- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นสาวน้อยโปรดิวเซอร์ ปั้นโลกสองมิติให้สะเทือนเมือง
- ตอนที่ 10: เมล็ดพันธุ์
ตอนที่ 10: เมล็ดพันธุ์
ตอนที่ 10: เมล็ดพันธุ์
รูมเมทเตียงชั้นล่างได้ยินเสียงตะโกนลั่นของจางเฉิงจนตกใจ เผลอทิ้งไพ่ผิดใบ
นั่นทำให้เขาทั้งร้อนรนและโมโห
ไพ่ตองชุดใหญ่พังพินาศไปในพริบตา!
"จางเฉิง! แกจะแหกปากทำไมวะ? ถ้าป่วยก็ไปหาหมอไป๊!"
"เสียดายไพ่สวย ๆ ของฉันหมด!"
จางเฉิงที่อยู่เตียงชั้นบนทำหน้าขรึมและลึกลับ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "แกรู้ไหมว่าฉันเพิ่งเจออะไรมา?"
"เจออะไร? ฉันว่าแกประสาทแดกมากกว่า!"
"มันคือการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ทั้งน่าสนใจและยอดเยี่ยมมาก ฉันกล้าพูดเลยว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของวงการมังงะในอนาคตอย่างแน่นอน!"
ทันใดนั้น จางเฉิงก็หยิบโทรศัพท์ ปีนลงจากเตียง แล้วเปิดการ์ตูนที่เขาเพิ่งอ่านให้รูมเมทดู
"ถ้าแกอ่านจบแล้วกล้าพูดว่าไม่สนุก ฉันยอมเลี้ยงข้าวเช้าคนทั้งห้องไปเลยอาทิตย์นึง!"
"เอาจริงดิ?" รูมเมทถามด้วยความประหลาดใจ
คนขี้เกียจสันหลังยาวอย่างจางเฉิงกล้าสาบานเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?
ต้องรู้ก่อนนะว่าปกติหมอนี่ไม่เคยตื่นก่อนสิบเอ็ดโมงเช้าเลยด้วยซ้ำ
"ถ้าฉันโกหก ฉันจะไปเรียนทุกวันตลอดสัปดาห์นี้เลย! ไม่มีโดด!"
"เออ ๆ! เอามาดูสิ!" รูมเมทรับโทรศัพท์จากจางเฉิงแล้วเริ่มอ่าน
ห้านาทีต่อมา รูมเมทเดาะลิ้นหลังจากอ่านจบ "อืม มันก็แปลก ๆ แล้วก็มืดมนดีนะ แต่ก็มีความน่าสนใจอยู่ ส่วนตัวฉันว่ามันก็โอเค"
"แค่โอเคงั้นเหรอ? ตาต่ำ! แกไม่เข้าใจการจัดหน้าและพลังของภาพในเรื่องเลยหรือไง?" จางเฉิงพูดอย่างขัดใจ
"ฉันไม่ใช่พวกมืออาชีพนี่หว่า มันก็สนุกดีแหละ แต่มันไม่ใช่แนวที่ฉันชอบอ่านสักเท่าไหร่!"
"อย่างที่คิดไว้เลย คุยเรื่องน้ำแข็งกับแมลงฤดูร้อนไปก็เปล่าประโยชน์ ถ้าแกตาไม่ถึงก็ช่างมันเถอะ!" จางเฉิงคว้าโทรศัพท์กลับมาพร้อมมองรูมเมทด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เออ ๆ แกมันบ้าไปแล้วจริง ๆ!" รูมเมทถึงกับพูดไม่ออก
"เหอะ! ไสหัวไปเลย!" จางเฉิงเมินคำด่าของรูมเมทโดยสมบูรณ์ แล้วล็อกอินเข้าแอปเพนกวิน
เขาเปิดกลุ่มแชตอนิเมะที่พวกสมาชิกมักจะคุยเรื่องไร้สาระกันเป็นประจำ ส่งอีโมจิน่ารัก ๆ ไปหนึ่งตัว แล้วพิมพ์ข้อความลงไป
[พี่น้องทั้งหลาย ฉันเพิ่งเจอการ์ตูนเรื่องใหม่โคตรเด็ด เป็นแนวตื่นเต้นเร้าใจเลยแหละ!]
คนในกลุ่มแทบจะตอบกลับมาในทันที ข้อความหลายข้อความเด้งรัว ๆ จนเต็มหน้าจอ
[ตื่นเต้นที่แกว่า หมายถึงตื่นเต้นแบบที่ฉันเข้าใจปะ?]
[ช่วงนี้มันจะมีการ์ตูนอะไรสนุก ๆ ออกมาล่ะ? พวกการ์ตูนดัง ๆ ที่ลงรายสัปดาห์ก็ห่วยแตกจะตาย]
[โย่ ๆ ๆ นี่มันราชันมังกรนี่หว่า หายหน้าไปครึ่งวัน ทำไมจู่ ๆ ถึงดูอ่อนแองี้ล่ะ?]
[...]
[ไสหัวไปเลย]
เมื่อเห็นว่าสมาชิกในกลุ่มไม่ยอมหลงกล จางเฉิงก็เลิกพูดพร่ำทำเพลงและแปะลิงก์ลงไปตรง ๆ
จางเฉิงพิมพ์ข้อความอย่างโอหังว่า "ถ้าไม่สนุก ฉันยอมตัดหัวให้พวกนายเอาไปใช้แทนจอกเหล้าเลยเอ้า"
[ราชันมังกรช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก!]
[สุดยอด สุดยอด สุดยอด]
[จับตาดูให้ดี ชายคนนี้มีนามว่าเสี่ยหลง เขากำลังจะแสดงมายากลเสกหัวหลุดจากบ่าให้ทุกคนดู...]
[รีบ ๆ ล็อกอินเข้าเกมมาได้แล้ว! เลิกบ่นสักที!]
[ทุกคน ฉันใช้เวลาหนึ่งนาทีอ่านจบแล้ว! มันแบบว่า... สุดยอดไปเลยอะ ฉันยังวิจารณ์เนื้อเรื่องไม่ได้เต็มปาก แต่โคตรอยากรู้เลยว่าต่อไปจะเป็นยังไง!]
[มันใช้ได้จริง ๆ เหรอวะ?]
[เดี๋ยวฉันไปดูบ้างดีกว่า!]
ไม่กี่นาทีต่อมา คนกลุ่มนั้นก็กลับเข้ามาพิมพ์คอมเมนต์ในกลุ่มแชท
[มันดีจริง ๆ ว่ะ]
[เยี่ยมมาก รอติดตามตอนต่อไปเลย!]
[ดูลายเส้นเหมือนหน้าใหม่วาดเลย]
[เดี๋ยวนี้หน้าใหม่เขาโหดกันขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่แน่หรอก อาจจะเป็นนามปากกาแฝงของนักวาดระดับปรมาจารย์ก็ได้! ใครกันนะ!]
[การ์ตูนแนววันสิ้นโลกเปิดเรื่องมาน่าสนใจแน่นอนอยู่แล้ว แต่จะรักษามาตรฐานแบบนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งไหม ก็พูดยากนะ]
[นี่เพิ่งตอนเดียวเอง ไม่จุใจเลยโว้ย!]
การพูดคุยถึงการ์ตูนเรื่อง Fire Punch ในตอนนี้ยังแพร่กระจายอยู่แค่ในกลุ่มแชทไม่กี่กลุ่มเท่านั้น
ในแวดวงมังงะทั้งหมด มันแทบไม่สลักสำคัญอะไรเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชุมชนคนรักอนิเมะและเกม
แต่ประกายไฟเพียงเล็กน้อยก็สามารถเผาลามทุ่งได้
ข้อดีของผลงานเรื่อง Fire Punch นั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน
การที่มันจะระเบิดกระแสและโด่งดังเป็นพลุแตกก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
วีกัสไม่เคยสงสัยในความเป็นไปได้นี้เลย
เมล็ดพันธุ์ได้ถูกหว่านลงไปแล้ว ฤดูเก็บเกี่ยวก็เพียงแค่ต้องรอคอยเวลาเท่านั้น
วันรุ่งขึ้นหลังจากอัปโหลดผลงาน วีกัสเพิ่งตื่นนอนและนึกอยากจะล็อกอินเข้าเว็บไซต์ ก่อนจะพบว่าการ์ตูนเรื่อง Fire Punch มียอดเข้าชมทะลุหลักพันในชั่วข้ามคืน พร้อมกับคอมเมนต์อีกหลายสิบข้อความด้านล่าง
วีกัสเลื่อนดูคอมเมนต์และพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นข้อความไปในทิศทางเดียวกัน เช่น "สนุกมาก อัปเดตเร็ว ๆ หน่อย เก็บเข้าชั้นแล้ว!"
แถมยังมีบางคนเถียงกันเรื่องความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่องการ์ตูนอีกด้วย
ตามที่คุณบรรณาธิการหวังบอก เขาจะช่วยดันเรื่องนี้ให้ติดพื้นที่โปรโมตผลงานใหม่ในช่วงต้นเดือนหน้า
เธอแอบประหลาดใจเล็กน้อยที่ยอดวิวเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ในชั่วข้ามคืน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีพื้นที่โปรโมตหรือการโฆษณาใด ๆ เลย
อย่างไรก็ตาม พอคิดดูดี ๆ Fire Punch ก็เป็นหนึ่งในผลงานที่ขายดีที่สุดในโลกก่อนของเธอนี่นา
มันก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่
ในทางกลับกัน ตอนนี้วีกัสต้องมาพิจารณาแล้วว่าจะจัดสรรเวลาในการวาดการ์ตูนอย่างไรให้เหมาะสม
ตารางเวลาเดิมที่เธอจัดไว้เริ่มส่งผลเสียต่อร่างกายแล้ว
ตัวอย่างเช่น อาการเบื่ออาหาร ไม่อยากกินอะไร และอ่อนเพลียหมดแรง เธอแทบไม่มีแรงแม้แต่จะแบกกระเป๋านักเรียนด้วยซ้ำ
ขืนปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่
วีกัสยังต้องใช้ชีวิตในร่างนี้ไปอีกหลายสิบปี ถ้ามีปัญหาตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตจะเป็นยังไงล่ะ?
แต่เมื่อพิจารณาว่าการสอบเข้ามัธยมปลายเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน เธอจึงตัดสินใจรอให้สอบเสร็จก่อนค่อยดูว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
วีกัสพับความคิดเหล่านั้นเก็บไว้
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เธอทักทายคุณน้าที่ห้องนั่งเล่น หยิบอาหารเช้าแล้วมุ่งหน้าไปโรงเรียน
พอถึงโรงเรียน วีกัสก็ยังคงทำกิจวัตรเดิม ๆ คือ ถ้าง่วงก็นอน พอตื่นก็เหม่อมองท้องฟ้าสีครามหน้าระเบียง ไม่ก็แอบเล่นโทรศัพท์ใต้โต๊ะ
บรรดาคุณครูก็ทำเป็นไม่สนพฤติกรรมของวีกัสตามเคย
ยังไงซะเธอก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนร่วมชั้น และการสอบเข้ามัธยมปลายก็ใกล้เข้ามาแล้ว เลี่ยงปัญหาไว้ก่อนจะดีกว่า
ถ้าเธอไปก่อเรื่องก่อนสอบเข้ามัธยมปลาย ฝ่ายบริหารของโรงเรียนคงจัดการได้ยาก
ดังนั้น ตารางชีวิตของวีกัสในช่วงสองสามวันถัดมาจึงเป็นดังนี้
อู้งานและหลับในโรงเรียน กลับมาวาดการ์ตูนหลังเลิกเรียน พอเบื่อวาดก็เล่นเกม และล้มตัวลงนอนเมื่อปวดตาและแขนล้าเต็มที
สำหรับวีกัสแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาที่อิสระ ไร้การรบกวน และสงบสุขอย่างแท้จริง
ทว่าในช่วงเวลานี้ คุณลุงและคุณน้ามองดูวีกัสที่นอกจากเวลากินข้าวแล้ว เธอก็ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องเพื่อครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ไม่เคยลงมาข้างล่างเลย ทั้งคู่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล
หลังอาหารค่ำ วีกัสล้างจานชามของตัวเองตามปกติ จากนั้นก็ตรงขึ้นห้องไปปั่นต้นฉบับการ์ตูนต่อ
คุณลุงกับคุณน้าที่อยู่ในห้องนั่งเล่นมองตามแผ่นหลังของวีกัสที่เดินขึ้นบันไดไป ก่อนจะสบตากันอย่างรู้ความหมาย
"คุณคิดว่าพักนี้เสี่ยวซื่อกำลังทำอะไรอยู่? ตอนเข้าไปในห้องแก คุณเจออะไรผิดสังเกตบ้างไหม?" คุณลุงถามด้วยความสงสัย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณน้าก็กลอกตา "เด็ก ๆ ก็ต้องมีความเป็นส่วนตัวบ้างสิ นอกจากการทำความสะอาด ฉันไม่เคยไปแตะต้องข้าวของของเสี่ยวซื่อเลยนะ บางทีช่วงนี้แกอาจจะเครียดเรื่องสอบเข้ามัธยมปลายมากไปก็ได้!"
เว่ยเสี่ยวเทียนพูดแทรกขึ้นมาจากด้านข้าง "แม่ฮะ! ผมก็อยากมีสิทธิความเป็นส่วนตัวเหมือนกันนะ! แม่จะมาขู่ทิ้งแผ่นซีดีของผมไม่ได้นะฮะ นั่นมันการ์ตูนหุ่นยนต์เรื่องโปรดของผมเลยนะ!"
"จ้า ๆ!" คุณน้าตอบกลับแบบปัด ๆ
หลังจากเว่ยเสี่ยวเทียนเรียกร้องสิทธิสำเร็จ เขาก็วิ่งไปกลิ้งเกลือกดูทีวีบนโซฟาในห้องนั่งเล่นอย่างมีความสุข
คุณลุงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดกับคุณน้าว่า "เราเลี้ยงสัตว์กันดีไหม? เด็ก ๆ จะได้มีเพื่อนเล่น แล้วเสี่ยวซื่อก็อาจจะไม่เก็บตัวขนาดนี้ด้วย"
คุณน้าลองคิดตามและรู้สึกว่าเป็นความคิดที่ดี
เธอพยักหน้าเห็นด้วย "งั้นรอให้ซีซีสอบเข้ามัธยมปลายเสร็จก่อนแล้วกัน เราค่อยพากันออกไปเที่ยวเล่น แล้วถือโอกาสแวะดูที่ร้านสัตว์เลี้ยงด้วยเลย"
"อืม เอาตามนั้นแหละ" คุณลุงมองดูลูกชายที่กำลังเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่น พลางนึกถึงหลานสาวที่รู้ความแต่กลับเก็บตัวอยู่คนเดียว แล้วก็ถอนหายใจอยู่ในใจ
น้องชาย น้องสะใภ้ พวกนายทิ้งโจทย์ยากไว้ให้ฉันจริง ๆ
ทางด้านวีกัสที่ยังคงต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่ชั้นบน ย่อมไม่รู้ตัวเลยว่าบ้านนี้กำลังจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในอีกไม่ช้า
ถ้าเธอรู้ เธออาจจะรู้สึกหดหู่อีกรอบก็ได้