี้ พวกเขาคงจะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ ในวันนี้แน่นอน