เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง

บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง

บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง


บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง

"คุณ... คุณเป็นใครกันแน่" หลัวชินมองขุนพลที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีเลือดด้วยความหวาดกลัว สายตาของลิโป้ที่มองมานั้นช่างเย็นเยียบเสียเหลือเกิน

ตัวเองเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ขั้นรวบรวมลมปราณช่วงปลาย

มองไปทั่วทั้งราชวงศ์เทียนอู่ก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง

แต่การปะทะกันเมื่อครู่ ตัวเองกลับรับมือไม่ได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว

ต่อให้เป็นผู้นำตระกูลหลัวก็อาจจะไม่มีพลังระดับนี้ด้วยซ้ำ

ข้างกายฉินเซียวมีผู้แข็งแกร่งขนาดนี้มาอยู่ด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ที่สำคัญคือ ตัวเขาเองกลับไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยสักนิด!!

ลิโป้ไม่สนใจเขา

ค่อยๆ เก็บทวนกรีดฟ้าในมือลง กระโดดลงจากหลังม้าเซ็กเธาว์ตัวใหญ่ยักษ์ แล้วเดินไปต้อนรับฉินเซียวที่กำลังเดินเข้ามา

ตึง!

ทวนกรีดฟ้าปักลงบนพื้นอย่างแรง ลิโป้คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วกล่าวด้วยความเคารพ "ผู้ใต้บังคับบัญชามาสาย ขอท่านชายโปรดลงโทษด้วย!"

หลินลู่และหนิงหย่วนซานตกตะลึงจนใจเต้นระรัว

ยอดฝีมือระดับนี้กลับให้ความเคารพท่านชายถึงเพียงนี้

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่

ฉินเซียวเดินเข้าไปประคองลิโป้ให้ลุกขึ้นพร้อมกับหัวเราะลั่น "ไม่สาย ไม่สายเลย เฟิ่งเซียนมาได้จังหวะพอดี รีบลุกขึ้นเถอะ"

แม้ตัวเองจะไม่มีพลังยุทธ์อะไรเลย แต่ยอดขุนพลระดับหกขั้นผลัดเปลี่ยนกายาช่วงปลายอย่างลิโป้ก็ยังคงแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม

ความภาคภูมิใจของฉินเซียวได้รับการเติมเต็มอย่างมหาศาล

ลูกผู้ชายทุกคนล้วนอยากจะแข็งแกร่งดุดันเหมือนลิโป้กันทั้งนั้น

และฉันฉินเซียวคนนี้ ก็คือเจ้านายของลิโป้

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...

หลังจากลิโป้ลุกขึ้น เขาก็ปรายตามองหนิงหย่วนซานและหลินลู่แวบหนึ่ง

จากนั้นก็เข้าไปยืนแทนที่ตำแหน่งของทั้งสองคน คอยยืนเฝ้าพิทักษ์อยู่ข้างกายฉินเซียวไม่ห่างราวกับหอคอยเหล็กกล้า

ลิโป้ถูกป้อนความทรงจำของโลกใบนี้เข้าไปแล้ว

ตอนนี้เขาคือยอดฝีมือที่เคยได้รับข้าวหนึ่งมื้อจากฉินเซียวเป็นบุญคุณ จึงคอยปกป้องฉินเซียวอยู่เงียบๆ และจะลงมือเฉพาะในยามคับขันเท่านั้น

แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดีว่าหนิงหย่วนซานไม่เคยเห็นหัวฉินเซียวมาตลอด

หลินลู่ยังพอทำเนา

แต่สำหรับหนิงหย่วนซานแล้ว ลิโป้แทบจะไม่อยากมองหน้าเลย

หากไม่ใช่เพราะท่านชายยังไม่ออกคำสั่ง เขาคงลงมือสั่งสอนนายทหารระดับสามตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ไปก่อนแล้ว

มียอดขุนพลระดับท็อปมาเป็นบอดี้การ์ด

ความรู้สึกปลอดภัยที่พุ่งปรี๊ดขนาดนี้ ฉินเซียวพอใจมากทีเดียว

เขาเดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลัวชิน ก้มลงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ใครส่งแกมา"

แววตาของหลัวชินวูบไหว เผยให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจ

ครู่ต่อมาเขาดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

เขาเงยหน้าขึ้นมองฉินเซียวด้วยสายตามืดมนแล้วตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "ไม่ ข้าบอกไม่ได้!"

"ถ้าข้าบอก ไม่ใช่แค่ข้า แต่ครอบครัวของข้าก็..."

ฉับ!

ทว่าคำพูดของเขายังไม่ทันจบ ลิโป้ที่ได้รับสัญญาณจากฉินเซียวก็ตวัดทวนกรีดฟ้าในมืออย่างไม่ให้ตั้งตัว

ตัดหัวของหลัวชินขาดกระเด็นในทันที

ตุ้บ!

ศพไร้หัวล้มลงกับพื้น

หัวที่ขาดก็กลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นเช่นกัน

บนใบหน้าของหลัวชินยังคงหลงเหลือความหวาดกลัวก่อนตายเอาไว้

ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เขาไม่คิดเลยว่าฉินเซียวจะเด็ดขาดขนาดนี้

ตอนที่มาไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าฉินเซียวเป็นแค่ไอ้สวะขี้ขลาดตาขาว ตั้งแต่เล็กจนโตแค่ไก่ยังไม่กล้าฆ่า

ใครแม่งเป็นคนให้ข้อมูลวะเนี่ย

หน่วยข่าวกรองลวงโลกหรือไง

ไม่ใช่แค่หลัวชิน

หนิงหย่วนซานและทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียงนับร้อยนายก็ตกใจจนสะดุ้งเช่นกัน

สายตาที่มองฉินเซียวแฝงไปด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ

นี่ใช่ท่านชายของพวกเขาจริงๆ งั้นเหรอ

ตอนนั้นเอง น้ำเสียงเย็นชาของฉินเซียวก็ดังขึ้นท่ามกลางกองทหาร

"ฉันขอขอบใจพวกนายทุกคนที่ยอมสละชีวิตเข้าช่วยเหลือเมื่อครู่นี้"

"ฉันรู้ด้วยว่าพวกนายมีอคติกับฉันมาตลอด!"

"แต่ฉันหวังว่าพวกนายจะเข้าใจ ว่าตั้งแต่วินาทีที่พวกนายตามฉันออกจากเป่ยเหลียง พวกนายก็ไม่ใช่คนของเป่ยเหลียงอีกต่อไปแล้ว!"

"ฉันรอด พวกนายถึงจะรอด!"

"ถ้าฉันตาย พวกนายก็ต้องตายเหมือนกัน!"

"ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชีวิตของพวกเราผูกติดกันแล้ว!"

"ฉันขอสัญญากับพวกนายว่า หากติดตามฉัน ต่อไปในอนาคตพวกนายจะได้รับสถานะที่แต่ก่อนพวกนายไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงอย่างแน่นอน!"

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!

สิ้นเสียงคำพูด ทหารม้าเป่ยเหลียงก็พากันลงจากหลังม้าและคุกเข่าลงกับพื้น

ส่งเสียงร้องตะโกนก้อง!

"ยินดีถวายชีวิตเพื่อท่านชาย!"

"ยินดีถวายชีวิตเพื่อท่านชาย!"

"ยินดีถวายชีวิตเพื่อท่านชาย!"

ความจริงแล้วทหารเป่ยเหลียงเหล่านี้รู้ดีว่า การตามฉินเซียวไปเมืองหลวงครั้งนี้มีแต่ตายกับตายแทบไม่มีโอกาสรอด

เดิมทีพวกเขาก็เป็นเพียงคนที่มีสถานะต่ำต้อยในกองทัพเป่ยเหลียงอยู่แล้ว

ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกส่งมาทำภารกิจส่งตัวเองไปตายแบบนี้หรอก

แต่ความเปลี่ยนแปลงของฉินเซียวทำให้พวกเขามองเห็นความหวังในการมีชีวิตรอด

บางทีท่านชายที่มักจะถูกผู้คนนินทาว่าร้ายผู้นี้ อาจจะสามารถพาพวกเขาเดินไปในเส้นทางที่แตกต่างออกไปได้จริงๆ

ฉินเซียวไม่ได้อธิบายอะไรกับหลินลู่และหนิงหย่วนซานมากนัก เขาสั่งให้ทั้งสองคนไปรักษาตัวให้ดีแล้วตัวเองก็กลับเข้าไปในรถม้า

ส่วนลิโป้ก็ขี่ม้าคอยคุ้มกันอยู่รอบรถม้า

ขบวนรถออกเดินทางอีกครั้ง

...

อุแหวะ!

เพิ่งจะกลับเข้ามาในรถม้า ฉินเซียวก็แทบจะอ้วกแตก

ภาพการตัดหัวหลัวชินแบบสดๆ ต่อหน้าต่อตาเมื่อกี้มันช่างโหดร้ายและอาบเลือดเกินไป สำหรับฉินเซียวที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งได้รับการศึกษาในอารยธรรมยุคปัจจุบันแล้ว ชั่วขณะนั้นมันยากที่จะทำใจยอมรับได้จริงๆ

เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอกเขาพยายามกลั้นเอาไว้มาตลอด

แต่ความสามารถในการปรับตัวของฉินเซียวก็ถือว่าสูงมาก เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ เขาก็ปรับสภาพจิตใจได้จนเป็นปกติ

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ นั่งขัดสมาธิอยู่ในรถม้าแล้วพูดขึ้นในใจ "ระบบ สุ่มจับคัมภีร์ยุทธ์!"

แพ็กเกจของขวัญมือใหม่ยังมีรางวัลเหลือให้ใช้อีกตั้งสี่อย่าง

[ติ๊ง เริ่มทำการสุ่มจับคัมภีร์ยุทธ์]

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์สุ่มได้คัมภีร์ยุทธ์ เคล็ดวิชาเทียนกัง]

[ระดับ ระดับสวรรค์]

[เคล็ดวิชาเทียนกัง มาจากแอนิเมชันจีนเรื่อง จอมคนนอกรีต ผ่านการปรับปรุงจากระบบแล้ว การฝึกฝนวิชานี้จะก่อให้เกิดลมปราณที่แข็งแกร่ง ร้อนแรง บริสุทธิ์ และเที่ยงธรรมที่สุด หากฝึกฝนจนถึงขั้นต้นจะสามารถผ่าภูเขาแยกศิลาได้ หากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงพลังโจมตีเพียงพริบตาเดียวก็สามารถสั่นสะเทือนฟ้าดินได้]

ร้ายกาจ!

หางตาของฉินเซียวถึงกับกระตุก

เคล็ดวิชาเทียนกังเป็นวิชาที่จอมมารหยวนเทียนกังเป็นผู้ฝึกฝน

เมื่อผ่านการดัดแปลงอย่างประณีตจากระบบแล้ว พอเอามาอยู่ในโลกที่มีระดับพลังยุทธ์ต่ำอย่างทวีปเซิ่งหลิงก็ถือว่าเป็นสุดยอดคัมภีร์ยุทธ์ระดับท็อปอย่างแน่นอน

การแบ่งระดับคัมภีร์ยุทธ์และทักษะยุทธ์ในทวีปเซิ่งหลิงก็เป็นแบบพื้นๆ ทั่วไป คือแบ่งเป็นสี่ระดับ ได้แก่ สวรรค์ ปฐพี นภา และมนุษย์

ระดับของคัมภีร์ยุทธ์จะเป็นตัวกำหนดความเร็วในการฝึกฝนและคุณภาพของลมปราณที่ผู้ฝึกยุทธ์สามารถสร้างขึ้นมาได้

ส่วนระดับของทักษะยุทธ์จะเป็นตัวกำหนดพลังโจมตีที่ผู้ฝึกยุทธ์สามารถระเบิดออกมาได้ในการต่อสู้

ความสัมพันธ์แบบนี้ก็คล้ายๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างเคล็ดวิชาเมฆาม่วงของสายลมปราณกับเพลงกระบี่เก้าเดียวดายของสายกระบี่ในสำนักฮว๋าซานจากนิยายกำลังภายในของกิมย้งนั่นแหละ

"น่าเสียดายที่วิชาเทพขนาดนี้ แต่ฉันกลับฝึกไม่ได้นี่สิ!" บนใบหน้าของฉินเซียวเผยให้เห็นถึงความเสียดาย

ร่างกายนี้ในปัจจุบันยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะฝึกยุทธ์ได้

ไม่อย่างนั้นฉินอิงก็คงไม่รังเกียจเขาหรอก

เขาส่ายหัวอย่างจนใจแล้วพูดขึ้นในใจอีกครั้ง "ระบบ ใช้รางวัลสุ่มยกระดับการฝึกฝน!"

[ติ๊ง เริ่มทำการสุ่มยกระดับการฝึกฝนของโฮสต์]

สิ้นเสียงระบบ ฉินเซียวก็รู้สึกได้ทันทีว่าภายในร่างกายมีพลังอันยิ่งใหญ่และอบอุ่นไหลเวียนเพิ่มเข้ามา

พลังสายนี้ช่วยชำระล้างร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายที่เคยอ่อนแอกลับเริ่มมีพละกำลังอัดแน่นขึ้นมาอย่างช้าๆ

ความแข็งแกร่งของร่างกายเริ่มเพิ่มสูงขึ้น

กระดูกเริ่มแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

หลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อ จู่ๆ ภายในร่างกายก็มีกระแสลมปราณที่ไม่ทราบที่มาเพิ่มขึ้นมา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นลมปราณที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวบรวมลมปราณหล่อหลอมขึ้นมาได้นั่นเอง

ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ฉินเซียวประหลาดใจอย่างมาก

นี่คือผู้ฝึกยุทธ์อย่างนั้นเหรอ

มันช่างน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว

ประมาณหนึ่งเค่อต่อมา เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[ติ๊ง การสุ่มยกระดับการฝึกฝนเสร็จสิ้น]

[ขอแสดงความยินดี โฮสต์บรรลุถึงระดับสี่ขั้นรวบรวมลมปราณช่วงต้นสำเร็จ]

เชี่ยเอ๊ย ฉันฝึกเคล็ดวิชาเทียนกังได้แล้ว!!

มันจะง่ายขนาดนี้เลยเหรอ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - เคล็ดวิชาเทียนกัง

คัดลอกลิงก์แล้ว