เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: พ่อผู้ไม่ได้เรื่องกับเด็กหญิงประหลาด

บทที่ 16: พ่อผู้ไม่ได้เรื่องกับเด็กหญิงประหลาด

บทที่ 16: พ่อผู้ไม่ได้เรื่องกับเด็กหญิงประหลาด


บทที่ 16: พ่อผู้ไม่ได้เรื่องกับเด็กหญิงประหลาด

เมื่อเห็นท่าทีไม่ยี่หระของนายหนิว โจวจื้อเหิงก็ขัดจังหวะข้ามบทสนทนาทักทายไปเสียเฉยๆ เขาชูนิ้วทั้งห้าขึ้นมาตรงหน้าอีกฝ่าย "เราให้คุณได้เท่านี้ ห้าพันเครดิต และถ้าคุณให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์กับเราได้ เราจะจ่ายให้อีก"

นายหนิวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มือล้วงสมาร์ทโฟนเปิดคิวอาร์โค้ดรับเงินยื่นออกมาอย่างชำนาญเกินร้อย ก่อนจะตีหน้าขรึมพูดจาฉะฉานราวกับเป็นคนละคน "ฉันจะไปพาหนิวเสี่ยวฮุยออกมาเดี๋ยวนี้แหละ เพื่อจับกุมไอ้สิ่งวิปลาสชั่วช้านั่นให้เร็วที่สุด ในฐานะพลเมืองดี ย่อมต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่โดยไม่ลังเล แม้สภาพจิตใจของเสี่ยวฮุยจะยังไม่สู้ดีนัก แต่เธอคงไม่ว่าอะไรหรอก ถือซะว่านี่เป็นการแก้แค้นให้แม่ของเธอทางอ้อมก็แล้วกัน"

"เป็นพ่อที่ประเสริฐจริงๆ นะ" จงโม่แค่นเสียงประชดประชัน ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงด้วยความรังเกียจ

นายหนิวแสร้งทำเป็นหูทวนลม เขาลุกขึ้นยืน เดินไปกระชากประตูห้องนอนเล็กให้เปิดออก แล้วลากตัวเด็กผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากข้างใน

น่าประหลาดที่สภาพห้องของหนิวเสี่ยวฮุยนั้นสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยผิดกับโลกภายนอกลิบลับ แถมยังมีกลิ่นหอมจางๆ ลอยออกมา ทว่าเพียงครู่เดียวกลิ่นหอมนั้นก็ถูกกลบด้วยกลิ่นเหม็นเน่าในห้องนั่งเล่นจนหมดสิ้น

เด็กหญิงสวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน เธอก้มหน้าหน้างุด ผิวพรรณที่โผล่พ้นร่มผ้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ไร้ชีวิต

โจวจื้อเหิงเดินเข้าไปหาเธอ พยายามปั้นรอยยิ้มให้ดูใจดีที่สุด ดัดเสียงให้สูงขึ้นและนุ่มนวล "หนูน้อย พอจะบอกลุงหน่อยได้ไหมว่า 'วันนั้น' มันเกิดอะไรขึ้น?"

หนิวเสี่ยวฮุยยืนนิ่งสนิท ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ

โจวจื้อเหิงหันไปมองหน้านายหนิวด้วยความสับสน ฝ่ายพ่อแบมือยักไหล่ "เด็กมันก็เป็นแบบนี้มาตลอดนั่นแหละ ตอนคนของสำนักงานสืบสวนมาก็ง้างปากไม่ได้สักคำ ถ้าพวกคุณมีปัญญาทำให้เสี่ยวฮุยยอมปริปากพูดได้ก็เก่งแล้วล่ะ แต่จำไว้นะ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง ฉันไม่คืนเงินเด็ดขาด"

คำพูดนั้นทำเอาโจวจื้อเหิงขมวดคิ้วแน่น ไป๋ชิงอวี่เห็นดังนั้นจึงก้าวออกมาข้างหน้า "หน้าตาคุณอาจจะดูดุไปหน่อย เด็กเลยระแวง ให้ฉันลองดูดีกว่าค่ะ"

โจวจื้อเหิงคิดว่าก็มีเหตุผล เขาจึงขยับถอยไปด้านข้างเพื่อเปิดทางให้

ริมฝีปากของไป๋ชิงอวี่ยกยิ้มอย่างจริงใจ น้ำเสียงของเธออ่อนหวานนุ่มนวล บรรยากาศรอบตัวดูเป็นมิตรและอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น แต่น่าเสียดาย... ประโยคแรกที่หลุดออกจากปากเธอแทบจะทำเอาทุกคนในห้องหน้ามืด

"น้องสาว เล่าให้พี่สาวฟังหน่อยได้ไหมว่า 'วันนั้น' หนูเห็นอะไร? แม่ของหนูตายยังไง?"

สิ้นประโยค สายตาทิ่มแทงหลายคู่ก็พุ่งตรงไปที่ไป๋ชิงอวี่ทันที

"มีอะไรเหรอคะ?" เธอทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด

"คุณ... ถามตรงเกินไป อย่าไปกระตุ้นแผลในใจเด็กสิ" จ้าวหลินกระซิบเตือนอย่างรักษาน้ำใจ

ทว่าไป๋ชิงอวี่ดูเหมือนจะไม่รับรู้เลยว่าอีคิวในการสื่อสารของตัวเองนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน เธอยังคงถามย้ำประโยคเดิม "น้องสาว เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิว่าแม่หนูตายยังไง?"

หนิวเสี่ยวฮุยยังคงยืนนิ่ง ไม่มีการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น

โจวจื้อเหิงยกมือขึ้นนวดสันจมูกด้วยความอึดอัด การที่ผู้ใหญ่ตัวโตๆ มารุมล้อมคาดคั้นเด็กตัวแค่นี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรังแกผู้อ่อนแอ ซึ่งทำให้เขารู้สึกแย่เอามากๆ

"ตั้งแต่เกิดเรื่อง เสี่ยวฮุยก็ไม่พูดอะไรอีกเลย สำนักงานสืบสวนเคยส่งจิตแพทย์มาบำบัดอยู่พักหนึ่ง แล้วผลก็เป็นอย่างที่พวกคุณเห็นนี่แหละ" นายหนิวพูดด้วยสีหน้าจนปัญญา

โจวจื้อเหิงหรี่ตามองเขา ด้วยความที่มีพ่อไม่ได้เรื่องแบบนี้ มันก็ยากจริงๆ ที่เด็กตัวแค่นี้จะก้าวข้ามเงาดำในจิตใจและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

"ถ้าเราถามอะไรไม่ได้เลย แล้วจะเอายังไงต่อดีคะ?" ไป๋ชิงอวี่หันไปมองเย่ว์สือและจงโม่ "พวกคุณสองคนเป็นผู้มีพลังพิเศษ... พอจะมีวิธีอะไรบ้างไหม?"

จงโม่ส่ายหน้าทันที พลังของเขาเน้นไปที่การโจมตีกายภาพและการป้องกันตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการควบคุมจิตใจหรือความทรงจำ

เย่ว์สือเองก็ส่ายหน้าปฏิเสธเช่นกัน สกิลเสียงกระซิบแห่งอีกาน่าจะใช้การได้ดีในสถานการณ์นี้ แต่นี่คือไพ่ตายและความลับของเขา เขาไม่มีเจตนาจะเปิดเผยพลังพิเศษที่สามให้ใครรู้ในตอนนี้

เมื่อไม่สามารถดึงข้อมูลที่มีประโยชน์จากหนิวเสี่ยวฮุยได้ โจวจื้อเหิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปลี่ยนเป้าหมายไปซักไซ้ผู้เป็นพ่อแทน

นายหนิวตอบทุกคำถามเท่าที่รู้ เขาให้ความร่วมมือดีมาก พูดทุกอย่างที่ควรพูด แต่ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรใหม่ๆ หลุดออกมาอยู่ดี

"อย่าเสียเวลาเลยค่ะ คนของสำนักงานสืบสวนคงเค้นถามเขาจนพรุนไปตั้งนานแล้ว ข้อมูลที่บริษัทได้มาจากพวกเขาก็ละเอียดพอตัว ไม่น่าจะมีอะไรตกหล่นหรอก" ไป๋ชิงอวี่ยกมือขึ้นปิดจมูก แกล้งทำเป็นดมกลิ่นแฮนด์ครีม เธออยากจะหนีออกไปจากห้องที่ทั้งสกปรกและเหม็นเน่านี้เต็มทน

แต่โจวจื้อเหิงกลับเมินคำบ่นของเธอ เขายังคงทำตามสเต็ปของตัวเอง วิเคราะห์ทุกคำพูดของนายหนิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน เผื่อว่าสำนักงานสืบสวนจะมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป

ปีศาจมักซ่อนตัวอยู่ในรายละเอียด!

แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคิดผิด

การมาเยือนครั้งนี้แทบจะคว้าน้ำเหลว โจวจื้อเหิงถอนหายใจยาว เตรียมสั่งลูกทีมให้ถอนกำลัง

ไป๋ชิงอวี่รีบพุ่งไปเปิดประตูเป็นคนแรกและก้าวออกไปยืนที่โถงทางเดิน อากาศที่ค่อนข้างชื้นและมีกลิ่นอับของตึกเก่า กลับกลายเป็นอากาศบริสุทธิ์สดชื่นไปเลยเมื่อเทียบกับในห้อง

จงโม่เดินตามออกไปติดๆ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ปลายเท้าของเขาก้าวพ้นธรณีประตู จู่ๆ เขาก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงหันขวับกลับไปมองข้างหลังอย่างรวดเร็ว!

การเคลื่อนไหวที่กะทันหันของเขาทำเอาคนอื่นๆ สะดุ้ง และหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ และนั่นทำให้พวกเขาได้เห็นภาพที่ชวนให้ขนลุกซู่

หนิวเสี่ยวฮุยที่เอาแต่ก้มหน้างุดมาตลอด บัดนี้กำลังเงยหน้าขึ้น และจ้องมองเขม็งไปที่จงโม่ด้วยแววตาที่แสนจะประหลาด

สายตานั้นยากจะอธิบาย มันให้ความรู้สึกผิดเพี้ยนจนน่าขนลุก ราวกับไม่ใช่สายตาของมนุษย์ แฝงไว้ด้วยความหิวกระหายและละโมบอย่างลึกซึ้ง ซึ่งไม่มีทางเป็นสายตาของเด็กหญิงวัยหกขวบได้อย่างแน่นอน

เมื่อรู้ตัวว่าถูกทุกคนจับจ้อง เธอก็รีบก้มหน้าลงกลับไปทำตัวไร้ชีวิตชีวาและเงียบงันตามเดิมทันที

"หะ... หรือว่าเด็กนี่จะถูกสิ่งวิปลาสปนเปื้อนไปแล้ว!" จ้าวหลินสะดุ้งสุดตัว หลุดปากตะโกนออกมาพร้อมกับรีบสับเท้าวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของเย่ว์สือ

คนอื่นๆ ตื่นตัวเต็มที่และรีบก้าวถอยหลบออกมาจากห้องทันที

"พวกแกอย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะ!" นายหนิวตวาดแหวทันควัน "หลังจากเมียเก่าถูกฆ่า เสี่ยวฮุยก็ถูกสำนักงานสืบสวนพาตัวไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้ว เธอไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ค่าผลตรวจทุกอย่างปกติร้อยเปอร์เซ็นต์!"

"จริงเหรอ?" จ้าวหลินยังคงไม่ไว้ใจผลการตรวจนัก วีรกรรมของไช่เจ๋อเทาเมื่อวานยังคงตราตรึงอยู่ในหัว หมอนั่นแทบจะตบตาเครื่องตรวจจับของศูนย์กักกันได้ด้วยซ้ำ!

นายหนิวแค่นเสียงเย็นชา "จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของพวกแก! ขอเตือนไว้ก่อนนะว่าหนิวเสี่ยวฮุยเป็นพยานปากเอกในคดีโจรขโมยหัวใจ และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสำนักงานสืบสวน ดีไม่ดีตอนนี้อาจจะมีคนของทางการซุ่มดูเราอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้! อย่ามาทำอะไรบุ่มบ่าม และอย่ามาพูดจาซี้ซั้ว ถ้าพวกแกกล้าใส่ร้ายลูกสาวฉันโดยไม่มีหลักฐานล่ะก็ เชื่อเถอะว่าฉันฟ้องพวกแกยับแน่!"

จ้าวหลินแอบหันเครื่องตรวจจับสิ่งวิปลาสไปทางหนิวเสี่ยวฮุยอย่างเงียบๆ แต่ไฟสถานะก็ยังคงเป็นสีเขียว ไม่พบความผิดปกติใดๆ

นายหนิวออกแรงดันหลังไล่ตะเพิดพวกเขาทั้งหมดออกมา ก่อนจะปิดประตูกระแทกใส่หน้าเสียงดังปัง

โจวจื้อเหิงไม่ได้โกรธเคืองกับท่าทีนั้น กลับกัน แววตาของเขาฉายความตื่นเต้นออกมา "นี่อาจจะเป็นเบาะแสใหม่ก็ได้นะ!"

"การสืบสวนมีความคืบหน้าถือเป็นเรื่องดี เราจะตามสืบจากเบาะแสนี้แหละ สาวไส้มันไปให้ถึงต้นตอเลย!"

ส่วนไป๋ชิงอวี่ที่เป็นคนแรกที่ก้าวเท้าออกจากห้องและกำลังง่วนอยู่กับการสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด จึงพลาดช็อตเด็ดที่หนิวเสี่ยวฮุยเงยหน้าขึ้นมามอง

เธอกระซิบถามจ้าวหลินอย่างสงสัย แต่จากคำบอกเล่าของเขา เธอไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเด็กหญิงเลยสักนิด จึงฟันธงออกไปตรงๆ "คนที่มีภาวะกระทบกระเทือนทางจิตใจ ย่อมมีพฤติกรรมบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากคนปกติอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้พิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก เราไม่ควรด่วนสรุปไปเองนะ"

จบบทที่ บทที่ 16: พ่อผู้ไม่ได้เรื่องกับเด็กหญิงประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว