บทที่ 40 ดัชนีการฝึกฝนและรายการเช่า
บทที่ 40 ดัชนีการฝึกฝนและรายการเช่า
บทที่ 40 ดัชนีการฝึกฝนและรายการเช่า
.
ว่ากันว่าศิลปะไร้ซึ่งพรมแดน ศิลปะคือการใช้การกระทำหรือสิ่งของ มันเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่แสดงออกถึงความงดงาม
หลี่ซวนเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าดนตรีไม่มีพรมแดน อย่างน้อยเขาก็ชื่นชอบเพลงต่างประเทศหลายเพลงที่เขาไม่รู้คำแปลเสียด้วยซ้ำ และสำหรับการประดิษฐ์ตัวอักษรนั้นจะมีพรมแดนหรือไม่ เขาไม่รู้
หลี่ซวนต้องการทดลองการประดิษฐ์ตัวอักษร เพียงเพื่อลองเสี่ยงโชคดูเท่านั้น สาเหตุหลักเป็นเพราะการประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นศิลปะทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ถ้ามันขายได้ราคาก็ย่อมดีที่สุด แต่ถ้ามันไร้ค่าหรือถูกตัดสินว่า ‘ไม่ถึงมาตรฐานในการขาย’ สำหรับเขาก็ไม่มีอะไรที่จะเสีย อย่างน้อยเขาก็ยังมีเพลงหรือบางอย่างที่ยังสามารถรับมือได้อยู่ไม่ใช่หรือ? และยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถเรียกว่าศิลปะ ดังนั้นสำหรับการประดิษฐ์ตัวอักษรนี้ หลี่ซวนไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ความจริงการที่หลี่ซวนทดลองการประดิษฐ์ตัวอักษรนั้น เหตุผลหลักมาจากแนวคิดของเขา ในความเห็นของเขา ตัวอักษรภาษาจีนโบราณถูกดัดแปลงมาจากภาพวาด หลังจากสั่งสมกลั่นกรองมานับพันปี การประดิษฐ์ตัวอักษรสามารถถือได้ว่าเป็นผลงานจิตรกรรมชนิดหนึ่ง ที่รวบรวมความพยายามของผู้คนจากรุ่นต่อรุ่นมานับไม่ถ้วน ดังนั้นสำหรับการประดิษฐ์ตัวอักษร หลี่ซวนคิดว่ามันเป็นมากกว่าภาพวาด ท้ายที่สุดแล้วการประดิษฐ์ตัวอักษรก็เป็นสิ่งที่มีการตกผลึกทางวัฒนธรรมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ตัวอักษรที่หลี่ซวนคิดก็เป็นแค่วิธีแสดงความงามทางศิลปะเท่านั้น ไม่ได้เจาะลึกจนเกินไป ดังนั้นเขาจึงไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าการประดิษฐ์ตัวอักษรนั้นมีพรมแดนหรือไม่ เมื่อพูดถึงสิ่งนี้ การประดิษฐ์ตัวอักษรจะมี ‘กฎ’ ของมัน ดังนั้นการประดิษฐ์ตัวอักษรจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘กฎ’ อยู่ภายในนั้น การมีกฎหรือไม่มีกฎ นั่นคือความแตกต่างของการประดิษฐ์ตัวอักษรกับการเขียนตัวอักษร
อักษรที่ไม่มี ‘กฎ’ ถือว่าเป็นเพียงตัวอักษรที่แสดงความหมายของผู้เขียนเท่านั้น
แต่ตัวอักษรที่มี ‘กฎ’ เป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่งของลายเส้น เฉดสี ความหนา โครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงรูปร่างที่หลากหลาย แบบอักษร การกระจายระหว่างคำและบรรทัด การจัดวางลวดลายให้สวยงาม บ้างก็เป็นเหมือนการแกะสลักหยกลายมังกร บ้างก็เป็นเหมือนส่วนยอดสูงที่ยื่นออกมา บ้างก็งดงามสลักเสลา บ้างก็แสดงถึงความอิสระกล้าหาญ… ซึ่งผู้คนสามารถชื่นชมกับลักษณะทางจิตวิญญาณของมัน ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณของแนวคิดทางศิลปะ ความชื่นชมต่อชีวิต หรือการแสวงหาความงามและบรรยากาศแห่งยุคสมัย
แม้จะไม่รู้ความหมายของตัวอักษรเหล่านี้ แต่ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงแนวคิดทางศิลปะ และความงดงามที่ตัวอักษรเหล่านี้แสดงออกมา นี่เป็นหนึ่งในการตกผลึกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งที่สุดของอารยธรรมจีน… การประดิษฐ์ตัวอักษร
อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนก็ไม่ได้ศึกษาศิลปะการประดิษฐ์ตัวอักษร ซึ่งประเทศจีนได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้อย่างลึกซึ้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาตกตะลึงเมื่อได้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“สินค้าสำหรับขาย: หลังจากทดสอบแล้ว รายการที่คุณต้องการขาย คือสำเนาการประดิษฐ์ตัวอักษร 36 ตัว ความนิยม: สี่ดาว ความหายาก: ไม่มีดาว ดัชนีการฝึกฝน: หนึ่งดาว ขายครั้งแรก ราคาขายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 25 เหรียญทอง เดือนนี้ขายไปแล้ว 0/8 ชิ้นงาน ต้องการขายไหม? /ขาย/ยกเลิก/”
สำเนาที่คัดลอกมาจากการประดิษฐ์ตัวอักษรของหวางซีจื่อ ความนิยมนั้นย่อมไม่ต่ำเป็นธรรมดา ส่วนในเรื่องของความหายากนั้น เนื่องจากเป็นผลงานที่หลี่ซวนคัดลอกออกมาเอง มันจึงไม่ได้หายากอย่างแน่นอน แต่ราคาประเมินเบื้องต้นที่ 25 เหรียญทองนั้น ทำให้หลี่ซวนประหลาดใจ เพราะท้ายที่สุดแล้วแผ่นละเมิดลิขสิทธิ์มากมายที่เขาได้ลองทดสอบดูนั้น ก็มีราคาสูงสุดเพียงแค่ 23 เหรียญทองเท่านั้น
อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ไม่นับเป็นอะไรได้ และสิ่งที่ทำให้หลี่ซวนประหลาดใจที่สุดก็คือรายการพิเศษในข้อความแจ้งนี้
“ดัชนีการฝึกฝนหนึ่งดาว…หมายความว่าไง?” หลี่ซวนรู้สึกงง แม้จะไม่รู้ความหมายนี้ดี แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะพึมพำอย่างไร้ยางอายว่า “เป็นไปได้ไหมว่าการประดิษฐ์ตัวอักษรของพี่ชายคนนี้มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนคัดลายมือของบุคคลภายนอกอยู่?”
หลี่ซวนพยายามคีัดลอกตัวอักษรลงกระดาษอีก 2-3 แผ่นด้วยความสงสัย และส่วนใหญ่ก็มีดัชนีแสดงการฝึกฝนปรากฏขึ้น มีเพียงสองแผ่นเท่านั้นที่ไม่ปรากฏรายการนี้ หนึ่งเป็นผลงานการสุ่มคัดตัวอักษรของหลี่ซวนเอง และอีกหนึ่งเป็นผลงานจากระดับที่แท้จริงของหลี่ซวน
“ดูเหมือนว่า การประดิษฐ์ตัวอักษรของพี่ชายคนนี้จะไม่ได้มาตรฐานจริงๆ! น่าเศร้าแท้…” แม้จะพูดออกมาแบบนั้น แต่หลี่ซวนจะซึมเศร้าได้อย่างไร? เพราะเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างหาที่เปรียบมิได้
หลังจากได้ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หลี่ซวนจึงค่อยๆเข้าใจว่า ‘ดัชนีการฝึกฝน’ นี้หมายถึงอะไร
“คิดไม่ถึงจริงๆว่า การประดิษฐ์ตัวอักษรจีนจะกว้างขวางและลึกซึ้งมากขนาดนี้! ต้องคำนึงถึงน้ำหนักการลงพู่กัน เฉดสี การเชื่อมต่อและอื่นๆที่ไม่มีตัวตน เพื่อแสดงอารมณ์… น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถเข้าใจอะไรเลย!” หลี่ซวนมีรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าในขณะกล่าวคำว่า ‘เสียดาย’
จะเป็นไปได้อย่างไรที่หลี่ซวนจะเสียดายในสิ่งที่เขาไม่มีความเข้าใจ เพราะท้ายที่สุดชาวโลกคนนี้ก็ไม่คิดที่จะทำความเข้าใจในการประดิษฐ์ตัวอักษร สิ่งที่เขาคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ความนิยมสี่ดาว หากเขาสามารถเพิ่มค่าความหายากและดัชนีการฝึกฝนให้ได้มากกว่า 4 ดาวล่ะ ราคาประเมินของผลงานจะเป็นเท่าไหร่?
นอกจากนี้ ด้วย ‘ดัชนีการฝึกฝน’ หลี่ซวนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าของเขาจะขายไม่ได้อีกต่อไป แม้ว่าชาวโลกจะไม่สนใจ ‘การฝึกฝน’ แต่บุคคลภายนอกที่สนใจในอำนาจและขอบเขตก็อดไม่ได้ที่จะสนใจ แม้ว่ามันอาจจะเป็นแค่สำเนาการประดิษฐ์ตัวอักษรของหวางซีจื่อ แต่มันก็ทำให้สามารถปรับปรุงขอบเขตฐานการฝึกฝนได้
เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ หลี่ซวนก็รู้สึกตื่นเต้นมาก จนแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะไปคัดลอกสำเนาลอกเลียนแบบออกมาทันที จากนั้นก็ตั้งราคาขายสูงๆ แล้วเอาไปหลอกขายให้กับลูกค้าจากต่างโลก
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความตื่นเต้นชั่วขณะ ด้วยเงื่อนไขของ ‘การขายครั้งแรก’ หลี่ซวนไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะสูญเสียข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการเพิ่มมูลค่าผลงานนี้ไปให้กับขยะที่เขาคัดลอกออกมาเอง
“ไปขายศิลปะอย่างอื่นก่อน! ส่วนการประดิษฐ์ตัวอักษรนั้น พอมีเงิน ค่อยไปซื้อสำเนาต้นฉบับของนักคัดลายมือที่มีชื่อเสียง” หลังจากพึมพำออกมา หลี่ซวนก็หันกลับไปคิดมองหาว่ามีงานศิลปะอื่นที่เขาจะขายได้หรือไม่ แล้วจู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “จำได้ว่า… ดูเหมือนว่าจะมีตัวเลือกสำหรับการให้เช่าในร้านค้าฟาร์ม!”
ปล่อยเช่า นี่เป็นความคิดที่สองของหลี่ซวน
ประการแรก ของหายากก็หายากด้วยตัวมันเอง ขายไปหนึ่งก็ลดลงไปหนึ่ง แม้ว่าการขายจะบีบคั้นความมั่งคั่งให้กับตนเองได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่สิ่งนี้ไม่เอื้อต่อการพัฒนาในระยะยาว และบางทีหลังจากนั้นไม่นานก็จะกลับมายังจุดที่หาอะไรไปขายไม่ได้เลย
ประการที่สอง การประดิษฐ์ตัวอักษรเหล่านี้ทำงานร่วมกับ ‘ดัชนีการฝึกฝน’ ซึ่งมีเพียงคนนอกโลกเหล่านั้นที่เห็นแล้วเข้าใจ หลังจากเข้าใจแล้ว งานคัดลายมือเหล่านั้นก็จะไม่มีค่ากับพวกเขาอีก ดังนั้นแทนที่จะขายออกไป มันคงจะดีกว่าถ้าไข่ทองคำนี้ยังคงอยู่ในมือ เชื่อว่างานคัดลายมือทุกชิ้นจะมีผู้คนมากมายจากโลกอื่นที่ต้องการมัน
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ผลงานของแท้เหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของจีน มันน่าเสียดายที่จะโยนผลงานเหล่านี้ ให้ไปอยู่ในมือคนต่างโลก
ทันทีที่ความคิดนี้เกิดขึ้น หลี่ซวนก็รีบเข้าสู่เพลนฟาร์มทันทีและวิ่งไปยังร้านค้าฟาร์มเพื่อค้นหามัน
“คำเตือน: ระดับของคุณต่ำกว่าระดับ 10 ฟังก์ชั่นนี้ยังไม่พร้อมใช้งาน! /ตกลง/”
เมื่อพบปุ่ม ‘รายการเช่า’ หลี่ซวนก็อยากลอง อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนนี้ เขาก็รู้สึกหดหู่
เมื่อมองดูแถบประสบการณ์ที่มีมากกว่าระดับ 2 เล็กน้อย ความปรารถนาที่จะอัพเกรดของหลี่ซวนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น น่าเสียดายที่ระดับฟาร์มนี้สามารถปรับปรุงได้ทีละขั้นตามกฎเท่านั้น ไม่มีช่องโหว่ให้เจาะได้เลย
“ไม่เป็นไร ขายเพลงก่อนดีกว่า! ตราบใดที่ไม่ใช่ระดับมรดกทางวัฒนธรรม! ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน ภาพยนตร์ หรือละคร มันก็เหมือนๆกัน แต่ถ้ามันไม่ใช่ระดับมรดกทางวัฒนธรรม มันก็จะไม่มีตัวเลือก ‘ดัชนีการฝึกฝน’ ซึ่งจะทำให้มีราคาขายต่ำ” ความปรารถนาที่จะได้รับเหรียญทองฟาร์มให้มากขึ้นของหลี่ซวนก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
ต้องรู้ว่าการซื้อขายไอเทมในร้านค้าฟาร์มจะได้รับคะแนนสมทบ ยิ่งมีมูลค่าการบริจาคสูง ความเร็วในการอัพเกรดก็ยิ่งเร็วขึ้น และสำหรับการเลื่อนระดับของหลี่ซวนก็เป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างยิ่ง