เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ศึกล่ามังกร

บทที่ 8 ศึกล่ามังกร

บทที่ 8 ศึกล่ามังกร


บทที่ 8 ศึกล่ามังกร

ภายในห้องโถงจัดเลี้ยง เหล่านักร้องยังคงขับขานเสียงเพลงอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากเอมมา แอร์ริน พระมารดาของเจ้าหญิงเรนีรามาจากตระกูลแอร์ริน นักร้องจึงเลือกขับร้องบทเพลงที่เกี่ยวกับอัศวินมีปีกและศึกแห่งเจ็ดดาว ซึ่งเป็นบทกวีที่สรรเสริญวีรกรรมของอาร์ทีส แอร์ริน ผู้พิชิตจอมกษัตริย์รอยซ์แห่งปฐมบุรุษในหุบเขา

ทว่าเมื่อนักร้องเริ่มขับร้องบทเพลงเกี่ยวกับจอนควิลและฟลอเรียนคนเขลา ราชินีอลิซานน์ก็ทรงขมวดพระขนง

เมื่อหลายปีก่อน ในช่วงที่พระนางทรงครรภ์แรก อลิซานน์เกือบจะถูกลอบปลงพระชนม์ที่บ่อน้ำพุร้อนในเมเดนพูล ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่จอนควิลและฟลอเรียนได้พบกันครั้งแรก

แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายปี แต่เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ในครั้งนั้นยังคงเป็นฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนราชินีอลิซานน์อยู่เสมอ

โชคดีที่บทเพลงของจอนควิลและฟลอเรียนจบลงในเวลาไม่นานนัก ตามมาด้วยบทเพลงเกี่ยวกับการ์ธ กรีนแฮนด์

นักร้องที่คอร์ลีส อสรพิษแห่งท้องทะเลพามาด้วยนามว่าไดอาแมนตี้ วอเตอร์ส ช่างดูโดดเด่นสะดุดตา เขามีเรือนผมสีขาวเงินยาวสลวยและดวงตาสีม่วงเข้ม

เกล ลีนา และเหล่านางกำนัลในราชสำนักต่างพากันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดให้กับไดอาแมนตี้

บนพิณของไดอาแมนตี้มีตราสัญลักษณ์รูปม้าน้ำของตระกูลเวลารยอนที่สลักขึ้นจากเพชรประดับอยู่

ว่ากันว่าไดอาแมนตี้เป็นนักร้องคนโปรดของอสรพิษแห่งท้องทะเล คอร์ลีส และเจ้าหญิงเรนิส เขามีอายุราวสิบหกหรือสิบเจ็ดปี ซึ่งรุ่นราวคราวเดียวกับเดมอน

เดมอนจ้องมองไดอาแมนตี้ที่กำลังดีดพิณ และอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเจ้าชายมังกรผู้โด่งดังในยุคหลัง ผู้มีเรือนผมสีเงิน ดวงตาสีม่วง และมีความงดงามเหนือมนุษย์มนาทั่วไป สายเลือดแห่งวาลีเรียโบราณในตัวไดอาแมนตี้นั้นช่างเด่นชัดเหลือเกิน

ในยุคสมัยที่สิทธิในคืนแรกของการแต่งงานยังคงเป็นที่แพร่หลาย ดรากอนสโตนและดริฟต์มาร์กจึงมีลูกนอกสมรสที่มีสายเลือดวาลีเรียโบราณอยู่เป็นจำนวนมาก

ตามธรรมเนียมของสิทธิในคืนแรก ลอร์ดผู้ครองดินแดนมีสิทธิ์ที่จะไปปรากฏตัวในงานแต่งงานในคืนส่งตัว เพื่อหลับนอนและเบิกพรหมจรรย์ของเจ้าสาวก่อนที่เจ้าบ่าวจะได้ทำเช่นนั้น

อย่างที่ลอร์ดหลายคนมักจะโอ้อวดกันอย่างกว้างขวางว่า หากเจ้าสาวตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรที่มีสายเลือดของลอร์ด ถือว่าเป็นพรวิเศษ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิทธิในคืนแรกนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าสามัญชนเป็นอย่างมาก เจ้าสาวหลายคนถูกสามีทุบตีอย่างทารุณ หรือแม้กระทั่งถูกนำไปขายในหอนางโลม เพียงเพราะพวกนางต้องเสียพรหมจรรย์ให้กับลอร์ดผู้ครองดินแดน

เมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว ภายใต้การผลักดันของราชินีอลิซานน์ กษัตริย์เจเฮริสได้ทรงยกเลิกสิทธิในคืนแรกไปแล้ว ทว่ามันก็ยังคงถูกลักลอบปฏิบัติต่อไปในบางพื้นที่ อย่างเช่นในแดนเหนือ

บนดริฟต์มาร์กและดรากอนสโตน เนื่องจากตระกูลเวลารยอนแห่งดริฟต์มาร์กและตระกูลทาร์แกเรียนแห่งดรากอนสโตนต่างก็มีสายเลือดวาลีเรียโบราณ รูปร่างหน้าตาของพวกเขาจึงดูงดงามราวกับเทพเจ้ามากกว่ามนุษย์เดินดิน

หญิงสาวชาวบ้านหลายคนที่ถูกตัณหาครอบงำ ต่างก็ยินดีที่จะทอดกายให้กับลอร์ดหรือสมาชิกในครอบครัวของลอร์ด

แม้จะมีการยกเลิกสิทธิในคืนแรกไปแล้ว แต่สถานการณ์เช่นนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป

บนดรากอนสโตน ลูกนอกสมรสจำนวนมากที่มีสายเลือดทาร์แกเรียนไหลเวียนอยู่ในตัวก็ถือกำเนิดขึ้นด้วยวิธีนี้

ส่วนบนดริฟต์มาร์ก เนื่องจากบารมีของตระกูลเวลารยอนไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าตระกูลทาร์แกเรียน จำนวนลูกนอกสมรสที่มีสายเลือดเวลารยอนจึงอาจจะไม่มากเท่าทาร์แกเรียน แต่ก็ยังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนดริฟต์มาร์ก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งอสรพิษแห่งท้องทะเล คอร์ลีส ว่ากันว่าคอร์ลีสผู้เปี่ยมเสน่ห์มีลูกนอกสมรสอยู่ทั้งในหมู่เกาะฤดูร้อน โวลานทิส ยีติ คาร์ธ อิบเบน และบราวอส

และที่หน้าประตูบ้านของเขาบนดริฟต์มาร์ก ก็ยิ่งมีลูกนอกสมรสอยู่มากมายก่ายกอง

ว่ากันว่าคอร์ลีสมีลูกนอกสมรสอยู่ในเมืองสไปซ์ทาวน์ เมืองฮัลล์ และไฮไทด์ แต่ด้วยความที่เรนิสผู้เป็นภรรยาของเขานั้นดุร้ายนัก อสรพิษแห่งท้องทะเลจึงไม่กล้าออกรับลูกนอกสมรสเหล่านั้นเลยสักคน

เดมอนสงสัยว่าไดอาแมนตี้ผู้นี้ก็อาจจะเป็นหนึ่งในลูกนอกสมรสของอสรพิษแห่งท้องทะเลก็เป็นได้

น้ำเสียงหวานละมุนของไดอาแมนตี้ดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถง

หลังจากการแสดงจบลง เกล ลีนา ลิลี่ รอสบี้ และคนอื่นๆ ต่างพากันเข้าไปรุมล้อมไดอาแมนตี้

เดมอนชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ "เจ้าอายุยังน้อยแท้ๆ แต่กลับได้มาร้องเพลงถวายลอร์ดและเลดี้คอร์ลีสเชียวหรือ เจ้าเป็นคนที่ดริฟต์มาร์กหรือเปล่า"

ไดอาแมนตี้ตอบ "ขอรับ ข้าเติบโตมาในคอนแวนต์"

"แม่ของข้าเป็นแม่ชี หลังจากที่นางเสียพรหมจรรย์และคลอดข้าออกมา นางก็ไปบวชเป็นซิสเตอร์เงียบ และไม่เคยปริปากพูดอะไรอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา ดังนั้น ข้าจึงไม่รู้ว่าพ่อของข้าเป็นใคร"

เกลกล่าวขึ้น "เดมอน เจ้าน่าจะเรียนดีดพิณจากไดอาแมนตี้นะ ฝีมือของเขายอดเยี่ยมมากเลยล่ะ"

เดมอนกุมมือเกลไว้ "ข้าไม่มีเวลาหรอก เสด็จปู่ให้ข้าไปที่ลานมังกรเพื่อเลือกมังกรที่ข้าถูกใจ ข้ากำลังจะได้เป็นอัศวินมังกรแล้วนะ"

เกลดีใจจนเนื้อเต้น "จริงหรือเนี่ย"

ไดอาแมนตี้กล่าว "ขอแสดงความยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายเดมอน กระหม่อมจะต้องแต่งบทเพลงเพื่อเฉลิมฉลองให้กับเรื่องนี้เสียแล้ว"

เดมอนตอบกลับ "ก็ดี แต่เกลจะต้องอยู่ในบทเพลงนั้นด้วยนะ ข้าอยากจะพาเกลโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าไปพร้อมกับข้า"

เมื่องานเลี้ยงใกล้จะจบลง กษัตริย์เจเฮริสก็รับสั่งขึ้น "เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการประสูติของเจ้าหญิงเรนีรา ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า เราจะจัดการประลองขึ้นที่ลานมังกร"

ทุกคนต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องและปรบมือด้วยความยินดี

กษัตริย์เจเฮริสตรัสต่อ "พรุ่งนี้ เดมอนจะไปที่ลานมังกรเพื่อเลือกมังกรของเขา ข้าและราชินีจะไปร่วมเป็นสักขีพยานในการขึ้นบินครั้งแรกบนหลังมังกรของเดมอนด้วยกัน"

เจ้าหญิงเรนิสรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ พระนางรู้ดีว่าเดมอนจะเลือกมังกรตัวใด

เจ้าหญิงเรนิสรีบลุกขึ้นยืน "เสด็จปู่ เดมอนจะเลือกมังกรคาแร็กซิสไม่ได้นะเพคะ นั่นมันมังกรของท่านพ่อหม่อมฉัน หม่อมฉันหวังว่าลีนอร์ลูกชายของหม่อมฉันจะได้ขี่มังกรคาแร็กซิสในอนาคต"

อสรพิษแห่งท้องทะเล คอร์ลีส กล่าวเสริม "กระหม่อมเชื่อว่าดวงวิญญาณของเจ้าชายเอมอนแห่งดรากอนสโตนที่อยู่บนสรวงสวรรค์ ก็คงจะปรารถนาที่จะได้เห็นลีนอร์ผู้เป็นหลานชายได้ขี่มังกรของพระองค์เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ"

บลัดเวิร์ม คาแร็กซิส ไม่เพียงแต่จะเป็นหนึ่งในมังกรที่ดุร้ายที่สุดในบรรดามังกรยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นมังกรที่เจนจัดในสมรภูมิอีกด้วย

เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ดอร์นบุกโจมตีสตอร์มแลนด์ เจ้าชายแห่งดอร์นได้ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อว่าจ้างกองเรือทหารรับจ้างและเรือโจรสลัดจากลีส เมียร์ ไทโรช และที่อื่นๆ

เรือนับร้อยลำแล่นข้ามทะเลดอร์น มุ่งหน้าเข้าประชิดชายฝั่งสตอร์มแลนด์

เจ้าชายเอมอนแห่งดรากอนสโตน ประทับบนหลังคาแร็กซิส พร้อมด้วยเจเฮริสที่ประทับบนเวอร์มิธอร์ โทสะสีบรอนซ์ และเบลอนที่ประทับบนเวการ์ ได้ลอบโจมตีกองทัพดอร์นที่กำลังข้ามทะเลมาภายใต้ความมืดมิดของยามราตรี

เปลวเพลิงจากมังกรทั้งสามตัวสว่างวาบไปทั่วท้องทะเลดอร์น เรือของพวกดอร์นถูกไฟเผาผลาญไปทีละลำ กะลาสีและโจรสลัดต่างกรีดร้องโหยหวนขณะร่วงหล่นลงสู่ท้องทะเล

แม้แต่น้ำทะเลก็ยังเดือดพล่านด้วยความร้อนแรงของไฟมังกร

เรือนับร้อยลำเปรียบเสมือนเทียนนับร้อยเล่มที่กำลังลุกไหม้และไหววูบไปตามสายลมทะเล

การรบในครั้งนี้ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โดยชนรุ่นหลังในชื่อ "ศึกเทียนร้อยเล่ม" ขุนนางชาวดอร์นจำนวนมาก รวมไปถึงเจ้าชายแห่งดอร์น ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ

กษัตริย์เจเฮริส เจ้าชายเอมอน และเบลอน ทรงขี่มังกรเข้าสู่สมรภูมิ และสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับศัตรูโดยที่ไม่ต้องสูญเสียทหารเลยแม้แต่นายเดียว นับเป็นการสร้างปาฏิหาริย์แห่งสงครามอย่างแท้จริง

การที่เรนิสและอสรพิษแห่งท้องทะเลยังคงยืนกรานที่จะให้ลีนอร์ลูกชายของพวกเขาได้ขี่คาแร็กซิสนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาเห็นพ้องถึงความดุร้ายและความแข็งแกร่งของมังกรตัวนี้ และอีกส่วนหนึ่งก็คือ หากลีนอร์ได้ขี่มังกรของเจ้าชายเอมอนแห่งดรากอนสโตน มันก็จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้คนตระหนักว่า ลีนอร์คือสายเลือดมังกรที่แท้จริงของเอมอน ผู้มีสิทธิ์อันชอบธรรมในบัลลังก์เหล็กอย่างไม่อาจโต้แย้งได้

แน่นอนว่าเจเฮริสผู้มากประสบการณ์ย่อมมองเจตนาของอสรพิษแห่งท้องทะเลและเรนิสออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

พระองค์รับสั่ง "เดมอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกมังกรที่เขาถูกใจ"

"ลีนอร์เพิ่งจะสามขวบเท่านั้น รอไปก่อนเถอะ!"

เจ้าหญิงเรนิสแย้ง "เสด็จปู่ แบบนั้นมันไม่ยุติธรรมกับลีนอร์เลยนะเพคะ"

เมื่อเห็นว่ากษัตริย์เจเฮริสยังคงนิ่งเฉย เจ้าหญิงเรนิสจึงหันไปหาราชินีอลิซานน์เสด็จย่าของตน พร้อมกับส่งสายตาวิงวอนอย่างน่าสงสาร "เสด็จย่า พระองค์ทรงรักท่านพ่อของหม่อมฉันมากที่สุด ได้โปรดช่วยลูกสาวและหลานชายที่น่าสงสารของเขาด้วยเถิดเพคะ!"

ราชินีอลิซานน์ทรงตรัสกับกษัตริย์เจเฮริสอย่างเสียไม่ได้ "ข้าคิดว่าที่เรนิสพูดมาก็มีเหตุผลนะ"

กษัตริย์เจเฮริสทรงมีท่าทีลังเล

เดมอนกล่าวแทรกขึ้น "อันที่จริง พวกเรากับเรนิสก็ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น"

"เรนิสขี่มังกรของท่านแม่ข้า เมลีส ราชินีสีแดง ส่วนข้าก็ขี่มังกรของเจ้าชายเอมอน คาแร็กซิส แบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแน่นแฟ้นของครอบครัวเรา และยังช่วยกลบข่าวลือเรื่องความบาดหมางของเราจากคนภายนอกได้อีกด้วย"

กษัตริย์เจเฮริสรับสั่ง "ก็ดีเหมือนกัน ให้ลีนอร์กับเดมอนลองไปขี่คาแร็กซิสดูทั้งคู่เลยแล้วกัน จะได้รู้ว่ามังกรจะยอมรับใคร"

เรนิสตรัสด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง "ลีนอร์เพิ่งจะสามขวบ แต่เดมอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะเพคะ เสด็จปู่ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย!"

กษัตริย์เจเฮริสตรัสอย่างเย็นชา "ทันทีที่พ่อของเจ้าตาย เจ้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วหนีกลับไปซ่อนตัวอยู่ที่ดริฟต์มาร์ก พอผ่านไปไม่กี่ปี เจ้าก็กลับมาแล้วก็มาเรียกร้องจะเอามังกรทันที แบบนั้นมันยุติธรรมแล้วหรือ"

"ในลานมังกรยังมีมังกรตัวเล็กๆ อยู่อีกตั้งเยอะแยะ ให้ลีนอร์ไปเลือกตัวที่เขาชอบเอาเองก็แล้วกัน"

หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับไป เดมอนและเกลก็เดินตามไปส่งกษัตริย์เจเฮริสและราชินีอลิซานน์ที่ห้องบรรทม

เดมอนเอ่ยขึ้น "ราชันย์มังกรแห่งวาลีเรียโบราณล้วนแต่งงานกันเองภายในครอบครัว ตระกูลทาร์แกเรียนของเราก็สืบทอดธรรมเนียมนี้มาโดยตลอด จุดประสงค์คืออะไรกันล่ะ ก็เพื่อรักษาสายเลือดของราชันย์มังกรไว้แต่เพียงผู้เดียว พวกเราจะได้ขี่มังกรได้ตลอดไปไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ"

"เดิมทีตระกูลเวลารยอนก็เป็นแค่นายกองเรือที่ตระกูลทาร์แกเรียนของเราแต่งตั้งขึ้น เพื่อให้เดินเรือรับใช้เราและคอยคุ้มกันอ่าวแบล็กวอเตอร์ ฐานะของพวกเขาก็สูงกว่าตระกูลเซลติการ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

"แต่ดูตอนนี้สิ อสรพิษแห่งท้องทะเลแต่งงานกับเรนิส ตระกูลเวลารยอนมีมังกรเป็นของตัวเอง กองเรือของพวกเขาก็เป็นใหญ่ในท้องทะเล ส่วนมังกรก็โบยบินอยู่เต็มท้องฟ้า"

ราชินีอลิซานน์แย้ง "เรนิสเป็นลูกคนเดียวของเอมอน นางมีสายเลือดมังกรที่แท้จริงนะ"

เดมอนตอบกลับ "แต่เมื่อผู้หญิงแต่งงานออกไปแล้ว นางก็ย่อมต้องนึกถึงแต่สามีและลูกๆ ของนางเท่านั้นแหละพ่ะย่ะค่ะ อสรพิษแห่งท้องทะเลถึงขั้นอยากจะได้มังกรเพิ่มอีกด้วยซ้ำ ลูกๆ ของพวกเขาทั้งลีนาและลีนอร์ ต่างก็อยากได้มังกรจากลานมังกรทั้งนั้น หากราชินีสีแดงออกไข่ ในอนาคตอสรพิษแห่งท้องทะเลก็คงจะสร้างลานมังกรของตัวเองขึ้นมาบนดริฟต์มาร์กเป็นแน่"

"ในวันข้างหน้า อสรพิษแห่งท้องทะเลก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และบนดรากอนสโตนกับในลานมังกรก็จะมีมังกรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ตระกูลของเรากำลังเจริญรุ่งเรืองก็จริง แต่การขยายพันธุ์มังกรที่มากเกินไปก็ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งนะพ่ะย่ะค่ะ อาจจะเกิดสงครามมังกรภายในตระกูลของเราเอง หรือที่เรียกว่า มังกรเริงระบำ ก็เป็นได้"

เจเฮริสทอดพระเนตรเดมอนด้วยความชื่นชม "เดมอน วันนี้เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจอีกแล้ว เจ้าพูดถูก ข้ากับย่าของเจ้าต้องจำใจถวายแมกนากับเซเนลลาให้กับศาสนจักร และส่งเวกอนไปที่ซิทาเดล ทั้งหมดนี้ก็เพราะพวกเรากังวลเรื่องปัญหาที่ว่าจะมีมังกรมากเกินไปนี่แหละ แน่นอนล่ะว่าเซเนลลากลับหนีไปเป็นโสเภณีกลางคันเสียก่อน และตอนนี้นางก็คงจะมีลูกนอกสมรสอีกเป็นพรวนแล้วล่ะมั้ง"

"เรนิสคือคนของเรา แต่ลูกหลานของนางอาจจะไม่ใช่ โชคดีที่เรายังมีศัตรูอยู่อีกมาก ทั้งดอร์น โจรสลัดแห่งสเต็ปสโตนส์ และพวกนครอิสระที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ อสรพิษแห่งท้องทะเลกับเรนิสยังสามารถช่วยเราต่อกรกับศัตรูเหล่านั้นได้"

จบบทที่ บทที่ 8 ศึกล่ามังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว