- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิ ข้าผู้มีกายศักดิ์สิทธิ์รกร้างโบราณ จักเป็นจักรพรรดิสวรรค์
- บทที่ 42: สัตว์อสูรยักษ์สองตนปรากฏกาย! ตั๊กแตนจับจักจั่น
บทที่ 42: สัตว์อสูรยักษ์สองตนปรากฏกาย! ตั๊กแตนจับจักจั่น
บทที่ 42: สัตว์อสูรยักษ์สองตนปรากฏกาย! ตั๊กแตนจับจักจั่น
“นี่คือพลังของขั้นหลอมนภางั้นเหรอ...” มู่เฉินมองดูเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความใจสั่นสะท้าน
“ก็แค่กลุ่มคนไร้ระเบียบเท่านั้นแหละ”
เย่เทียนส่ายหัวอย่างดูแคลน “การต่อสู้ที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต่างหาก”
เป็นไปตามที่เขาคาด เมื่อพวก "ตัวประกอบ" ถอยฉากไป ยอดฝีมือที่แท้จริงก็เริ่มขยับตัว
ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์คำรามลั่น ร่างกายขยายใหญ่ขึ้น ขวานยักษ์ในมืออัดแน่นด้วยพลังสายฟ้าฟาดฟันเข้าใส่หัวของมังกรวิญญาณเหมันต์อย่างรุนแรง ขณะที่ยอดฝีมือจากทิศทางอื่นก็เริ่มงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้
มังกรวิญญาณเหมันต์แหงนหน้ากู่ร้อง ดวงตาอสูรขนาดมหึมาฉายแววสีแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง การถูกพวกมดปลวกบีบคั้นจนถึงจุดนี้ได้ปลุกสัญชาตญาณดิบของสัตว์อสูรระดับสวรรค์ให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์!
“โฮก!”
มันอ้าปากกว้าง พ่นพายุน้ำแข็งขั้วโลกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากวาดซัดออกมาทันที อากาศถูกแช่แข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ศิษย์ที่อยู่แนวหน้าไม่ทันได้แม้แต่จะร้องขอชีวิตก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ก่อนจะถูกหางยักษ์สะบัดฟาดจนแตกละเอียดกลายเป็นจุดแสงสีขาวถูกดีดออกจากปฐพีอุดรไป
ทว่าภาพอันน่าสยดสยองนี้กลับไม่ได้ทำให้ฝูงชนถอยหนี แต่มันกลับเหมือนการเติมน้ำมันลงในกองไฟ เมื่อเห็นสหายร่วมทางถูกคัดออกทีละคน ศิษย์ที่มาเพื่อแย่งชิงสมบัติก็เริ่มตาแดงก่ำด้วยความคลั่ง ความกลัวถูกแทนที่ด้วยโทสะและความโลภ ลำแสงพลังวิญญาณนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ร่างมหึมาของมังกรยักษ์จนเลือดและเกล็ดน้ำแข็งสาดกระจาย
“ฆ่ามัน! มันใกล้จะต้านไม่ไหวแล้ว!”
“ตายซะไอ้เดรัจฉาน!”
เสียงกู่ร้องฆ่าฟันสนั่นหวั่นไหว หุบเขาเหมันต์กลายเป็นเครื่องบดเนื้อขนาดยักษ์
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มู่เฉินและคนอื่นๆ เตรียมจะฉวยโอกาสเข้าผสมโรง เย่เทียนที่นิ่งเงียบมาตลอดกลับยื่นมือออกมาขวางพวกเขาไว้
“ช้าก่อน”
น้ำเสียงของเย่เทียนไม่ดังนัก แต่กลับก้องกังวานในหูของมู่เฉินและพวก สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่มังกรวิญญาณเหมันต์ที่กำลังดิ้นรน แต่กลับจ้องเขม็งไปยังพื้นดินที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาเตอะในส่วนลึกของหุบเขา คิ้วของเขาขมวดมุ่น
“พี่เย่ มีอะไรเหรอ? ถ้าไม่ลงมือตอนนี้ ดวงวิญญาณจะถูกคนอื่นชิงไปนะ!” เพื่อนร่วมทางคนหนึ่งเอ่ยอย่างร้อนรน
“ชิงเหรอ? ต้องมีชีวิตอยู่ให้รอดก่อนถึงจะมีปัญญาเอาไปได้”
เย่เทียนแค่นเสียงเย็น ร่างกายไม่เพียงไม่ก้าวเดินต่อแต่กลับถอยหลังพลางตะโกนสั่ง:
“ทุกคน ถอยออกไปเดี๋ยวนี้! ออกไปจากพื้นดินซะ!”
“ทำไมล่ะ?”
มู่เฉินแม้จะสงสัย แต่ด้วยความเชื่อใจในตัวเย่เทียน ร่างกายของเขาก็เกร็งตัวพร้อมถอยร่นทันที
“เพราะว่า...”
เย่เทียนหรี่ตาลง สัมผัสวิญญาณเปิดกว้างถึงขีดสุด เขาสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นแห่งความบ้าคลั่งที่ถูกอัดอั้นไว้ใต้ดินจนถึงขีดสุด
“ที่นี่ไม่ได้มีสัตว์อสูรระดับสวรรค์แค่ตัวเดียว!”
“ว่าไงนะ?!”
รูม่านตาของมู่เฉินและพวกหดเกร็ง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทันทีที่สิ้นเสียงของเย่เทียน—
“ครืนนนน!”
พื้นดินหุบเขาที่เคยหนาวเหน็บพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกขนาดมหึมาลามไปทั่วผิวน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่ง วินาทีต่อมา อุณหภูมิที่ร้อนระอุจนแทบจะหายใจไม่ออกก็พุ่งพล่านออกมาจากใต้ดินลึก!
“นั่นมันอะไ...”
ศิษย์หลายสิบคนที่ยืนอยู่เหนือรอยแตกไม่ทันได้ตั้งตัว รู้สึกเหมือนเท้าเหยียบลงบนความว่างเปล่า ก่อนที่สายตาจะถูกกลืนกินด้วยสีแดงฉานไร้ที่สิ้นสุด
“ตูม!”
เสาลาวาแดงฉานขนาดร่วมร้อยวา ปนเปมาด้วยพลังวิญญาณอันบ้าคลั่งทำลายล้าง พุ่งทะยานฉีกกระชากชั้นน้ำแข็งหนาเตอะขึ้นสู่ท้องฟ้าประดุจมังกรเพลิงพิโรธ!
นรกน้ำแข็งและสวรรค์เพลิงปะทะกัน!
หุบเขาที่เคยเต็มไปด้วยไอเย็นกลายเป็นเตาหลอมที่ร้อนระอุในพริบตา เกล็ดน้ำแข็งบนฟากฟ้าระเหยกลายเป็นไอหมอกสีขาวโพลน และท่ามกลางไอน้ำและลาวาที่ถักทอกันนั้น สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาก็ค่อยๆ ปรากฏกาย
มันคือกิ้งก่ายักษ์สีแดงฉาน ร่างกายใหญ่โตราวกับขุนเขา มีปีกงอกอยู่ที่หลัง ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดงที่มีลาวาไหลเวียนอยู่ ทุกครั้งที่มันหายใจจะมีเปลวเพลิงพ่นออกมาจากจมูก กลิ่นอายดุร้ายของมันไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่ามังกรวิญญาณเหมันต์เลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังดูบ้าคลั่งยิ่งกว่า!
“นั่นมัน...”
มีคนจำสัตว์อสูรที่น่ากลัวตัวนี้ได้ เสียงร้องของเขาแหลมเล็กด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“บันทึกหมื่นอสูร ทำเนียบปฐพีอันดับที่ 70... มังกรดินอัคคีลาวา (地火炎龍蜥)!”
ทั่วทั้งสนามเงียบกริบดุจป่าช้า
ข้างหน้ามีมังกรวิญญาณเหมันต์ที่กำลังคลั่ง ข้างหลังมีมังกรดินอัคคีลาวาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ยามนี้ศิษย์ทุกคนที่เคยตาแดงก่ำด้วยความโลภ กลับเหลือเพียงความสิ้นหวังไร้ที่สิ้นสุด
“หนี! รีบหนีเร็ว!”
“บ้าเอ๊ย! ทำไมถึงมีสัตว์อสูรระดับสวรรค์สองตัวพร้อมกันได้!”
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะรับมือได้แล้ว!”
ความสิ้นหวังลามไปทั่วราวกับโรคระบาด กองทัพศิษย์ที่เคยฮึกเหิมพังทลายลงทันที เผชิญหน้ากับการถูกขนาบข้างด้วยสัตว์อสูรระดับสวรรค์สองตน ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่มั่นใจในตัวเองแค่ไหนยามนี้ก็ยังขาอ่อนแรง ทุกร่างต่างพากันหนีออกจากหุบเขาอย่างทุลักทุเล
อย่างไรก็ตาม ยังมียอดฝีมือระดับท็อปบางคนที่มีสีหน้าซีดเซียวแต่ยังไม่ยอมหนีไปทันที พวกเขาจ้องเขม็งไปที่สัตว์อสูรยักษ์สองตนที่กำลังเผชิญหน้ากัน แววตาฉายแสงแห่งความบ้าคลั่งและโลภโมโทสัน
ลาภก้อนโตต้องแลกด้วยความเสี่ยง!
สัตว์อสูรระดับสวรรค์สองตัวสู้กัน ย่อมต้องมีฝ่ายเจ็บหนัก หรือไม่ก็เจ็บหนักทั้งคู่! นี่คือโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งที่จะสวมรอยเป็นตาอยู่!
“พี่เย่ พวกเรา...” มู่เฉินมองดูสัตว์อสูรยักษ์ที่มีแรงกดดันมหาศาล คอของเขาแห้งผาก ฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น
“ไม่ต้องรีบ ละครดีเพิ่งจะเริ่มฉากแรกเท่านั้น”
เย่เทียนยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนชะง่อนผาน้ำแข็งที่สูงชัน สายตาเรียบนิ่งดั่งสายน้ำ ราวกับภาพการทำลายล้างเบื้องหน้าเป็นเพียงงิ้วฉากหนึ่ง
การคาดการณ์ของเขาไม่ผิด
มังกรดินอัคคีลาวาที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินไม่ได้สนใจพวกมดปลวกที่หนีตายเลยสักนิด ดวงตาแนวตั้งที่ลุกโชนด้วยไฟของมันล็อคเป้าหมายไปที่มังกรวิญญาณเหมันต์ที่อยู่ไม่ไกล แววตาเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและเจตนาฆ่าอย่างไม่ปิดบัง
น้ำกับไฟไม่ยอมอยู่ร่วมโลก!
สำหรับมังกรดินอัคคีลาวาแล้ว ดวงวิญญาณและเลือดเนื้อของมังกรวิญญาณเหมันต์ที่มีพลังน้ำแข็งขั้วโลก คือสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับการวิวัฒนาการของมัน และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน สัตว์อสูรระดับสวรรค์สองตนนี้คือศัตรูคู่อาฆาตกันมาแต่ไหนแต่ไร!
“โฮก!”
มังกรวิญญาณเหมันต์สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต มันไม่สนอาการบาดเจ็บที่มีอยู่ แหงนหน้าคำรามเสียงแหลมสูง ไอเย็นรอบตัวหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นลิ่มน้ำแข็งแหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่มังกรดินอัคคีลาวาประดุจห่าฝน
“ตูม!”
มังกรดินอัคคีลาวาไม่ยอมแพ้ กระพือปีกยักษ์สร้างคลื่นความร้อนมหาศาล มันอ้าปากกว้างพ่นเสาลาวาขนาดมหึมาออกมาปะทะกับลิ่มน้ำแข็งกลางอากาศ
ซี่ๆๆๆ!
การปะทะกันของน้ำแข็งและไฟทำให้เกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู ไอน้ำจำนวนมหาศาลพุ่งสูงขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขาในพริบตา จากนั้น สัตว์อสูรขนาดยักษ์สองตนก็พุ่งเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง!
แผ่นดินแตกร้าว ยอดเขาถล่มทลาย
การปะทะแต่ละครั้งทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง การกัดกระชากแต่ละทีนำมาซึ่งหยาดเลือดที่สาดกระเซ็นดุจห่าฝน นี่คือการเข่นฆ่าที่ดิบเถื่อนและนอองเลือดที่สุด!