เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: ความรู้พื้นฐานทั่วไป

บทที่ 29: ความรู้พื้นฐานทั่วไป

บทที่ 29: ความรู้พื้นฐานทั่วไป


บทที่ 29: ความรู้พื้นฐานทั่วไป

จงโม่ตกใจจนเกือบทำตะเกียบหลุดมือ "จะเป็นไปได้ยังไง? ทำไมนายถึงสงสัยว่าเถ้าแก่พีเป็นผู้มีพลังพิเศษล่ะ?"

เย่ว์สือตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นธรรมชาติ "ก็มันไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันฟันธงว่าอีกฝ่ายเป็นสิ่งวิปลาสนี่ ฉันก็ต้องสงสัยไว้ก่อนสิ"

จงโม่ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ โดนเบรกหัวทิ่มแบบนี้ เขาเลยเลิกเซ้าซี้ถามต่อว่าเย่ว์สือจะจัดการกับข้อมูลของเถ้าแก่พียังไง

เมื่อรู้ถึงการมีอยู่ของเถ้าแก่พี และรู้ว่ามันโปรดปรานการสะสมหนังมนุษย์สวยๆ จงโม่ก็ตระหนักได้ทันทีว่าเขาต้องระแวดระวังคนรอบข้างให้มากขึ้น และต้องเตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้า

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อยๆ เงียบลง จงโม่และเย่ว์สือไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกัน นอกจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแล้ว พวกเขาก็ไม่มีเรื่องสัพเพเหระอะไรให้คุยกันเลย

เย่ว์สือกินดื่มต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่จงโม่กลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาตงิดๆ จนทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ "พลังของนายน่าจะใกล้ทะลวงเข้าสู่ระดับ 2 แล้วใช่ไหม?"

"ระดับ 2?" เย่ว์สือชะงักไปนิด "ฉันไม่ค่อยแม่นเรื่องการแบ่งระดับพลังของผู้มีพลังพิเศษสักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าสภาพของฉันตอนนี้มันนับเป็นระดับ 2 ได้หรือยัง"

"เรื่องแค่นี้นายยังไม่รู้อีกเหรอ? ดูยังไงนายก็ไม่เหมือนพวกมือใหม่ที่เพิ่งปลุกพลังได้เลยนะ!" จงโม่ประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

เย่ว์สือเพียงแค่ยิ้มบางๆ หลังจากหนีตายออกมาจากห้องทดลองหมายเลขศูนย์ เขาก็ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในเขตโกลาหลนอกเมืองมาตลอด ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก มันเต็มไปด้วยการหลอกลวง การทรยศหักหลัง การนองเลือด และการกดขี่ข่มเหง ไม่มีใครใจบุญสุนทานมานั่งสอนความรู้พื้นฐานให้ผู้มีพลังพิเศษหน้าใหม่หรอก สู้จับมัดแล้วเอาไปชั่งกิโลขายตอนที่ยังไม่ปีกกล้าขาแข็งไม่ดีกว่าหรือไง!

และต่อให้มีใครเสนอตัวสอน เย่ว์สือก็ไม่มีทางเชื่อง่ายๆ อยู่แล้ว ก่อนจะย่างกรายเข้ามาในเมืองอำพัน ความรู้ความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับผู้มีพลังพิเศษและสิ่งวิปลาส ล้วนได้มาจากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง และการนำข้อมูลที่รีดเค้นมาจากปากคนนู้นคนนี้มาปะติดปะต่อกันทั้งสิ้น

แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องเอาอดีตอันขมขื่นมาแบหลาเรียกคะแนนสงสาร เขาแค่ตอบเรียบๆ "ก็ไม่ได้มืดบอดซะทีเดียว รู้แค่ว่าผู้มีพลังพิเศษแบ่งเป็นระดับ 1 ถึง 5 ส่วนสิ่งวิปลาสก็จัดระดับความอันตรายตั้งแต่ D ถึง S แค่ไม่รู้เกณฑ์การชี้วัดที่ชัดเจนก็เท่านั้น"

พูดถึงตรงนี้ จงโม่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาทำหน้าตาตื่นเต้นและโน้มตัวเข้ามาใกล้ คล้ายจะกระซิบกระซาบเรื่องซุบซิบวงในให้เย่ว์สือฟัง

"นายรู้ไหม ได้ยินมาว่าเมื่อหลายปีก่อน สำนักงานสืบสวนเคยใช้ระบบจัดเกรดพรสวรรค์ของผู้มีพลังพิเศษด้วยนะ โดยแบ่งเป็นระดับ D ถึง S อิงตามความแข็งแกร่ง มูลค่าทางยุทธวิธี และศักยภาพในการพัฒนาของพลังพิเศษ เอาไปเทียบสเกลเดียวกับระดับความอันตรายของสิ่งวิปลาสเลยล่ะ"

"แต่น่าเสียดาย ระบบนี้ถูกใช้งานได้แค่แป๊บเดียวก็โดนพับเก็บไป ตั้งแต่นั้นมา เขาก็เลิกแบ่งแยกความถูกแพงของพรสวรรค์ผู้มีพลังพิเศษ หันมาใช้วิธีแบ่งระดับพลังแบบสากลแทน"

"นายลองทายดูสิ ว่าทำไมสำนักงานสืบสวนถึงยกเลิกระบบนี้?"

เย่ว์สือหรี่ตาลงเล็กน้อย "จะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ? ก็คงสร้างผลเสียมากกว่าผลดีน่ะสิ?"

จงโม่ตบฉาดเข้าที่ต้นขา "ถูกต้อง!"

"การจัดเกรดพรสวรรค์มันมีอคติส่วนตัวเข้ามาเจือปนเยอะเกินไป เพราะเกณฑ์ทั้งหมดมนุษย์เป็นคนกำหนดขึ้นมาเอง"

"พลังบางอย่างมีพลังทำลายล้างสูงลิ่ว ในขณะที่พลังบางอย่างเน้นไปที่สายซัพพอร์ตหรือสายฟังก์ชั่น ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้เลยกับพวกสายโจมตีจ๋า พลังพิเศษมันมีหลากหลายและพิสดารพันลึกเกินกว่าจะเอามาตรฐานเดียวมาตีกรอบประเมินได้ การตัดสินและจัดอันดับโดยมองแค่พลังโจมตีอย่างเดียว มันเป็นการกระทำที่งี่เง่าสุดๆ"

"และที่สำคัญที่สุด... ประสิทธิภาพในการต่อสู้จริงของผู้มีพลังพิเศษ มันขึ้นอยู่กับทักษะความสามารถและกึ๋นของแต่ละคนล้วนๆ!"

"พวกไก่อ่อนบางคน ต่อให้ปลุกพลังระดับท็อปเทียร์ขึ้นมาได้ แต่ถ้าใช้ไม่เป็น พลิกแพลงไม่ได้ สุดท้ายก็กระจอกอยู่ดี ในขณะที่พวกหัวกะทิ สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของพลังออกมาได้ ต่อให้เป็นแค่พลังกากๆ พอไปอยู่ในมือพวกนี้ก็กลายเป็นอาวุธร้ายกาจได้เหมือนกัน"

"เรื่องแบบนี้ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ผู้มีพลังระดับ C หรือ B ลอบฆ่าผู้มีพลังระดับ A หรือแม้แต่ระดับ S ได้อยู่บ่อยครั้ง การไปขีดเส้นแบ่งชนชั้นให้ผู้มีพลังพิเศษตั้งแต่เนิ่นๆ มันสร้างอคติและความแตกแยกโดยใช่เหตุ ทำให้คนพวกนี้กัดกันเองเพื่อแย่งชิงอันดับ และเพิ่มอัตราการสูญเสียบุคลากรจากการฆ่าฟันกันเองโดยไม่จำเป็น ด้วยเหตุนี้ ระบบจัดเกรดถึงถูกยกเลิกไป ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีการแบ่งแยกความหายากของพรสวรรค์อีก วัดกันที่ระดับพลังที่ฝึกฝนมาล้วนๆ"

"มุมมองที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบันคือ... ไม่มีพลังพิเศษที่ไร้ค่า มีแต่ผู้มีพลังพิเศษที่ไร้น้ำยาและไม่รู้จักพัฒนาพลังของตัวเองต่างหาก"

เย่ว์สือไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่พึมพำเบาๆ "นายรู้เยอะดีนะ"

จงโม่ย้อนกลับ "เป็นไปได้ไหมล่ะว่า... นายรู้น้อยเกินไปต่างหาก?"

เย่ว์สือครุ่นคิดอย่างจริงจัง "ก็มีเหตุผล"

ริมฝีปากของจงโม่ยกยิ้มขึ้น ก่อนจะอธิบายต่อ "เมื่อพิจารณาจากการพัฒนาและการควบคุมพลังของตัวเอง ผู้มีพลังพิเศษจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับอย่างชัดเจน"

"การตื่นรู้ การได้รับพลัง และการค้นพบว่าตัวเองมีพลังเหนือธรรมชาติ นั่นคือระดับ 1"

"การทำความเข้าใจแก่นแท้ของพลังอย่างถ่องแท้ และสามารถพลิกแพลงใช้พลังนั้นได้อย่างคล่องแคล่วและเชี่ยวชาญ นั่นคือระดับ 2"

"แค่นี้เนี่ยนะ?" เย่ว์สืองุนงง "คำอธิบายมันดูกำปั้นทุบดินไปหน่อยไหม"

จงโม่ตอบอย่างอ่อนใจ "สำหรับพวกผู้มีพลังพิเศษนอกระบบ รู้แค่นี้ก็ถือว่าหรูแล้ว"

"ข้อมูลของระดับ 1 กับระดับ 2 มันเป็นข้อมูลกึ่งสาธารณะ ถึงคำอธิบายของฉันมันจะดูคลุมเครือไปหน่อย แต่พอนายก้าวเข้าสู่ระดับ 2 เมื่อไหร่ นายจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้งและแยบยลนั้นด้วยตัวเองทันที"

"ระดับ 1 คือการแสดงผลเบื้องต้นของพลัง ส่วนระดับ 2 คือการยกระดับพลัง สำหรับผู้มีพลังส่วนใหญ่ การเลื่อนจากระดับ 1 ไป 2 มันก็แค่การเพิ่มขึ้นของตัวเลขสถิติเท่านั้นแหละ ต้องรอให้ก้าวเข้าสู่ระดับ 3 ก่อน ถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกลไกของพลังอย่างพลิกฝ่ามือ"

เย่ว์สือรีบถามต่อทันที "แล้วผู้มีพลังระดับ 3 มีเกณฑ์การวัดผลยังไง?"

"ไม่รู้สิ" จงโม่ส่ายหน้าดิก

เย่ว์สือ: "เอ่อ..."

จงโม่พูดด้วยน้ำเสียงจนปัญญา "ผู้มีพลังที่เราเห็นเดินกันเกลื่อนกลาดทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ก็อยู่แค่ระดับ 1 หรือระดับ 2 ทั้งนั้นแหละ พวกเราไม่มีโอกาสได้เฉียดใกล้พวกตัวบิ๊กๆ ระดับ 3 หรอก"

"มันก็แปลกอยู่นะ ข้อมูลของระดับ 1 กับระดับ 2 ปล่อยให้แพร่หลายได้อิสระ แต่พอเป็นข้อมูลตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป กลับถูกปิดเป็นความลับสุดยอดซะงั้น ขนาดพวกผู้มีพลังที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐยังรู้เรื่องนี้น้อยมาก ดูเหมือนจะมีแค่พวกรดับบิ๊กๆ ในสำนักงานสืบสวนเท่านั้นที่รู้"

"พวกองค์กรเอกชนยักษ์ใหญ่บางแห่งก็มีข่าวลือหลุดออกมาบ้างเหมือนกัน เขาว่ากันว่าผู้มีพลังระดับ 3 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพแบบถอนรากถอนโคน แต่ก็นั่นแหละ มันก็เป็นแค่ข่าวลือ เพราะสำนักงานสืบสวนไม่เคยออกมายืนยันหรือให้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับระดับ 3 เลย..."

ทั้งสองคนกินไปคุยไปจนอิ่มหนำสำราญ

ตลอดมื้ออาหาร จงโม่เป็นฝ่ายพยายามชวนคุยและเป็นผู้นำบทสนทนาอย่างเห็นได้ชัด เจตนาที่อยากจะผูกมิตรกับเย่ว์สือนั้นปิดไม่มิด ตอนท้ายเขายังหลุดปากบอกด้วยว่า หนึ่งในพลังของเขาคือไพ่สายฮีลลิ่ง และกำชับเย่ว์สือว่าถ้าบาดเจ็บสาหัสเมื่อไหร่ ให้ไปหาเขาได้เลย

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนจงโม่จะไม่ค่อยสันทัดเรื่องการเข้าสังคมสักเท่าไหร่ บรรยากาศการสนทนาจึงมีกลิ่นอายความกระอักกระอ่วนแฝงอยู่จางๆ

แต่จะว่าไป เย่ว์สือเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องการเข้าสังคมเหมือนกันแหละ... เขาถนัดเรื่องการเด็ดหัวคน หรืออะไรเทือกนั้นมากกว่าเยอะ

จบบทที่ บทที่ 29: ความรู้พื้นฐานทั่วไป

คัดลอกลิงก์แล้ว