- หน้าแรก
- วายร้ายบัญชาสวรรค์ ขอโทษทีที่ลูกน้องผมโหดเกินไปหน่อย
- บทที่ 3 - เทพสังหารร่วงหล่นจากฟากฟ้า
บทที่ 3 - เทพสังหารร่วงหล่นจากฟากฟ้า
บทที่ 3 - เทพสังหารร่วงหล่นจากฟากฟ้า
บทที่ 3 - เทพสังหารร่วงหล่นจากฟากฟ้า
ตู้ม!
มือดาบวัยกลางคนฟาดดาบลงมา!
ปลายหอกนับสิบเล่มที่ส่องประกายเย็นยะเยือกถูกฟันขาดสะบั้นพร้อมกัน
ฉินเซียวที่ถูกบดบังด้วยหอกยาวปรากฏตัวต่อหน้าผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนอีกครั้ง ดาบยาวเล่มนั้นพุ่งตามมาติดๆ ดั่งเงาตามตัวและฟันขวางลงมา
"หนิงหย่วนซาน ปกป้องนายน้อย!"
หลินลู่ตวาดลั่นแล้วกระโดดลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศ
ดาบยาวในมือปะทะเข้ากับดาบยาวของคู่ต่อสู้
ปัง!
ฉัวะ...
เมื่อดาบปะทะกัน หลินลู่ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือจนชาหนึบในพริบตา บาดแผลที่หน้าอกฉีกขาด ร่างกายลอยกระเด็นถอยหลังไปและร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง
เลือดสดๆ คำหนึ่งพ่นออกจากปาก
"แกคือ... คนของตระกูลหลัว!"
หลินลู่ไม่สนใจอาการบาดเจ็บในร่างกาย
เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
ตระกูลหลัว หนึ่งในสี่ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์แห่งเมืองหลวง
คนในตระกูลทุกคนล้วนฝึกฝนเพลงดาบ
โดยเฉพาะเพลงดาบมหาวัชระอันเป็นวิชาประจำตระกูลที่มีความดุดันและทรงพลังอย่างยิ่ง
ในราชวงศ์เทียนอู่ก็ถือว่ามีชื่อเสียงโด่งดังมากเช่นกัน
เมื่อถูกทหารม้าและหลินลู่ขัดขวางอย่างต่อเนื่อง ผู้ฝึกยุทธ์จากตระกูลหลัวคนนี้ก็พลาดโอกาสที่จะสังหารฉินเซียวในดาบแรกไปแล้ว
เขารีบถอยฉากออกมาและร่อนลงบนพื้นอย่างมั่นคง จากนั้นก็มองไปที่หลินลู่พร้อมกับแค่นหัวเราะเยาะ "ตาเฒ่า แกก็พอมีความรู้อยู่บ้างนี่"
"ถูกต้อง ข้าคือหลัวชินจากตระกูลหลัว!"
หลินลู่มีสีหน้าย่ำแย่และพูดขึ้น "หลัวชิน ตระกูลหลัวของพวกเจ้าไม่กลัวถูกราชสำนักและจวนอ๋องเป่ยเหลียงเอาผิดหรือยังไง"
"ฮ่าๆๆๆ..."
หลัวชินระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "ตาเฒ่า แกคิดจริงๆ เหรอว่าวันนี้จะมีใครรอดชีวิตไปจากที่นี่ได้ เสียแรงที่เกิดมาอายุตั้งป่านนี้แล้ว"
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
สิ้นเสียงคำพูด มือดาบอีกกว่ายี่สิบคนก็กระโดดออกมาจากป่าทึบทั้งสองข้างทางของถนนหลวง
การแต่งกายของคนพวกนี้ไม่ต่างจากหลัวชินเลย
สามคนที่เป็นผู้นำล้วนอยู่ในระดับสี่ขั้นรวบรวมลมปราณช่วงต้น
บวกกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามขั้นแปรเปลี่ยนพลังอีกเกือบสิบกว่าคนที่เหลือ
ต่อให้เป็นทหารม้าเหล็กกว่าร้อยนายก็ยากที่จะรับมือไหว
เมื่อเห็นภาพนี้ หลินลู่ก็มีสีหน้าสิ้นหวัง
หรือว่าสวรรค์ต้องการจะลงทัณฑ์นายน้อยกันแน่
คุณผู้หญิง ชายชราคนนี้ช่างไร้ความสามารถนัก!
หนิงหย่วนซานและทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียงเกือบร้อยนายไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย พวกเขายกหอกยาวในมือขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
"ข้าจะจัดการตาเฒ่าคนนี้เอง!"
"หลัวเฟิง เจ้าสามคนไปสังหารฉินเซียว!"
"ส่วนคนที่เหลือ ฆ่าให้หมดอย่าให้เหลือรอด!"
หลัวชินชูดาบยาวในมือขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหาร
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
ศิษย์ตระกูลหลัวชักดาบที่เอวออกมา
ราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือดพุ่งตัวเข้าโจมตีฉินเซียว
"ฆ่า!"
หลัวชินพุ่งนำออกไปเป็นคนแรก เขาพุ่งตัวเข้าหาหลินลู่
คนอื่นๆ ก็พุ่งตามไปติดๆ
ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลหลัวอีกสามคนก็พุ่งตรงไปหาฉินเซียว
หลินลู่ถือดาบหวังจะเข้าไปสกัดกั้น แต่หลัวชินกลับเข้ามาขวางทางเขาไว้ก่อนพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้า
"ตาเฒ่า คู่ต่อสู้ของแกคือข้า!"
"บัดซบ!"
หลินลู่สบถด่าในใจ แต่ก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
ลมปราณทั่วร่างพลุ่งพล่านและต่อสู้พัวพันกับหลัวชิน
แม้จะไม่มีกำลังพอที่จะปะทะกับหลัวชินซึ่งๆ หน้า แต่ถ้าใช้วิธีสู้พลางถอยพลางก็ยังพอยื้อเวลาไว้ได้สักพัก
เพียงแต่เมื่อไม่มีหลินลู่คอยขัดขวาง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวบรวมลมปราณช่วงต้นจากตระกูลหลัวทั้งสามคนก็พุ่งมาถึงตรงหน้าฉินเซียวในพริบตา
"ไอ้หนู โทษใครไม่ได้นอกจากชะตาชีวิตของแกมันสั้นเอง!"
หลัวเฟิงพุ่งมาถึงหน้าฉินเซียวเป็นคนแรก
"ท่านชาย ระวัง!"
หนิงหย่วนซานหน้าเปลี่ยนสีและคิดจะเข้าไปช่วยฉินเซียว
แต่กลับถูกมือดาบขั้นรวบรวมลมปราณตระกูลหลัวสองคนสกัดเอาไว้
เห็นได้ชัดว่าฉินเซียวใกล้จะกลายเป็นผีเฝ้าดาบอยู่รอมร่อ
แต่ฉินเซียวกลับมีสายตาที่แน่วแน่
เขามองดาบยาวที่กำลังฟันลงมาหาตัวเอง โดยไม่เพียงแค่ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่หางตายังเผยให้เห็นถึงความเย้ยหยันอีกด้วย
"ไอ้เด็กเวร ข้าจะส่งแกไปลงนรกเดี๋ยวนี้แหละ!"
สายตาของฉินเซียวทำให้หลัวเฟิงแค้นจนกัดฟันกรอด
ไอ้สวะคนหนึ่งกล้าใช้สายตาดูถูกดูแคลนมองเขาแบบนี้ได้ยังไง เขาจะต้องสับมันเป็นหมื่นๆ ชิ้นให้ได้
"ตายซะ!"
"ท่านชาย!"
เมื่อเห็นว่าฉินเซียวใกล้จะคอขาดกระเด็น หลินลู่กับหนิงหย่วนซานก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกัน ทหารม้าต่างพากันพุ่งเข้าไปช่วยอย่างไม่คิดชีวิต
ทว่าในวินาทีนั้นเอง น้ำเสียงอันทรงพลังและดุดันราวกับเสียงกัมปนาทก็ดังระเบิดขึ้นข้างหูของทุกคน
"ลิโป้อยู่ที่นี่ ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องท่านชายของข้า!"
ใครกันน่ะ!
มือดาบตระกูลหลัวตกใจสุดขีด
จนอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง
แล้วก็เห็นขุนพลร่างใหญ่ราวกับเทพเจ้าแห่งสงครามสวมชุดเกราะสีแดงฉาน ในมือถือทวนกรีดฟ้า ขี่ม้ากระโดดข้ามขบวนทัพที่ยาวนับสิบเมตรและร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ร่อนลงตรงใจกลางขบวนทัพเบื้องหน้าฉินเซียว
สายตาของเขาเย็นชาและแน่วแน่ แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตไร้ที่สิ้นสุด
เมื่อเห็นยอดขุนพลผู้กล้าหาญไร้เทียมทานผู้นี้ หลัวชินและพรรคพวกก็หยุดชะงักชั่วคราว บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
คนผู้นี้ แข็งแกร่งมาก!
ส่วนบนใบหน้าของฉินเซียวกลับเผยให้เห็นถึงความโล่งใจ
ในที่สุดก็มาแล้ว!
ขุนพลไร้เทียมทาน ลิโป้
หลังจากได้รับการเสริมพลังจากระบบแล้ว เขาก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของขุนพลมนุษย์ธรรมดาไปอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็นยอดฝีมือระดับหกขั้นผลัดเปลี่ยนกายาช่วงปลาย
ฉวยโอกาสที่พวกมือดาบตระกูลหลัวกำลังยืนอึ้ง หนิงหย่วนซานและพรรคพวกก็รีบมารวมตัวกันข้างกายฉินเซียว ขบวนทัพที่ถูกตีจนแตกพ่ายไปเมื่อครู่ก็สามารถตั้งหลักได้ชั่วคราวและกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
"นายน้อย เขาคือ..."
เมื่อมองดูแผ่นหลังอันสูงใหญ่ของลิโป้ หลินลู่ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้เหนือจินตนาการของเขาไปมาก
ไม่สามารถประเมินระดับพลังได้เลย
ฉินเซียวหัวเราะเบาๆ "ไม่เป็นไร คนกันเอง!"
คนกันเองเหรอ
หลินลู่และหนิงหย่วนซานหันมามองหน้ากัน
ท่านชายมีลูกน้องที่แข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
คนผู้นี้ไม่ใช่แม่ทัพในกองทัพเป่ยเหลียงอย่างแน่นอน
"ท่านคือใคร"
"ตระกูลหลัวกำลังทำธุระอยู่ หากท่านไม่มีความเกี่ยวข้องกับฉินเซียวก็โปรดถอยไปซะ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าพวกเราไร้ความปรานี"
หลัวชินมีสีหน้าเคร่งเครียด สายตาจ้องเขม็งไปที่ลิโป้
ฉินเซียวกลอกตาบน
แกรักษาความปรานีงั้นเหรอ
คงโดนอัดมาน้อยไปสินะ!
ลิโป้จะทำให้แกรู้ว่าความไร้ปรานีที่แท้จริงมันเป็นยังไง
"ข้าคือลิโป้ ผู้อยู่ใต้สังกัดของท่านชายแห่งเป่ยเหลียง!"
"พวกเจ้ากล้ามารังควานท่านชาย!"
"วันนี้... ต้องตายสถานเดียว!"
ลิโป้ค่อยๆ ยกทวนกรีดฟ้าในมือขึ้น อุณหภูมิรอบด้านราวกับจะลดฮวบลงในพริบตา
หลัวหยางกัดฟันพูดขึ้น "ศิษย์ตระกูลหลัวฟังคำสั่ง ฆ่ามัน!"
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
สิ้นเสียงคำพูด มือดาบตระกูลหลัวกว่ายี่สิบคนก็กระโจนออกไปราวกับนักรบเดนตายที่ไร้ความเกรงกลัวและฟันดาบเข้าใส่ลิโป้
"ฆ่า!"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลหลัวกว่ายี่สิบคนที่มีพลังยุทธ์ตั้งแต่ระดับสามขั้นแปรเปลี่ยนพลังขึ้นไป ลิโป้ก็ไม่ได้เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
เห็นเพียงเขาหนีบสีข้างม้าอย่างแรง ม้าเซ็กเธาว์ส่งเสียงร้องลั่นก่อนจะกระโจนขึ้นไปในอากาศราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง
ภาพนี้ทำเอาฉินเซียวถึงกับตะลึงตาค้าง
เชี่ยเอ๊ย!
ม้าตัวนี้มันมีปีกหรือไงเนี่ย
กระโดดทีเดียวตั้งหลายสิบเมตรเลยเหรอ
"อ๊าก..."
ฉินเซียวยังไม่ทันได้ดึงสติกลับมา
บนท้องฟ้าก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเป็นระลอก
ทวนกรีดฟ้าอันหนักอึ้งในมือลิโป้ถูกกวัดแกว่งจนตาลาย ก่อให้เกิดพายุหมุนอันบ้าคลั่ง
ภายใต้การพัดกระหน่ำของพายุลมปราณ หลัวหยางและคนอื่นๆ ก็เปรียบเสมือนใบไม้ที่ร่วงหล่นท่ามกลางสายลม แม้แต่ทรงตัวก็ยังทำไม่ได้
ฉึก ฉึก ฉึก!
ทุกที่ที่ทวนกรีดฟ้ากวาดผ่าน ร่างของผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลหลัวก็จะลอยเคว้งคว้าง หลบหนีไม่ทันและเลือดสาดกระจายอยู่ตรงนั้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจ มือดาบตระกูลหลัวที่เคยเย่อหยิ่งจองหองก็เหลือเพียงหลัวชินคนเดียวที่ยังพอกัดฟันยันตัวไว้ได้
เพียงแต่เขาก็ยืนหยัดได้นานกว่าคนอื่นแค่ครึ่งลมหายใจเท่านั้น
ปัง!
ม้าเซ็กเธาว์ยกขาหน้าขึ้นสูง
และเหยียบลงบนหน้าอกของหลัวชินอย่างจัง
ฉัวะ!
หลัวชินกระอักเลือดออกมาคำโต
ร่างกายร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศและกระแทกกับพื้นอย่างแรง
ซี่โครงที่หน้าอกและทะเลลมปราณในร่างกายถูกกระแทกจนแหลกละเอียด
แต่เขาไม่สนใจสิ่งเหล่านี้
เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นเพื่อจะหนี
ทว่าพอยืนขึ้นมาได้ ทวนกรีดฟ้าที่ส่องประกายเย็นยะเยือกน่าเกรงขามก็จ่ออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
ห่างจากหว่างคิ้วไปไม่ถึงสิบเซนติเมตร
[จบแล้ว]