- หน้าแรก
- โลกวิปลาสข้ากลืนกินได้ไม่สิ้นสุด
- บทที่ 27: พวกมันมาจากที่เดียวกัน
บทที่ 27: พวกมันมาจากที่เดียวกัน
บทที่ 27: พวกมันมาจากที่เดียวกัน
บทที่ 27: พวกมันมาจากที่เดียวกัน
เย่ว์สือและจงโม่สบตากัน ต่างฝ่ายต่างลอบประเมินอีกฝ่ายอยู่ในใจ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีเมื่อสายตาประสานกัน
อืม... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าตาดีกันทั้งคู่จริงๆ
"แกต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรให้เถ้าแก่พีถึงจะได้เสื้อผ้ามา?" เย่ว์สือป้อนคำถามต่อ
"ต้นกำเนิด" เห็ดปรสิตพ่นคำศัพท์สองพยางค์ออกมา
"ต้นกำเนิดคืออะไร?"
ยังไม่ทันที่เห็ดปรสิตจะได้ตอบ จงโม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หันขวับมามองเย่ว์สือด้วยความประหลาดใจ "นี่นายไม่รู้เหรอว่าต้นกำเนิดคืออะไร?"
"ฉันจำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอ?" เย่ว์สือย้อนถามหน้าตาย
เอ่อ... จงโม่ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ "นายนี่มันไก่อ่อนของแท้เลยจริงๆ"
"ต้นกำเนิดเป็นแนวคิดที่เป็นนามธรรมมากๆ อธิบายสั้นๆ ให้เข้าใจตอนนี้คงยาก เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันค่อยอธิบายให้ฟังทีหลังอย่างละเอียดก็แล้วกัน ตอนนี้นายควรรีดข้อมูลที่มีค่าจากมันให้ได้มากที่สุดก่อนดีกว่า"
เย่ว์สือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
"แกรู้เรื่องสิ่งวิปลาสตัวอื่นในเมืองนี้อีกไหม?" เย่ว์สือเดินหน้าเค้นข้อมูลต่อ
"นอกจากเถ้าแก่พี ข้าก็รู้จัก 'ผึ้ง'..." จู่ๆ เห็ดปรสิตก็มีท่าทีอึกอัก
ผึ้ง? หรือว่าจะเป็นนางพญาผึ้ง?
สีหน้าของเย่ว์สือเปลี่ยนไปเล็กน้อย ประหลาดใจกับผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง เขาเร่งซักไซ้ทันที "ผึ้งคือใคร? ใช่ตัวเดียวกับนางพญาผึ้งที่อาละวาดในเมืองอำพันหรือเปล่า? แกรู้ข้อมูลของมันมากแค่ไหน?"
เห็ดปรสิตตอบ "ทั้งข้าและผึ้ง ต่างก็เดินตามรอยเถาวัลย์แห่งชีวิต แล้วหลบหนีออกมาจาก 'สวนปริศนา'..."
เถาวัลย์แห่งชีวิต? นั่นมันตัวการที่ทำให้ไช่เจ๋อเทากลายพันธุ์ไม่ใช่หรือไง?
แล้วไอ้ 'สวนปริศนา' นี่มันคือบ้าอะไรอีก?
คำศัพท์ใหม่ๆ ที่โผล่มาทำเอาเย่ว์สือมืดแปดด้าน เขากำลังจะอ้าปากถามต่อ แต่จู่ๆ ร่างของเห็ดปรสิตก็สั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ราวกับไปสะกิดโดนความทรงจำที่น่าสะพรึงกลัวเข้า
ความหวาดกลัวสุดขีดกระชากสติของมันให้หลุดพ้นจากมนต์สะกด "พวกแกทำอะไรข้า? ทำไมข้าถึงพล่ามเรื่องพวกนี้ออกมาได้..."
เห็ดปรสิตโกรธจัด แต่น่าสมเพชที่ตอนนี้สภาพของมันทั้งอ่อนแอ บอบช้ำ และไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง
เย่ว์สือไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ มันถึงหลุดจากภวังค์ได้ เขาจึงรีบสาดสกิลเสียงกระซิบแห่งอีกาใส่มันอีกระลอก "บอกมาเร็วเข้า ผึ้งคือใคร ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน แล้วเถาวัลย์แห่งชีวิตกับสวนปริศนามันคืออะไรกันแน่?"
เห็ดปรสิตกลับเข้าสู่สภาวะเหม่อลอยอีกครั้ง มันกำลังจะขยับปากพูด แต่แล้วก็สะดุ้งสุดตัวหลุดจากมนต์สะกดเป็นรอบที่สอง ใบหน้านามธรรมของมันบิดเบี้ยวด้วยความสยดสยอง "พูดไม่ได้! ขืนพูดออกไป ข้าต้องตายแน่!"
"ถ้าแกไม่พูด แกก็ตายตอนนี้แหละ!" เย่ว์สือขู่กรรโชกเสียงเหี้ยม กรงเล็บแหลมคมขยับเข้าไปจ่อใกล้ๆ
ทว่าเห็ดปรสิตดูเหมือนจะถูกตีกรอบด้วยสัญชาตญาณบางอย่างทำให้ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้ ความหวาดกลัวบนใบหน้าของมันทวีความรุนแรงขึ้น เย่ว์สือสาดสกิลเสียงกระซิบแห่งอีกาใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่อาจสะกดจิตมันได้อีกต่อไป
ท้ายที่สุด เห็ดปรสิตก็สติแตกโดยสมบูรณ์ มันคลุ้มคลั่ง พูดจาอ้อแอ้ฟังไม่รู้เรื่อง และไม่อาจสื่อสารได้อีก มันแกว่งเส้นใยสะเปะสะปะ พยายามโจมตีเย่ว์สือและจงโม่อีกครั้ง
น่าเสียดายที่มันอ่อนแอเกินไป เส้นใยพวกนั้นปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ฟาดลงมายังเบากว่ามดกัดเสียอีก
"หมดประโยชน์แล้วสินะ..." เมื่อเห็นว่าไม่สามารถรีดเค้นข้อมูลอะไรจากเห็ดปรสิตได้อีก เย่ว์สือก็ลงมือปลิดชีพมันอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
หนวดเงามายาที่คนธรรมดามองไม่เห็น ยื่นยาวออกมาจากความว่างเปล่า มันลูบไล้ผ่านซากศพของเห็ดปรสิตอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ สูบกลืนออร่าลึกลับบางอย่างเข้าไป
ทันใดนั้นเอง ดวงตาที่สี่บริเวณปลายหนวดที่เคยปิดสนิทมาตลอด ก็เบิกโพลงขึ้นอย่างเต็มตา เปล่งประกายแสงสีทองอร่ามสว่างจ้า
เย่ว์สือทั้งตกใจและดีใจ 'บางสิ่ง' ที่เขากลืนกินมาจากเห็ดปรสิตมันอุดมสมบูรณ์ขนาดนั้นเชียวหรือ? ถึงขั้นทำให้ดวงตาที่สี่บนหนวดของเขาสว่างวาบขึ้นมาได้รวดเดียวแบบนี้!
จงโม่มองไม่เห็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาตินี้ เขาเพียงแค่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย "จริงๆ แล้วเห็ดปรสิตมันหมดสภาพต่อสู้ไปแล้วนะ เราน่าจะจับเป็นมันได้ การจับกุมสิ่งวิปลาสแบบเป็นๆ จะทำให้เราได้รางวัลและโบนัสที่งามกว่ามาก"
"เมื่อกี้ฉันไม่ได้คิดอะไรเยอะน่ะ ติดนิสัยลงมือฆ่าให้จบๆ ไป" เย่ว์สือตอบปัดๆ อย่างไม่ใส่ใจ
ในเมื่อมันตายไปแล้ว จงโม่จะไปพูดอะไรได้อีกล่ะ? เขาทำได้เพียงถอนหายใจ "ไม่คิดเลยนะว่า ทั้งโจรขโมยหัวใจที่ฉาวโฉ่ และนางพญาผึ้งจอมเจ้าเล่ห์ จะมาจากที่เดียวกัน"
แม้เขาจะยังไม่รู้ว่า 'เถาวัลย์แห่งชีวิต' กับ 'สวนปริศนา' คืออะไร แต่เขาก็สลักสองคำนี้ไว้ในใจอย่างแน่นหนา
ซากศพของเห็ดปรสิตนอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้น ไร้ซึ่งพลังชีวิตใดๆ
เย่ว์สือปรายตามองจงโม่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินโอกาสสำเร็จในการ 'ฆ่าปิดปาก' หมอนี่
การฆ่าจงโม่แล้วโยนความผิดให้เห็ดปรสิต โดยอ้างว่าเขาพลาดท่าถูกฆ่าตายระหว่างการต่อสู้ เป็นข้ออ้างที่ฟังขึ้นและไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยุ่งยาก
แต่ปัญหาคือพลังของจงโม่นั้นรับมือยาก แถมหมอนี่น่าจะยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีก เย่ว์สือเองก็สูญเสียพลังกายและพลังสมาธิไปไม่น้อยจากการต่อสู้อันดุเดือดและจากการใช้สกิลรีดข้อมูล เขาจึงไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะสามารถปลิดชีพอีกฝ่ายได้อย่างหมดจดไร้ร่องรอย
จังหวะนั้นเอง ราวกับจงโม่จะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่าน เขาจึงเอ่ยขึ้น "ไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนปากหนัก เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ รวมถึงข้อมูลที่เห็ดปรสิตคายออกมา จะมีแค่ฉันกับนายที่รู้ ฉันขอสาบานว่าจะไม่แพร่งพรายให้บุคคลที่สามฟังเด็ดขาด"
เย่ว์สือไม่เชื่อน้ำคำนั้นหรอก แต่ภายนอกเขากลับฉีกยิ้มบางๆ "ภารกิจของเราครั้งนี้คือการจัดการโจรขโมยหัวใจ ข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นผลพลอยได้ เราก็ควรเก็บไว้รู้กันเอง ไม่เห็นจำเป็นต้องไปป่าวประกาศบอกใคร"
จงโม่พยักหน้ารับ "ข้อมูลคือสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาล แม้ฉันจะไม่ได้ตั้งใจแอบฟังบทสนทนาของนายกับเห็ดปรสิต แต่ในเมื่อบังเอิญได้ยินไปแล้ว ฉันก็จะไม่ปฏิเสธความจริง"
"เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน หลังจากนี้นายอยากรู้อะไรก็ถามฉันได้เลย ฉันยินดีจะบอกทุกอย่างที่ฉันรู้"
เย่ว์สือพยักหน้าตกลง ยอมระงับความคิดชั่วร้ายที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในใจชั่วคราว
ทั้งสองหันหลังเดินกลับออกไป จงโม่อมยิ้มขณะมองแผ่นหลังกว้างของเย่ว์สือ การที่สามารถบีบคั้นให้สิ่งวิปลาสคายความลับออกมาได้หมดเปลือกด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ช่างเป็นความสามารถที่... น่าประทับใจจริงๆ
เย่ว์สือผลักประตูเดินออกไป พนักงานบริษัททิวลิปคนอื่นๆ ที่หนีไปหลบภัยอยู่ในระยะปลอดภัย เมื่อเห็นเย่ว์สือเดินออกมาครบอาการ 32 พวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและรีบกรูเข้ามาหา
"สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?" โจวจื้อเหิงถามอย่างร้อนรน
"ศพโจรขโมยหัวใจอยู่ข้างใน" เย่ว์สือตอบด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
โจวจื้อเหิงดีใจจนเนื้อเต้น รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าจนไม่อาจหุบลง
จงโม่ที่เดินตามหลังเย่ว์สือออกมา เอ่ยแทรกขึ้น "ระดับความอันตรายของโจรขโมยหัวใจน่าจะทะลุระดับ C ไปแล้ว เผลอๆ อาจจะแตะระดับ B ด้วยซ้ำ ฉันกับเย่ว์สือเกือบเอาชีวิตไม่รอด"
"ระดับ B เลยเหรอ?" โจวจื้อเหิงตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะดึงสติกลับมาและรีบประกาศจุดยืน
"วางใจได้เลยพวกนาย การไขคดีสิ่งวิปลาสที่รับมือยากอย่างโจรขโมยหัวใจได้สำเร็จ ผลงานหลักตกเป็นของพวกนายอยู่แล้ว ฉันรับรองว่าค่าเหนื่อยและโบนัสก้อนโตจะไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน"
พนักงานในชุดป้องกันหลายคนช่วยกันเก็บกู้ซากศพของโจรขโมยหัวใจลงโลงกักเก็บพิเศษอย่างระมัดระวัง พลางซุบซิบนินทากันเบาๆ "นี่น่ะเหรอโจรขโมยหัวใจ? ทำไมสภาพมันดูเหมือนเห็ดชะมัดเลยวะ?"
เย่ว์สือสรุปข้อมูลความสามารถของโจรขโมยหัวใจให้โจวจื้อเหิงฟังคร่าวๆ ทั้งเรื่องการขโมยหัวใจ การนำหัวใจไปสร้างร่างแยก การปลอมตัวเป็นมนุษย์ และการขโมยสกิลของเจ้าของหัวใจมาใช้
เขาเล่าแค่นั้น ไม่ได้เอ่ยถึงข้อมูลสำคัญอื่นๆ แต่เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนฟังขนลุกซู่ได้แล้ว
โจวจื้อเหิงเองก็ตระหนักถึงศักยภาพในการเจริญเติบโตอันน่าสะพรึงกลัวของโจรขโมยหัวใจได้ในทันที เขาอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก "โชคดีจริงๆ ที่เราชิงกำจัดมันได้ตั้งแต่ตอนที่มันยังอ่อนแอ..."
โจวจื้อเหิงรับหน้าที่จัดการเคลียร์พื้นที่และรายงานผลต่อสำนักงานสืบสวนด้วยตัวเองทั้งหมด
เย่ว์สือหลุบตาลงต่ำ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะ สู้กับไอ้โจรขโมยหัวใจนี่มันผลาญพลังงานเกินไปจริงๆ"
โจวจื้อเหิงยิ้มรับหน้าบาน "เอาล่ะๆ พวกนายสองคนกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"