- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 3 - หมอกขาวและแมว
บทที่ 3 - หมอกขาวและแมว
บทที่ 3 - หมอกขาวและแมว
บทที่ 3 - หมอกขาวและแมว
เสียงพึมพำเลือนรางดังแว่วมาเข้าหู
ซูเหยียนตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเช้าวันถัดไปแล้ว
สมองยังคงตื้อๆ อยู่บ้าง แต่พอเหลือบมองสภาพแวดล้อมรอบตัว ซูเหยียนก็ตาสว่างขึ้นมาทันที
นอกหน้าต่างมีสีเทาหม่น แต่เห็นได้ชัดว่าค่ำคืนได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ซูเหยียนชำเลืองมองช่องภารกิจ
[ภารกิจรองเสร็จสิ้น]
[ภารกิจที่ 1: พักผ่อนตามลำพังใน 'ร้านดอกไม้ไฟอิเคดะ' จนถึงรุ่งสาง (ขีดฆ่า)]
[รางวัลภารกิจ: สุ่มสัตว์อัญเชิญหนึ่งตัว ต้องการสุ่มทันทีหรือไม่?]
ซูเหยียนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
สำหรับเขาที่มีตัวเลือกไม่มากนักในตอนนี้ สัตว์อัญเชิญถือเป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
"สุ่มทันที"
ซูเหยียนถูมือไปมา พลางพูดด้วยความตื่นเต้นปนประหม่า
ไม่ได้หวังถึงขั้นสัตว์หาง กันดั้ม หรืออุลตร้าแมนหรอก ขอแค่ปิกาจูสักสองสามตัวก็ยังดี
แสงสีขาวสว่างวาบตกลงมา ก่อนจะรวมตัวเป็นรูปร่างตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว
"เหมียว—" แมวส้มตัวหนึ่งแกว่งหางไปมา นั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าซูเหยียน
ดูยังไง นี่มันก็แค่แมวส้มธรรมดาๆ ชัดๆ
ซูเหยียนเพ่งตามอง
[แมวนิรนาม (ระดับ F)]
[คำอธิบาย: แมวส้มธรรมดาทั่วไป สามารถสื่อสารทางใจกับเจ้าของได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็แค่นั้นแหละ]
[หมายเหตุ: อย่างน้อย คุณก็ยังมีสิทธิ์ตั้งชื่อให้มันนะ]
"หึหึ เรื่องดวงเนี่ย เวลาที่หวังพึ่งก็มักจะพึ่งไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ"
หลังจากอ่านช่องแจ้งเตือนที่แฝงไปด้วยความกวนโอ๊ยจบ ซูเหยียนก็หัวเราะแห้งๆ แล้วอุ้มแมวส้มขึ้นมาอย่างหมดแรง
แมวส้มว่านอนสอนง่ายมาก มันร้องเหมียวอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะถือวิสาสะขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของซูเหยียนเสียเลย
ซูเหยียนลูบขนแมวส้มเบาๆ
"ยังไงซะฉันก็ถือว่าเป็นทาสแมวคนหนึ่ง งั้นจะตั้งชื่อให้แกก็แล้วกัน"
"เอาเป็น แมวของชโรดิงเงอร์ ก็แล้วกัน"
"เหม๊ยววว???"
แมวส้มเหมือนจะรับรู้ได้ถึงรสนิยมการตั้งชื่อสุดแสนจะพิลึกของซูเหยียน มันจึงเงยหน้าขึ้นมาร้องอย่างขัดใจ
"เอาล่ะ ปัญหาต่อไปก็คือ... จะหนีออกจากหมู่บ้านนี้ยังไงดี"
ซูเหยียนมองไปที่ประตูใหญ่ของกระท่อมไม้
ดูจากคำใบ้ของภารกิจ เขาคงผ่านพ้นค่ำคืนมาได้แล้ว ตอนนี้น่าจะออกไปข้างนอกได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะ
"ลองหาเบาะแสในร้านดอกไม้ไฟนี้ดูก่อนดีกว่า"
ซูเหยียนเริ่มรื้อค้นภายในร้านดอกไม้ไฟ
วิกฤตเมื่อคืนมาเร็วเกินไป แถมระบบยังบังคับให้หลับอีก เขาจึงแทบไม่มีเวลาสำรวจที่นี่เลย
บ้านหลังนี้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ ดูมีอายุพอสมควร มองไปรอบๆ จะเห็นรอยราฝังแน่นและรอยผุพังอยู่ประปราย
ในห้องเก็บของเล็กๆ ที่มีลักษณะคล้ายโกดัง ซูเหยียนค้นเจอดอกไม้ไฟแบบแท่งและดอกไม้ไฟหลากหลายรูปแบบที่ถูกทับถมเป็นกองๆ
เพียงแต่มันก็ชื้นจนใช้การไม่ได้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ส่วนในห้องทำงานที่อยู่ลึกเข้าไปในบ้าน กลับมีพวกเศษชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปและดินปืนอยู่ไม่น้อย แต่ก็มีปริมาณน้อยเกินกว่าจะเอาไปทำเป็นอาวุธดินปืนได้ โอกาสคือศูนย์
"เอ๊ะ นี่มันอะไรเนี่ย?"
ตรงลิ้นชักมุมโต๊ะทำงาน ซูเหยียนค้นพบอะไรบางอย่าง
เขาค่อยๆ หยิบแท่งสีแดงเล็กๆ ที่มีกลิ่นฉุนของดินปืนออกมาอย่างระมัดระวัง
เขารู้จักเจ้านี่ดี เพียงแต่ไม่คิดว่าจะมาเห็นมันในร้านดอกไม้ไฟสไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้
[ไอเทม: ประทัดจากร้านดอกไม้ไฟอิเคดะ 1]
[คำอธิบาย: ผลิตจากเทคนิคที่สืบทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่นของตระกูลอิเคดะ ดูเหมือนจะสามารถขับไล่สิ่งไม่สะอาดได้นิดหน่อยด้วยนะ]
ซูเหยียนมองประทัดในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ เขาก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างลางๆ
วิกฤตเมื่อคืน วิธีแก้ปัญหาแบบหนึ่งน่าจะเป็นการหาประทัดดอกนี้ให้เจอก่อนที่ฮินะจะเข้ามา แล้วใช้มันขู่ฮินะให้หนีไป
อีกวิธีหนึ่งก็คือต้องหาวิธีเล่นกับฮินะให้สนุกสุดเหวี่ยง แต่นั่นก็คงเป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก
แต่เมื่อทำสำเร็จแล้ว ประทัดดอกนี้ที่ประหยัดไปได้ก็จะถือเป็นรางวัลโบนัส
ส่วนวิธีของซูเหยียนที่ด่าฮินะเปิงจนเตลิดไปนั้น แค่กๆ ถือว่าเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน...
"ถือซะว่าได้เครื่องรางคุ้มภัยมาเพิ่มอีกชิ้น หวังว่าจะยังไม่ต้องรีบใช้นะ"
ซูเหยียนเก็บประทัดสายเล็กๆ นี้ไป
ร้านดอกไม้ไฟทั้งร้านมีขนาดเล็กนิดเดียว ใช้เวลาไม่นานเขาก็สำรวจจนทั่ว
"ข้อมูลที่ได้มีน้อยไปหน่อยแฮะ"
ซูเหยียนอุ้มแมวส้มเดินไปที่ประตู ค่อยๆ แนบหน้าแมวเข้ากับช่องประตู
"แกเป็นแมวนี่ น่าจะจับสัมผัสอันตรายกับเรื่องลี้ลับได้เป็นเรื่องปกติใช่ไหม ช่วยส่องดูข้างนอกให้หน่อยสิว่าอันตรายหรือเปล่า"
"เหมียว—"
เสียงร้องของแมวส้มแฝงไปด้วยอารมณ์ที่เหมือนจะบอกว่า "แกมีมารยาทบ้างไหมเนี่ย?"
มันกระโดดทีเดียว ก็พุ่งชนประตูจนเปิดออก
"เฮ้ย!" ซูเหยียนตกใจ
ให้แกช่วยส่องดู ไม่ได้ให้แกไปหาเรื่องตายนะเว้ย
ซูเหยียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวออกจากประตูร้าน
เป็นไปตามที่ซูเหยียนคาดไว้ ในหมู่บ้านที่ว่านี้ไม่มีคนอยู่เลยสักคน
หน้าประตูเป็นถนนดินโคลน บนพื้นมีรอยสีน้ำตาลเข้มบ้างอ่อนบ้างลากยาวผ่านร้านดอกไม้ไฟเข้าไปด้านใน
ทิวทัศน์รอบด้านส่วนใหญ่เป็นต้นไม้และทุ่งนา มองไปตามถนนก็ยังพอเห็นสิ่งปลูกสร้างจำพวกบ้านเรือนอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่มองจากภายนอกไม่เห็นวี่แววของสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่นิดเดียว
ท้องฟ้ามืดครึ้ม เต็มไปด้วยเมฆหนาทึบจนแสงลอดผ่านไม่ได้เลย
ไกลออกไปถูกกลืนกินด้วยหมอกหนาทึบสีเทาอมขาว
ทั้งหมู่บ้านถูกปิดตายอยู่ท่ามกลางความเงียบงันอย่างน่าประหลาด
"เป็นการเปิดตัวแบบปิดตายตามสูตรเป๊ะ"
ซูเหยียนหันกลับไปมองกระท่อมไม้ด้านหลัง ป้ายร้านที่แขวนอยู่ใต้ชายคาเขียนตัวอักษรลางๆ ว่า "ร้านดอกไม้ไฟอิเคดะ" แม้จะดูเก่าไปบ้างแต่ก็สะอาดสะอ้าน
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ากระท่อมไม้ของเขาหลังนี้ดูอบอุ่นกว่าพวกบ้านพักบนภูเขาที่ดูเย็นเยียบพวกนั้นตั้งเยอะ
"เอาเป็นว่า หลังจากนี้ก็ต้องหาวิธีตามหาทางออกของหมู่บ้านให้เจอสินะ..."
ซูเหยียนมองไปรอบๆ อีกครั้ง แต่พอสายตาไปสะดุดกับแมวส้มที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล สีหน้าของเขาก็พลันแข็งค้าง
ห่างจากร้านดอกไม้ไฟด้านหลังเขาไปไม่ถึงห้าสิบเมตร มีก้อนหินสลักขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างชัดเจน
ข้างๆ ก้อนหินก้อนนั้น ยังมีประตูรูปแบบเสาโทริอิตั้งอยู่ด้วย
"อย่าบอกนะว่า..." ซูเหยียนพึมพำเบาๆ ร่างกายก้าวไปหาแมวส้มอย่างไม่รู้ตัว
เขาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าหินก้อนใหญ่
รอยสลักที่เว้าแหว่งบนนั้นถูกทาด้วยสีแดงเลือด นูนเด่นเป็นคำว่า "หมู่บ้านสิ้นเทพ" ไว้อย่างชัดเจน
เป็นจุดแลนด์มาร์กที่พบเห็นได้ทั่วไป
บางครั้งเวลาขับรถผ่านเมืองต่างๆ หรืออำเภอเล็กๆ ก็มักจะเห็นป้ายหินแบบนี้ตั้งอยู่ มันเป็นทั้งสัญลักษณ์และเป็นการต้อนรับ
ยิ่งมีประตูเสาโทริอิสีแดงตั้งอยู่ข้างๆ ก้อนหินด้วยแล้ว
"ที่นี่แหละ คือทางออกของหมู่บ้าน"
ซูเหยียนลูบคลำก้อนหินใหญ่นี้เบาๆ ก่อนจะหันไปมองเสาโทริอิที่ตั้งขวางอยู่บนถนนลูกรัง โดยที่ไม่มีความรู้สึกดีใจเลยสักนิด
โดยมีเสาโทริอิเป็นเส้นแบ่งเขต หมอกสีขาวหนาทึบราวกับกำแพงที่แผ่ขยายออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน ห่อหุ้มหมู่บ้านเอาไว้ทั้งหมู่บ้าน
ตอนแรกซูเหยียนคิดว่าหมอกสีขาวที่มองเห็นไม่ชัดในระยะไกลเป็นเพราะปัญหาเรื่องทัศนวิสัย แต่ดูเหมือนว่าต้นตอมันจะมาจากที่นี่ต่างหาก
หมอกสีเทาอมขาวไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างแน่นอน มันให้ความรู้สึกเหมือนพร้อมจะกลืนกินผู้คนได้ทุกเมื่อ
"แบบนี้ แล้วจะให้ฉันหนีออกไปได้ยังไงเนี่ย?"
...
[จบแล้ว]