เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 ได้ตัวมู่ชิงหลี

ตอนที่ 40 ได้ตัวมู่ชิงหลี

ตอนที่ 40 ได้ตัวมู่ชิงหลี


เสียงร้องไห้ของมู่ชิงหลีชะงักลง

นางเงยใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองฉู่โม่ด้วยความคับแค้นใจ ทว่าไม่อาจขัดขืนคำสั่งของเขาได้

"สายใน... ขั้วอำนาจซับซ้อนนัก"

มู่ชิงหลีสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มใจให้สงบลง นางดึงผ้าห่มมาคลุมกาย น้ำเสียงยังคงแหบพร่าเล็กน้อย

"หลักๆ จะแบ่งออกเป็นไม่กี่กลุ่มใหญ่ โดยมีผู้อาวุโสผู้กุมอำนาจเป็นแกนนำ"

"ในจำนวนนั้น ผู้อาวุโสเจียงสือกว่างกับผู้อาวุโสหลินเจิง เป็นขั้วตรงข้ามกัน"

"นอกจากนี้ ยังมีผู้อาวุโสบางส่วนที่วางตัวเป็นกลาง หรือมีพลังฝีมือแก่กล้าแต่ไม่ยุ่งทางโลก เช่น... อาจารย์ของข้า ผู้อาวุโสสวีฮุ่ย และ... อาจารย์ของเจ้า ผู้อาวุโสหนานกงชูซี"

ฉู่โม่พยักหน้า ส่งสายตาให้นางพูดต่อ

"สถานะของศิษย์สายใน ก็สูงกว่าศิษย์สายนอกมากเช่นกัน"

มู่ชิงหลีกล่าวต่อ

"นอกจากทรัพยากรการฝึกฝนจะอุดมสมบูรณ์กว่าแล้ว ศิษย์สายในยังมีสิทธิ์เข้าร่วมการประลองประจำปีของสำนัก รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าสู่ บททดสอบในแดนลึกลับ ต่างๆ"

"ผู้ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ไม่เพียงจะได้รับรางวัลมหาศาล... ยังมีโอกาสได้รับความเมตตาจากเหล่าผู้อาวุโส และได้รับการทุ่มเททรัพยากรให้มากขึ้น"

"อีกทั้งศิษย์สายในยังสามารถรับภารกิจที่สำนักประกาศ ออกไปปฏิบัติภารกิจเพื่อฝึกฝนตนเอง ซึ่งเรื่องพวกนี้ ในศิษย์สายนอกแทบเป็นไปไม่ได้เลย"

ฉู่โม่ฟังคำบอกเล่าของมู่ชิงหลี แววตาค่อยๆ ฉายแววเข้าใจกระจ่างแจ้ง

ดูท่า สายในแห่งนี้ ถึงจะเป็นโลกของผู้บำเพ็ญเพียรที่แท้จริง

เสือหมอบมังกรซ่อน โอกาสและอันตรายดำรงอยู่คู่กัน

และในที่สุด เขาก็ได้ก้าวเข้ามาสู่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้แล้ว

มู่ชิงหลีชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงเสริมว่า

"จริงสิ เร็วๆ นี้จะมีบททดสอบในแดนลึกลับที่สำคัญแห่งหนึ่งกำลังจะเปิดออก"

"ว่ากันว่า แดนลึกลับครั้งนี้ไม่ธรรมดา เป็น ถ้ำสวรรค์แดนสุขาวดี ที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณ ภายในเต็มไปด้วยวาสนามากมาย แต่ก็อันตรายอย่างยิ่งยวดเช่นกัน"

"เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่แค่สำนักกระบี่หลิงสวีของเรา แต่สำนักฝ่ายธรรมะอื่นๆ ก็จะส่งศิษย์สายในระดับต่ำกว่าจินตานเข้าร่วมสำรวจด้วย"

"โอ้? บททดสอบในแดนลึกลับ?"

ดวงตาของฉู่โม่เป็นประกาย

นี่มัน ง่วงนอนก็มีคนส่งหมอนมาให้ชัดๆ!

(ทุกอย่างเป็นใจอยากได้ก็ได้พอดี)

เขามี ระบบข้อมูลสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็น สมบัติวิเศษจากฟ้าดิน หรือมรดกวิชาใดๆ ย่อมไม่อาจซ่อนเร้นสายตาเขาได้

บททดสอบในแดนลึกลับนี้ สำหรับเขาแล้ว มันก็คือคลังสมบัติที่รอให้เขาไปกอบโกยดีๆ นี่เอง!

"หึหึ ดี..."

ฉู่โม่รมณ์ดีขึ้นมาทันที อดไม่ได้ที่จะหัวเราะในลำคอเบาๆ

เขามองใบหน้างามล้ำเลิศของมู่ชิงหลีที่แม้จะมีคราบน้ำตาแต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามได้ ในใจเกิดความรู้สึกบางอย่าง จึงก้มลงจูบที่แก้มของนางเบาๆ

"ข่าวนี้ ข้าพอใจมาก"

เขาเอื้อมมือไปตบสะโพกนางหนึ่งที

ร่างของมู่ชิงหลีแข็งทื่อขึ้นมาทันที ดวงตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น พลันเต็มไปด้วยความรังเกียจและความโศกเศร้าอย่างรุนแรง

นางกัดริมฝีปากล่างแน่น เพื่อกลั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกมา

ฉู่โม่ชื่นชมท่าทีอดกลั้นต่อความอัปยศของนาง ความสุขสมในใจยิ่งพิ่มพูน

"ดีมาก"

ฉู่โม่พยักหน้า

"ต่อไป หากในสายในมีความเคลื่อนไหวสำคัญอะไร ให้รีบมารายงานข้าทันที"

มู่ชิงหลีก้มหน้า กัดฟัน ไม่ตอบรับ ทั้งร่างเต็มไปด้วยความจำยอมและสิ้นหวัง

ฉู่โม่มองนางในสภาพนั้น แต่ในใจกลับไร้ซึ่งความสงสาร

ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ความเห็นอกเห็นใจคือสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด

เขาลุกขึ้น เดินไปที่หน้าปากถ้ำ มองดูดวงจันทร์สว่างไสวนอกถ้ำ แววตาฉายประกายลึกล้ำ

สายใน... ข้าเข้ามาแล้ว

หลินเจิง หลินอู๋เจี๋ย... พวกเจ้า เตรียมตัวพร้อมหรือยัง?

ฉู่โม่วางแผนจะเริ่มลงมือจัดการสองพ่อลูกคู่นี้แล้ว

......

ในขณะเดียวกัน

ห่างจากประตูสำนักกระบี่หลิงสวีไปพันลี้ ณ หุบเขาลึกลับแห่งหนึ่ง

ผู้อาวุโสหลินเจิงในชุดนักพรตสีเทาดูธรรมดา กำลังยืนรอด้วยสีหน้าดำทะมึน

ไม่นานนัก เงาสีดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาราวกับภูตผี ไร้สุ้มเสียง

ผู้มาใหม่สวมชุดคลุมดำเช่นกัน ใบหน้าสวมหน้ากากยักษ์ที่ดูดุร้าย เผยให้เห็นเพียงดวงตาที่ฉายแววอำมหิตเย็นชา

"ผู้อาวุโสหลิน สบายดีหรือ"

ชายชุดดำเอ่ยเสียงแหบพร่า แฝงแววเย้ยหยัน

"ไม่ต้องมาพูดมาก"

หลินเจิงแค่นเสียงเย็น

"ข้านัดเจ้ามาที่นี่เพราะเรื่องอะไร เจ้าคงรู้อยู่แก่ใจ"

"หึหึ ย่อมเป็นเรื่องลูกชายไม่ได้เรื่องของเจ้า และ... เจ้าเด็กฉู่โม่ในตำนานที่ทำให้เจ้ากินไม่ได้นอนไม่หลับผู้นั้นกระมัง?"

ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

ดวงตาหลินเจิงฉายแววสังหารวาบ

"ไอ้เด็กฉู่โม่ พรสวรรค์ระดับปีศาจ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ตอนนี้มันสร้างรากฐานสำเร็จ แถมยังไปกราบยายเฒ่าประหลาดหนานกงชูซีนั่นเป็นอาจารย์ หากปล่อยให้มันเติบโต วันหน้าต้องกลายเป็นหอกข้างแคร่ของข้าแน่!"

"ดังนั้น เจ้าจึงอยาก ยืมดาบฆ่าคน?"

"ถูกต้อง!"

หลินเจิงไม่ปิดบังจุดประสงค์

"ได้ยินว่าสำนักของเจ้าก็ได้รับคำเชิญเข้าร่วมบททดสอบในแดนลึกลับครั้งนี้ด้วย"

"ข้าต้องการให้พวกเจ้า... จัดการฉู่โม่ให้สิ้นซากในแดนลึกลับนั้นซะ!"

ชายชุดดำได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย

"ผู้อาวุโสหลิน ท่านก็รู้ ตอนนี้ฉู่โม่เป็นคนดังของสำนักกระบี่หลิงสวี เบื้องหลังมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องมากมาย หากลงมือกับมันในแดนลึกลับ ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา สำนักข้าก็ต้องแบกรับความเสี่ยงไม่น้อย"

"ฮึ ความเสี่ยง?"

หลินเจิงแสยะยิ้มเย็น

"เทียบกับผลตอบแทนแล้ว ความเสี่ยงแค่นี้จะนับเป็นตัวอะไรได้?"

เขาหยิบแผ่นหยกชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ แล้วโยนให้ชายชุดดำ

"ในนี้บันทึกแผนผังค่ายกลสำคัญบางส่วนของสำนักกระบี่หลิงสวี รวมถึงความลับของผู้อาวุโสสายในบางคนเอาไว้"

"ขอแค่พวกเจ้าฆ่าฉู่โม่ได้ ของพวกนี้ก็เป็นของเจ้า"

"และข้ารับรองว่า เมื่องานสำเร็จ จะไม่มีใครสงสัยมาถึงหัวพวกเจ้าแน่นอน"

ชายชุดดำรับแผ่นหยกมา ส่งจิตสัมผัสเข้าไปตรวจสอบ ครู่ต่อมา ดวงตาภายใต้หน้ากากยักษ์ก็สว่างวาบขึ้น

"ผู้อาวุโสหลินช่างใจป้ำจริงๆ!"

เสียงของชายชุดดำแฝงความโลภ

"การค้านี้ ข้าตกลงทำ!"

"แต่ว่า ไอ้เด็กฉู่โม่นั่น ได้ยินว่ามีวิชาแปลกประหลาด ฝีมือไม่ธรรมดา ลำพังกำลังของสำนักข้า อาจจะไม่มั่นใจเต็มสิบส่วน"

"เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง"

หลินเจิงฉายแววโหดเหี้ยม

"ลูกชายข้า อู๋เจี๋ย ก็จะเข้าไปในแดนลึกลับด้วย ถึงตอนนั้น เขาจะประสานงานกับพวกเจ้าเอง"

"ดี! ตกลงตามนี้!"

สองร่างบรรลุข้อตกลงสกปรกท่ามกลางหุบเขาอันมืดมิด

กับดักสังหารที่หมายเอาชีวิตฉู่โม่ ได้ถูกวางไว้อย่างเงียบเชียบแล้ว

......

เวลานี้ ฉู่โม่กำลังเดินทอดน่องอย่างสบายใจมุ่งหน้าไปยังถ้ำพำนักของลั่วจื่ออิน

ในเมื่อได้ข่าวเรื่องบททดสอบในแดนลึกลับแล้ว ย่อมต้องไปหารือกับลั่วจื่ออินเสียหน่อย

ยังไงเสีย ลั่วจื่ออินก็ต่อสู้ดิ้นรนในสายในมาหลายปี ไม่เหมือนมู่ชิงหลีที่อ่อนต่อโลก

เรื่องลูกไม้หรือกฎเกณฑ์ในแดนลึกลับพวกนี้ นางย่อมรู้ดีกว่ามู่ชิงหลีมากนัก

ทว่ายังไม่ทันถึง ฉู่โม่ก็มองเห็นความเคลื่อนไหวผิดปกติที่หน้าถ้ำของลั่วจื่ออินแต่ไกล

เงาร่างสองสายกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ห่างๆ

คนหนึ่งย่อมเป็นลั่วจื่ออินในชุดกระโปรงสีขาวจันทร์กระจ่าง ผู้เยือกเย็นและสันโดษ

ส่วนอีกคน เป็นศิษย์หญิงสวมชุดสีแดงสด รูปร่างหน้าตายั่วยวน แต่ระหว่างคิ้วแฝงแววร้ายกาจและท้าทาย

"ลั่วจื่ออิน..."

หญิงชุดแดงเสียงแหลมปรี๊ด เต็มไปด้วยความริษยาและอาฆาตอย่างไม่ปิดบัง

"อย่าคิดว่าเจ้าเปลี่ยนไปฝึกวิชาประหลาดนั่น แล้วตำแหน่ง ศิษย์ถ่ายทอดโดยตรง จะมั่นคงนะ!"

"ข้าว่า เจ้าก็แค่ใช้ความสวยไปอ่อยผู้อาวุโสคนไหนสักคน ถึงได้วิชาใหม่มามากล่ะสิ?"

"โม่อยู่ เจ้าหุบปากให้สะอาดหน่อย!"

ลั่วจื่ออินตวาด นัยน์ตาหงส์เปี่ยมด้วยรังสีอำมหิต น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

"ทำไม? แทงใจดำเข้าหน่อยถึงกับโกรธจนหน้ามืดเลยรึ?"

โม่อยู่แค่นหัวเราะ แววตาฉายความชั่วร้าย

"ลั่วจื่ออิน ข้าจะบอกให้ ตำแหน่งศิษย์ถ่ายทอดโดยตรง ข้าโม่อยู่จองแล้ว!"

"ถ้าเจ้าฉลาด ก็รีบถอนตัวไปซะ จะได้ไม่ต้อง... ตายศพไม่สวย!"

พูดจบ นางก็ปรายตามองลั่วจื่ออินอย่างเย็นชา ทิ้งท้ายไว้ว่า

"แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"

ก่อนจะสะบัดก้นบิดเอวเดินจากไปอย่างผู้ชนะ

จนกระทั่งเงาร่างของโม่อยู่ลับตาไปที่ปลายทางเดินเขา ฉู่โม่จึงค่อยๆ เดินออกมา

ลั่วจื่ออินสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวด้านหลัง เมื่อหันกลับมาเห็นว่าเป็นฉู่โม่ แววตาเย็นชาคู่นั้นก็ฉายแววซับซ้อนวูบหนึ่ง

เนื่องจากอยู่ในที่แจ้ง นางจึงพยักหน้าให้เล็กน้อย น้ำเสียงยังคงไว้ตัวและห่างเหิน

"ยินดีกับศิษย์น้องฉู่ด้วย ที่ได้เข้าสู่สายในสำเร็จ"

คำเรียก ศิษย์น้องฉู่ นี้ นางเรียกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

"ศิษย์พี่ลั่วเกรงใจไปแล้ว"

ฉู่โม่ประดับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า

"เมื่อครู่นี้คือ?"

สีหน้าของลั่วจื่ออินเย็นลงอีกหลายส่วนทันที

"คู่แข่งชิงตำแหน่งศิษย์ถ่ายทอดโดยตรงของข้า ชื่อโม่อยู่"

นางเว้นจังหวะ น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้าและหงุดหงิดที่ยากจะสังเกต

"อาจารย์ของข้ากำลังปิดด่าน เพื่อทะลวงสู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิด ท่านผู้เฒ่าเคยลั่นวาจาไว้ก่อนปิดด่านว่า หากข้าทะลวงถึงระดับแก่นทองคำเมื่อใด จะรับข้าเป็นศิษย์ถ่ายทอดโดยตรงอย่างเป็นทางการ"

"นังโม่อยู่ เป็น ศิษย์ในนาม ของอาจารย์เช่นเดียวกับข้า นางไม่พอใจเรื่องนี้มาตลอด จึงคอยหาเรื่องข้าทุกฝีก้าว"

"นอกจากนาง ยังมีศิษย์ในนามคนอื่นๆ ที่จ้องตำแหน่งนี้อยู่เหมือนกัน เพียงแต่พวกนั้นฝีมือไม่เท่าโม่อยู่ จึงไม่นับเป็นภัยคุกคามเท่าไรนัก"

"พูดไปแล้ว ก็เป็นเพราะข้าบำเพ็ญเพียรยังไม่ถึงขั้น ยังนั่งตำแหน่งนี้ได้ไม่มั่นคง พวกคนถ่อยพวกนี้ถึงได้มีช่องว่างให้ฉกฉวย"

น้ำเสียงของลั่วจื่ออินเจือความจนใจและไม่ยินยอมพร้อมใจ

แม้นางจะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แต่ทรัพยากรการฝึกฝนมีจำกัด ทั้งยังขาดแรงหนุนหลัง ไม่เหมือนฉู่โม่ที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้

ตลอดมานางถูกศัตรูล้อมรอบ ต่างจ้องจะตะครุบตำแหน่งของนาง สถานการณ์จึงค่อนข้างยากลำบาก

เวลานี้ฉู่โม่หวนนึกถึงข้อมูลของลั่วจื่ออินที่เคยรู้มา ว่านางมีศัตรูในสำนักมากมาย ก็คงหมายถึงสถานการณ์นี้นี่เอง

นางตัวคนเดียวไร้ที่พึ่ง จึงต้องเปลี่ยนตัวเองให้เข้มแข็ง เย็นชา และมีวิธีการที่โหดเหี้ยมเพื่อปกป้องตัวเอง

แต่ฉู่โม่กลับรู้สึกขัดแย้งนิดหน่อย เพราะเท่าที่เขารู้ ศิษย์ถ่ายทอดโดยตรงมักจะมีเส้นสาย แต่ลั่วจื่ออินกลับไม่มี

แล้วทำไมนางถึงได้เป็นศิษย์ถ่ายทอดโดยตรง? หรือเป็นเพราะอาจารย์ของลั่วจื่ออินมีความพิเศษบางอย่าง?

"ศิษย์น้องฉู่มาหา มีธุระอันใดหรือ?"

ลั่วจื่ออินปรับอารมณ์ แล้วเอ่ยถาม

"มีเรื่องจะปรึกษาจริงๆ"

ฉู่โม่พยักหน้า

"งั้นเข้าไปคุยข้างในเถอะ"

ลั่วจื่ออินนำทางฉู่โม่เข้าไปในถ้ำพำนักของนาง

ภายในถ้ำ ยังคงตกแต่งสไตล์เรียบง่ายและเย็นชาเช่นเดิม เพียงแต่เทียบกับตอนอยู่สายนอกแล้ว พลังปราณเข้มข้นกว่าหลายเท่า และมีของตกแต่งจุกจิกของผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาบ้าง

ทันทีที่เข้ามาในถ้ำ ลั่วจื่ออินก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองอย่างรู้หน้าที่

ชุดกระโปรงสีขาวจันทร์กระจ่างไหลลงกองกับพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องอันเย้ายวนที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งงดงาม

ฉู่โม่มองท่าทางอันชำนาญของนางแล้วเลิกคิ้ว

"เจ้าทำอะไรน่ะ?"

การเคลื่อนไหวของลั่วจื่ออินชะงักกึก ใบหน้างามแดงซ่านขึ้นมาทันที ฟันขาวขบระริมฝีปากล่างเบาๆ น้ำเสียงแฝงความอับอายระคนคับแค้น

"นะ... นายท่าน ท่านคงอยากจะทำแบบนี้มาตลอดใช่ไหมเจ้าคะ? หลังจากได้เป็นศิษย์สายในแล้ว ก็เข้ามา... ย่ำยีข้าถึงในถ้ำ..."

ฉู่โม่ได้ยินดังนั้นกลับส่ายหน้า

"เจ้าคิดมากไปแล้ว วันนี้ข้ามาเพื่อหารือเรื่องงานจริงๆ"

สิ้นคำพูด บรรยากาศก็ตกอยู่ในความกระอักกระอ่วนถึงขีดสุด

ลั่วจื่ออินแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ใบหน้าแทบจะมุดลงไปที่หน้าอก

ไอ้ปีศาจ!

เขาต้องจงใจแกล้งแน่ๆ!

ลั่วจื่ออินอับอายจนแทบสิ้นสติ กำลังจะหยิบเสื้อผ้ามาใส่กลับคืน

ทว่าฉู่โม่กลับก้าวเข้ามา รวบร่างนางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์

"แต่ว่า... ในเมื่อถอดแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรสักหน่อย ก็เสียของแย่สิ?"

พูดจบ เขาก็วางลั่วจื่ออินลงบนแท่นนอน แล้วก้มลงจูบที่ซอกคอขาวเนียนของนางจากด้านหลัง

ร่างของลั่วจื่ออินสั่นสะท้าน หลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมา

ทันใดนั้นเอง ภายนอกถ้ำพลันมีเสียงบุรุษที่ฟังดูร้อนรนดังขึ้น

"ศิษย์น้องลั่ว! ศิษย์น้องลั่วอยู่หรือไม่? ศิษย์พี่ เหลียงจ้งเหวย ขอเข้าพบ!"

การเคลื่อนไหวของฉู่โม่ชะงักเล็กน้อย แววตาฉายแววนึกสนุก

ส่วนลั่วจื่ออินตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา น้ำเสียงตื่นตระหนก

"เป็น... เป็นศิษย์พี่เหลียง..."

"โอ้? คนที่มาจีบเจ้างั้นรึ?"

ฉู่โม่ถามด้วยความสนใจ

ลั่วจื่ออินพยักหน้าด้วยความอับอาย ในใจหนาวเหน็บ

จบกัน จบสิ้นกันหมดแล้ว!

"ศิษย์พี่เหลียง ข้าไม่ว่าง"

ลั่วจื่ออินกัดฟันตะโกนตอบ

ด้านนอก เหลียงจ้งเหวยขมวดคิ้ว กล่าวว่า

"งั้นศิษย์พี่ไม่รบกวนแล้ว เพียงแต่... ช่วงนี้ข้าออกไปทำภารกิจ บังเอิญได้ โอสถคงโฉม มาเม็ดหนึ่ง มีผลเลิศต่อรูปโฉมของศิษย์หญิง จึงตั้งใจนำมามอบให้ศิษย์น้อง"

โอสถคงโฉม!

ลั่วจื่ออินได้ยินชื่อนี้ หัวใจก็ไหววูบ

สตรีใดบ้างไม่รักสวยรักงาม? ยิ่งเป็นยาวิเศษที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์เช่นนี้

แต่ถึงกระนั้น นางก็ต้องปฏิเสธ เพราะไม่มีความดีความชอบ ย่อมไม่รับของกำนัล

ทว่าฉู่โม่กลับกระซิบที่ข้างหูนางว่า

"รับไว้ซะ"

จบบทที่ ตอนที่ 40 ได้ตัวมู่ชิงหลี

คัดลอกลิงก์แล้ว