เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว!

บทที่ 11 - เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว!

บทที่ 11 - เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว!


บทที่ 11 - เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว!

ในเวลาเดียวกัน

ณ คฤหาสน์ตระกูลซ่ง

หลังจากได้ข่าวว่าลูกสาวได้รับพลังของผลเพลิง ประธานซ่งก็รีบโยนงานที่เหลือให้ลูกน้องจัดการต่อ แล้วบึ่งรถกลับบ้านด้วยความร้อนใจทันที

"ไห่ถัง!"

ทันทีที่เห็นหน้าลูกสาว ประธานซ่งก็รีบปรี่เข้าไปถาม "ลูกได้ผลเพลิงมาจริงๆ เหรอ?"

ตอนนี้ซ่งไห่ถังดึงสติกลับมาเยือกเย็นเหมือนเดิมแล้ว เธอพยักหน้ารับเรียบๆ แล้วตอบว่า "ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ผลเพลิงลูกนี้มันไม่ใช่ของหนูตั้งแต่แรกหรอกค่ะ แต่เป็นเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งยกให้หนูต่างหาก"

เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ประธานซ่งรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมดแล้ว ก็ข่าวเล่นประโคมออกทีวีซะขนาดนั้น

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถาม "ไห่ถัง ลูกกำลังคบหาดูใจกับเพื่อนที่ชื่อจ้าวเจิงคนนั้น... อยู่ใช่ไหม?"

ในฐานะคนเป็นพ่อ ประธานซ่งย่อมต้องเป็นห่วงลูกสาวสุดที่รักเป็นธรรมดา

ตอนที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน เขาไม่ได้อยู่เคียงข้างภรรยาและลูกสาว จนเป็นเหตุให้ภรรยาต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจ... เรื่องนี้กลายเป็นตราบาปที่กรีดลึกอยู่ในใจของประธานซ่งมาโดยตลอด

ยิ่งตอนที่ได้เห็นลูกสาวตัวน้อยยืนร้องไห้น้ำตานองหน้าอยู่หน้ากล้องทีวี พร้อมกับกล่าวคำสาบานด้วยความเคียดแค้นว่าจะต้องกำจัดสัตว์ประหลาดตัวต้นเหตุให้จงได้ เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดและคิดว่าตัวเองติดค้างลูกสาวคนนี้มากเหลือเกิน...

การที่ประธานซ่งครองตัวเป็นโสด ไม่ยอมแต่งงานใหม่มาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะต้องการชดเชยความรักความอบอุ่นให้กับลูกสาวอย่างเต็มที่

พอตอนนี้เห็นว่าลูกสาวเริ่มมีวี่แววจะมีความรัก คนเป็นพ่ออย่างเขาก็ต้องขอเข้ามาสอดส่องดูแลสักหน่อย มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ

แต่คำตอบของซ่งไห่ถังกลับทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย

"เปล่านะคะ" ซ่งไห่ถังส่ายหน้าปฏิเสธ

"เปล่างั้นเหรอ?" ประธานซ่งตกใจมาก "ถ้าไม่ได้คบกัน แล้วทำไมหมอนั่นถึงยอมยกผลเพลิงให้ลูกล่ะ?"

จะไม่ให้ประธานซ่งสงสัยลูกสาวตัวเองก็คงไม่ได้

ก็เพราะเรื่องทั้งหมดนี้มันดูหลุดโลกเกินไปน่ะสิ!

"พ่อคะ พ่อก็รู้ว่าหนูไม่เคยโกหกพ่อเลยสักครั้ง ที่หนูบอกว่าไม่ได้คบ ก็คือไม่ได้คบจริงๆ ค่ะ"

ใบหน้าสวยหวานของซ่งไห่ถังฉายแววสับสนงุนงงออกมา "ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมนักเรียนจ้าวเจิงถึงยอมทำแบบนั้น หนู... หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ..."

นี่คือความจริงจากใจเลย

จนถึงวินาทีนี้ เธอก็ยังคิดไม่ตกเลยว่าทำไมจ้าวเจิงถึงทำแบบนั้น...

ถึงจะเรียนห้องเดียวกันมาตั้งสามปี แต่เธอแทบจะไม่เคยคุยกับจ้าวเจิงเลยด้วยซ้ำ

หรือว่า จ้าวเจิงจะแอบชอบเธอมาตลอดสามปีเต็ม

แต่ถึงจะแอบชอบยังไง มันก็ไม่น่าจะทุ่มเทเสียสละให้กันมากมายขนาดนี้หรือเปล่า?

นั่นมันคือผลปีศาจสายธรรมชาติระดับตำนานเลยนะ!

"อ้าว?"

เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่น่าจะโกหก ประธานซ่งก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก

ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ เหรอเนี่ย?

ตอนแรกเขาอุตส่าห์เดาไปไกลว่า ลูกสาวอาจจะแอบคบหากับไอ้หนุ่มนั่นแบบลับๆ เผลอๆ อาจจะถึงขั้นสัญญารักผูกมัดหัวใจกันไปแล้วด้วยซ้ำ ไอ้หนุ่มนั่นถึงได้ยอมเสียสละให้ลูกสาวเขามากมายขนาดนี้

แต่นี่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยเนี่ยนะ?

แล้วไอ้หนุ่มแซ่จ้าวนั่นมันทำไปเพื่ออะไรกันล่ะ?

เพื่อโชว์ความคลั่งรักแบบไร้ขีดจำกัดงั้นเหรอ?

บนโลกนี้มันยังมีคนคลั่งรักที่โง่เง่าเต่าตุ่นขนาดนี้หลงเหลืออยู่อีกเหรอเนี่ย?

...

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าการกระทำสุดแหวกแนวของจ้าวเจิงในครั้งนี้ เล่นเอาคนงงเป็นไก่ตาแตกกันไปเป็นแถบๆ

สองพ่อลูกนั่งเดาใจจ้าวเจิงกันอยู่นานสองนาน แต่ก็คิดหาเหตุผลอื่นไม่ออก สุดท้ายก็เลยลงความเห็นตรงกันว่า คงเป็นเพราะจ้าวเจิงหลงรักซ่งไห่ถังหัวปักหัวปำนั่นแหละ ถึงได้หน้ามืดตามัวทำเรื่องขาดสติแบบนั้นลงไป

"ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็คงต้องหาทางชดเชยให้เขาอย่างเต็มที่ที่สุดก็แล้วกัน"

ประธานซ่งใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าหมอนั่นสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาจากมิติวิญญาณได้ พ่อขอรับรองด้วยเกียรติเลยว่า พ่อจะเลี้ยงดูปูเสื่อให้เขาเสวยสุขไปตลอดชีวิตเลย!"

คำพูดนี้ประธานซ่งไม่ได้โม้เกินจริงเลยสักนิด

ถึงเขาจะเป็นแค่ประธานสมาคมผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดสาขาย่อย แต่ทรัพยากรและเส้นสายที่เขามีอยู่ในมือนั้น มันเหนือกว่าที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้หลายขุม

ขอแค่จ้าวเจิงเอาชีวิตรอดกลับมาจากมิติวิญญาณได้ เขาก็มีปัญญาดันให้จ้าวเจิงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปจนแก่เฒ่าได้สบายๆ

ซ่งไห่ถังเหลือบมองผู้เป็นพ่อ ก่อนจะพูดความจริงที่โหดร้ายออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "สาเหตุที่สายเลือดชาวคริปตอนถูกตราหน้าว่าเป็นพรสวรรค์ขยะ ก็เพราะว่ามันไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังอะไรให้มนุษย์เลยแม้แต่น้อย นั่นหมายความว่าตอนนี้นักเรียนจ้าวเจิงก็ยังคงเป็นแค่คนธรรมดาเดินดินคนหนึ่งเท่านั้น การจะให้คนธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรเลย เอาชีวิตรอดกลับมาจากมิติวิญญาณได้ มันเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก! ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้มหาวิทยาลัยพลังเหนือมนุษย์ทุกแห่งก็เลิกรับนักศึกษาที่มีพรสวรรค์ระดับขยะเข้าเรียนแล้ว เผลอๆ ตอนนี้เขาอาจจะไม่มีที่เรียนเลยด้วยซ้ำ"

คำพูดของลูกสาวมีเหตุผลจนประธานซ่งต้องพยักหน้าเห็นด้วย เขาขมวดคิ้วใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "พ่อรู้จักกับอธิการบดีของวิทยาลัยพลังเหนือมนุษย์อยู่หลายคน... ไห่ถัง ลูกลองไปถามเพื่อนที่ชื่อจ้าวเจิงคนนั้นดูนะ ถ้าเขาอยากเรียนต่อ พ่อก็พอจะใช้เส้นสายฝากฝังให้เขาเข้าไปเรียนในวิทยาลัยพลังเหนือมนุษย์ได้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร"

ชะงักไปนิดหนึ่ง ประธานซ่งก็พูดเสริมขึ้นมาว่า "แต่ถ้าเป็นระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ... อันนี้คงยากหน่อย เพราะพวกเขามีกฎเกณฑ์การรับสมัครที่เข้มงวดมาก"

วิทยาลัยพลังเหนือมนุษย์กับมหาวิทยาลัยพลังเหนือมนุษย์ ถึงชื่อจะคล้ายกัน แต่คุณภาพและระดับชั้นนั้นต่างกันลิบลับ

มันก็เหมือนเอาโรงเรียนอาชีวะไปเทียบกับมหาวิทยาลัยชั้นนำนั่นแหละ!

"ไม่ต้องลำบากคุณพ่อหรอกค่ะ" ซ่งไห่ถังตอบเสียงเรียบ "เรื่องที่เรียนของเขา หนูจัดการให้เรียบร้อยแล้วค่ะ"

"หา?"

ประธานซ่งชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบถามด้วยความอยากรู้ "ลูกไปจัดการให้เขายังไงล่ะ?"

"ตอนอยู่ที่โรงเรียน หลังจากที่หนูกินผลเพลิงเข้าไปแล้ว ก็มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งมารุมแย่งตัวหนูให้ไปเรียนด้วย..."

พอได้ยินลูกสาวเล่าแบบนี้ ประธานซ่งก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ "มันก็แหงอยู่แล้วล่ะ ผู้ใช้พลังผลปีศาจสายธรรมชาติ ปีๆ นึงทั่วโลกจะมีโผล่มาสักกี่คนกันเชียว ไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนก็ต้องอยากได้ตัวไปทั้งนั้นแหละ หรือว่าลูก..."

พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็เบิกตากว้างเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

และก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้เป๊ะ!

เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดของซ่งไห่ถังดังขึ้น "หนูยื่นคำขาดกับพวกตัวแทนฝ่ายรับสมัครพวกนั้นไปว่า ถ้าอยากได้ตัวหนูไปเรียน ก็ต้องรับนักเรียนจ้าวเจิงเข้าเรียนที่เดียวกันด้วย!"

"มีหลายมหาวิทยาลัยที่ติดขัดเรื่องกฎระเบียบจนรับเงื่อนไขของหนูไม่ได้ สุดท้ายก็เหลือแค่มหาวิทยาลัยหกแห่งที่ยอมตกลง หนูเลยเลือกมหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในบรรดาหกแห่งนั้นค่ะ"

"ป่านนี้ใบตอบรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้ คงส่งไปถึงมือนักเรียนจ้าวเจิงแล้วล่ะค่ะ"

ฟังลูกสาวร่ายยาวจบ ประธานซ่งก็ถึงกับอ้าปากพะงาบๆ พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะสรรหาคำพูดไหนมาพูดดี

จะดุลูกสาวดีไหม?

แต่สิ่งที่ลูกสาวทำลงไปก็เพื่อทดแทนบุญคุณนะ!

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเอาสิ่งที่ลูกสาวลงทุนไปเทียบกับสิ่งที่จ้าวเจิงเสียสละให้แล้ว สิ่งที่ลูกสาวทำมันดูเล็กน้อยไปเลยด้วยซ้ำ...

ประธานซ่งใช้เวลาไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา "ไห่ถังเอ๊ย พ่อเข้าใจนะว่าลูกอยากจะชดเชยให้เพื่อนคนนั้น และพ่อก็ไม่ได้คัดค้านสิ่งที่ลูกทำลงไปด้วย แต่ลูกต้องอย่าลืมนะว่า มหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้น่ะเป็นถึงมหาวิทยาลัยระดับท็อปเท็นของประเทศ ต่อให้จะเป็นอันดับบ๊วยของท็อปเท็น แต่มันก็ยังเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่ดี! เด็กที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ได้ แต่ละคนล้วนแต่เป็นหัวกะทิที่มีพรสวรรค์ระดับสูงกันทั้งนั้น!"

"การที่ลูกใช้สิทธิพิเศษดึงเพื่อนคนนั้นเข้าไปเรียนด้วย มันอาจจะไม่ได้ส่งผลดีกับเขาเสมอไปหรอกนะ เพราะมันมีความเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ว่า... ไม่มีใครยอมรับเขาเข้าปาร์ตี้!"

"พญาหงส์ไม่ร่อนลงฝูงกาหรอกนะลูก ไม่มีใครอยากจะเอาตัวถ่วงที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ระดับขยะมาร่วมทีมด้วยหรอก!"

"ถึงเวลานั้น พอเขาต้องเข้าไปผจญภัยในมิติวิญญาณตัวคนเดียว โอกาสที่เขาจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้มันก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก..."

พูดมาถึงตรงนี้ ประธานซ่งก็ถึงกับพูดไม่ออกอีกต่อไป

เพราะเขาดันจินตนาการไปถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดเข้าเสียแล้ว...

เขาหน้าถอดสี รีบหันขวับไปมองหน้าลูกสาวทันที

และซ่งไห่ถังก็ไม่ทำให้ผู้เป็นพ่อ "ผิดหวัง" เลยจริงๆ!

"เขามีทีมอยู่แล้วค่ะ" เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ "หนูนี่แหละจะเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขาเอง!"

แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่กลับแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอนได้!

ทำเอาประธานซ่งแทบจะล้มทั้งยืน!

"ลูกเอ๊ย ลูกอย่าทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้นะ! ในมิติวิญญาณมันอันตรายสุดๆ เลยนะลูก ถ้าลูกเอาตัวถ่วงไปเป็นภาระด้วย ลูกจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้ยังไง ทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยเขาเลยนะ มีแต่จะพากันไปตายเปล่าๆ..."

"แล้วอีกลงอย่าง ลูกเคยสาบานเอาไว้ไม่ใช่เหรอว่าจะต้องกำจัดสัตว์ประหลาดตัวนั้นให้ได้? ตอนนี้ลูกได้พลังอันยิ่งใหญ่ของผลเพลิงมาครอบครองแล้ว ลูกมีโอกาสสูงมากที่จะทำตามเป้าหมายนั้นได้สำเร็จ ขอแค่ลูกหาหัวหน้าทีมเก่งๆ ที่สามารถคอยซัพพอร์ตลูกในมิติวิญญาณได้ ลูกก็จะได้รับรางวัลกลับมามากมาย แล้วก็เก่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว!"

"การเดินทางในมิติวิญญาณน่ะ ก้าวพลาดแค่นิดเดียวก็ถึงตายได้เลยนะ! ถ้าลูกเริ่มต้นสร้างรากฐานในมิติวิญญาณได้ไม่ดีพอ ลูกก็ไม่มีวันก้าวขึ้นไปเป็นยอดฝีมือได้ และไม่มีทางที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้เลย..."

"พ่อรู้ดีว่าลูกอยากจะทดแทนบุญคุณให้เพื่อนคนนั้น แต่วิธีตอบแทนบุญคุณมันมีตั้งเยอะแยะ ลูกไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงอันตรายพร้อมกับเขาเลยนะลูกเอ๊ย!!"

เพื่อจะดึงสติลูกสาวให้เลิกคิดทำอะไรแผลงๆ ประธานซ่งผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับต้องสวมบทเป็นคุณลุงขี้บ่น พร่ำพรรณนาหว่านล้อมลูกสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว