บทที่ 42 การเก็บเกี่ยวเหรียญทองฟาร์ม
บทที่ 42 การเก็บเกี่ยวเหรียญทองฟาร์ม
บทที่ 42 การเก็บเกี่ยวเหรียญทองฟาร์ม
.
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลี่ซวนเก็บเกี่ยวได้มากมายไม่ว่าจะเป็นในฟาร์มหรือในโลกความจริง
จำนวนที่ดินที่มีมากถึง 8 ผืน พืชผลที่ปลูกค่อนข้างก้าวหน้า มันให้มูลค่าสูงและให้ค่าประสบการณ์สูง ทำให้ความเร็วในการได้รับค่าประสบการณ์และเหรียญทองฟาร์มเร็วกว่าเมื่อครั้งมีที่ดินแค่ 2 แปลงถึง 4 เท่า
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้แหล่งเหรียญทองฟาร์มหลักของหลี่ซวนก็คือร้านค้าฟาร์ม
เฟลิกซ์พูดถูก ร้านค้าฟาร์มแห่งนี้ใช้เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่การซื้อขายสิ่งของ
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลี่ซวนไปค้นหาแผ่นเพลงในร้านวิดีโอทั่วเมืองและรวบรวมแผ่นเพลงมาได้ 10 ชิ้น หลังจากได้รับการทดสอบจากฟาร์มก็พบว่าเป็นแผ่นเพลงเหล่านี้มีมูลค่าค่อนข้างสูง
แม้ว่าจะเป็นแผ่นเพลงที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับแผ่นอื่นที่หลี่ซวนเคยเอาไปทดสอบ มันก็มีมูลค่าไม่สูงมากนัก
หลังจากผ่านการตรวจจับอัตโนมัติของฟาร์ม มูลค่าที่แพงที่สุดของแผ่นเพลงเหล่านี้มีราคาเพียง 200 เหรียญทองเท่านั้น ส่วนแผ่นอื่นที่เหลือจะมีราคาอยู่ระหว่าง 100-200 เหรียญทอง ช่วยไม่ได้เพราะแผ่นเพลงเหล่านี้ซื้อมาจากร้านวิดีโอ แม้จะมีค่าความนิยม แต่ความหายากนั้นต่ำอย่างน่าสมเพช จึงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายถ้าจะขายได้ 100-200 เหรียญทอง
เนื่องจากมีการจำกัดจำนวนการขายต่อเดือน ถ้าหลี่ซวนขายแผ่นเพลงเหล่านั้นในราคาที่ผ่านการทดสอบของฟาร์ม เมื่อแผ่นเพลงทั้งสิบแผ่นถูกขายจนหมด เขาจะได้รับอย่างมากที่สุดเพียง 1,000 เหรียญทอง ซึ่งไม่มากนัก
ต้องรู้ว่าตอนนี้หลี่ซวนมีระดับฟาร์มอยู่ที่ระดับ 8 แล้ว และมีเพื่อน 80 คน ถ้าเขาตั้งใจป้องกันและขโมยพืชผักให้ดี แม้ระดับฟาร์มของเขาจะไม่ได้รับการอัพเกรดหรือจำนวนเพื่อนไม่เพิ่มขึ้นอีกต่อไป เกรงว่ารายรับต่อเดือนของเขาก็ยังมีมากกว่า 10,000 เหรียญทอง
รายรับจำนวนพันกว่าเหรียญทองนี้ สำหรับหลี่ซวนตอนนี้มันน้อยจริงๆ
อย่างไรก็ตาม วันนี้แตกต่างจากวันก่อน ตอนนี้หลี่ซวนไม่ใช่มือใหม่ที่เพิ่งเปิดฟาร์มที่มีที่ดินเพียง 1-2 แปลง และมีเพื่อนแค่ 10-20 คน
ดังนั้นหลี่ซวนจึงต้องการทดสอบการขายแผ่นเพลงเหล่านี้ในราคาสูงสุดเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด
หลังจากไตร่ตรองดีแล้ว หลี่ซวนก็เพิ่มราคาขายแผ่นเพลงที่ขายเป็นครั้งแรกขึ้นเป็นสองเท่า
จากราคา 100 เหรียญทองเพิ่มราคาเป็น 200 เหรียญทอง นั่นเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ฟังดูเหมือนหน้าเลือด แต่เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ในเพลนอื่น หลี่ซวนนับว่าเป็นนักธุรกิจใจดีและซื่อสัตย์ ต้องรู้ว่าคนจากเพลนอื่นเหล่านั้นสามารถขายขยะจากเพลนของพวกเขาให้เป็นสมบัติล้ำค่า โดยไม่สนว่าจะมีคนซื้อหรือไม่ ที่น่าฆ่าให้ตายก็คือราคา ที่มีแต่สูงขึ้นไม่มีลง อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนใช้เงินซื้อมันอยู่ดี!
ไม่มีทางเลือก ฟาร์มมีข้อจำกัดมากเกินไป เมื่อรู้ว่ามีสิ่งที่ทำกำไรได้เล็กน้อยแต่หมุนเวียนเร็ว เขาก็ต้องการรับเพิ่ม!
ด้วยราคาที่ต่ำเช่นนี้ ความจริงหลี่ซวนก็กังวลอยู่เหมือนกัน แต่ท้ายที่สุด สิ่งนี้เป็นเพียงแค่ดนตรีที่ซื้อไปเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น ไม่มีผลอย่างอื่นเลย ไม่เหมือนการประดิษฐ์ตัวอักษรที่มีดัชนีการฝึกฝน
อย่างไรก็ตาม ความกังวลของเขานั้นไม่จำเป็นเลย
200 เหรียญทองก็นับว่าสูงเป็นประวัติการณ์แล้ว และมันยังถูกซื้อไปภายในไม่กี่นาทีหลังจากวางขายอีกด้วย แต่สำหรับบุคคลภายนอกเหล่านั้น 200 เหรียญทองนี้ไม่มีค่าให้ชายตามองจริงๆ แค่ปลูกผักหรือขโมยผักก็ได้มามากกว่านี้แล้ว สำหรับการจ่ายแลกกับเพลงจากเพลนอื่นเพื่อความเพลิดเพลิน บางคนก็อาจรู้สึกสนุกดี
แน่นอนว่าเหรียญทอง 200 เหรียญทองที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ตามความเร็วในการซื้อ หลี่ซวนประเมินราคาของแผ่นเพลงเหล่านี้แบบคร่าวๆ ดังนั้นเมื่อวางขายแผ่นเพลงที่สองในร้านค้าฟาร์ม เขาไม่ได้เพิ่มราคาเป็นสองเท่าอีกครั้ง แต่เพิ่มราคาเป็น 5 เท่าจากราคาเดิม
เนื่องจากการขายครั้งที่สอง มูลค่าการขายในร้านค้าฟาร์มจะต่ำลงเล็กน้อย แผ่นเพลงที่มีมูลค่าประเมินแต่เดิมที่ราคา 100 เหรียญทองจะลดลงเหลือแค่ 80-90 เหรียญทอง
แต่นั่นก็ไม่สำคัญ เพราะราคาขายจริงจะถูกควบคุมโดยหลี่ซวน
จากแผ่นเพลงราคา 80-90 เหรียญทอง เขาได้ตั้งราคาขายไว้ที่ 500 เหรียญทอง นั่นเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และสำหรับแผ่นเพลงเหล่านี้เขาใช้เงินจริงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการซื้อมา
สำหรับหลี่ซวนที่เริ่มทำเงินแล้ว เงินจำนวนนี้เป็นเงินจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ 500 เหรียญทองนี้เท่ากับเป็นกำไรของหลี่ซวน!
เขาเป็นนักเก็งกำไรใช่ไหม?
หลี่ซวนไม่คิดอย่างนั้น แค่คิดว่าตราบใดที่สามารถขายได้ 10 แผ่นต่อเดือน เขาก็รู้สึกสมดุลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงคนเหล่านั้นที่อยู่บนเพลนเทคโนโลยีที่ขายขยะล้าสมัยในราคาสูงเสียดฟ้า ในใจของเขาก็เสียสมดุลอีกครั้ง!
เขาเองก็อยากให้แผ่นเพลงเหล่านี้ขายได้ในราคาสูงแบบนั้นเหมือนกัน
หลังจากวางขายแผ่นเพลงที่มีราคาขาย 500 เหรียญทอง ความเร็วในการขายก็ไม่เท่ากับแผ่นเพลงที่ขายครั้งแรก ตั้งแต่วางขายหลี่ซวนก็เฝ้ามองและนับเวลา กว่าจะขายได้ก็ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 5 นาที
ประมาณ 5 นาที ยังมีพื้นที่ให้ทำกำไรได้อีกเยอะ!
ดังนั้นหลี่ซวนจึงตั้งราคาขายแผ่นเพลงที่สามที่มีมูลค่าประเมิน 70 เหรียญทอง ในราคา 1,000 เหรียญทอง
ราคาประเมิน 70 เหรียญทอง แต่ตั้งราคาขายไว้ที่ 1,000 เหรียญทอง กำไรเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากราคาประเมิน ไม่ว่าใครซื้อไป หลี่ซวนก็มีความสุขเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม คราวนี้เขาก็ต้องผิดหวัง
หลังจากวางขายบนร้านค้าฟาร์ม หลี่ซวนรอถึงสองวันก็ยังไม่มีใครที่เต็มใจซื้อมันไป แต่ก็มีหลายคนส่งข้อความกลับมาตะโกนใส่หลี่ซวนว่าตั้งราคาสูงอุกอาจเกินไปหน่อยแล้ว
ดูเหมือนว่าแผ่นเพลงนี้จะไม่คุ้มกับราคา 1,000 เหรียญทอง คงต้องลดราคาลงเล็กน้อย
โชคดีที่ในขณะที่หลี่ซวนกำลังจะลดราคา แผ่นเพลงก็ถูกซื้อไป ผู้ซื้อยังฝากข้อความถึงหลี่ซวนว่า สินค้านี้ขายในราคาที่สูงกว่าปกติ 20% ถ้าลดราคาลงในอนาคต เขาจะอุดหนุนต่อไปเรื่อยๆ
ดังนั้น ราคาของแผ่นเพลงควรจะเป็น 800 เหรียญทอง!
ในที่สุดก็รู้ราคาโดยประมาณของแผ่นเพลง หลี่ซวนดีใจมาก
แผ่นเพลงที่ไม่ซ้ำกันจะขายได้ในราคา 800 เหรียญทอง ถ้าเป็นแผ่นซ้ำจะขายได้ในราคา 400 เหรียญทอง ดังนั้นถ้าหลี่ซวนสามารถนำแผ่นเพลงทั้งหมดในโลกมาขาย เขาจะสามารถได้รับเหรียญทองอย่างน้อยเดือนละ 8,000 เหรียญทอง แต่ถ้าเขาขายแผ่นเพลงที่เคยขายไปแล้วซ้ำเขาก็สามารถรับ 4,000 เหรียญทองทุกเดือน
แปดพันเหรียญทอง! นี่เป็นรายได้ใกล้เคียงกับระดับปัจจุบันของหลี่ซวนหลังจากทำงานหนักมาตลอดหนึ่งเดือน
ตอนนี้เขาสามารถเพิ่มรายได้ต่อเดือนเป็นสองเท่าด้วยสินค้าเพียงไม่กี่รายการ แล้วจะไม่ให้หลี่ซวนมีความสุขได้อย่างไร?
จะดีแค่ไหนถ้าเพลนฟาร์มไม่มีการจำกัดจำนวนขาย?
หลี่ซวนคิดเรื่องนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
ด้วยแผ่นเพลงเพียงอย่างเดียวก็สามารถสร้างรายได้ 8,000 เหรียญทองทุกเดือน หากขายงานศิลปะอื่นๆด้วยล่ะก็…
เกรงว่าอีกไม่นานหลี่ซวนจะมีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเหล่านั้นได้
ดังนั้นหลี่ซวนจึงวางขายแผ่นเพลงที่เหลืออีก 7 แผ่นบนร้านค้าฟาร์มในราคาแผ่นละ 800 เหรียญทอง จากนั้นเขาก็หันไปสนใจกับศิลปะวัฒนธรรมอื่นๆ
.