- หน้าแรก
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 32 ช่วงกวาดล้าง ห้ามออกไปไหน!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 32 ช่วงกวาดล้าง ห้ามออกไปไหน!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 32 ช่วงกวาดล้าง ห้ามออกไปไหน!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 32 ช่วงกวาดล้าง ห้ามออกไปไหน!
เช้าตรู่ เจสันและแฟรงคลินตื่นแต่เช้า กินเบคอน นม และไข่ดาว พร้อมดูข่าวหน้าทีวี
บนหน้าจอ พิธีกรกำลังเล่าข่าวอย่างตื่นเต้นน้ำลายแตกฟอง
“เมื่อวานนี้ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดนิวยอร์กได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษหลายร้อยนาย ร่วมกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ บุกทลายโรงงานกัญชาในเขตคลินตัน สังหารคนร้าย 147 ราย และจับกุมสมาชิกแก๊งและคนงานผลิตยาได้ 259 คน”
“โรงงานกัญชาแห่งนี้ฝังรากในนิวยอร์กมานานหลายปี และเป็นแหล่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในตลาดกัญชาใต้ดินของนิวยอร์ก เฉพาะกัญชาชนิดต่าง ๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุมีน้ำหนักถึง 3,728 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด”
“บอสผู้อยู่เบื้องหลังโรงงานคือหญิงชาวจีนชื่อเกา เธอพยายามหลบหนีระหว่างการต่อสู้กับตำรวจและถูกวิสามัญฆาตกรรมโดยนอร์แมน สแตนฟิลด์ ผู้อำนวยการสำนักงานปราบปรามยาเสพติด”
“เราไปดูรายงานจากนักข่าวภาคสนามของเรากันครับ”
ภาพในทีวีตัดไปเป็นภาพการยิงปะทะกันระหว่างตำรวจและแก๊งสเตอร์เมื่อวานนี้
วิดีโอถูกตัดต่อเหลือไม่ถึง 30 วินาที และมีเสียงบรรยายประกอบ
“เจ้าหน้าที่ SWAT ของ DEA ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี และการประสานงานระหว่างหน่วยต่าง ๆ ก็สมบูรณ์แบบ พวกเขารุกคืบเข้าไปในโรงงานทีละขั้นอย่างมั่นคง สมาชิกแก๊งแตกตื่นและไร้ระเบียบ ไม่สามารถจัดตั้งการต่อต้านที่มีประสิทธิภาพได้ และถูกหน่วย SWAT ปราบปรามอย่างรวดเร็วจนต้องทิ้งอาวุธยอมจำนน”
ภาพตัดไปอีกครั้ง เป็นการสัมภาษณ์สแตนฟิลด์โดยนักข่าว การสัมภาษณ์เกิดขึ้นในสำนักงานของมาดามเกา และศพของเธอก็นอนอยู่ไม่ไกล
“โรงงานกัญชาแห่งนี้ซ่อนตัวลึกมาก สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของเราติดตามมาต่อเนื่องสามปีถึงจะหาตำแหน่งเจอ โชคดีที่เราทำลายมันได้สำเร็จในครั้งนี้”
“ตรงนี้ผมอยากฝากถึงคนที่กำลังเสพยา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม อย่าไปยุ่งกับมัน มันไม่เพียงแต่จะทำลายร่างกายคุณ แต่ยังทำลายครอบครัวคุณด้วย”
ต่อหน้ากล้อง สแตนฟิลด์พูดด้วยสีหน้าจริงจังและเปี่ยมด้วยความยุติธรรม
“เชี่ย! ไอ้หมอนี่เมายาชัด ๆ ยังกล้าพูดแบบนี้อีก หน้าด้านจริง ๆ!”
แฟรงคลินด่าสแตนในจอ
ภาพตัดกลับมาที่สตูดิโอ
พิธีกรขอบคุณการทำงานของ ปปส. และถือโอกาสเหน็บแนมกรมตำรวจนิวยอร์กที่ไร้ความสามารถ
“พระเจ้า โรงงานกัญชาฝังรากในนิวยอร์กมาตั้งหลายปี กรมตำรวจไม่ระแคะระคายเลยเหรอ?”
“ถ้าไม่รู้ก็แปลว่าคนในกรมตำรวจเป็นพวกงี่เง่า สมควรจะถอดชุดตำรวจแล้วลาออกไปให้หมด แล้วเปลี่ยนเอาตำรวจที่ฉลาดและมีความสามารถเข้ามาแทน”
“แต่ถ้าตำรวจรู้เรื่องการมีอยู่ของโรงงานกัญชาล่วงหน้า . . .”
พิธีกรทำหน้าเคร่งขรึม แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างมีเลศนัย
“แม้ความคิดนี้จะน่ากลัวไปหน่อย แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า NYPD ของพวกคุณมีข้อตกลงรับเงินใต้โต๊ะกับโรงงานกัญชาหรือเปล่า!”
ซู้ด!
เจสันสูดหายใจลึก
พิธีกรคนนี้กล้าพูดจริง ๆ!
. . .
แมนฮัตตัน, นิวยอร์ก
คิงพินก็นั่งดูข่าวอยู่ที่บ้านเช่นกัน
เมื่อได้ยินพิธีกรตั้งข้อสงสัยกรมตำรวจนิวยอร์ก หน้าของเขาก็มืดครึ้มทันที
คำพูดของพิธีกรเหมือนเอากรมตำรวจนิวยอร์กไปย่างบนกองไฟ แถมยังราดน้ำมันซ้ำอีก
หากกรมตำรวจนิวยอร์กต้องการตอบโต้ข้อสงสัย พวกเขาต้องแสดงผลงานที่จับต้องได้ และวิธีที่ดีที่สุดคือการรณรงค์กวาดล้างแก๊งสเตอร์ในนิวยอร์ก และขุดรากถอนโคนกลุ่มผิดกฎหมายเหล่านั้นออกมาให้หมด
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่พวกเขาจะกู้หน้าคืนมาได้ และมีความมั่นใจพอที่จะงัดข้อกับพิธีกรสื่อปากกล้าคนนั้น
คิงพินถอนหายใจหนักหน่วง คิดว่าชีวิตของแก๊งสเตอร์นิวยอร์กคงจะลำบากไปอีกสักพัก
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาเวสลีย์
“ดูข่าวหรือยัง?”
เวสลีย์เป็นแฟนคลับตัวยงของคิงพิน การวิเคราะห์สถานการณ์ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าคิงพินเลย
“ดูแล้วครับ ไม่ต้องห่วง ผมจะกำชับลูกน้องให้ดี ห้ามออกไปก่อเรื่องเด็ดขาด”
คิงพินส่ายหัวและพูดว่า “พายุครั้งนี้ใหญ่กว่าครั้งก่อน ๆ มาก แค่คุมลูกน้องไม่พอ ต้องขนย้ายสินค้าทั้งหมดในแก๊งออกไปให้หมดด้วย”
“ได้ครับ ผมจะจัดการทันที จะพยายามส่งของออกไปให้หมดคืนนี้”
วางสาย เวสลีย์รีบแต่งตัวและออกไปขับรถมุ่งหน้าสู่ฐานที่มั่นของแก๊ง
การกวาดล้างอย่างเข้มงวดแบบนี้ บทจะมาก็มา บทจะแรงก็แรงเหมือนไฟลามทุ่งและรวดเร็วปานสายลม
เวลาเหลือน้อย จะพลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
เมื่อมาถึงหน้าประตูโรงงาน รถบรรทุกคันหนึ่งกำลังจะขับออกไป เวสลีย์รีบเรียกให้หยุด
“คุณเวสลีย์ มีอะไรครับ ผมต้องรีบไปส่งของ”
ชายวัยกลางคนไว้เคราเฟิ้มกระโดดลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ
“แผนเปลี่ยน ระงับการส่งของ นอกจากนี้ แจ้งหัวหน้าแก๊งทุกคนให้ไปประชุมที่ห้องประชุมด่วน”
ชายเคราเฟิ้มยืนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็เป็นหนึ่งในระดับหัวหน้า จึงรีบตามเวสลีย์ไปที่ห้องประชุม
ในห้องประชุม เวสลีย์นั่งบนเก้าอี้ที่เจสันเคยนั่ง และถ่ายทอดคำสั่งของคิงพินให้กับหัวหน้าแก๊งกว่าสิบคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ข้อแรก นิวยอร์กกำลังจะเผชิญกับการกวาดล้างครั้งใหญ่ นับจากนี้ฐานที่มั่นทั้งหมดจะถูกปิด ธุรกิจแก๊งทั้งหมดจะถูกระงับ และสินค้าจากทุกฐานจะถูกแพ็กและส่งไปเก็บที่โกดังในเมืองบัลติมอร์
ข้อสอง สมาชิกแก๊งทุกคนให้กลับบ้านไปพักผ่อน ตุนอาหารไว้ที่บ้าน และพยายามอย่าออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น ห้ามหาเรื่องทะเลาะวิวาทอย่างเด็ดขาดในช่วงเวลานี้
เมื่อได้ยินคำสั่งของเวสลีย์ หัวหน้าแก๊งทุกคนต่างแสดงความไม่พอใจ
แค่เพราะตำรวจกวาดล้างเข้มงวด พวกเขาต้องหยุดงานกันหมดเลยเหรอ? มีเหตุผลอะไร?
พวกเขาล้วนเป็นคนเก่าคนแก่ของคิงพิน ไม่ใช่ไม่เคยผ่านการกวาดล้างมาก่อน รู้ลูกไม้ตื้น ๆ ของตำรวจดี
นึกย้อนไปตอนที่เจสันยังมีอำนาจ ยิ่งกวาดล้างหนัก ธุรกิจของพวกเขาก็ยิ่งเฟื่องฟู
ตามคำพูดของเจสัน ช่วงกวาดล้าง แก๊งเล็กแก๊งน้อยจะหดหัวอยู่แต่ในบ้านไม่กล้าออกมา นี่เป็นโอกาสทองที่เราจะยึดครองตลาด ห้ามปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด
ส่วนเรื่องตำรวจ จ่ายเงินใต้โต๊ะให้เยอะหน่อยก็จบ เทียบกับรายได้มหาศาลที่ไหลมาเทมา เงินแค่นี้ก็แค่ขนหน้าแข้งร่วง
“คุณเวสลีย์ เราไม่ทำธุรกิจ แล้วลูกน้องใต้บังคับบัญชาผมจะเอาอะไรกิน?” หัวหน้าคนหนึ่งถาม
“ช่วงกวาดล้างคงไม่นาน อาจจะสั้นแค่สัปดาห์เดียว หรือนานสุดก็เดือนนึง เงินปันผลในแก๊งก็ไม่เคยขาด จะทนสักเดือนไม่ได้เชียวเหรอ?”
หัวหน้าแก๊งทุกคนส่ายหัว
ในอเมริกา วัฒนธรรมบริโภคนิยมแพร่หลาย
ประชากรกว่า 70% ในอเมริกามีเงินฝากในธนาคารไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ และอัตราการออมมีเพียง 5% ซึ่งต่ำจนน่าตกใจ
หัวหน้าแก๊งที่ดูร่ำรวยเหล่านี้ บางคนต้องผ่อนอพาร์ตเมนต์ในแมนฮัตตัน บางคนต้องผ่อนรถเฟอร์รารี่ มีลูกชายที่อยากเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ และครอบครัวที่วางแผนจะไปเที่ยวยุโรป
สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าหยุดงาน พวกเขาไม่มีจะกิน
เวสลีย์ขมวดคิ้ว “ไม่มีเงิน! ถ้าไม่มีเงิน ก็หาทางกันเองสิ!”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา พวกหัวหน้าแก๊งก็โวยวายกันใหญ่ และรุมบ่นใส่เวสลีย์
เวสลีย์เพิ่งเข้ามาดูแลแก๊งได้ไม่นาน และยังไม่มีบารมีในหมู่หัวหน้าแก๊งพวกนี้ แน่นอนว่าพวกเขี้ยวลากดินเหล่านี้ย่อมไม่ยอมรับเขา
ถ้าเป็นเจสันทำแบบนี้ พวกมันไม่มีทางกล้าเถียงสักคำ
สถานการณ์เริ่มควบคุมไม่อยู่ เวสลีย์ต้องงัดเอาชื่อคิงพินมาอ้าง ตบโต๊ะและตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว “กล้าขัดคำสั่งคิงพินเหรอ?”