- หน้าแรก
- เกมหอพักเอาชีวิตรอด
- บทที่ 4 คุณคงไม่อยากกลายเป็นเสบียงสำรองใช่ไหม?
บทที่ 4 คุณคงไม่อยากกลายเป็นเสบียงสำรองใช่ไหม?
บทที่ 4 คุณคงไม่อยากกลายเป็นเสบียงสำรองใช่ไหม?
เฉาหย่าเสวียนไส้แทบเขียวด้วยความเสียใจ อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด
ตัวเองคงจะไม่ถูกกำจัดทิ้งเพราะไปล่วงรู้ความลับของสวี่หลางเข้าหรอกนะ?
ปากหนอปาก ทำไมถึงได้หาเรื่องใส่ตัวแบบนี้?
ขณะที่ฝ่ายหนึ่งนั่งไม่ติดที่ อีกฝ่ายหนึ่งกลับนิ่งเฉย ทันใดนั้นก็มีเสียงกระแทกดังสนั่นมาจากประตูเหล็ก
"เชี่ยแม่ม!" ตามมาด้วยเสียงด่าทอของโจวเทา
ไอ้หมอนี่ ดันนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องกว่าครึ่งชั่วโมง!
หวงฮ่าวพูดอย่างร้อนรน "พี่เทา รีบไปเถอะ ซอมบี้จะมาแล้ว ไว้หาเครื่องมือได้เมื่อไหร่ ค่อยมาพังประตูเหล็กมัน"
นักศึกษาชายอีกคนผสมโรงอย่างดุร้าย "ใช่ ถึงตอนนั้นค่อยจับมันโยนลงไปข้างล่าง!"
"ฝากไว้ก่อนเถอะ สวี่หลาง" โจวเทาด่าทิ้งท้าย
เขาไม่เคยสงสัยเลยว่าสวี่หลางไม่อยู่ห้อง เพราะสวี่หลางเป็นคนเงียบๆ ตีให้ตายก็ไม่ยอมพูดสักคำ น่ารำคาญจะตายไป!
เสียงฝีเท้าห่างออกไป
ครั้งนี้พวกมันไปจริงๆ แล้ว
แต่ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องที่สวี่หลางมีประตูเหล็กก็แพร่สะพัดไปทั่วห้องแชต
เดิมทีเพื่อนบ้านของสวี่หลางอยากจะพูดเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว แต่ถูกพวกโจวเทากดดันไว้
ชั่วพริบตาเดียว มีคนเรียกหาสวี่หลางนับไม่ถ้วน คนขอแอดเฟรนด์มีกว่าสามสิบคน
บางคนเอาเสบียงมาล่อเพื่อขอสิทธิ์ผู้เช่า บางคนใช้ไม้ตายเรื่องความสัมพันธ์ บางคนถึงขั้นจะใช้เงินจริงซื้อตำแหน่งเจ้าของห้อง
สวี่หลางไม่สนใจใครทั้งนั้น ทำราวกับไม่รับรู้เรื่องราวภายนอก รอคอยเวลาจบการนับถอยหลังอย่างเงียบเชียบ
[3, 2, 1... เริ่มเกม!]
พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยอันแสบแก้วหูที่ดังขึ้นในสมองของทุกคน ฝูงซอมบี้ดำทะมึนพุ่งออกมาจากหมอกโลหิต
สิ่งที่เรียกว่าแนวป้องกัน ถูกพังทลายจนแตกกระเจิงในพริบตา!
เหล่านักศึกษาระดับหัวกะทิที่ถืออาวุธยืนอยู่แถวหน้าสุด หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีทันที
ตอนหนีตาย ยังไม่ลืมที่จะผลักไสและเหวี่ยงไม้ใส่คนอื่นอย่างบ้าคลั่ง
หนึ่งวินาทีหวดสามไม้ นั่นยังไม่ใช่ขีดจำกัดของพวกเขา!
คนล้มลงไม่รู้กี่คนต่อกี่คน
นักศึกษาที่ยืนอยู่บนระเบียงหอพักส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ จากนั้นเสียงตกใจก็กลายเป็นเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
"ไอ้เชี่ยเอ๊ย ทำไมไม่มีใครบอกว่าบันไดก็เป็นจุดเกิดซอมบี้เหมือนกัน!!!"
ทางขึ้นบันไดทั้งสิบชั้น มีซอมบี้พุ่งออกมาเช่นกัน
ชั่วพริบตา หอพักทั้งตึกก็เดือดพล่าน!
...
[ซอมบี้]
[เลเวล: 0]
[สกิล: ไม่ทราบ]
[คำอธิบาย: สิ่งมีชีวิตชีวภาพที่น่าสงสาร]
สวี่หลางยืนมองผ่านตาแมวหลังประตูตลอดเวลา ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเท่าไหร่ เพราะในฝันเขาเคยเจอฉากที่สยองกว่านี้มาแล้ว
ครั้งหนึ่งเคยมีนักฆ่าคนหนึ่งไล่ฟันเขาในฝันทั้งคืน กองซากศพสูงเป็นภูเขาเลากา ชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจาย ราวกับนรกบนดิน
หลังจากเขาถอยออกมา เฉาหย่าเสวียนก็เข้าไปส่องตาแมวดูบ้าง ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลง
นักศึกษาคนหนึ่งถูกรุมกัดกินต่อหน้าต่อตาเธอ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่น
ขณะที่เธอกำลังตัวสั่นเทา ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มีเสียงถามดังมาจากด้านหลัง
"รุ่นพี่เฉา คุณมีแฟนหรือยังครับ?"
เฉาหย่าเสวียนชะงัก หันกลับมามองสวี่หลางอย่างไม่อยากเชื่อ
เวลาหน้าสิวนหน้าขวานขนาดนี้ นายยังจะมาชวนคุยเรื่องชาวบ้านอีกเหรอ?
สวี่หลางจ้องตาเฉาหย่าเสวียน แล้วพูดอย่างเนิบนาบ
"คุณก็เห็นแล้ว ซอมบี้พวกนั้นไม่เหมือนในหนัง มันเคลื่อนไหวว่องไว"
"จำคำเตือนตอนแรกได้ไหม? ความยากของเกมจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น... คุณคิดว่าประตูเหล็กบานนี้ จะมีโอกาสกั้นซอมบี้ได้มากแค่ไหน?"
ทันใดนั้น ใบหน้าของเฉาหย่าเสวียนก็ขาวซีดจนแทบจะเป็นลม
ถ้าเป็นอย่างที่สวี่หลางพูด สองคนนี้ไม่ตายแน่เหรอ?
"แล้วจะทำยังไง?" เธอถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
อำนาจการตัดสินใจ ตกไปอยู่ในมือของรุ่นน้องที่ไม่มีชื่อเสียงคนนี้แล้ว
ไม่ใช่สิ ตั้งแต่วินาทีที่เฉาหย่าเสวียนก้าวเข้ามาในห้อง อำนาจก็อยู่ในมือสวี่หลางแล้วต่างหาก!
มุมปากสวี่หลางยกขึ้น "ไหนๆ ก็ต้องตาย งั้นก่อนตายมามีความสุขกันหน่อยดีกว่า"
คำพูดหยาบคายสุดๆ
ทว่า เฉาหย่าเสวียนผู้ชาญฉลาดไม่กล้าชักสีใส่ ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วพูดว่า "ไม่เหมาะมั้ง นายก็น่าจะเคยดูหนังวันสิ้นโลก ในสถานการณ์แบบนี้ การเก็บแรงไว้สำคัญมากนะ"
ไอ้หนุ่มซิงไม่เคยมีแฟน!
ถึงเวลาคับขันขนาดนี้ ยังจะคิดเรื่องพรรค์นี้อีก!
"มีเหตุผล ดูเหมือนรุ่นพี่จะนับถือลัทธิการเอาชีวิตรอดแบบสุดโต่งสินะ" สวี่หลางไม่เถียง กลับยิ้มกว้างออกมา
"ฮะๆ การเอาชีวิตรอดคือเป้าหมายสูงสุดของสิ่งมีชีวิตนี่นา" เฉาหย่าเสวียนยังคงยิ้มเจื่อนต่อไป
ข้างนอกเสียงกรีดโหยหวน
ในห้องบรรยากาศพิศวง
แถมยังพิศวงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย!
เฉาหย่าเสวียนพบว่าจู่ๆ สวี่หลางก็เงียบไป นั่งอยู่บนเตียงมองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ
"มีอะไรหรือเปล่า?" เฉาหย่าเสวียนหดคอหนี
สวี่หลางพูดต่อด้วยน้ำเสียงเนิบนาบเหมือนเดิม
"ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่จะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายประมาณ 20% - 25% รุ่นพี่ดูเหมือนคนออกกำลังกาย เปอร์เซ็นต์ไขมันน่าจะอยู่ที่ราวๆ 18%..."
"จริงๆ แล้วไขมันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ที่สำคัญที่สุดคือปริมาณน้ำในตัวรุ่นพี่ต่างหาก"
"ขอโทษที ผมพูดผิด น่าจะเป็นปริมาณเลือดมากกว่า"
"คุณก็รู้ การจะมีชีวิตรอด สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่อาหาร แต่คือน้ำ!"
เฉาหย่าเสวียนตะลึงงัน ก่อนจะเข้าใจความหมาย แทบจะปล่อยน้ำออกมาตรงนั้น
ขอร้องล่ะ หยุดพูดเถอะ!
สรุปที่นายจับฉันเข้ามา คือเล็งตัวฉันไว้จริงๆ สินะ!!
"รุ่นน้อง อย่าขู่รุ่นพี่สิ นายทำแบบนี้มันน่ากลัวนะ!" เฉาหย่าเสวียนพยายามทำใจดีสู้เสือ
ในสายตาเธอ สวี่หลางก็แค่เด็กมหาลัยเกรดต่ำที่เจอหน้ากันก็คง "กอดคอเรียกเพื่อน" หรือ "ทำท่าชู้ตบาส" ใส่
เธอจะยอมได้ยังไง!
สวี่หลางลูบคาง ครุ่นคิด
"ในเมื่อรุ่นพี่ยกเรื่องหนังมาอ้าง งั้นพฤติกรรมแบบนี้ ก็ถือเป็นเรื่องปกติใช่ไหม"
"จริงๆ แล้ว ที่เกมจัดให้พักห้องคู่ บางทีอาจจะคิดแบบนี้ก็ได้นะ"
"วันสิ้นโลกถ้าไม่มีเสบียงสำรอง ใครจะไปรอดล่ะจริงไหม รุ่นพี่เฉา?"
เฉาหย่าเสวียนเชื่อสนิทใจ!
สวี่หลางเป็นคนที่ทำเรื่องแบบนั้นได้จริงๆ
เพราะตอนพูด น้ำเสียงของสวี่หลางราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา ไม่เปลี่ยนโทนเสียงเลยสักนิด
ถ้าแบบนี้ไม่ใช่โรคจิต แล้วใครจะเป็นโรคจิต!?
"รุ่นพี่ วางใจเถอะ ผมไม่ใช่ปีศาจร้ายอะไร สิ่งที่ผู้ชายลืมยากที่สุดคือรักแรก คุณยอมเป็นรักแรกคนเดียวของผมไหม?" สวี่หลางพูดถึงตรงนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไป ถอนหายใจเฮือก "จริงๆ แล้ว ที่ผมอยากมีความรักกับรุ่นพี่ ก็เพราะมีความจำเป็นบางอย่าง"
เฉาหย่าเสวียนรีบถาม "ความจำเป็นอะไร!?"
ตัณหาขึ้นสมองเรียกว่าความจำเป็นได้ด้วยเรอะ?!
สวี่หลางพูดเสียงแผ่ว
"ในใจผม มีทั้งพระและมาร"
"อย่าเห็นว่าปกติผมดูใสซื่อ นั่นเป็นเพราะมารร้ายถูกผมผนึกไว้อย่างแน่นหนามาตลอด"
"ตอนนี้เกมเอาชีวิตรอดมาถึง คุกคามการอยู่รอดของผมอย่างรุนแรง มารร้ายในใจผมกำลังจะทำลายผนึกออกมาแล้ว!"
"ผมอยากถามคุณว่า ถ้าคุณต้องเผชิญหน้ากับมารร้ายตัวจริง... คุณจะเอาอยู่ไหม... หอพักทั้งตึกจะเอาอยู่ไหม?!"
"เพราะงั้น ผมต้องใช้ความรักอันหอมหวาน เพื่อสะกดมารร้ายในใจลงไปอีกครั้ง!"
มุมปากเฉาหย่าเสวียนกระตุกรัวๆ
เวลาแบบนี้ นายช่วยเลิกเล่นมุกจะได้ไหม!
ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องข้างนอกหรือไง?!
เพื่อนร่วมชั้นนายกำลังจะกลายเป็นอาจารย์ใหญ่ให้พวกมันแทะแล้วนะเว้ย!
"รุ่นน้อง ให้เวลารุ่นพี่หน่อยได้ไหม คือนายจู่โจมกะทันหันเกินไป" เฉาหย่าเสวียนพูดเสียงอ้อนวอน แทบจะคุกเข่าขอร้องอยู่แล้ว
"ได้" สวี่หลางพยักหน้าตกลง
เฉาหย่าเสวียนถอนหายใจโล่งอก
รุ่นน้องคนนี้ ก็ยังพอคุยรู้เรื่องบ้าง
สวี่หลางพูดต่อ "งั้นรบกวนช่วยออกไปจากห้องผมก่อนได้ไหม? เห็นหน้าคุณแล้วผมหงุดหงิด"
เฉาหย่าเสวียน "..."
ฉันไม่ทวงสิทธิ์ผู้เช่าจากนายก็ดีแค่ไหนแล้ว นายยังจะไล่ฉันออกไปอีก นายมันปีศาจชัดๆ
"งั้น ฉันให้ยืมถุงน่องเอาไหม..." เฉาหย่าเสวียนหมดหนทางจริงๆ พอพูดจบก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้าสุดขีด
สวี่หลางปรายตามอง ถุงน่องบางเบาสะท้อนแสงแวววาว ดูแพงระยับ บางทีอาจจะมีกลิ่นหอมด้วย?
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นว่า "งั้นคุณออกไปสักสามนาทีดีไหม? อีกสามนาทีค่อยกลับเข้ามา"
เฉาหย่าเสวียน "..."
หอพักปิดทึบสี่ด้าน โคมไฟแขวนติดๆ ดับๆ แสงสว่างริบหรี่ ทั้งสองยืนห่างกันหลายเมตร เห็นเพียงโครงร่างของกันและกัน
และตอนนี้สวี่หลางก็ลุกขึ้นยืนแล้ว ไม่อยากยื้อเวลาอีกต่อไป
นี่คือเกมเอาชีวิตรอด ไม่ใช่งานเลี้ยงสังสรรค์
เฉาหย่าเสวียนที่เป็นตัวเร่งเหรียญฝันร้าย ยิ่งได้มาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!