บทที่ 75 ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบ
บทที่ 75 ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบ
บทที่ 75 ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบ
.
“หลังจากการทดสอบ ระบบนี้เป็นระบบทรัพย์สินสาธารณะ ห้ามบุกรุก! /ยืนยัน/”
“หลังจากการทดสอบ ระบบนี้เป็นระบบทรัพย์สินสาธารณะ ห้ามบุกรุก! /ยืนยัน/”
“หลังจากการทดสอบ ระบบนี้เป็นระบบทรัพย์สินสาธารณะ ห้ามบุกรุก! /ยืนยัน/”
“หลังจากการทดสอบ ระบบนี้เป็นระบบทรัพย์สินสาธารณะ ห้ามบุกรุก! /ยืนยัน/”
……
หลังจากล้มเหลวจากระบบธนาคารออนไลน์ หลี่ซวนก็ไปยังข้อมูลบางอย่างของระบบป้องกันประเทศของประเทศ M และองค์กรที่มีอำนาจบางแห่ง จากนั้นก็ใช้ซอฟต์แวร์สแกน
หลังจากบุกรุก เขาก็ได้รับคำเตือน ‘ห้ามบุกรุก’ ตามคาด
คำเตือนสองครั้งหลังเป็นผลมาจากความพยายามของหลี่ซวนในการเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์เครือข่ายองค์กรขนาดใหญ่บางแห่ง ซึ่งอาจเป็นเพราะซอฟต์แวร์มีการป้องกันไม่ให้หลี่ซวนใช้มันเพื่อขโมยความลับ!
การซื้อขายหุ้น การซื้อขายล่วงหน้า และอื่นๆ ที่มีเซิร์ฟเวอร์เครือข่าย หลี่ซวนก็เข้าไปทดลองเล็กน้อยเช่นกัน แต่มันก็ยังเป็นสิ่งต้องห้ามเหมือนเดิม เซิร์ฟเวอร์ประเภทนี้เป็น ‘ระบบทรัพย์สินสาธารณะ’ แม้แต่ข้อมูลก็ไม่สามารถนำออกมาได้ นับประสาอะไรกับการแฮ็กเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูล!
สำหรับอย่างอื่น หลี่ซวนขี้เกียจเกินกว่าจะไปทดลอง หลังจากการทดลองมากมาย เขารู้แล้วว่าวิธีหาเงินด่วน 2-3 อย่างได้ถูกจำกัดการใช้งาน สิ่งที่เหลือมีเพียงฟังก์ชันที่เขาขอไปเท่านั้น
“ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้มันสร้างโชคลาภอย่างรวดเร็ว! แต่การเป็นเจ้าของเพลนฟาร์มก็เป็นการสร้างเส้นทางลัดสู่ความมั่งคั่งอย่างหนึ่ง!” หลี่ซวนพึมพำ และล้มเลิกแผนการที่จะทดสอบฟังก์ชันที่ถูกจำกัดไป
ลืมมันไปเถอะ เพราะยังไงเขาก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะบุกรุกสถานที่เหล่านี้เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง อีกทั้งฟังก์ชันเหล่านี้ก็ถูกจำกัด ซึ่งหยุดยั้งความคิดสับสนของเขา
“อืม ไปนอนดีกว่า!” หลังจากเห็นว่าซอฟต์แวร์ที่ได้รับการปรับแต่งสามารถเติมเต็มความคิดของเขาได้ หลี่ซวนก็ไม่เสียพลังงานไปกับสิ่งนี้ต่อไป เขาจึงออกจากซอฟต์แวร์แล้วปิดคอมพิวเตอร์ทันที
ความจริงสำหรับการแฮ็กหรืออะไรทำนองนั้น หลี่ซวนไม่ค่อยสนใจนัก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำเงิน จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรกับมันให้มากนัก และไม่ว่าซอฟต์แวร์นี้จะทรงพลังขนาดไหนก็ตาม มันจะเป็นการดีกว่าที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการทำมาหากิน
โชคดีที่แนวคิดนี้เฉินเหว่ยปินไม่รู้ มิฉะนั้นใครจะรู้ว่าผู้หมกมุ่นเรื่องแฮ็กเกอร์คนนี้จะคิดอย่างไร?
แต่หลี่ซวนที่ผล็อยหลับไปด้วยความงุนงง ไม่รู้เลยว่าโพสต์ของเฉินเหว่ยปินบนฟอรัมแฮ็กเกอร์นั้นถูกปักหมุดไว้ด้านบนแล้ว
จำนวนตอบกลับโพสต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความเร็วของความนิยมจะไม่น่าสะพรึงกลัวก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากเวลาปัจจุบัน ซึ่งดึกมากจนฟอรัมไม่ค่อยมีคนแล้ว ความเร็วนี้นับว่าดีมาก และทางฟอรัมเองก็คิดว่าหากมีโพสต์แบบนี้ทุกวันก็คงดี
โพสต์ที่มีคนตอบกลับเป็นร้อยๆ ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ไอดี ‘คืนฤดูใบไม้ร่วง’ ของเฉินเหว่ยปิน กับไอดี ‘ไร้สาระ’ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการป้องกันตัวเอง และคำตอบของคนอื่นๆที่เกี่ยวกับ ‘บรรทัดที่สิบ’ เป็นส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตบางคนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และแสดงความคิดเห็นอย่างตรงประเด็น
แต่ชาวเน็ตส่วนใหญ่ไม่เชื่อ ไม่มีทางเลือก ก็ใครให้เจ้าเด็ก ‘ไร้สาระ’ พูดจาเป็นปริศนาได้ขนาดนั้น? ถอดสายเคเบิลเครือข่ายออกไปแล้ว แฮ็กเกอร์ยังสามารถใช้ไอดีของเขาเพื่อตอบกลับในบรรทัดที่สิบ? มันก็เหมือนบอกกับคนอื่นๆว่า แฮ็กเกอร์ได้บุกรุกฐานข้อมูลฟอรัมอย่างเงียบๆไม่ใช่หรือ?
แม้จะเป็นฟอรัมขนาดเล็ก แต่ฟอรัมแฮ็กเกอร์ของพวกเขาในตอนนี้ก็เป็นฟอรัมที่มีชื่อเสียงในประเทศจีนแล้ว! แม้ว่าในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาความนิยมจะลดลง แต่จะว่าไปที่นี่ก็เป็นเหมือนบ้านของแฮ็กเกอร์หลายคน ช่องโหว่ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กทั้งหมดสามารถแก้ไขได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีชุดมาตรการป้องกัน แม้จะเป็นผู้อาวุโสปลาบินก็ตาม แต่การแอบเข้าไปในฐานข้อมูลฟอรัมอย่างเงียบๆ เพื่อเอาข้อมูลของคนอื่นออกมา เกรงว่าการทำให้สำเร็จภายในเวลาเพียง2 นาทีก็ยังทำได้ยาก
‘ไร้สาระ’ อยากดังจนบ้าไปแล้วใช่ไหม? ถึงได้ออกมาหาเรื่องถูกด่าเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น?
อย่างไรก็ตาม ‘ไร้สาระ’ ที่มักปรากฏบนฟอรัมคนนี้ก็เป็นที่รู้จักของหลายคน
ดังนั้นจึงมีคนส่วนหนึ่งที่เชื่อในคำกล่าวของ ‘ไร้สาระ’ และเชื่อว่า ‘ไร้สาระ’ น่าจะถูกโจมตีด้วยโทรจัน
พวกเขาไม่เชื่อว่าฟอรัมจะถูกแฮ็ก และก็ไม่เชื่อว่า ‘ไร้สาระ’ จะโง่พอที่จะมาหาเรื่องถูกด่า พวกเขาจึงตอบแบบกลางๆ และเชื่อว่า ไอดี ‘ไร้สาระ’ คงโดนโทรจัน ผลลัพธ์จึงเป็นเช่นนี้ ส่วนเรื่องการถูกควบคุมคอมพิวเตอร์นั้น พวกเขาเพิกเฉยและไม่สนใจ!
สรุปแล้วฟอรัมแฮ็กเกอร์ในคืนนี้ค่อนข้างมีชีวิตชีวา และเฉินเหว่ยปินก็ต่อสู้จนถึงรุ่งสางโดยไม่ได้หลับได้นอน
หลังจากตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น หลี่ซวนก็กล่าวทักทายเสี่ยวหลาน และบอกเธอว่าไม่ต้องเตรียมอาหารกลางวันกับอาหารเย็นให้ เพราะวันนี้เขาจะไม่กลับบ้าน
หลังจากออกจากบ้าน เขาก็ขับรถไปยังเมืองหลวงของจังหวัด เป้าหมายคือตลาดค้าของเก่า และซื้ออุปกรณ์สำหรับฝึกฝนร่างกาย
(ปล.ย้ำอีกครั้งผู้แปลงงมากกับการแบ่งเขตเมืองและจังหวัด จึงแปลไปตามผู้แต่ง อาจดูงงบ้างอย่าว่ากันนะ)
เนื่องจากมีซอฟต์แวร์แล้ว หลี่ซวนจึงไม่กังวลอีกต่อไป อีกอย่าง มันยังเหลืออยู่อีกหนึ่งวันก่อนจะถึงวันเกิดของเพื่อนรัก
หลี่ซวนใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการช็อปปิ้งที่ตลาดค้าของเก่า นอกจากเวลาอาหารกลางวันแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของเขาก็อยู่ในตลาดแห่งนี้ เขาตั้งใจจะไม่ไปไหนจนกว่าตลาดจะปิดในตอนเย็น
ในตลาดเขาเลือกของทุกประเภท และสัมผัสมันเบาๆ โชคดีที่ ที่นี่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เปราะบางเหมือนการประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาด ทำให้สามารถสัมผัสได้ ซึ่งสามารถเร่งความเร็วในการ ‘เรียกดู’ ของเขาอย่างมาก
หลังจากผ่านไปเกือบทั้งวัน เขาพบของดีไม่มากนัก แต่มีชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นนาฬิกาพกเก่าที่สามารถขายเป็นเหรียญทองได้หลายแสนเหรียญ มันถูกระบุว่าเป็นของโบราณ ซึ่งถูกเรียกราคาที่ 8 หมื่นหยวน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากก่อนหน้านี้หลี่ซวนตั้งใจที่ใช้เงินเป็นจำนวนมากถึง 5 หมื่นหยวนเพื่อซื้ออุปกรณ์การฝึก ทำให้ไม่มีเงินซื้อนาฬิกาพกในขณะนี้
คราวนี้หลี่ซวนได้ใช้เงินมากกว่า 5 พันหยวนในตลาดค้าของเก่า เพื่อซื้อแผ่นเสียงเพลงต่างประเทศระดับคอลเลกชัน ของนักร้องที่มีชื่อเสียงมากเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่หลี่ซวนไม่เคยฟังเพลงของนักร้องคนนี้และไม่เคยสนใจสะสมด้วยเช่นกัน เขารู้จักเพียงชื่อของนักร้องคนนี้เท่านั้น
แผ่นเสียงนี้ได้รับการทดสอบโดยเพลนฟาร์ม ซึ่งได้ราคามากกว่า 8,000 เหรียญทอง ถ้าหากคิดตามราคาขายที่สามารถบวกเพิ่มได้ แผ่นเสียงนี้ก็สามารถขายได้อย่างน้อย 60,000 เหรียญทอง แต่สำหรับหลี่ซวนแล้ว สามารถพูดได้ว่ามันเป็นเพียงขนเส้นเล็กๆเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโควต้าของเดือนนี้ได้ถูกใช้ไปหมดแล้ว หลี่ซวนจึงต้องเก็บแผ่นเสียงไว้ชั่วคราว และจะขายโดยวิธีประมูล เมื่อเขาได้โควต้าอีกครั้ง
น่าเสียดายที่โกดังฟาร์มสามารถใส่ได้แต่ผักผลไม้และตะกร้าสินค้าของร้านค้าก็สามารถจัดเก็บได้ชั่วคราวตอนซื้อสินค้าเท่านั้น ดังนั้นหลี่ซวนจึงกังวลว่าจะทำแผ่นเสียงหายโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะสิ่งนี้มีราคามากกว่า 60,000 เหรียญทอง
สำหรับสิ่งอื่นๆ หลี่ซวนพบว่ามีหลายสิ่งที่มีราคาไม่แพง ถ้าถูกเรียกราคาระหว่าง 1,000 ถึง 10,000 หยวน และมีผลทดสอบมากกว่า 1,000 เหรียญทอง มันก็จะเป็นของดีที่น่าซื้อ เพียงแต่เขาไม่ได้นำเงินมามากนัก และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งของที่ค่อนข้างธรรมดา จึงไม่จำเป็นต้องรีบซื้อก็ได้
สำหรับนาฬิกาพกเรือนนั้น มันก็ไม่ได้กวนใจหลี่ซวนแต่อย่างใด เพราะครั้งนี้เขามาที่นี่เพียงเพื่อดูว่าจะได้ของดีราคาถูกเหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่ และเนื่องจากนาฬิกาพกนี้ราคาไม่ได้ถูก ซึ่งหมายความว่าเขาไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามในอนาคตหากเขามีเงิน เขาก็สามารถซื้อของมีค่าได้มากมาย
หลังอาหารเย็น หลี่ซวนได้ไปเยี่ยมชมร้านขายอุปกรณ์กีฬาหลายแห่ง มันไม่ง่ายเลยที่จะซื้ออุปกรณ์การฝึกที่จำเป็นทั้งหมด
สำหรับปัญหาเรื่องเงินนั้น แก้ไขได้ง่ายมาก! แต่ปัญหาที่หลี่ซวนหนักใจที่สุดและยังไม่มีคำตอบมาถึงตอนนี้ก็คือ เรื่องคนที่ไว้ใจได้!
เรื่องนี้ทำให้ยากที่จะทำเงิน!
หากไม่มีคนที่ไว้ใจได้ ก็ยากที่จะขยายร้าน แต่คนเหล่านี้ เขาจะไปหาจากที่ไหน?
เมื่อเทียบกับคนทั่วไป ทหารที่ได้รับการฝึกจากกองทัพน่าจะไว้ใจได้มากกว่า แต่นั่นก็แค่ ‘น่าจะ’ ไม่ใช่ ‘แน่นอน’! เขาไม่สามารถสั่งรวมพลทหารผ่านศึกให้มาช่วยเหลือตัวเขาได้จริงไหม? และ…
ใครจะรู้ว่าในหมู่ทหารเหล่านี้จะมีพวกนอกรีตอยู่หรือไม่? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการกบฏในสงครามครั้งก่อนๆ แม้แต่ในยามสงบอย่างตอนนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องโอกาสที่จะมีพวกเศษสวะปรากฏขึ้น
ดังนั้นแม้จะเป็นทหารก็ยังต้องผ่านการสังเกตและทดสอบในระยะยาว!
แต่จะทดสอบอย่างไร? และระยะเวลาทดสอบนี้ควรจะยาวนานแค่ไหน?
หลี่ซวนยังไม่มีคำตอบ!
หลังจากหาโรงแรมที่พักได้ หลี่ซวนก็เข้านอน แต่ความคิดยังคงไม่ยอมหยุดนิ่ง ทำให้เขานอนไม่หลับ แต่ก็ไม่มีอารมณ์ที่จะไปขโมยผัก
“ไปที่ร้านค้าดีกว่า!” หลังจากพลิกตัวกระสับกระส่ายนอนไม่หลับอยู่นาน หลี่ซวนก็เข้าสู่ระบบฟาร์มอีกครั้ง โดยหวังว่าจะพบคำตอบที่สามารถแก้ปัญหาได้
สำหรับปัญหานี้หลี่ซวนเคยไปที่ร้านค้ามาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาก็ยังไม่ได้คำตอบ หรือหาได้แต่คำตอบที่ได้ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์ หรือไม่ก็คำตอบที่สามารถแก้ปัญหาได้นั้น มันแพงเกินกว่าที่จะซื้อ
บางทีคราวนี้ก็อาจเหมือนครั้งก่อนๆที่ไม่ได้คำตอบ แต่ไอเทมในร้านค้าฟาร์มจะได้รับการอัพเดทอยู่เสมอ และในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขายังไม่มีเวลาได้ดูเลย บางทีคราวนี้อาจมีคำตอบที่ต้องการก็เป็นได้?
หลังจากเข้าสู่ฟาร์ม หลี่ซวนก็คลิกไปที่ข้อความก่อน
นี่คือนิสัยที่มีมาอย่างยาวนานของหลี่ซวน โดยทั่วไปหากเขาไม่ได้เข้าสู่ระบบฟาร์มนานกว่า 2-3 ชั่วโมง ก็จะมีข้อความที่ถูกส่งมาค้างอยู่ และครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ข้อความหนึ่งมาจากเฟลิกซ์ ผู้กำลังยุ่งอยู่กับสงคราม เนื้อหานั้นก็คล้ายกับครั้งก่อนๆ ซึ่งไม่มีอะไรมากกว่าเรื่องการต่อสู้ในสงคราม
ส่วนอีกสองข้อความเป็นการแจ้งเตือนจากระบบว่า หลี่ซวนถูกใครบางคนไล่ออกจากรายชื่อเพื่อน
นอกจากนี้ยังมีบางข้อความที่มาจากคนไม่รู้จัก บางคนถามว่ายังมีงานศิลปะขายอีกไหม บางคนก็ส่งข้อความมาดุหลี่ซวนว่าเก่งเรื่องขโมยจริงๆ บางคนก็มาเพื่อโปรโมตสินค้า…
สรุปแล้ว หลี่ซวนมักเรียกดูเนื้อหาอย่างตั้งใจ และลบทิ้งไปถ้าไม่มีประโยชน์ ซึ่งคราวนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น
และครั้งนี้ก็ยังมีข้อความจากพัลซาร์เพื่อนที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาเมื่อวาน ถามหลี่ซวนว่าซอฟต์แวร์ใช้งานง่ายหรือไม่ เป็นต้น
หลังจากประมวลผลข้อความอื่นๆ หลี่ซวนกำลังจะตอบกลับไปอย่างไม่เป็นทางการ และจัดการกับข้อความ เพื่อเขาจะได้ไปช็อปปิ้ง แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันก่อนได้
แม้ว่าคนผู้นี้อาจไม่มีสิ่งที่สามารถแก้ปัญหาของเขาได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อวันก่อน จึงเป็นการดีกว่าที่จะถามพัลซาร์ก่อนที่ไปร้านค้าเพื่อซื้อของ:
“พัลซาร์ คุณยังอยู่ไหม?”
โชคดีที่ตอนนี้พัลซาร์ยังออนไลน์อยู่ เมื่อได้รับการตอบกลับ หลี่ซวนก็ถามขึ้นอีกครั้ง:
“ผมอยากถามว่า คุณพอมีอะไรที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความจงรักภักดีไหม? อย่างเช่น ม้วนหนังสือทาส ที่พอลงนามแล้วก็ไม่สามารถละเมิดได้ อะไรทำนองนั้น…”
“คุณคิดจะทำอะไร? สร้างกองทัพส่วนตัว? ขอบอกความคิดของคุณมันไม่ถูก? คุณมีเงินพอเหรอ?”
คำตอบของพัลซาร์ไม่ธรรมดาจริงๆ เขาไม่ตอบคำถาม แต่ถามกลับ N ครั้งในคราวเดียว
หลี่ซวนไม่มีทางเลือกนอกจากอธิบายสถานการณ์ที่เขากำลังประสบอยู่ในขณะนี้ให้พัลซาร์ฟัง