- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 94 ควันหลงเหตุการณ์สำนักชิงเยี่ยน
บทที่ 94 ควันหลงเหตุการณ์สำนักชิงเยี่ยน
บทที่ 94 ควันหลงเหตุการณ์สำนักชิงเยี่ยน
บทที่ 94 ควันหลงเหตุการณ์สำนักชิงเยี่ยน
นี่เป็นวันที่ห้าแล้วหลังจากอี้หมิงกลับมาถึงเมืองหลินลั่ว
ในวันที่เขากลับมา ยังมีผู้ฝึกตนพเนจรขั้นกลั่นลมปราณประปรายเดินทางผ่านเมืองหลินลั่วเพื่อมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาชิงหลิน หวังจะไปเสี่ยงดวงที่สำนักชิงเยี่ยนบ้าง
นั่นทำให้อี้หมิงประหลาดใจมาก นึกไม่ถึงว่าซากสำนักเก่าและมรดกวิชาระดับสวนจะมีแรงดึงดูดมหาศาลขนาดนี้
ทว่าเมื่อมีคนแห่กันไปเยอะขึ้น ผู้ฝึกตนที่รู้จักเจียมตัวก็เริ่มถอนตัวออกมาและนำข่าวสารล่าสุดกลับมาด้วย ทำให้อี้หมิงที่กบดานอยู่ในสำนักคุ้มภัยได้รับรู้ความเคลื่อนไหวหลังจากที่เขาจากมา
อย่างเช่น กลุ่มสำนักคังหัวและอีกสองตระกูลที่บุกเข้าหอถ่ายทอดวิชาเป็นกลุ่มแรก ถูกสงสัยว่าได้มรดกวิชาไปจนถูกผู้ฝึกตนคนอื่นรุมล้อมโจมตีอย่างหนัก แม้จะสูญเสียไปไม่น้อยแต่ก็สามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้สำเร็จ
อย่างเช่น หงอันเถิง และตาเฒ่านกแร้ง ลั่วเทียนหยวน ที่มีเรื่องค้างคากันมานาน ได้เปิดศึกใหญ่กลางหุบเขาจนบาดเจ็บสาหัสด้วยกันทั้งคู่
อย่างเช่น มีคนสงสัยว่าสำนักปีกขาวได้ครอบครองธงค่ายกลระดับสวนที่ซ่อนอยู่ไป ทำให้ขุมกำลังอื่นที่มีความรู้ด้านค่ายกลพยายามจะเข้ามาขอแบ่งส่วนแบ่ง ผลคือถูกสำนักปีกขาวปฏิเสธเสียงแข็งจนเกิดการปะทะกันไล่ตั้งแต่ในป่าลึกไปจนเกือบถึงเมืองฮวาหลิน
อย่างเช่น มีคนสงสัยว่าตระกูลลี่แห่งเมืองเถียนหลินพบที่ซ่อนโอสถลับและได้รับโอสถระดับสวนไปเพียบ ทำให้ตระกูลลี่กลุ่มนี้ถูกรุมทุบจนไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว ทุกคนถูกสังหารตายเกลี้ยงหุบเขา
อย่างเช่น ตระกูลลี่แห่งเมืองฮวาหลิน แม้จะประกาศปาวๆ ว่าไม่ได้อะไรเลย แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ หากไม่ใช่เพราะข่าวลือเรื่องตระกูลลี่เมืองเถียนหลินช่วยดึงความสนใจไป ตระกูลลี่เมืองฮวาหลินก็คงออกจากป่าไม่ได้ง่ายๆ แบบนี้
ข่าวลือเหล่านั้นสร้างความเสียหายไปมาก ทว่าก็ยังมี 'เหตุการณ์จริง' ที่แสดงให้อี้หมิงเห็นถึงธาตุแท้ของโลกฝึกตน
ค่ายกลคุ้มกันและรวบรวมปราณของสำนักชิงเยี่ยนทำงานมานับร้อยปี แม้ภายในสำนักจะพังทลาย แต่ในแปลงยาส่วนลึกสุดกลับหล่อเลี้ยงจนเกิด 'พืชวิญญาณระดับสวนขั้นสูง' ขึ้นมาต้นหนึ่ง!
พืชวิญญาณระดับสวนขั้นสูง! มูลค่าของมันสูงกว่าระดับหวางขั้นสูงถึงร้อยเท่า และเป็นของล้ำค่าที่ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ หากนำไปที่เมืองใหญ่ของแคว้นซ่างยง ขุมกำลังไหนๆ ก็ต้องแย่งกันหัวซุกหัวซุน!
สี่ตระกูลใหญ่เมืองฮวาหลินยังสำรวจไปไม่ถึงจุดนั้น ก็ถูกขุมกำลังอื่นบุกเข้ามาเสียก่อน ทำให้พืชวิญญาณต้นนี้ปรากฏแก่สายตาทุกคนอย่างโจ่งแจ้ง
ศึกนองเลือดจึงระเบิดขึ้น ผู้ฝึกตนอย่างน้อยหลายสิบคนต้องสังเวยชีวิตหน้าแปลงยานั้น ทว่าสุดท้ายมันกลับไม่ได้ตกเป็นของคนที่สู้กันแทบตาย แต่กลับมี 'ยอดฝีมือระดับหนิงหยวน' ปรากฏตัวขึ้นมาฉกฉวยมันไปต่อหน้าต่อตา
"ผู้ฝึกตนคนนั้นคือเจ้าตระกูลอ้ายรุ่นเก่าแห่งเมืองฉงอัน ว่ากันว่าตอนหนุ่มๆ เขาโชคดีได้กินพืชวิญญาณจนเลื่อนเป็นหนิงหยวน นึกไม่ถึงว่าคราวนี้ดวงจะดีมาชุบมือเปิบไปได้อีก"
"เหอะๆ ตาเฒ่านี่ครั้งนี้ทำคนผิดใจไปเพียบ เขาไม่กลัวรึไงว่าพอเขาสิ้นอายุขัยไปแล้ว พวกศัตรูจะมารุมล้างบางตระกูลอ้ายสักยี่สิบตลบ?"
"หึๆ ตระกูลอ้ายอาศัยบารมีหนิงหยวนของเขา ฮุบผลประโยชน์ในเมืองฉงอันไปกว่าเจ็ดส่วน ต่อให้คราวนี้เขาไม่ลงมือทำใครขัดใจ พอเขาตายไปตระกูลอ้ายจะรอดรึไง?"
"ก็จริงแฮะ ได้ยินว่าเขาตั้งใจจะเอาพืชวิญญาณต้นนี้ไปแลกกับคัมภีร์วิชาระดับสวน ขอเพียงตระกูลอ้ายมีหนิงหยวนเพิ่มมาอีกคน ใครจะกล้ามาหาเรื่องพวกมันกันล่ะ?"
"วิชาระดับสวนน่ะ ขนาดร้านของสำนักฉงเทียนยังไม่มีขายเลย จะมีก็แต่ในงานประมูลใหญ่ๆ ที่นานๆ ทีจะโผล่มา และราคาก็สูงเสียดฟ้า ถึงพืชวิญญาณระดับสวนขั้นสูงจะแพงมาก แต่จะแลกวิชาได้รึเปล่านี่สิปัญหา"
"อันนั้นข้าก็ไม่รู้ล่ะนะ แต่ตระกูลอ้ายคราวนี้เดิมพันหมดตัวแล้ว ไม่พุ่งทะยานสู่ฟ้า ก็พินาศล้างบางทั้งตระกูล"
อี้หมิงลูบคางพลางคิด โลกฝึกตนเนี่ยโหดร้ายกว่าโลกเดิมเยอะเลย บริษัทในโลกเดิมเต็มที่ก็แค่ล้มละลาย แต่ที่นี่คือล้างบางทั้งตระกูล!
สุดท้ายก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่า 'มรดก' ของสำนักชิงเยี่ยนถูกพบหรือไม่ ทว่านอกจากพืชวิญญาณต้นนั้นแล้ว ในห้องลับของหอหลอมสร้างอาวุธ ยังมีคนพบ 'กระบี่บินระดับสวนขั้นกลาง' อีกหนึ่งเล่ม!
กระบี่เล่มนี้รอดพ้นจากการกวาดล้างของศัตรูในอดีต เพราะมันอยู่ในห้องลับและไม่ถูกลมฝนชะล้าง ผ่านไปหลายร้อยปีมันจึงยังคงคุณภาพระดับสวนขั้นกลางและแผ่รังสีสังหารที่แหลมคมไร้เทียมทาน
"แล้วกระบี่เล่มนี้ตกไปอยู่ในมือใครล่ะ?"
"ไม่มีใครรู้"
"ไม่มีใครรู้ได้ไง?"
"ตอนนั้นสถานการณ์มันชุลมุนมาก สู้ไปสู้มาจู่ๆ กระบี่ก็หายไป ทุกคนต่างระแวงกันเองแต่ก็ไม่มีใครกล้าลงมือก่อน เพราะกลัวจะโดนใส่ร้ายและถูกรุมทุบ"
"มีผู้ต้องสงสัยไหม?"
"ตระกูลหยวนเมืองฉงอัน, ตระกูลต้วนเมืองเถียนหลิน, แล้วก็หอเซวี่ยเฟิงกับเขาซีเฟิง"
"อ้าว แล้วพวกเมืองฮวาหลินล่ะ?"
"เหอะๆ พวกนั้นโดนตีจนเผ่นไปนานแล้ว พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่เข้าไป ใครๆ ก็จ้องจะเล่นงานพวกเขาก่อนเพื่อนอยู่แล้วล่ะ"
"ไม่รู้ว่าพวกนั้นได้ของดีอะไรไปบ้างนะ"
"หึๆ จากที่คนวิเคราะห์กันลับๆ ดูเหมือนพวกนั้นจะไม่ได้อะไรดีๆ ไปเลยสักอย่าง"
"จริงเหรอ เป็นไปได้ไง?"
"เป็นไปได้สิ เจ้าคิดดูนะ พวกนั้นเข้าไปได้ไม่ถึงสามเค่อ (45 นาที) ก็มีคนอื่นตามเข้าไป แล้วผู้ฝึกตนก็นับไม่ถ้วนก็กรูเข้าไปทันที ตอนนั้นพวกนั้นยังเดินสำรวจประตูสำนักไม่เสร็จเลยมั้ง จะเอาเวลาที่ไหนไปหาของลับ?"
"จริงด้วย พืชวิญญาณระดับสวนนั่นอยู่ลึกสุดในหุบเขา พวกเขายังไปไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ"
"แถมได้ยินว่าหอถ่ายทอดวิชาก็ถล่มไปหมดแล้ว ข้างในไม่มีคัมภีร์หรือหยกมรดกเหลืออยู่เลย"
"แสดงว่า... ถูกคนในอดีตปล้นไปหมดแล้วงั้นรึ?"
"ใช่สิ มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว"
"พวกเขาก็ยิ่งไม่มีทางไปเจอที่ซ่อนยาหรืออาวุธที่เร้นลับกว่านั้นได้หรอก"
"ถูกต้อง อย่างมากก็แค่สำนักปีกขาวที่อาจจะได้ธงค่ายกลระดับล่างไปไม่กี่ผืน แต่มันไม่ครบชุดก็มีค่าไม่เท่าไหร่"
"อ้าว แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมคนอื่นถึงยังรุมถล่มพวกเขาไม่เลิกอีกล่ะ?"
"ก็เพราะพวกเขามีพลังฝีมือแข็งแกร่งที่สุดไงล่ะ! หาข้ออ้างสักอย่าง รุมร่วมมือกันถีบพวกเขาออกจากเกมชิงสมบัติไปก่อน คู่แข่งก็ลดลงไปตั้งเยอะ โอกาสที่ตัวเองจะได้ของก็เพิ่มขึ้นไม่ใช่รึไง"
"ซู้ด!" ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่ฟังข่าวลือลอบสูดปาก "งั้นหกขุมกำลังเมืองฮวาหลินนี่ก็ซวยสุดๆ เลยดิ"
ผู้ฝึกตนที่เล่าข่าวลือยิ้มเยาะมองไอ้หนูหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ "พวกเขาซวยงั้นรึ? คนที่ซวยที่สุดคือผู้ฝึกตนพเนจรคนแรกที่เจอซากสำนักแล้วโดนตระกูลลี่ฆ่าปิดปากนั่นต่างหาก ส่วนพวกสำนักคังหัว สำนักปีกขาว และสี่ตระกูลใหญ่... หึๆ โลภมากจนลาภหาย สมควรตายแล้วล่ะ!"