- หน้าแรก
- มาร์เวล ฉันมีระบบกลืนกินสรรพสิ่ง
- ตอนที่48 คิเลียน
ตอนที่48 คิเลียน
ตอนที่48 คิเลียน
ไม่กี่นาทีต่อมา
ไวท์ควีนเรียกประชุมสมาชิกเฮลไฟร์คลับอย่างเร่งด่วน
“จากคำให้การของโลกิ เจียงเฉินมีมณีอยู่กับตัว!”
“ฉันสั่งให้สมาชิกเฮลไฟร์คลับทุกคนออกปฏิบัติการ คืนนี้ต้องหาที่ซ่อนของเจียงเฉินให้เจอ!”
“ท่านไวท์ควีน พวกเราต้องลงมือทันทีเลยไหม?”
เมื่อได้ยินคำสั่ง สมาชิกเฮลไฟร์คลับคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ไม่! พอเจอตัวแล้ว ให้เฝ้าดูเขาไว้ก่อน!”
“ฉันเชื่อว่าแบล็คโบลต์จะสามารถตามรอยตำแหน่งของเมดูซาได้ในไม่ช้า รอให้ทั้งสองฝ่ายสู้กันจนบอบช้ำ แล้วค่อยลงมือก็ยังไม่สาย!”
ไวท์ควีนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
แม้อำนาจของเฮลไฟร์คลับจะไม่ได้ด้อยไปกว่าอินฮิวแมน แต่เธอชัดเจนว่าไม่ต้องการเปิดศึกใหญ่กับอินฮิวแมน
ภายใต้แรงล่อลวงของมณี ไวท์ควีนไม่ต้องการให้แบล็คโบลต์มีส่วนแบ่งแม้แต่น้อย
แทนที่จะร่วมมือกับแบล็คโบลต์ สู้รอให้อินฮิวแมนได้รับความเสียหายหนัก แล้วค่อยกวาดล้างอินฮิวแมนทั้งกลุ่มรวมถึงเจียงเฉินในคราวเดียวจะดีกว่า
――――――――――――――――――
ยามเย็น
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับหายไปหลังเส้นขอบฟ้า แสงสุดท้ายของวันทอดยาวเหนือผิวน้ำทะเล
ที่นี่คือป่ารกชานเมืองนิวยอร์ก รอบด้านเงียบเหงาไร้ผู้คน มีเพียงความรกร้างว่างเปล่า
บรรยากาศในป่าเงียบสงัดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
โพลาริสและพวกติดตามเจียงเฉิน พาเมดูซาย้ายมายังผืนป่าแห่งนี้
“หัวหน้า ทำไมพวกเราต้องมารอแบล็คโบลต์ที่นี่?” โพลาริสมองการตัดสินใจของเจียงเฉินด้วยความไม่เข้าใจ
“อินฮิวแมนออกมาทั้งหมดแล้ว ถ้าฉันสู้กับเขาในนิวยอร์ก เมืองคงเสียหาย อาคารรอบ ๆ ต้องพังยับ และผู้คนก็จะตื่นตระหนก” เจียงเฉินตอบกลับ
“อ้อ เข้าใจแล้ว!” โพลาริสพยักหน้าอย่างกระจ่าง
ตั้งแต่ติดตามแม็กนีโตมา เธอไม่เคยต้องคำนึงถึงเรื่องแบบนี้มาก่อน
พอได้ยินเหตุผลของเจียงเฉิน โพลาริสก็อดคิดไม่ได้ว่า วิธีการของหัวหน้าช่างเหนือกว่าพ่อของเธออย่างเทียบไม่ติด
“เอ๊ะ! ตรงนั้นมีโรงงานด้วย!”
เดินมาได้ไม่นาน โพลาริสก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ
ทุกคนหันไปตามเสียง
เจียงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย
สถานที่กันดารแบบนี้ การคมนาคมก็ลำบาก ใครจะมาสร้างโรงงานไว้ที่นี่กัน?
มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย
“ทุกคนระวังตัว บลิงค์ เธอพาคนอยู่ด้านนอก ฉันจะเข้าไปดูเอง!” เจียงเฉินกำชับด้วยความระมัดระวัง
สิ้นคำ ร่างของเจียงเฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้า หายวับไปในพริบตา
――――――――――――――――――
เมื่อก้าวเข้าไปในโรงงานกลิ่นอายอันน่าสะพรึงและอันตรายถึงชีวิตแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ที่นี่เต็มไปด้วยวัชพืช เครื่องมือและอุปกรณ์ส่วนใหญ่ขึ้นสนิม ดูเหมือนถูกทิ้งร้างมานาน ภายนอกไร้เงาผู้คน
เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านในห้องที่คล้ายห้องทดลองปรากฏสู่สายตา
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในเรียบง่ายเสียยิ่งกว่าห้องแล็บชีววิทยาในมหาวิทยาลัย
ตรงกลางห้องตั้งตระหง่านด้วยถังบรรจุร่างมนุษย์ขนาดยักษ์รอบด้านวางเรียงด้วยสารละลายทดลองสีต่างๆเข็มฉีดยาและอุปกรณ์สำหรับมัดตัวคนโดยเฉพาะ
มองภาพรวมแล้ว นี่คือห้องทดลองชีวภาพลับอย่างชัดเจน
และเหตุผลที่สร้างไว้ในสถานที่กันดารเช่นนี้ ก็ย่อมเพื่อใช้ทำการทดลองมนุษย์ที่ไม่อาจเปิดเผยได้
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!!
ทันใดนั้น
ชายหลายคนในชุดสูทสีดำสังเกตเห็นเจียงเฉินก่อนจะกรูเข้าล้อมทันที
อีกฝ่ายไม่พูดพร่ำทำเพลงหมัดหนักหน่วงพุ่งใส่เจียงเฉินในพริบตา
“พวกสวะ!” เจียงเฉินแค่นเสียงเย็นชาใยหลายเส้นพุ่งออกจากมือพันธนาการคนเหล่านั้นจนขยับไม่ได้
ทว่าทุกอย่างยังไม่จบลง
ขณะเจียงเฉินกำลังจะเข้าไปสอบถามดวงตาของชายเหล่านั้นพลันถูกเปลวไฟปกคลุมเปลวเพลิงลุกท่วมทั่วร่างเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นมนุษย์เพลิง
“โฮกกก!!”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นพร้อมกัน
“อะไรวะ! พวกมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมงั้นเหรอ?!”
ภาพตรงหน้าทำให้เจียงเฉินชะงักงัน ความทรงจำเกี่ยวกับการทดลองมนุษย์ดัดแปลงใน Iron Man 3 ผุดขึ้นในหัวทันที
ไม่ต้องสงสัย คนพวกนี้คือมนุษย์ดัดแปลงแน่นอน
ถ้าอย่างนั้น ฐานลับแห่งนี้ก็ต้องเป็นสถานที่วิจัยของคิเลียน
เจียงเฉินเองก็ไม่คาดคิดว่าบุกเข้ามามั่วๆจะมาโผล่ถึงที่นี่ได้
แต่ดูเหมือนคิเลียนจะไม่อยู่ เหลือไว้เพียงลูกน้องไม่กี่คนเฝ้าฐานเท่านั้น
ในขณะนั้นเอง ชายหลายคนกลับไม่สนใจใยที่รัดตรึงไว้ พุ่งเข้าใส่เจียงเฉินทั้งที่ร่างถูกเปลวไฟโหมกระหน่ำ ไฟที่เดือดพล่านในร่างกายพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ
“ไสหัวไป!”
เจียงเฉินทะยานขึ้นกลางอากาศ ขาวัชระคงกระพันกวาดเตะออกไปอย่างรุนแรง
กร๊อบ——!!
แรงลมจากปลายเท้าพุ่งกวาดไกลนับสิบเมตร ดั่งคมมีดที่มองไม่เห็น กระแทกใส่ศีรษะอีกฝ่ายจนกะโหลกแตกในพริบตา
หลังจัดการคนพวกนั้นเรียบร้อย เจียงเฉินก็แจ้งให้โพลาริสและพวกเข้ามาพักในโรงงานชั่วคราว
สายตาของเขากวาดมองลังสารละลายชีวภาพที่วางเรียงบนโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมีนัย
“คืนนี้ต้องมีเรื่องสนุกแน่ ๆ พวกนายช่วยเก็บลังพวกนี้ไว้ให้ดี”
ภายในนิวยอร์ก
ข่าวการเคลื่อนไหวของชิลด์แพร่สะพัดไปทั่วเครือข่ายใต้ดินแล้ว
และในเวลานี้ฟิวรีก็ยังไม่รู้เลยว่าภัยคุกคามร้ายแรงอย่างยิ่งได้แฝงตัวเข้าสู่เขตเมืองนิวยอร์กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว