- หน้าแรก
- นางเซียนผู้เย็นชา ระบบเอาชะตานางมา
- ตอนที่ 41 ลั่วจื่ออินไม่อาจขัดขืน
ตอนที่ 41 ลั่วจื่ออินไม่อาจขัดขืน
ตอนที่ 41 ลั่วจื่ออินไม่อาจขัดขืน
ลั่วจื่ออินไม่อาจขัดขืน นางทำได้เพียงกัดฟันเอ่ยออกไปว่า
"เช่นนั้น... ก็ต้องขอบคุณศิษย์พี่เหลียงมาก ทว่ายามนี้ข้าไม่สะดวกเปิดประตู รบกวนศิษย์พี่วางโอสถไว้บนแท่นหินหน้าประตูเถิด"
"ได้ ได้สิ"
เหลียงจ้งเหวยได้ยินดังนั้น แม้จะผิดหวังเล็กน้อยที่ลั่วจื่ออินไม่ยอมแม้แต่จะออกมาพบหน้า ทว่าการได้มอบโอสถคงโฉมให้นาง ก็ถือว่าน่าพึงพอใจมากแล้ว
เขาวางเม็ดยาลงบนแท่นหินอย่างระมัดระวัง กำชับให้นางรักษาสุขภาพอีกสองสามประโยค ก่อนจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
เมื่อเหลียงจ้งเหวยจากไปแล้ว ลั่วจื่ออินจึงใช้วิชาคว้าจับกลางอากาศ ดึงโอสถคงโฉมเม็ดนั้นเข้ามาในมือ
ทว่าฉู่โม่กลับฉกฉวยโอสถเม็ดนั้นไปเสียก่อน เขาหมุนมันเล่นในมือ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มหยอกเย้า
"เจ้าเหลียงจ้งเหวยผู้นี้ ก็นับว่ามีส่วนร่วมอยู่บ้างเหมือนกันนะ"
ลั่วจื่ออินฟังวาจาที่แฝงความนัยของเขาแล้ว ก็อับอายและโกรธเกรี้ยวจนแทบจะเป็นลม
เจ้าปีศาจร้ายตนนี้!
ช่างไร้ยางอายถึงขีดสุด!
......
ลั่วจื่ออินนอนระทดระทวยอยู่ในอ้อมกอดของฉู่โม่ เรือนผมยุ่งเหยิง ใบหน้างดงามยังคงเจือสีแดงระเรื่อไม่จางหาย ดวงตาหงส์ที่เคยเย็นชา ยามนี้ถูกเคลือบคลุมด้วยม่านหมอกแห่งความสับสนเลือนราง
"นายท่านมีธุระอันใดกับข้าหรือ?"
นางเอ่ยถาม น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย ทว่ายังคงแฝงไว้ด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ
ฉู่โม่ม้วนปอยผมของนางเล่น พลางเอ่ยถาม
"การทดสอบในแดนลึกลับอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เจ้าจะเข้าร่วมหรือไม่?"
ลั่วจื่ออินได้ยินดังนั้น จึงลุกขึ้นนั่งจากอ้อมอกของฉู่โม่ จัดแจงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่
"ย่อมต้องเข้าร่วม"
นางตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"แม้ข้าจะบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์แล้ว และห่างจากขอบเขตแก่นทองคำเพียงแค่ก้าวเดียว แต่หากต้องการทะลวงระดับอย่างแท้จริง ยังคงต้องอาศัยวาสนาช่วย"
"การทดสอบในแดนลึกลับครั้งนี้ สำคัญต่อข้ายิ่งนัก"
ฉู่โม่หยิบผลึกน้ำแข็งหมื่นปีที่หนานกงชูซีโยนให้เขาเล่นๆ ออกมา
ไอเย็นสีครามแผ่ซ่านออกมาในทันที อุณหภูมิภายในถ้ำพำนักลดต่ำลงจนรู้สึกได้
"นี่มัน... ผลึกน้ำแข็งหมื่นปี!?"
ลั่วจื่ออินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาหงส์คู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงอย่างไม่อาจเชื่อสายตา
นี่มันสมบัติวิเศษจากฟ้าดินในตำนานเชียวนะ!
ฉู่โม่เขา... เขาไปเอามันมาจากที่ใดกัน?
[เป้าหมาย: ผลึกน้ำแข็งหมื่นปี (ระดับปฐพีขั้นสูง)]
[ข้อมูล: ก่อกำเนิดในดินแดนเหมันต์นิรันดร์นับหมื่นปี อัดแน่นด้วยพลังน้ำแข็งลึกลับที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุด มีผลเลิศต่อผู้ฝึกวิชาธาตุน้ำแข็ง สามารถเพิ่มพูนตบะ ชุบสร้างกายา และยังมีโอกาสที่จะหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งน้ำแข็ง...]
"ของสิ่งนี้เหมาะกับเจ้า เอาไปใช้ซะ"
ฉู่โม่ยัดผลึกน้ำแข็งหมื่นปีใส่มือลั่วจื่ออิน น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังยื่นก้อนหินธรรมดาๆ ให้
ลั่วจื่ออินประคองผลึกน้ำแข็งหมื่นปีที่แผ่ไอเย็นยะเยือกน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ รู้สึกราวกับมันหนักอึ้งดั่งขุนเขา
นางมองฉู่โม่ ในใจปั่นป่วนดั่งคลื่นสมุทร ความคิดนานัปการพรั่งพรูเข้ามา
เจ้าปีศาจร้ายตนนี้... เหตุใดเขาถึงมอบสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ให้ข้าอีกแล้ว?
นางไม่กล้าคิดต่อ
ผลึกน้ำแข็งหมื่นปีก้อนนี้มีแรงดึงดูดต่อนางมากเกินไป!
หากสามารถหลอมรวมมันได้ ไม่เพียงแต่นางจะทะลวงสู่ขอบเขตแก่นทองคำได้อย่างราบรื่นเท่านั้น แต่ความสำเร็จในภายภาคหน้าย่อมไร้ขีดจำกัด!
"ใช้มันให้ดี เตรียมตัวสำหรับการทดสอบในแดนลึกลับสัปดาห์หน้า"
เสียงของฉู่โม่ขัดจังหวะความคิดของนาง
"ข้าต้องการผู้ช่วยที่ไว้ใจได้"
ร่างบางของลั่วจื่ออินสั่นสะท้าน นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนจ้องมองฉู่โม่เขม็ง
ที่แท้ เขาก็ยังคงเห็นข้าเป็นเครื่องมือ
ไม่รู้เพราะเหตุใด ภายในใจกลับมีความรู้สึก... ผิดหวังลึกๆ อย่างน่าประหลาด
แต่เพียงครู่เดียว นางก็ต้องตกใจกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้
ข้าเป็นอะไรไป?
หรือว่าข้าจะถูกปีศาจร้ายตนนี้ฝึกจนเชื่องเสียแล้ว?
ไม่! ไม่มีทาง!
ลั่วจื่ออินขบเม้มริมฝีปากแดงระเรื่อ สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความปั่นป่วนและความคิดฟุ้งซ่านในใจ สะกดกลั้นความอับอาย แล้วปรับน้ำเสียงให้เย็นชาขึ้นเล็กน้อย
"ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตา ทาสอินจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"
นางเก็บผลึกน้ำแข็งหมื่นปีลงในแหวนมิติอย่างระมัดระวัง
......
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
วันเปิดแดนลึกลับก็มาถึง
แดนลึกลับแห่งนี้มีนามว่า แดนลึกลับเสวียนเจี้ยน
ศิษย์สายในของสำนักกระบี่หลิงสวีทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตแก่นทองคำจำต้องเข้าร่วมการทดสอบ
ในฐานะศิษย์สายในหน้าใหม่ และยังเป็นศิษย์คนแรกของผู้อาวุโสหนานกงชูซี ฉู่โม่ย่อมมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้เข้าร่วมอย่างแน่นอน
เขาเดินทางไปพร้อมกับกองกำลังหลักของสำนักกระบี่หลิงสวี มุ่งหน้าสูาทิศที่ตั้งของแดนลึกลับอย่างเกรียงไกร
ผู้อาวุโสที่นำทีมในครั้งนี้ มีด้วยกันสองท่าน
ท่านแรก คือผู้อาวุโสเจียงสือกว่าง ผู้ที่สมคบคิดกระทำความชั่วกับฉู่โม่มานานแล้ว
ส่วนอีกท่าน คือสตรีงดงามวัยสะพรั่งผู้มีบุคลิกเย็นชา รูปลักษณ์เหนือชั้น ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายปฏิเสธผู้คนออกมา นามว่า สวีฮุ่ย
นางคืออาจารย์ของมู่ชิงหลีนั่นเอง
ภายในขบวนเดินทาง ลั่วจื่ออินเดินเคียงคู่กับฉู่โม่
นางได้หลอมรวมผลึกน้ำแข็งหมื่นปีไปบางส่วนแล้ว แม้ระดับพลังจะยังคงอยู่ที่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ ทว่ากลิ่นอายกลับหนาแน่นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และมีเค้าลางของการทะลวงระดับให้เห็นรำไร
ใบหน้าอันงดงามหมดจดนั้น ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังน้ำแข็งลึกลับ ยิ่งขับเน้นให้ดูมีรัศมีเซียนดุจผิวหิมะกระดูกหยกมากยิ่งขึ้น
แดนลึกลับเสวียนเจี้ยน ตั้งอยู่ ณ จุดบรรจบของเขตอิทธิพลสี่สำนักใหญ่ ได้แก่ สำนักกระบี่หลิงสวี สำนักโอสถ สำนักเสวียนเซียว และสำนักควบคุมสัตว์อสูร
สถานที่แห่งนี้มีเทือกเขาสลับซับซ้อน ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า พลังฟ้าดินหนาแน่นผิดปกติ เห็นได้ชัดว่าเป็นชัยภูมิที่ดีเยี่ยม
เมื่อขบวนของสำนักกระบี่หลิงสวีเดินทางมาถึง ขบวนของอีกสามสำนักใหญ่ก็ทยอยมาถึงแล้วเช่นกัน
ผู้คนจากทั้งสี่ทิศแบ่งแยกฝ่ายกันอย่างชัดเจน ต่างฝ่ายต่างยึดครองยอดเขาคนละลูก ยืนประจันหน้ากันห่างๆ บรรยากาศดูเคร่งเครียดอยู่บ้าง
แดนลึกลับเสวียนเจี้ยนจะเปิดออกทุกหนึ่งร้อยปี เป็นถ้ำสวรรค์แดนสุขาวดีที่ยอดคนยุคโบราณทิ้งไว้ ภายในเต็มไปด้วยวาสนาโอกาสนับไม่ถ้วน แต่ก็แฝงไว้ด้วยอันตรายที่คาดเดาไม่ได้
มีเพียงศิษย์ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตแก่นทองคำเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้
สำหรับคนรุ่นใหม่ของแต่ละสำนักแล้ว นี่ไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบ แต่ยังเป็นวาสนาครั้งใหญ่หลวงอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากจัดแจงให้ศิษย์ในสำนักพักผ่อนชั่วคราวแล้ว ผู้อาวุโสเจียงสือกว่างก็ปั้นหน้ายิ้มแย้ม เดินเข้าไปหาผู้อาวุโสนำทีมของอีกสามสำนักทันที
"ไอ้หยา สหายเต๋าหลายท่าน สบายดีกันหรือไม่!"
เจียงสือกว่างประสานมือคารวะ น้ำเสียงดูกระตือรือร้น ทว่าแววตากลับฉายแววหยอกเย้าอย่างไม่ปิดบัง
ผู้นำทีมของสำนักโอสถคือชายชราวัยไม้ใกล้ฝั่ง รูปร่างอ้วนท้วน หน้าตาใจดี เมื่อได้ยินดังนั้นก็เพียงยิ้มแต่ปากทว่าตาไม่ยิ้ม ตอบรับตามมารยาท
"ผู้อาวุโสเจียงเกรงใจไปแล้ว"
ส่วนผู้นำทีมของสำนักเสวียนเซียวคือนักพรตหญิงวัยกลางคนใบหน้าเย็นชา นางแค่นเสียงในลำคอแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากเสวนากับเจียงสือกว่างให้มากความ
สำหรับสำนักควบคุมสัตว์อสูร ผู้นำทีมคือชายฉกรรจ์ร่างกำยำ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายดุดัน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
"ผู้อาวุโสเจียง เลิกพูดจาไร้สาระเถอะ รอให้แดนลึกลับเปิดก่อนดีกว่า"
เจียงสือกว่างเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น
"โฮะๆๆ สหายเต๋าทั้งหลายยังคงแหย่ไม่ขึ้นเหมือนเดิมเลยนะ คิดถึงสมัยโน้นที่พวกเราเข้าไปในแดนลึกลับเสวียนเจี้ยนด้วยกัน ตัวข้าคว้าอันดับหนึ่งกอบโกยกลับไปเต็มไม้เต็มมือเชียวนา! ก็ไม่รู้ว่าปีนี้ เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในสำนักของพวกท่าน จะสร้างความประหลาดใจอะไรให้ข้าได้บ้างไหมหนอ?"
สิ้นวาจานี้ สีหน้าของผู้อาวุโสทั้งสามสำนักก็พลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที
เจ้าเฒ่าเจียงสือกว่างผู้นี้ ชัดเจนว่ากำลังขุดเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ราดเกลือลงบนแผลของพวกเขาชัดๆ!
ฉู่โม่เก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไว้ในสายตา ภายในใจอดรู้สึกสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาไม่ได้