- หน้าแรก
- มาร์เวล ฉันมีระบบกลืนกินสรรพสิ่ง
- ตอนที่47 ร่วมมือกับโลกิ
ตอนที่47 ร่วมมือกับโลกิ
ตอนที่47 ร่วมมือกับโลกิ
ข่าวจากดาร์กเว็บถูกส่งตรงเข้าสู่ห้องทำงานของฟิวรีอย่างรวดเร็ว
เขาเพิ่งกัดพิซซ่าไปคำเดียว ก็แทบสำลักทันที
“นายว่าอะไรนะ? เจียงเฉินจับตัวเมดูซาไปแล้ว?”
“ครับ! ฝั่งอินฮิวแมนออกแถลงการณ์ ประกาศเปิดศึกกับเจียงเฉินแล้ว!” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรายงานอย่างร้อนรน
“บัดซบ! ไอ้เด็กเวรนี่! คราวนี้เรื่องใหญ่จริง ๆ!” ฟิวรีกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล
เขารู้อยู่แล้วว่าเจียงเฉินต้องเคลื่อนไหว หลังจากพยายามสืบข่าวเกี่ยวกับอินฮิวแมน
แต่สถานการณ์ตอนนี้ รุนแรงเกินกว่าที่เขาคาดไว้มาก
นี่มันชัดเจนว่าอินฮิวแมนกำลังจะระดมกำลังทั้งหมดเปิดศึกตัดสินกับเจียงเฉิน!
สหรัฐฯเพิ่งผ่านเหตุวุ่นวายในนิวยอร์กมาได้ไม่นานจะปล่อยให้เกิดความโกลาหลครั้งใหม่ไม่ได้อีก
ในฐานะผู้อำนวยการหน่วยชิลด์ ฟิวรีจำเป็นต้องหยุดความขัดแย้งนี้ให้ได้
“ให้ตายสิ! เจียงเฉิน ไอ้หมอนั่น!”
“ไหนบอกว่าจะไม่ทำให้ฉันลำบากไง? นี่มันโยนฉันลงเหวชัด ๆ!”
ฟิวรีสบถ พลางเดินออกจากห้องทำงาน พร้อมความรู้สึกเสียใจที่หลงเชื่อคำพูดของเจียงเฉิน
ไม่นานหลังจากนั้นคำสั่งฉุกเฉินก็ถูกส่งไปยังทุกหน่วยของชิลด์
เจ้าหน้าที่ทุกคน ยกเว้นฝ่ายสนับสนุนที่ต้องประจำฐาน ถูกสั่งให้ทุ่มกำลังค้นหาทั้งเจียงเฉินและแบล็คโบลต์อย่างเต็มที่
พร้อมกันนั้น ฟิวรีรีบติดต่อโทนี่ สตาร์ก หวังให้อเวนเจอร์สเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์
ภายในชิลด์จึงตกอยู่ในความตึงเครียดทันที
ขณะเดียวกัน โลกิที่พักฟื้นอยู่ในคุกใต้ดินครบหนึ่งสัปดาห์ อาศัยจังหวะที่การรักษาความปลอดภัยหละหลวม ใช้เวทมนตร์สะกดทหารยาม และหลบหนีออกไปได้สำเร็จ โดยมีบางฝ่ายลึกลับให้การช่วยเหลือ
ข่าวร้ายที่ถาโถมเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้ฟิวรีแทบปวดหัวระเบิด
“บัดเอ๊ย! พลาดจนได้!”
“ระดมกล้องวงจรปิดทั่วนิวยอร์กให้หมด! ต้องหาโลกิให้เจอ ห้ามปล่อยให้มันออกไปก่อเรื่องอีก!”
ฟิวรีคำรามลั่น พร้อมออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่ชิลด์อย่างเกรี้ยวกราด
――――――――――――
เฮลไฟร์คลับ
โลกิถูกคลุมศีรษะและพาเข้าไปยังห้องลับแห่งหนึ่ง
ภายในนั้น มีหญิงสาวผู้หนึ่งราวกับรออยู่ก่อนแล้วเนิ่นนาน
เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีขาว คอวีลึก เรือนร่างเย้ายวนสะดุดตา
เส้นผมสีทองทิ้งตัวลงถึงเอว สวมถุงมือสีขาว การแต่งกายเปิดเผยชวนให้ผู้คนเผลอคิดไกล
ทว่า ใบหน้าอันงดงามของเธอกลับแฝงด้วยความเย็นชา สายตาแข็งกร้าวจนไม่มีใครกล้าคิดล่วงเกิน
“เธอคือใคร?” โลกิเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ฉันคือไวท์ควีนแห่งเฮลไฟร์คลับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะโลกิที่หลบหนีออกมาได้สำเร็จ”
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ” โลกิตอบกลับอย่างเรียบเฉย
แม้เขาจะสามารถหนีออกจากคุกใต้ดินได้ด้วยตัวเอง
แต่การหลีกเลี่ยงระบบเฝ้าระวังและกล้องทั่วนิวยอร์กนั้น ต้องยกความดีความชอบให้เฮลไฟร์คลับจริง ๆ
มิฉะนั้น การหลบหนีคงไม่ง่ายดายเช่นนี้
“ทำไมต้องช่วยฉัน?” โลกิถามขึ้นทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องมองเขาอย่างมีนัยยะ
เขามั่นใจว่า ตนไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับเฮลไฟร์คลับมาก่อนการยื่นมือเข้าช่วยเหลือย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝง
“ฉันอยากให้นายเข้าร่วมกับพวกเรา” ไวท์ควีนตอบอย่างสุขุม
หลังจากการสืบสวนต่อเนื่องหลายวันเธอมั่นใจแล้วว่าโลกิคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายในนิวยอร์ก
และเฮลไฟร์คลับก็กำลังต้องการบุคคลเช่นนี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โลกิขมวดคิ้วทันที
บัดซบ!
ไอ้หนุ่มชาวจีนคนนั้น คราวก่อนเล่นงานฉันจนแทบปางตาย!
ในฐานะเทพ ฉันจะปล่อยเรื่องนี้ไปได้ยังไง?!
ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องกำจัดหมอนั่นให้ได้!
ความทรงจำจากเหตุการณ์ครั้งก่อน ปลุกเร้าความแค้นในใจของโลกิอีกครั้ง
แทนที่จะจากโลกไปอย่างคับแค้น
เขากลับเห็นว่าการเข้าร่วมกับเฮลไฟร์คลับและใช้พลังขององค์กรนี้จัดการเจียงเฉินอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
หลังจากนั้น ค่อยจากไปก็ยังไม่สายเพราะในความคิดของโลกิไม่มีใครสามารถกักขังเขาไว้ได้อยู่แล้ว
“ฉันตกลงได้… แต่เธอต้องรับปากฉันหนึ่งข้อ”
“ว่ามาได้เลย” ไวท์ควีนพยักหน้าเล็กน้อย
“ช่วยตามหาที่อยู่ของไอ้หนุ่มชาวจีนที่ทำร้ายฉัน แล้วจัดการมันซะ!”
ไวท์ควีนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “เงื่อนไขของนาย… ไม่ง่ายเลยนะ”
เธอย่อมรู้ดีว่าคนที่โลกิพูดถึงก็คือเจียงเฉิน ดาวรุ่งหน้าใหม่ในกระดานค่าหัวแห่งดาร์กเว็บ ผู้ถูกขนานนามว่า “จักรพรรดิสายฟ้า”
แม้ไวท์ควีนจะยังไม่รู้จักเจียงเฉินมากนักแต่ก็ทราบดีว่าเขาไม่ใช่คนที่ควรไปมีเรื่องด้วยง่าย ๆ
เฮลไฟร์คลับเองก็ไม่ได้มีความบาดหมางใด ๆ กับเจียงเฉิน ตรงกันข้าม พวกเธอยังเคยคิดจะดึงตัวเขาเข้าร่วมด้วยซ้ำ
ยิ่งเผชิญหน้ากับบุคคลที่ทรงพลังมากเท่าไร ทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดก็คือการทำให้เขาเป็นพวก ไม่ใช่ศัตรู
ไวท์ควีนจึงไม่คิดจะเสี่ยงเพียงเพราะคำขอของโลกิ
“การจะกำจัดเขาไม่ใช่เรื่องง่าย… แต่ถ้าฉันบอกว่า ไอ้หมอนั่นมีของล้ำค่าอยู่ล่ะ?”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นดวงตาของไวท์ควีนก็เป็นประกายขึ้นมา “ของล้ำค่าอะไร?”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ โลกิก็ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“อัญมณีเม็ดหนึ่ง… อัญมณีที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ความคิดของผู้คน ควบคุมจิตใจได้ตามต้องการ”
“ถ้ามีมันอยู่ในมือ การครอบครองโลกจะยังเป็นเรื่องไกลตัวอีกหรือ?”
เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้หัวใจของไวท์ควีนกระตุกวูบ
รูม่านตาของเธอหดตัว สีหน้าเผยความตกตะลึงอย่างชัดเจน
เข้าสู่ความคิดควบคุมจิตใจบนโลกนี้มีสิ่งเช่นนั้นอยู่จริงหรือ?
สำหรับความสามารถในการแทรกแซงจิตใจผู้อื่นนั้น ไวท์ควีนไม่เคยสงสัยเลย
เพราะตัวเธอเองก็มีพลังพิเศษที่ไม่ธรรมดานอกจากร่างกายที่สามารถแปรสภาพเป็นเพชรได้แล้ว
เธอยังครอบครองพลังอันแข็งแกร่งอีกอย่างหนึ่ง โทรจิต
เช่นเดียวกัน เธอสามารถแทรกซึมเข้าสู่จิตใจของผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอ และรบกวนความคิดของพวกเขาได้
“ถ้านายโกหกฉัน… ฉันจะฆ่านายด้วยมือของตัวเอง” ไวท์ควีนจ้องโลกิอย่างเย็นเยียบ
โลกิกลับเพียงหัวเราะเบาๆ พร้อมพยักหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“งั้น… ฉันถือว่าได้เข้าร่วมกับพวกเธอแล้ว?”
“ได้” ไวท์ควีนตอบสั้น ๆ