- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 95 จ้าวเสี่ยวเผิงยังไม่กลับ
บทที่ 95 จ้าวเสี่ยวเผิงยังไม่กลับ
บทที่ 95 จ้าวเสี่ยวเผิงยังไม่กลับ
บทที่ 95 จ้าวเสี่ยวเผิงยังไม่กลับ
เหตุการณ์วุ่นวายที่สำนักชิงเยี่ยนค่อยๆ สงบลง เนื่องจากเทือกเขาชิงหลินมีทรัพยากรเบาบาง หลังจากหุบเขาถูกรื้อค้นจนพรุนไปสิบกว่ารอบและไม่พบอะไรที่มีค่าอีก ผู้ฝึกตนจากที่ต่างๆ ก็ค่อยๆ สลายตัวไป
ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้ที่ได้กำไรมากที่สุดคือตระกูลอ้ายเมืองฉงอันที่ได้พืชวิญญาณระดับสวนขั้นสูงไปครอง และยังมีกระบี่ระดับสวนขั้นกลางอีกเล่มที่หายไปในเงามืดอย่างไร้ร่องรอย
ส่วนผู้ที่สูญเสียมากที่สุด นอกจากตระกูลลี่เมืองเถียนหลินแล้ว ก็คือหกขุมกำลังเมืองฮวาหลินนั่นเอง พวกเขาลงทุนลงแรงมหาศาลทว่าสุดท้ายกลับเสียทั้งกำลังคนและชื่อเสียงโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย
ทว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้กลับไม่เกี่ยวข้องกับสำนักคุ้มภัยต้าหลินแม้แต่น้อย ใครๆ ต่างก็รู้ว่าสำนักคุ้มภัยนี้แม้จะเป็นเจ้าที่ ทว่ากลับขี้ขลาดตาขาวไม่กล้าแม้แต่จะเข้าร่วมชิงวาสนา สั่งปิดสำนักเงียบกริบไปหนึ่งเดือนเต็ม หัวหน้าสำนักยังทำหน้าชื่นตาบานออกเดินเล่นในเมืองทุกวัน เมินเฉยต่อสายตาดูแคลนของผู้คนโดยสิ้นเชิง
'จะมาอารมณ์เสียทำไมกันล่ะ? ของล้ำค่าที่สุดในสำนักชิงเยี่ยนน่ะ ตกอยู่ในมือสำนักคุ้มภัยต้าหลินของพวกเราเรียบร้อยแล้ว!' หลินตวิ๋นหยางลอบคิดในใจอย่างเป็นสุข
ทันทีที่อี้หมิงกลับมาถึงเมืองหลินลั่ว เขาก็แจ้งข่าวความสำเร็จให้หลินตวิ๋นหยางทราบทันที แม้คัมภีร์ค่ายกลเล่มนั้นเขาจะยังใช้ไม่ได้ในตอนนี้ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางความสุขของหลินตวิ๋นหยางเลยสักนิด
ใช้ไม่ได้ก็เรื่องหนึ่ง ทว่าท่ามกลางผู้ฝึกตนที่สู้กันแทบตาย สุดท้ายของที่ล้ำค่าที่สุดชิ้นหนึ่งกลับมาอยู่ในกระเป๋าของพวกเราแต่แรก มันจะไม่ให้เขามีความสุขได้อย่างไร?
"น่าเสียดายที่เป็นคัมภีร์ค่ายกล" หลินตวิ๋นหยางยังแอบบ่นเสียดาย "ผู้ฝึกตนพเนจรอย่างพวกเรา ชั่วชีวิตจะได้ใช้ค่ายกลสักกี่ครั้งกันเชียว แถมไม่มีเงินไปซื้อวัตถุดิบมาหลอมธงค่ายกลด้วย"
ค่ายกลและธงอาคม มักจะเป็นของเล่นของสำนักใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์มหาศาล ผู้ฝึกตนทั่วไปแค่มีกระบี่บินเล่มเดียวก็ท่องโลกได้แล้ว ประหยัดวัตถุดิบที่สุด ลำพังแค่หาทรัพยากรมาฝึกตนยังแทบไม่มีเวลา ใครจะเอาเวลาไปศึกษาวิชาค่ายกลอันแสนยุ่งยากกันล่ะ
อี้หมิงหัวเราะ "ท่านหัวหน้า ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนท่านมีฉายาว่า 'กระบี่สะท้านฟ้า' นี่นา"
"ไปไกลๆ เลยไอ้หนู" หลินตวิ๋นหยางหน้าแดงด้วยความอาย "นั่นมันฉายาที่คนในยุทธภพตั้งให้มั่วซั่ว กระบี่สะท้านฟ้าอะไรกัน ฟังแล้วอายเขาตายชัก"
"ข้าหมายถึง ท่านหัวหน้าชอบใช้กระบี่นี่ครับ" อี้หมิงยิ้มกล่าว
"นั่นมันเรื่องแปลกตรงไหนล่ะ ไม่ใช่แค่คนยุทธภพนะ ข้าเห็นแม้แต่ในโลกฝึกตน คนที่ฝึกและใช้กระบี่บินก็มีตั้งเยอะแยะ" หลินตวิ๋นหยางลูบด้ามกระบี่ที่เอวพลางยิ้ม
"งั้นข้ามีวิชาอยู่บทหนึ่ง ท่านหัวหน้าลองดูซิว่าสนใจไหม?" อี้หมิงยื่นหยกสื่อสารให้ด้วยรอยยิ้ม
"วิชาอะไร รึว่าเป็นเพลงกระบี่?" หลินตวิ๋นหยางสงสัย "เจ้าออกไปปีเดียว ไปเจอวาสนาอะไรมาอีกเนี่ย?"
เมื่อรับหยกไปอ่านเนื้อหาข้างใน หัวใจของหลินตวิ๋นหยางก็เต้นระรัวราวกับกลองรบ
"《คัมภีร์ใจกระบี่กระจ่าง》? ฝึกได้ถึงขอบเขตหนิงหยวนช่วงต้น? ปราณแท้แฝงไปด้วยปราณกระบี่ และช่วยเสริมพลังให้กับการใช้เพลงกระบี่ทุกสายงั้นรึ?"
"สวรรค์ช่วย!"
หากจะบอกว่าก่อนหน้านี้หลินตวิ๋นหยางยังไม่เห็นภาพมูลค่าของทรัพยากรโลกฝึกตน เหตุการณ์สำนักชิงเยี่ยนครั้งนี้ก็ได้สอนเขาอย่างชัดเจนแล้วว่า 'คัมภีร์วิชาระดับสวน' เพียงเล่มเดียวสามารถสร้างโศกนาฏกรรมนองเลือดได้ขนาดไหน
แค่คัมภีร์ที่ 'น่าจะ' เป็นระดับสวนยังทำให้ผู้ฝึกตนที่สูงส่งต้องตายกันเกลื่อนกลาด แล้วตอนนี้คัมภีร์ระดับสวนของจริงกลับมาวางอยู่ตรงหน้าเขาแบบชัดๆ อย่างนี้เนี่ยนะ?
"รีบเก็บไปซะ!" หลินตวิ๋นหยางรีบผลักหยกคืนให้อี้หมิง เขานึกว่าอี้หมิงจะเอาเพลงกระบี่ที่มีเอกลักษณ์มาฝากเฉยๆ ใครจะไปนึกว่ามันจะเป็นวิชาระดับสวน!
"ของระดับนี้ ต่อให้ซ่อนไว้ใต้สุดของถุงวิเศษข้ายังว่าไม่ปลอดภัยเลย เจ้ายังกล้าเอาออกมาโชว์อีกรึ?" หลินตวิ๋นหยางดุเสียงต่ำ
"เจ้ามอบ 《คัมภีร์วิญญาณโผบิน》 กับวิชาหายใจให้พวกเราเดินเข้าสู่เส้นทางฝึกตนก็นับว่าเป็นพระคุณที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินแล้ว เส้นทางหลังจากนี้พวกเราต้องเดินเอง จะมาพึ่งพิงเจ้าทุกอย่างได้ยังไง?"
"ท่านหัวหน้าครับ ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะท่านรับข้าไว้ ข้าคงตายอยู่ที่ข้างถนนเมืองหลินลั่วไปนานแล้ว ตอนนี้ก็แค่คัมภีร์เล่มเดียวเองครับ"
"เล่มเดียว? พูดน่ะมันง่าย" หลินตวิ๋นหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุ "คัมภีร์เล่มนี้เล่มเดียว ทำให้พี่น้องฆ่ากัน ศิษย์อาจารย์หักหลังกันได้เลยนะ ข้าจะบอกเจ้าให้ ต่อไปเจ้าห้ามเอาของแบบนี้ออกมาโชว์สุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด!"
"โศกนาฏกรรมที่สำนักชิงเยี่ยนยังไม่สอนอะไรเจ้าอีกรึไง? ต่อให้เจ้าจะเป็นระดับแปด แต่เจ้ายังไม่เป็นหนิงหยวนนะ เด็กน้อยถือทองเดินกลางตลาดนัด ผลลัพธ์จะเป็นยังไงข้าต้องสอนเจ้าอีกไหม?"
"ครับๆๆ" อี้หมิงพยักหน้ารัวๆ เขาก็ไม่ได้โง่หรอก เขาย่อมเลือกที่จะบอกและให้บางอย่างเท่านั้น อย่างเรื่องเสี่ยวฮวาเขาก็ไม่ได้บอกหลินตวิ๋นหยาง ไม่อย่างนั้นจะอธิบายยังไงว่าเขามีสัตว์เลี้ยงระดับสวนได้ล่ะ?
สำหรับอี้หมิง 《คัมภีร์ใจกระบี่กระจ่าง》 ไม่ได้เป็นวิชาที่มีค่าสูงสุดในรายการของเขาเสียทีเดียว เพราะเขายังมี 《คัมภีร์หลอมน้ำแข็ง》 และ 《คัมภีร์วิญญาณเกรียงไกร》 ที่ฝึกได้ถึงระดับหนิงหยวนระยะกลาง และเขามั่นใจว่าหากเขาเลื่อนระดับเป็นหนิงหยวนแล้วเข้าโลกเกม เขาจะหาคัมภีร์ที่เก่งกว่านี้ได้แน่นอน
"นี่ก็เป็นวิชาระดับสวนที่ช่วยเพิ่มอายุขัยได้ ข้าก็แค่อยากให้ท่านหัวหน้าอายุยืนยาวถึงร้อยปีพันปีน่ะครับ" อี้หมิงยิ้มระรื่น
หลินตวิ๋นหยางได้ยินดังนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ออกไปข้างนอกปีเดียว ปากคอเราะร้าย เอ๊ย ปากหวานขึ้นเยอะเลยนะ"
"แน่นอนครับ ผ่านโลกมาเยอะ สุดท้ายก็พบว่าอยู่ที่บ้านเนี่ยแหละดีที่สุด" อี้หมิงยิ้มตอบ
หลินตวิ๋นหยางรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าความเมตตาเพียงครั้งเดียวในอดีต จะได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ในสิบกว่าปีให้หลัง
เขารับหยกกลับไปอ่านต่อ และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าข้างหลัง 《คัมภีร์ใจกระบี่กระจ่าง》 ยังมี 'เพลงกระบี่ระดับสวน' และ 'วิชาท่าร่างระดับสวน' แนบมาด้วย
พระเจ้าช่วย! มาเป็นชุดเลยรึเนี่ย?
หลินตวิ๋นหยางจ้องมองอี้หมิงด้วยความตกตะลึง "เจ้า... เจ้าไปได้มรดกของยอดฝีมือระดับหนิงหยวนมาทั้งชุดเลยรึไง?"
• 《คัมภีร์ใจกระบี่กระจ่าง》 (วิชาฝึกลมปราณ)
• 《เพลงดาบเงาบินเวหา》 (วิชาจู่โจม)
• 《วิชาท่าร่างหมื่นเงา》 (วิชาหลบหนี)
มีทั้งรากฐานการฝึกฝน วิชาต่อสู้ และวิชาหนี อี้หมิงเตรียมการไว้ให้อย่างกับเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่เตรียมของไว้ครบถ้วนทุกอย่าง
"ก็ประมาณนั้นครับ" อี้หมิงยิ้มบางๆ ไม่ได้อธิบายเพิ่มว่าเขาได้มรดกมาจากหลายสำนักในเกม
"ยอดเยี่ยมมาก ข้าแก่แล้ว ชาตินี้ไม่รู้จะฝึกถึงหนิงหยวนได้ไหม แต่เจ้ากับเสี่ยวเผิงน่ะเป็นอัจฉริยะ การเป็นหนิงหยวนน่ะได้แน่นอนอยู่แล้ว"
หลินตวิ๋นหยางกล่าวอย่างยินดี "ก่อนเสี่ยวเผิงจะไป ตบะมันก็ถึงระดับสี่แล้ว พอมันกลับมา เจ้าก็พามันออกไปท่องโลกบ้างนะ จะได้เปิดหูเปิดตา"
อี้หมิงรับคำ "ครับ" ทว่าเขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา "นับตั้งแต่วันที่ข้ากลับมาถึงเมืองหลินลั่ว ผ่านไปกี่วันแล้วนะครับ?"
หลินตวิ๋นหยางสีหน้าจริงจังขึ้น "ยี่สิบสามวันแล้ว"
"ก่อนหน้านี้มีเรื่องวุ่นวายเยอะข้าเลยไม่ได้สังเกต ทว่าตามความเร็วของเสี่ยวเผิงแล้ว หากไม่มีอุบัติเหตุอะไร มันควรจะกลับมาถึงได้แล้วนะครับ"
ใบหน้าหลินตวิ๋นหยางเปลี่ยนสีทันที "อุบัติเหตุงั้นรึ?"
อี้หมิงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง "รออีกสามวันครับ หากผ่านไปสามวันเสี่ยวเผิงยังไม่กลับมา ข้าจะเดินทางไปที่เมืองหลัวอวินสักรอบ"