บทที่ 41 ฟาร์มได้รับการอัพเกรดเป็นระดับ 8
บทที่ 41 ฟาร์มได้รับการอัพเกรดเป็นระดับ 8
บทที่ 41 ฟาร์มได้รับการอัพเกรดเป็นระดับ 8
.
เวลาก็เหมือนสายน้ำที่ไหลเชี่ยว ตราบใดที่ไม่สนใจ มันก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ภายใต้ความประมาทเลินเล่อของชายผู้มีธุระยุ่งวุ่นวายอย่างหลี่ซวน เวลาสามารถผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโดยแทบไม่รู้ตัว
สัปดาห์ต่อมา ชีวิตยังคงเหมือนเดิม ธุระยุ่งก็ยังคงยุ่ง ชั้นสิบก็ยังเป็นชั้นสิบ
ความแตกต่างมีเพียงอย่างเดียวก็คือ เฉินเหว่ยปินกับเสี่ยวหลานลาออกจากงานอย่างมีความสุขมาทุ่มเทให้กับธุรกิจอาหารจานด่วน และช่วยเหลือหลี่ซวนอย่างสุดหัวใจ
แน่นอนว่าในสายตาของเฉินเหว่ยปินนี่เป็นการเปลี่ยนแปลง ส่วนมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ หรือไม่ได้ก็ตาม มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดนั้นจริงๆ
หลังจากสัปดาห์แห่งความพยายามอย่างไม่ลดละ ระดับฟาร์มของหลี่ซวนก็อัพเกรดเป็นระดับ 8 โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ เขาสามารถเปิดที่ดินได้ 8 แปลง และจำนวนเพื่อนก็เพิ่มเป็น 80 คน
เมื่อมีหัวขโมย 80 คนคอยจับตาดูฟาร์ม ทำให้หลี่ซวนต้องคอยระมัดระวังแปลงปลูกทุกครั้งที่จะเก็บเกี่ยว มิฉะนั้นความประมาทเพียงครั้งเดียว พืชผลสุกในฟาร์มก็อาจถูกขโมยไปจนไม่เหลือแม้แต่ตอ
เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสมรภูมิการต่อสู้ช่วงชิงผัก หลี่ซวนฝึกมือซ้ายอย่างไม่ยอมพักแม้แต่วันเดียว และยังปรับแต่งชุดการฝึกฝนให้กับมือซ้ายอีกด้วย
เป็นผลให้เฉินเหว่ยปินกับเสี่ยวหลานรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าหลี่ซวนกลายเป็นคนถนัดซ้ายโดยไม่รู้ตัว
หลี่ซวนทำอะไรไม่ถูกสำหรับเรื่องนี้ ใครเป็นคนกำหนดให้เขาต้องถนัดแต่มือขวา?
หลี่ซวนได้แต่ยอมรับอย่างไม่มีทางเลือก อย่างไรก็ตามผลของการฝึกมือซ้ายก็ทำให้เขาพอใจมาก
หลี่ซวนยุ่งมากจนปล่อยให้เพื่อน 20 คนที่มีมาแต่เดิมขโมยพืชผลของเขาไปเกินกว่า 30% ของทั้งหมด และบางครั้งที่เขาเหนื่อยมากจนนอนหลับไม่ยอมตื่น พวกเขาก็ขโมยไปจนเหลืออยู่เพียงไม่กี่ต้น
แต่ตอนนี้เขามีเพื่อน 80 คน มันคงน่าอนาถกว่าเมื่อก่อน อย่างไรก็ตามการฝึกมือซ้ายของหลี่ซวนก็แสดงผลอย่างน่าทึ่ง แม้เขาจะอยู่ในสภาพย่ำแย่ก็ตาม เขาก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวได้ถึง 30% ของทั้งหมด และบ่อยครั้งที่เขาอยู่สภาพดีเยี่ยม หลี่ซวนยังสามารถไปขโมยพืชผลจากฟาร์มของเพื่อนได้ถึง 10-20 เปอร์เซ็นของทั้งหมดอีกด้วย
นั่นคือทุกครั้งที่พืชผลในฟาร์มเติบโตเต็มที่ การขโมยพืชผลของเพื่อน 80 คนนี้ มีเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ แน่นอนว่ามันคุ้มค่าที่หลี่ซวนจะเลือกฟาร์มของเพื่อนที่จะไปขโมยอย่างระมัดระวัง เพราะเพื่อนของเขามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ใจดีจริงๆ
สิ่งเดียวที่ทำให้หลี่ซวนรู้สึกหดหู่ก็คือ ในบรรดาหัวขโมยที่ประสบความสำเร็จ จะมีคนผู้หนึ่งจากเพลนการฝึกตนที่เรียกว่า ‘ฟีนิกซ์แห่งการตอบโต้’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะคนผู้นี้ปลูก ‘ท้อเซียน’ ซึ่งเป็นพืชผลที่สามารถเพิ่มอายุขัยให้กับคนธรรมดาได้หลายทศวรรษแล้วล่ะก็ หลี่ซวนคงเคลียร์เขาออกจากรายชื่อเพื่อนไปแล้ว
หลี่ซวนรู้สึกงง ในเมื่อเป็นผู้ฝึกตนก็ควรเน้นไปที่การบำเพ็ญเพียรของตัวเอง แต่ทำไมถึงได้สบายนัก? วิ่งวุ่นไปขโมยพืชผลที่ฟาร์มของคนอื่นได้ทุกวัน? ขโมยได้ทั้งกลางวันกลางคืนระดับความบ้าขโมยนี้ มันทำให้เขาแทบคลั่ง! คนผู้นี้ไม่จำเป็นต้องฝึกตนหรือไง? ไม่ต้องกักตนเพื่อฝึกฝนเลยเหรอ?
เด็กๆที่เล่นเกมทั้งวันโดยไม่ยอมทำการบ้านเลยนี่มันน่าปวดหัวจริงๆ!
ใบหน้าของหลี่ซวนเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่เหล็กไม่ยอมเป็นเหล็ก!
(ผู้แปล – เหล็กไม่ยอมเป็นเหล็ก หมายถึง ความไม่พอใจกับ คนที่คาดหวัง ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง)
……
มือซ้ายของเขาก็ไม่ได้เป็นเหล็กเช่นกัน
เพื่อป้องกันการขโมยหรือเพื่อเป็นหัวขโมย หลี่ซวนใช้วิธีที่แตกต่างออกไปในการปลูกและเก็บผัก อย่างเช่นการยืดเวลาปลูกระหว่างแปลงปลูกหนึ่งกับแปลงปลูกหนึ่งไปไม่กี่วินาที ในช่วงเวลาการสุกที่แตกต่างกันไม่กี่วินาทีในระหว่างแปลงปลูกนี้ ทำให้หลี่ซวนมีเวลาจัดการ จากแปลงปลูกหนึ่งที่สุกแล้วสู่อีกแปลงที่กำลังจะสุก
แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม สิ่งที่ควรถูกขโมยก็ยังถูกขโมย หัวขโมยที่ควรปรากฏตัว ก็ยังคงมาตามนัด
สำหรับเรื่องนี้หลี่ซวนรู้สึกหดหู่จริงๆ! นี่ไม่ใช่ความกังวลเพราะถูกขโมย แต่เป็นความไม่พอใจที่ตนเองไม่สามารถขโมยจากอีกฝ่ายได้
ฟาร์มของฟีนิกซ์แห่งการตอบโต้ยุ่งเหยิงมาก พืชผลมีทั้งระดับสูงและระดับต่ำ และปลูกทั้งด้านชายขอบและภายในฟาร์ม มันกระจัดกระจาย และแทบจะไม่มีแปลงปลูกใดที่ปลูกพืชผลที่เหมือนกันเลย สิ่งนี้ยากมากสำหรับการจัดการ และง่ายมากต่อการถูกขโมย
แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ คนที่ไม่เป็นมืออาชีพผู้นี้ ก็ยังคงมาเก็บเกี่ยวพืชผลเข้าโกดังของตัวเอง
หลี่ซวนเคยไปที่ฟาร์มของเขาเพื่อขโมยหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาก็ไม่สามารถขโมยมาได้ แม้ว่าจะเป็นพืชผลระดับต่ำที่เติบโตเต็มที่ก็ตาม แต่ก็มีการป้องกันที่ดี ดังนั้นเพื่อนคนอื่นๆของคนผู้นี้รวมถึงหลี่ซวน ทุกคนต่างคว้าน้ำเหลวกลับมามือเปล่าทั้งสิ้น
ต้องรู้ว่าตั้งแต่เขากลายเป็นเพื่อนของหลี่ซวน จำนวนเพื่อนของฟีนิกซ์แห่งการตอบโต้ผู้นี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างลึกลับในทันที ใช้เวลาเพียง 1-2 วัน จำนวนเพื่อนของคนผู้นี้ก็เต็ม
ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น นั่นมันเพื่อนมากกว่า 3,000 คนเชียวนะ ไม่มีใครสามารถขโมยพืชผลของเขาได้เลยหรือ? แต่ทั้งหมดกลับถูกเขาขโมย? หลี่ซวนสงสัยจริงๆ คนผู้นี้ใช้วิชาค่ายกลของโลกผู้ฝึกตนหรือว่าปรับแต่งปลั๊กอินได้กันนะ?
หลี่ซวนคิดไม่ออก เขาต้องการกำจัดคนวิปริตสุดโต่งคนนี้ให้สิ้นซาก แต่ก็ลังเลอย่างมาก เพราะท้อเซียนที่ปลูกอยู่ในฟาร์มของคนผู้นี้ มันเลยกลายเป็นความพัวพันที่ไม่รู้จบ!
อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ดังนั้นเขายังคงยืนกรานที่จะต่อสู้กับคนวิปริตแห่งโลกผู้ฝึกตนคนนี้ต่อไป จนกว่าจะได้ท้อเซียนมา!
นี่เป็นข้อแก้ตัวใช่ไหม?
หลี่ซวนยิ้มอย่างขมขื่น
อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้วิปริตจากเพลนผู้ฝึกตนคนนี้ เพื่อนคนอื่นๆในรายชื่อเพื่อนของหลี่ซวนใจดีมาก! โดยเฉพาะคนจากเพลนเทคโนโลยีซึ่งอยู่อันดับสองในรายชื่อเพื่อนที่ทำให้เขาประทับใจ
หลี่ซวนไม่เคยติดต่อพูดคุยกับคนผู้นี้ แต่พืชผลในแปลงปลูกของคนผู้นี้ทยอยสุกอยู่ตลอดเวลา และทุกครั้งที่เก็บเกี่ยวก็จะใช้เวลานาน หลังจากขโมยพืชผลของเขามาได้ระยะหนึ่ง หลี่ซวนพบในภายหลังว่า เพื่อนคนนี้มีระดับฟาร์มสูง และไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เพื่อนของคนผู้นี้เหลืออยู่เพียงแค่หลี่ซวนคนเดียวเท่านั้น
สิ่งนี้ทำให้หลี่ซวนรู้สึกขอบคุณอย่างมาก เขาไม่พลาดช่วงเวลาที่พืชผลของคนผู้นี้สุกแทบทุกครั้ง และทุกครั้งเขาจะขโมยแบบกวาดทุกอย่างในฟาร์ม ใช่แล้ว! ในเมื่อมีคนใจดีคิดช่วยเหลือผู้มาใหม่ ถ้าไม่ขโมย มันก็เป็นการทำผิดต่อความคาดหวังของผู้อื่นไม่ใช่เหรอ?
หลี่ซวนไม่ได้ชั่วร้ายขนาดนั้น แต่สำหรับคนผู้นี้ เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีเจตนาดี แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไม แต่หลี่ซวนรู้สึกว่า เมื่อคนผู้นี้ปล่อยให้เขาเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในรายชื่อเพื่อน ก็มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่างเท่านั้น หนึ่งคือความประมาทเลินเล่อ เช่นเดียวกับแกรนด์ดยุคที่เขาเคยขโมยผลจื่อซวน สองคือความตั้งใจ อย่างไรก็ตามความตั้งใจนี้ไม่ใช่การช่วยเหลือผู้มาใหม่อย่างแน่นอน แต่เป็นไปเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง!
แต่ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์อะไรก็ตาม ถ้าขโมยได้ก็ขโมย ถ้าขโมยไม่ได้ก็เตะทิ้งไป เนื่องจากเพลนฟาร์มมีกฎเกณฑ์ ดังนั้นก็ปฏิบัติไปตามกฎ ถ้าไม่เต็มใจที่จะถูกขโมยก็อย่ามีเพื่อน แต่ถ้าหากต้องการขโมยของคนอื่นก็ต้องทำความรู้จักกับความรู้สึกของการถูกขโมย สรุปแล้ว เพลนฟาร์มก็เหมือนสนามรบ นอกเสียจากว่าจะสามารถซื้อประตูเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวจากร้านค้าฟาร์ม
เมื่อนึกถึงประตูเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวที่ราคาแพงลิบลิ่ว หลี่ซวนก็น้ำลายไหลอีกครั้ง
ผลจื่อซวนสองผลที่หลี่ซวนขโมยมาเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงนอนนิ่งอยู่ในโกดัง เขายังไม่ได้เอาไปขาย และไม่ได้เอาไปกินในโลกความจริง สำหรับผลจื่อซวนสองผลนี้ หลี่ซวนมีลางสังหรณ์อยู่เสมอว่าเขาจะได้ใช้มันในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาไม่กล้าใช้มันตามอำเภอใจ
น่าเสียดายที่เฟลิกซ์เพื่อนสนิทของหลี่ซวน ช่วงนี้ดูเหมือนจะกำลังยุ่งอยู่กับการทำสงครามเลยไม่ค่อยเข้ามาในเพลนฟาร์ม ซึ้่งทำให้หลี่ซวนไม่มีโอกาสได้ถามอะไร
เกือบทุกครั้งที่หลี่ซวนส่งข้อความไปหาเฟลิกซ์ เขาจะได้รับเพียงข้อความตอบกลับเท่านั้น และบางครั้งเวลาที่ตอบกลับก็เป็นเวลาดึกในโลกของเฟลิกซ์
สรุปก็คือ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งหลี่ซวนและเฟลิกซ์ต่างก็มีธุระยุ่งเลยไม่มีโอกาสได้เจอกัน