บทที่ 74 บรรทัดที่สิบเป็นของฉัน ห้ามแย่ง!
บทที่ 74 บรรทัดที่สิบเป็นของฉัน ห้ามแย่ง!
บทที่ 74 บรรทัดที่สิบเป็นของฉัน ห้ามแย่ง!
.
หูหยูเป็นผู้คลั่งไคล้การเป็นแฮ็กเกอร์ ไม่สิ เขาน่าจะเป็นคนที่ชื่นชอบการแฮ็ก
หลังจากจบมัธยมต้น เขาก็ลาออกจากโรงเรียนมาอยู่กับบ้านนานกว่า 1 ปีแล้ว แฮ็กเกอร์ระดับปรมาจารย์ในสายตาของเขาก็คือ เทพเจ้าแห่งโลกอินเทอร์เน็ตผู้ทรงอำนาจ!
เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นแฮ็กเกอร์ที่สามารถบุกรุกคอมพิวเตอร์ของคนอื่นได้อย่างง่ายดาย ด้วยเป้าหมายนี้ ทำให้เขาเรียนรู้และค้นคว้าต่อไป และไอดีของเขาก็คือ ‘ไร้สาระ’ และด้วยความพยายามตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาก็มีชื่อเสียงเล็กน้อยในฟอรัมแฮ็กเกอร์รายใหญ่แล้ว และได้เจอกับคนวงในมากมาย
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอสำหรับเขา ในบรรดาผู้ที่เขารู้จัก ระดับสูงสุดก็เป็นแค่ผู้รู้เพียงทฤษฎี ในแง่ปฏิบัติแล้วอาจไม่ดีเท่ากับตัวเขาเอง และมีหลายคนที่ไม่ใช่มือใหม่ด้วยซ้ำ เขาหวังว่าจะได้รับการชื่นชมจากแฮ็กเกอร์ และมาสอนเทคนิคการแฮ็กให้กับเขา
ไม่มีทางเลือก หูหยูมีความรู้เพียงน้อยนิด ทำให้การเรียนรู้ด้วยตัวเองยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นสวรรค์ แต่การทำให้ได้รับความชื่นชมจากปรมาจารย์แฮ็กเกอร์นั้นต่างกัน ก็แค่หาซอฟต์แวร์พิเศษมาใช้ มันยังจำเป็นต้องเรียนรู้อีกหรือ?
และสำหรับพวกมือใหม่นั้น เขารังเกียจจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่เก่งเทคนิค แต่ยังเข้ามาพูดคุยและหารือเกี่ยวกับมันในฟอรัมได้ทั้งวัน ต้องการสร้างมลพิษทางสายตาให้คนอื่นใช่ไหม?
ดังนั้นสำหรับคนเหล่านี้ เขาจึงไม่ลดละความพยายามในการเกรียน
เย็นนี้หูหยูมาที่ร้านอินเทอร์เน็ตที่เปิดตลอดคืนโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ ในขณะนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เขาก็มองคนรอบข้างที่ไม่ได้ทำงานและมานั่งเล่นเกมด้วยความรังเกียจ และเข้าสู่ฟอรัมแฮ็กเกอร์ที่ใช้บ่อย
เพิ่งเข้าสู่ระบบ เขาก็พบโพสต์ที่ไม่สามารถบรรยายได้ ชื่อโพสต์ก็คือ ‘คอมพิวเตอร์ของฉันถูกแฮ็กโดยปรมาจารย์-รายละเอียด!’
หลังจากเปิดกระทู้อ่านโดยไม่ตั้งใจ หูหยูก็รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าจริงๆ เทพแห่งอินเทอร์เน็ต เบื่อมากจนมาบอกให้มือใหม่เข้านอนเร็วๆงั้นเหรอ? นายกินเศษสมองของตัวเองลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจใช่ไหม?
เขาเบื่อที่จะกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว ดังนั้นเขาจึงดัดนิ้วมือ พิมพ์ข้อความตอบกลับไป แล้วคอยดูว่าโพสต์ของเขามีการตอบรับอะไรบ้างไหม
แต่ไม่นานเขาก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
ตัวชี้เมาส์บนหน้าจอของเขาเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง?
หูหยูหยิบเมาส์ขึ้นมาเขย่าสองครั้ง พยายามสั่งงานบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เมาส์บนหน้าจอยังคงเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง
“แฮ็กเกอร์?” นี่เป็นความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวของหูหยู แต่ก็ถูกเหวี่ยงทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่คิดว่าเทพแห่งอินเทอร์เน็ตจะเบื่อมากพอที่จะมาเล่นกับมือใหม่อย่างเขา แล้วความคิดที่สองก็เกิดขึ้น เขาจึงหันหน้าไปตะโกนถามผู้ดูแลร้านว่า “พวกนายมีใครวางยาคอมพิวเตอร์ของฉัน?”
แต่ความคิดนี้ก็ถูกเขาฆ่าทิ้ง มีคอมพิวเตอร์พังๆเพียงโหลเดียวในร้านคอมพิวเตอร์เถื่อนแห่งนี้ ที่นี่ไม่มีแม้แต่ระบบการจัดการร้านอินเทอร์เน็ต แล้วใครจะมาทำ? นอกจากนี้เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตเถื่อนแห่งนี้ก็เป็นนักธุรกิจ และผู้ดูแลระบบเครือข่ายในร้านก็เป็นญาติของเขา ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพียงแค่การเปิดและปิดเครื่องเท่านั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้
แน่นอนว่าเสียงตะโกนถามของเขาได้รับเสียงคำรามตอบจากผู้ดูแลร้านซึ่งเป็นพี่เขยของเจ้าของร้าน “ตาข้างไหนของนายที่เห็นว่าเราวางยาคอมพิวเตอร์? บ้าหรือเปล่า? อยู่ห่างกันตั้งเยอะ ใครมันจะทำได้?”
หูหยูรีบขอโทษ เขามองเห็นแล้วว่าตรงที่นั่งของผู้ดูแลระบบนั้นว่างเปล่า ในขณะที่หน้าจอของคนอื่นๆ ยังคงเป็นหน้าจอเกม ซึ่งหมายความว่าคนในร้านอินเทอร์เน็ตแห่งนี้ไม่ได้ทำอย่างแน่นอน
“เป็นแฮ็กเกอร์จริงเหรอเนี่ย?” ดวงตาของหูหยูเป็นประกาย เขาเริ่มให้ความสนใจในทันที
เขาเพิ่งตอบโพสต์นั้นไป ส่วนใหญ่เป็นเพราะความริษยาในใจล้วนๆ เพราะเขาไม่เจออะไรแบบนี้มาก่อน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีแฮ็กเกอร์สักคนมาเยี่ยมชมคอมพิวเตอร์ของเขาบ้าง เพื่อที่เขาจะได้เห็นปาฏิหาริย์
ดังนั้นเขาจึงจ้องมองตัวชี้เมาส์ที่ยังคงเคลื่อนไหวด้วยตัวเองด้วยความตื่นเต้น เขาอยากรู้ว่าปรมาจารย์แฮ็กเกอร์คนนี้ต้องการทำอะไร
ผลลัพธ์คือตัวชี้เมาส์ได้ไปขยายหน้าต่างที่ย่อไว้ แล้วเข้าไปในโพสต์ที่เขาเพิ่งเข้าไปพิมพ์ด่า จากนั้นก็ป้อนข้อความในช่องตอบกลับด้านล่างอย่างรวดเร็ว “บรรทัดที่สิบเป็นของฉัน ห้ามแย่ง!”
จากนั้นตัวชี้เมาส์ก็เลื่อนไปคลิกที่ตอบกลับ
ทันทีหลังจากนั้น ตัวชี้เมาส์ก็รีเฟรชหน้า และเลื่อนลงไปด้านล่างอีกครั้ง ป้อนข้อความเดิมและคลิกตอบกลับ จากนั้นก็ทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
นี่เป็นฉากที่ทำให้หูหยูประหลาดใจ โดยทั่วไปฟอรัมจะจำกัดความเร็วในการโพสต์ หลังจากโพสต์แรกไป 30 วินาทีหากโพสต์ต่อ มันจะเด้งขึ้นมาว่า ‘คุณโพสต์เร็วเกินไป โปรดลองใหม่อีกครั้ง!’ ส่วนการไลท์และอื่นๆ ต้องรอ 50 วินาที ในขณะที่การตอบกลับด้วยข้อความเดียวกัน ใต้โพสต์เดิม ไม่สำคัญว่าจะต้องรอนานขนาดไหน เพราะมันจะไม่เป็นผล หากต้องการโพสต์จริงๆก็ต้องเปลี่ยนคำ หรือออกจากระบบแล้วเข้ามาใหม่
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าระยะห่างระหว่างการตอบกลับของบัญชีภายใต้ชื่อเขาในเวลานี้ เหลือเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น และประโยคที่โพสต์นั้นก็เหมือนกันเป๊ะ แม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนก็ยังเหมือนกัน
“เขาแฮ็กเข้าสู่ฟอรัมแฮ็กเกอร์ได้สำเร็จด้วย?” ความคิดที่กล้าหาญผุดขึ้นในใจของหูหยู ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองยังต้องผงะ
เทพเซียนจากไหน? แค่มาเล่นตลกกับฉันงั้นเหรอ?
ไม่ นี่ไม่ใช่การเล่นตลก!
นอกจากความประหลาดใจแล้ว ในที่สุดหูหยูก็ตระหนักถึงความหมายของประโยคนั้น
“ชิบแล้ว!” ใบหน้าของหูหยูมืดลง เมื่อตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ และอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา เขารีบถอดสายเคเบิลเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ออกอย่างรวดเร็ว
เมื่อขาดการเชื่อมต่อของสายเคเบิลเครือข่าย ในที่สุดคอมพิวเตอร์ของเขาก็เป็นอิสระ แต่เขาก็ไม่กล้าสู่ระบบอีกในขณะนี้ เขากลัวว่าปรมาจารย์คนนั้นยังจับจ้องเขาอยู่ หากเป็นเวลาอื่นเขาคงมีความสุขที่ได้พบกับปรมาจารย์ระดับเทพเช่นนี้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีความสุขและไม่แม้แต่จะคิด คงเป็นเพราะการตอบกลับโพสต์นั้นของเขา ตอนนี้เขาได้ทำให้เทพเซียนโกรธแล้ว
แต่เขาลืมไปจุดหนึ่ง นั่นคืออีกฝ่ายสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบฟอรัม นั่นอธิบายได้ว่าบัญชีของเขาถูกเปิดเผยแล้ว และการถอดสายเคเบิลเครือข่ายออกจึงไม่ได้ช่วยอะไร
หลังจากอดทนรอประมาณ 10 นาที หูหยูก็เชื่อมต่อสายเคเบิลเครือข่ายกลับไปด้วยใจที่เต้นตึกตัก เมื่อเห็นว่าไม่ได้ถูกควบคุมอีกต่อไป เขาก็แอบดีใจ “เยี่ยม เพิ่งถึงบรรทัดที่แปด!”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้เข้าสู่ระบบฟอรัมแฮ็กเกอร์ในฐานะผู้เยี่ยมชม เพื่อเข้าไปดูโพสต์ เขาก็ต้องตกตะลึงไปอย่างสมบูรณ์
เพราะเขาเห็นว่า มีการตอบกลับที่ 10 ด้วยไอดี ‘ไร้สาระ’ ที่เป็นของเขาว่า ‘บรรทัดที่ 10 คือฉันไร้สาระ! ไม่มีใครสามารถแย่งไปจากฉันได้!”
และการตอบกลับหลังจากนั้น ‘มองที่บรรทัด 10’ ‘ปรากฏว่าบรรทัด 10 มีนิสัยแบบนั้นจริงๆด้วย’ ‘ฉันมาดูบรรทัดที่ 10’ ฯลฯ
“เกิดอะไรขึ้น?” สมองของหูหยูลัดวงจรเล็กน้อย เขานึกถึงเหตุผลไม่ออกไปสักพัก
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีของเขาเอง และในโพสต์นั้นก็ได้บอกกับเขาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขา
ใครจะเชื่อ! สิ่งที่เขาได้รับก็คือประสบการณ์แบบเดียวกับเจ้าของกระทู้
แต่เขาโดดเดี่ยวยิ่งกว่าเจ้าของกระทู้เสียอีก คนที่มาตอบภายหลังได้แคปข้อความของเขาในบรรทัดที่ 5 และบรรทัดที่ 10 ออกมา แล้วปักหมุดโพสต์ไว้บนสุด และมีแนวโน้มว่าโพสต์นี้จะกลายเป็นโพสต์ยอดนิยม ซึ่งทำให้เขาอยากร้องไห้โดยปราศจากน้ำตาจริงๆ!
……
ฟอรัมแฮ็กเกอร์ไม่เคยขาดนกฮูกราตรี การซ่อนตัวและการออกไปเที่ยวในตอนกลางคืน กลายเป็นนิสัยของโอตาคุหลายคน ดังนั้นแม้จะดึกดื่นแค่ไหน ฟอรัมแฮ็กเกอร์ก็ยังมีชีวิตชีวาเหมือนตอนกลางวัน
หลังจากหลี่ซวนสวมรอยเป็น ‘ไร้สาระ’ เขาก็ไม่สนใจประเด็นนี้อีก เขาเพียงทดลองเท่านั้น ซึ่งเพียงพอแล้วที่จะรู้ประสิทธิภาพการทำงานด้านนี้ของมัน
หลังจากนั้นหลี่ซวนได้เปิดพอร์ทัลเว็บหลายแห่งด้วยความสนใจ และทดลองอะไรเล็กน้อย
และสิ่งที่เรียกว่าการทดลองเล็กน้อยก็คือ การเข้าไปมีอำนาจจัดการดัดแปลงกับบางหน้าของพอร์ทัลเว็บที่มีผู้เยี่ยมชมน้อย แต่ก็ไม่ได้ดัดแปลงเนื้อหามากนัก มีเพียงแค่ลิงก์โฆษณาไม่กี่รายการเท่านั้นที่ถูกปรับให้ไปอยู่ในตำแหน่งอื่น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว อิทธิพลของพอร์ทัลเว็บก็มีมากเกินไป และหลี่ซวนก็ไม่ได้มีนิสัยชอบทำลายล้าง ดังนั้นเขาจึงทำเพียงแค่ให้รู้ถึงความสามารถของซอฟต์แวร์เท่านั้น
หลังจากยืนยันแล้วว่าฟังก์ชันทั้งหมดที่ต้องการใช้งานได้ หลี่ซวนก็อดที่จะนึกถึงธนาคารไม่ได้ เขาต้องการทดสอบว่าพัลซาร์ได้สร้างข้อจำกัดไว้อย่างไรบ้าง ส่วนการเอาเงินออกมานั้น เขาไม่ได้คิด เขาแค่อยากลองดูว่ามันจะใช้งานได้หรือไม่เท่านั้น
หลังจากตรวจสอบหลายครั้งเพื่อยืนยันว่ามาตรการป้องกันของเขาพร้อมแล้ว หลี่ซวนก็เปิดเข้าระบบธนาคารออนไลน์ที่มีชื่อเสียงภายในประเทศ แล้วการบุกรุกและการยึดอำนาจก็เริ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากหลี่ซวนคลิกปุ่มบุกรุก กล่องข้อความโต้ตอบก็ปรากฏคำเตือนขึ้นกลางหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขา
“หลังจากการทดสอบ ระบบนี้เป็นระบบทรัพย์สินสาธารณะ ห้ามบุกรุก! /ยืนยัน/”