- หน้าแรก
- วายร้ายบัญชาสวรรค์ ขอโทษทีที่ลูกน้องผมโหดเกินไปหน่อย
- บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง
บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง
บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง
บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง
"คุณ... คุณเป็นใครกันแน่" หลัวชินมองขุนพลที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีเลือดด้วยความหวาดกลัว สายตาของลิโป้ที่มองมานั้นช่างเย็นเยียบเสียเหลือเกิน
ตัวเองเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ขั้นรวบรวมลมปราณช่วงปลาย
มองไปทั่วทั้งราชวงศ์เทียนอู่ก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง
แต่การปะทะกันเมื่อครู่ ตัวเองกลับรับมือไม่ได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว
ต่อให้เป็นผู้นำตระกูลหลัวก็อาจจะไม่มีพลังระดับนี้ด้วยซ้ำ
ข้างกายฉินเซียวมีผู้แข็งแกร่งขนาดนี้มาอยู่ด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ที่สำคัญคือ ตัวเขาเองกลับไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยสักนิด!!
ลิโป้ไม่สนใจเขา
ค่อยๆ เก็บทวนกรีดฟ้าในมือลง กระโดดลงจากหลังม้าเซ็กเธาว์ตัวใหญ่ยักษ์ แล้วเดินไปต้อนรับฉินเซียวที่กำลังเดินเข้ามา
ตึง!
ทวนกรีดฟ้าปักลงบนพื้นอย่างแรง ลิโป้คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วกล่าวด้วยความเคารพ "ผู้ใต้บังคับบัญชามาสาย ขอท่านชายโปรดลงโทษด้วย!"
หลินลู่และหนิงหย่วนซานตกตะลึงจนใจเต้นระรัว
ยอดฝีมือระดับนี้กลับให้ความเคารพท่านชายถึงเพียงนี้
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
ฉินเซียวเดินเข้าไปประคองลิโป้ให้ลุกขึ้นพร้อมกับหัวเราะลั่น "ไม่สาย ไม่สายเลย เฟิ่งเซียนมาได้จังหวะพอดี รีบลุกขึ้นเถอะ"
แม้ตัวเองจะไม่มีพลังยุทธ์อะไรเลย แต่ยอดขุนพลระดับหกขั้นผลัดเปลี่ยนกายาช่วงปลายอย่างลิโป้ก็ยังคงแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม
ความภาคภูมิใจของฉินเซียวได้รับการเติมเต็มอย่างมหาศาล
ลูกผู้ชายทุกคนล้วนอยากจะแข็งแกร่งดุดันเหมือนลิโป้กันทั้งนั้น
และฉันฉินเซียวคนนี้ ก็คือเจ้านายของลิโป้
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...
หลังจากลิโป้ลุกขึ้น เขาก็ปรายตามองหนิงหย่วนซานและหลินลู่แวบหนึ่ง
จากนั้นก็เข้าไปยืนแทนที่ตำแหน่งของทั้งสองคน คอยยืนเฝ้าพิทักษ์อยู่ข้างกายฉินเซียวไม่ห่างราวกับหอคอยเหล็กกล้า
ลิโป้ถูกป้อนความทรงจำของโลกใบนี้เข้าไปแล้ว
ตอนนี้เขาคือยอดฝีมือที่เคยได้รับข้าวหนึ่งมื้อจากฉินเซียวเป็นบุญคุณ จึงคอยปกป้องฉินเซียวอยู่เงียบๆ และจะลงมือเฉพาะในยามคับขันเท่านั้น
แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดีว่าหนิงหย่วนซานไม่เคยเห็นหัวฉินเซียวมาตลอด
หลินลู่ยังพอทำเนา
แต่สำหรับหนิงหย่วนซานแล้ว ลิโป้แทบจะไม่อยากมองหน้าเลย
หากไม่ใช่เพราะท่านชายยังไม่ออกคำสั่ง เขาคงลงมือสั่งสอนนายทหารระดับสามตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ไปก่อนแล้ว
มียอดขุนพลระดับท็อปมาเป็นบอดี้การ์ด
ความรู้สึกปลอดภัยที่พุ่งปรี๊ดขนาดนี้ ฉินเซียวพอใจมากทีเดียว
เขาเดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลัวชิน ก้มลงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ใครส่งแกมา"
แววตาของหลัวชินวูบไหว เผยให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจ
ครู่ต่อมาเขาดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
เขาเงยหน้าขึ้นมองฉินเซียวด้วยสายตามืดมนแล้วตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "ไม่ ข้าบอกไม่ได้!"
"ถ้าข้าบอก ไม่ใช่แค่ข้า แต่ครอบครัวของข้าก็..."
ฉับ!
ทว่าคำพูดของเขายังไม่ทันจบ ลิโป้ที่ได้รับสัญญาณจากฉินเซียวก็ตวัดทวนกรีดฟ้าในมืออย่างไม่ให้ตั้งตัว
ตัดหัวของหลัวชินขาดกระเด็นในทันที
ตุ้บ!
ศพไร้หัวล้มลงกับพื้น
หัวที่ขาดก็กลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นเช่นกัน
บนใบหน้าของหลัวชินยังคงหลงเหลือความหวาดกลัวก่อนตายเอาไว้
ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เขาไม่คิดเลยว่าฉินเซียวจะเด็ดขาดขนาดนี้
ตอนที่มาไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าฉินเซียวเป็นแค่ไอ้สวะขี้ขลาดตาขาว ตั้งแต่เล็กจนโตแค่ไก่ยังไม่กล้าฆ่า
ใครแม่งเป็นคนให้ข้อมูลวะเนี่ย
หน่วยข่าวกรองลวงโลกหรือไง
ไม่ใช่แค่หลัวชิน
หนิงหย่วนซานและทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียงนับร้อยนายก็ตกใจจนสะดุ้งเช่นกัน
สายตาที่มองฉินเซียวแฝงไปด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ
นี่ใช่ท่านชายของพวกเขาจริงๆ งั้นเหรอ
ตอนนั้นเอง น้ำเสียงเย็นชาของฉินเซียวก็ดังขึ้นท่ามกลางกองทหาร
"ฉันขอขอบใจพวกนายทุกคนที่ยอมสละชีวิตเข้าช่วยเหลือเมื่อครู่นี้"
"ฉันรู้ด้วยว่าพวกนายมีอคติกับฉันมาตลอด!"
"แต่ฉันหวังว่าพวกนายจะเข้าใจ ว่าตั้งแต่วินาทีที่พวกนายตามฉันออกจากเป่ยเหลียง พวกนายก็ไม่ใช่คนของเป่ยเหลียงอีกต่อไปแล้ว!"
"ฉันรอด พวกนายถึงจะรอด!"
"ถ้าฉันตาย พวกนายก็ต้องตายเหมือนกัน!"
"ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชีวิตของพวกเราผูกติดกันแล้ว!"
"ฉันขอสัญญากับพวกนายว่า หากติดตามฉัน ต่อไปในอนาคตพวกนายจะได้รับสถานะที่แต่ก่อนพวกนายไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงอย่างแน่นอน!"
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
สิ้นเสียงคำพูด ทหารม้าเป่ยเหลียงก็พากันลงจากหลังม้าและคุกเข่าลงกับพื้น
ส่งเสียงร้องตะโกนก้อง!
"ยินดีถวายชีวิตเพื่อท่านชาย!"
"ยินดีถวายชีวิตเพื่อท่านชาย!"
"ยินดีถวายชีวิตเพื่อท่านชาย!"
ความจริงแล้วทหารเป่ยเหลียงเหล่านี้รู้ดีว่า การตามฉินเซียวไปเมืองหลวงครั้งนี้มีแต่ตายกับตายแทบไม่มีโอกาสรอด
เดิมทีพวกเขาก็เป็นเพียงคนที่มีสถานะต่ำต้อยในกองทัพเป่ยเหลียงอยู่แล้ว
ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกส่งมาทำภารกิจส่งตัวเองไปตายแบบนี้หรอก
แต่ความเปลี่ยนแปลงของฉินเซียวทำให้พวกเขามองเห็นความหวังในการมีชีวิตรอด
บางทีท่านชายที่มักจะถูกผู้คนนินทาว่าร้ายผู้นี้ อาจจะสามารถพาพวกเขาเดินไปในเส้นทางที่แตกต่างออกไปได้จริงๆ
ฉินเซียวไม่ได้อธิบายอะไรกับหลินลู่และหนิงหย่วนซานมากนัก เขาสั่งให้ทั้งสองคนไปรักษาตัวให้ดีแล้วตัวเองก็กลับเข้าไปในรถม้า
ส่วนลิโป้ก็ขี่ม้าคอยคุ้มกันอยู่รอบรถม้า
ขบวนรถออกเดินทางอีกครั้ง
...
อุแหวะ!
เพิ่งจะกลับเข้ามาในรถม้า ฉินเซียวก็แทบจะอ้วกแตก
ภาพการตัดหัวหลัวชินแบบสดๆ ต่อหน้าต่อตาเมื่อกี้มันช่างโหดร้ายและอาบเลือดเกินไป สำหรับฉินเซียวที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งได้รับการศึกษาในอารยธรรมยุคปัจจุบันแล้ว ชั่วขณะนั้นมันยากที่จะทำใจยอมรับได้จริงๆ
เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอกเขาพยายามกลั้นเอาไว้มาตลอด
แต่ความสามารถในการปรับตัวของฉินเซียวก็ถือว่าสูงมาก เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ เขาก็ปรับสภาพจิตใจได้จนเป็นปกติ
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ นั่งขัดสมาธิอยู่ในรถม้าแล้วพูดขึ้นในใจ "ระบบ สุ่มจับคัมภีร์ยุทธ์!"
แพ็กเกจของขวัญมือใหม่ยังมีรางวัลเหลือให้ใช้อีกตั้งสี่อย่าง
[ติ๊ง เริ่มทำการสุ่มจับคัมภีร์ยุทธ์]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์สุ่มได้คัมภีร์ยุทธ์ เคล็ดวิชาเทียนกัง]
[ระดับ ระดับสวรรค์]
[เคล็ดวิชาเทียนกัง มาจากแอนิเมชันจีนเรื่อง จอมคนนอกรีต ผ่านการปรับปรุงจากระบบแล้ว การฝึกฝนวิชานี้จะก่อให้เกิดลมปราณที่แข็งแกร่ง ร้อนแรง บริสุทธิ์ และเที่ยงธรรมที่สุด หากฝึกฝนจนถึงขั้นต้นจะสามารถผ่าภูเขาแยกศิลาได้ หากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงพลังโจมตีเพียงพริบตาเดียวก็สามารถสั่นสะเทือนฟ้าดินได้]
ร้ายกาจ!
หางตาของฉินเซียวถึงกับกระตุก
เคล็ดวิชาเทียนกังเป็นวิชาที่จอมมารหยวนเทียนกังเป็นผู้ฝึกฝน
เมื่อผ่านการดัดแปลงอย่างประณีตจากระบบแล้ว พอเอามาอยู่ในโลกที่มีระดับพลังยุทธ์ต่ำอย่างทวีปเซิ่งหลิงก็ถือว่าเป็นสุดยอดคัมภีร์ยุทธ์ระดับท็อปอย่างแน่นอน
การแบ่งระดับคัมภีร์ยุทธ์และทักษะยุทธ์ในทวีปเซิ่งหลิงก็เป็นแบบพื้นๆ ทั่วไป คือแบ่งเป็นสี่ระดับ ได้แก่ สวรรค์ ปฐพี นภา และมนุษย์
ระดับของคัมภีร์ยุทธ์จะเป็นตัวกำหนดความเร็วในการฝึกฝนและคุณภาพของลมปราณที่ผู้ฝึกยุทธ์สามารถสร้างขึ้นมาได้
ส่วนระดับของทักษะยุทธ์จะเป็นตัวกำหนดพลังโจมตีที่ผู้ฝึกยุทธ์สามารถระเบิดออกมาได้ในการต่อสู้
ความสัมพันธ์แบบนี้ก็คล้ายๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างเคล็ดวิชาเมฆาม่วงของสายลมปราณกับเพลงกระบี่เก้าเดียวดายของสายกระบี่ในสำนักฮว๋าซานจากนิยายกำลังภายในของกิมย้งนั่นแหละ
"น่าเสียดายที่วิชาเทพขนาดนี้ แต่ฉันกลับฝึกไม่ได้นี่สิ!" บนใบหน้าของฉินเซียวเผยให้เห็นถึงความเสียดาย
ร่างกายนี้ในปัจจุบันยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะฝึกยุทธ์ได้
ไม่อย่างนั้นฉินอิงก็คงไม่รังเกียจเขาหรอก
เขาส่ายหัวอย่างจนใจแล้วพูดขึ้นในใจอีกครั้ง "ระบบ ใช้รางวัลสุ่มยกระดับการฝึกฝน!"
[ติ๊ง เริ่มทำการสุ่มยกระดับการฝึกฝนของโฮสต์]
สิ้นเสียงระบบ ฉินเซียวก็รู้สึกได้ทันทีว่าภายในร่างกายมีพลังอันยิ่งใหญ่และอบอุ่นไหลเวียนเพิ่มเข้ามา
พลังสายนี้ช่วยชำระล้างร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายที่เคยอ่อนแอกลับเริ่มมีพละกำลังอัดแน่นขึ้นมาอย่างช้าๆ
ความแข็งแกร่งของร่างกายเริ่มเพิ่มสูงขึ้น
กระดูกเริ่มแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
หลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อ จู่ๆ ภายในร่างกายก็มีกระแสลมปราณที่ไม่ทราบที่มาเพิ่มขึ้นมา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นลมปราณที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวบรวมลมปราณหล่อหลอมขึ้นมาได้นั่นเอง
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ฉินเซียวประหลาดใจอย่างมาก
นี่คือผู้ฝึกยุทธ์อย่างนั้นเหรอ
มันช่างน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว
ประมาณหนึ่งเค่อต่อมา เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง การสุ่มยกระดับการฝึกฝนเสร็จสิ้น]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์บรรลุถึงระดับสี่ขั้นรวบรวมลมปราณช่วงต้นสำเร็จ]
เชี่ยเอ๊ย ฉันฝึกเคล็ดวิชาเทียนกังได้แล้ว!!
มันจะง่ายขนาดนี้เลยเหรอ
[จบแล้ว]