- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 4 - ร้านเนื้อสัตว์คุราชิมะ
บทที่ 4 - ร้านเนื้อสัตว์คุราชิมะ
บทที่ 4 - ร้านเนื้อสัตว์คุราชิมะ
บทที่ 4 - ร้านเนื้อสัตว์คุราชิมะ
ภารกิจหลักคือการหนีออกจากหมู่บ้าน
งั้นเขาแค่ก้าวออกจากเสาโทริอิ แล้วเดินเข้าไปในหมอกขาวสุดสยองนั่นก็พอแล้ว
"บางครั้งความตายก็อาจจะเป็นทางออกอย่างหนึ่งเหมือนกัน"
ซูเหยียนหัวเราะเยาะตัวเอง
หมอกที่ห่อหุ้มหมู่บ้านนี้มันแปลกประหลาดเกินไป ต่อให้เขาอยากจะออกไปสำรวจ ก็ไม่กล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงหรอก
"เหมียว?"
เสียงแมวส้มข้างกายดังขึ้น ซูเหยียนรีบหันไปมอง ก็พบว่าเจ้าแมวส้มมายืนอยู่หน้าเสาโทริอิด้วยความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกับเขาแล้ว
อุ้งเท้าเล็กๆ ของแมวน้อยยื่นออกไปแหย่หมอกขาวเป็นระยะ
"ฟู่ ตกใจหมดเลย" ซูเหยียนถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะหัวเราะออกมา
"ฉันนึกว่าแกจะ..."
พรึ่บ!
เจ้าแมวส้มพุ่งพรวดเข้าไปในหมอกขาวทันที
"เฮ้ย! เจ้าชโร!" ซูเหยียนอ้าปากค้าง
แมวตัวนี้ช่างกล้าหาญหรือบ้าบิ่นเสียจริง
หลังจากแมวส้มพุ่งเข้าไปในหมอกขาว ทั้งเสียงและแสงก็ราวกับถูกกลืนกินหายไป ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เล็ดลอดออกมาเลย
"นี่ แกยังอยู่ไหมเนี่ย ถ้ายืนอยู่ก็ส่งเสียงหน่อยสิ!"
ซูเหยียนเริ่มหน้าซีด ตะโกนเรียกเข้าไปในหมอกขาว
ราวกับต้องการตอบสนองเสียงเรียกของซูเหยียน
ทันทีที่เขาสิ้นเสียง หมอกขาวก้อนใหญ่หลังเสาโทริอิก็เริ่มปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง!
ท่ามกลางความว่างเปล่า มีเสียงแมวร้องที่บิดเบี้ยวจนผิดเพี้ยนดังแว่วมา
รูม่านตาของซูเหยียนหดแคบลง คราวนี้ความหวาดกลัวทะลักออกมาจากก้นบึ้งหัวใจอย่างควบคุมไม่ได้ เขากัดฟันจ้องมองเข้าไปในส่วนลึกของหมอกขาว
แหมะ
ของเหลวหยดหนึ่งกระเด็นมาโดนหน้า
ของเหลวนั้นเป็นฝอยเล็กๆ มีกลิ่นคาวคลุ้ง และยังคงมีความอบอุ่นเจือปนอยู่ นั่นคือเลือดของแมว
หมอกขาวกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซูเหยียนแตะเลือดบนใบหน้าตัวเอง ก่อนจะจมดิ่งสู่ความเงียบ
แม้เมื่อกี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่เขาก็มองเห็นภาพภายนอกหมอกขาวได้ลางๆ
ภาพนั้น คงมีแค่คำว่า 'นรก' เท่านั้นที่พอจะอธิบายได้
"ถ้าอย่างนั้น ตัวเลือกที่จะหนีออกจากหมู่บ้านทางเสาโทริอินี่ก็คงต้องตัดทิ้งไป"
ผ่านไปพักใหญ่ ซูเหยียนถึงเอ่ยประโยคนี้ออกมาได้
เขาหันหลังกลับ เดินไปตามทางเดินเล็กๆ มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวหมู่บ้านด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง
ห่างออกไปไม่ไกลจากทางเดิน มีแผนที่แผ่นใหญ่ตั้งอยู่
ซูเหยียนเงยหน้าขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากแผนที่แผ่นนี้
'แผนผังโครงการก่อสร้างและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์หมู่บ้านสิ้นเทพ'
นี่คือแผนที่ของทั้งหมู่บ้าน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นแผนผังการพัฒนาหมู่บ้านด้วย ตัวแผ่นป้ายทำจากแผ่นเหล็กทั้งแผ่น
กลิ่นอายความทันสมัยช่างดูขัดแย้งกับสิ่งปลูกสร้างในหมู่บ้านอย่างสิ้นเชิง
ซูเหยียนพิจารณาดูอย่างละเอียด
เขาพบว่าหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านสร้างล้อมรอบภูเขา ร้านดอกไม้ไฟอิเคดะตั้งอยู่ตรงตีนเขาพอดิบพอดี หันหน้าเข้าหาประตูภูเขา
เมื่อมองไปตามถนนบนภูเขา ถัดไปไม่กี่ช่วงตึกดูเหมือนจะมีร้านขายเนื้ออยู่ร้านหนึ่ง สูงขึ้นไปอีกก็แทบไม่มีบ้านเรือนแล้ว เหลือเพียงโรงเรียนประถมเล็กๆ ตั้งอยู่กลางภูเขา
ส่วนบนยอดเขามีสัญลักษณ์ศาลเจ้าจางๆ ซูเหยียนพยายามเพ่งมองรอยตัวอักษรที่สีหลุดลอกจนพอจะอ่านออกว่า 'รื้อถอน'
ส่วนพื้นที่รอบนอกภูเขาที่อยู่เลยเสาโทริอิออกไป ถูกระบุด้วยคำว่า 'ย่านการค้า' แทนบล็อกสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด
ดูท่าแล้ว ต่อให้เดินพ้นเสาโทริอิออกไปก็คงเป็นแค่รอบนอกของหมู่บ้านสิ้นเทพ ข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ถือว่าตกไป
ซูเหยียนลูบคลำป้ายจัดแสดงเหล็กแผ่นนี้ หลายจุดมีสนิมเกาะกินไปแล้ว
เขาเดินกลับไปที่ข้างก้อนหินบอกชื่อหมู่บ้านอีกครั้ง สีแดงสดของตัวอักษรยังคงดูใหม่เอี่ยม ราวกับเพิ่งถูกทาลงไปไม่นาน
ประหลาดเกินไปแล้ว
"ตกลงว่าตอนนี้มันยุคสมัยไหนกันแน่เนี่ย?"
จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของซูเหยียน
ก่อนหน้านี้เขาคิดมาตลอดว่าที่นี่คือโลกเรื่องลี้ลับที่มีฉากหลังเป็นประเทศญี่ปุ่นในยุคเก่า แต่ป้ายโครงการพัฒนานี้กลับลบล้างข้อสันนิษฐานของเขาไปจนหมดสิ้น
"ที่นี่มันยังนับว่าเป็นโลกมนุษย์อยู่อีกเหรอ?"
ทันใดนั้น หมอกขาวด้านหลังซูเหยียนก็มีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ซูเหยียนหันขวับกลับไปมองอย่างระแวดระวัง
ตรงทางเข้าเสาโทริอิ หมอกขาวกลุ่มเล็กๆ เริ่มขยับยุกยิก
พลันกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะหน้า!
สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ร่างบึกบึนเดินออกมาจากหมอกขาวตรงทางเข้าเสาโทริอิ ร่างนั้นสูงใหญ่ผิดปกติ ดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เขา
หยดของเหลวสีแดงเข้มกองใหญ่ร่วงแหมะลงมาที่ปลายเท้า
ซูเหยียนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ สัญญาณเตือนภัยในใจดังลั่นอย่างบ้าคลั่ง
แต่เขาก็ยังฝืนข่มความอยากวิ่งหนีเอาไว้ ยอมสูดกลิ่นชวนคลื่นเหียนเพื่อสังเกตเงาร่างนั้นอย่างละเอียด
ตอนที่เรียนกรณีศึกษาในสถาบัน ประโยคที่อาจารย์ย้ำบ่อยที่สุดก็คือ ต่อให้มีกรณีศึกษามากแค่ไหน แต่ประสบการณ์ทั้งหมดก็อาจถูกหักล้างได้เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ในเวลานี้ มีเพียงการเผชิญหน้ากับอันตรายเท่านั้น ถึงจะพอมีทางรอดเหลืออยู่บ้าง
'มนุษย์เลือด' ตนนั้นก็กำลังจ้องมองซูเหยียนเช่นกัน บนบ่าของมันแบกวัตถุรูปร่างดูไม่ออกเอาไว้ นั่นคือต้นตอของกลิ่นคาวเลือดและหยดเลือดบนพื้น
เวลาค่อยๆ ผ่านไป แผ่นหลังของซูเหยียนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
จังหวะที่เขากำลังจะหยิบประทัดออกมาป้องกันตัว มนุษย์เลือดตนนั้นก็เอ่ยปากขึ้นมาเสียก่อน
"ไอ้หนูบ้านอิเคดะเหรอ?"
"เอ๋?" ซูเหยียนชะงักกึก
ฟังจากเสียงแล้ว นี่มันก็แค่เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายวัยกลางคนธรรมดาๆ
ร่างที่แผ่กลิ่นคาวเลือดเริ่มเดินเข้ามาใกล้ ซูเหยียนกลืนน้ำลายเอื้อก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ผู้มาเยือน จะพูดให้ถูกคืออีกฝ่ายดูไม่เหมือนคนเลยสักนิด
ถ้าไม่ใช่เพราะซูเหยียนเตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว ป่านนี้เขาคงโกยอ้าวไปนานแล้ว
เพราะทั่วทั้งร่างของคนคนนี้ดูราวกับถูกชำแหละมา ผิวหนังสีเข้มบ้างอ่อนบ้างถูกเย็บปะติดปะต่อกันจนกลายเป็นใบหน้าที่แสนอัปลักษณ์
บริเวณรอยต่อของผิวหนัง มีไส้เดือนสีเลือดโผล่หัวออกมาเป็นระยะ มุดไปมาตามผิวหนังทั่วร่าง
บนบ่าคือซากศพประหลาดที่มีปังตอสับกระดูกปักคาอยู่ ดูไม่ออกเลยว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหน
"คุณคือใครครับ?" ซูเหยียนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"คุราชิมะ" ชายวัยกลางคนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ซูเหยียนนึกขึ้นได้ ร้านขายเนื้อที่ทำสัญลักษณ์ไว้บนแผนที่ก็มีชื่อว่า 'ร้านเนื้อสัตว์คุราชิมะ' พอดี
ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
ในโลกที่ถูกปิดตายแห่งนี้ ไม่ว่าสิ่งที่โผล่มาจะเป็นคนหรือผีก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอีกต่อไป
คุราชิมะที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็น่าจะเป็นเถ้าแก่ร้านเนื้อสัตว์คุราชิมะนั่นเอง
"หลีกไป" คุราชิมะพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
ซูเหยียนหลบทางให้อย่างไม่รู้ตัว คุราชิมะไม่ได้สนใจซูเหยียน เขาเดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินมุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านไป
ของเหลวสีเลือดหยดแหมะลงมาจากศพบนบ่า ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาว แต่คุราชิมะก็ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ซูเหยียนพอจะรู้แล้วว่าดินสีน้ำตาลเข้มบนทางเดินมันมาจากไหน
ซูเหยียนมองตามแผ่นหลังของคุราชิมะที่เดินจากไป เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามไป
การปรากฏตัวของคุราชิมะ คือคำใบ้ที่เกมส่งมาให้อย่างไม่ต้องสงสัย
ทางออกถูกปิดตายด้วยหมอกขาว พื้นที่เดียวที่เหลือให้เขาสำรวจก็มีแค่ภายในหมู่บ้านเท่านั้น
และแค่เรื่องที่คุราชิมะสามารถ 'เดินผ่านหมอกขาวมาได้อย่างปลอดภัย' ซูเหยียนก็ไม่อาจมองข้ามเบาะแสนี้ไปได้แล้ว
ซูเหยียนเอามือปิดจมูก เดินตามรอยหยดเลือดไปจนตามคุราชิมะทัน
คุราชิมะเพียงแค่หันมามองซูเหยียนแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ซูเหยียนทำตัวสงบเสงี่ยม เดินตามหลังคุราชิมะไปเงียบๆ
เดินมาได้ประมาณสิบกว่านาที ที่สุดทางเดินอันแสนร่มครึ้มก็ปรากฏร้านขายเนื้อแห่งหนึ่ง
บนป้ายร้านที่เต็มไปด้วยคราบเลือด มีคำว่า คุราชิมะ เขียนเอาไว้
ซูเหยียนเหลือบมองศพบนบ่าของคุราชิมะอีกครั้ง ความรู้สึกหนาวเหน็บก็พวยพุ่งขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก
[จบแล้ว]