บทที่ 39 เงื่อนไขของศิลปะราคาสูง
บทที่ 39 เงื่อนไขของศิลปะราคาสูง
บทที่ 39 เงื่อนไขของศิลปะราคาสูง
.
บรรยากาศอึมครึมยามเย็นของฤดูร้อนเหมือนมีแนวโน้มจะถูกระงับด้วยความโง่เขลาของเวลาเลิกงาน เกือบทุกคนใช้ความเร็วในก้าวเดินแบบเครื่องกลเหมือนที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันทำงานโดยไม่มีความสนใจต่อสิ่งต่างๆ
อย่างไรก็ตามชีวิตก็ไม่สามารถทำซ้ำแบบเดิมได้ตลอดไป ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นก็มีคำตอบแบบอัตนัยในตัวเอง ตามสภาพแวดล้อมของจุดประสงค์
เย็นวันนี้ ฝูงชนผู้เลิกงานใกล้กับอาคารสำนักงาน ได้เปลี่ยนเส้นทางจากที่เคยเป็น และเดินไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนมาชุมนุมกันอยู่อย่างไม่ได้ตั้งใจ
เหตุผลที่ทำให้พวกเขาเปลี่ยนเส้นทางเป็นสิ่งที่เหมือนกันมากนั่นคือ…กลิ่นหอม
กลิ่นหอมที่อวลอยู่ในอากาศราวกับจะกวาดล้างบรรยากาศอึมครึมที่มีอยู่แต่เดิมให้หายไป และแทนที่ด้วยความแข็งแกร่งที่ทรงพลังของความตื่นเต้น
อาหารกล่องขายหมดแล้ว! ฝูงชนที่ยังคงรออยู่ในสถานที่เดียวกันเหมือนหวนนึกถึงบางอย่าง และดูเหมือนกำลังคาดหวังให้มีบางอย่างเกิดขึ้นอีกครั้ง หรือไม่ก็ไม่เต็มใจที่กลิ่นหอมอันน่าหลงใหลค่อยๆจางหายไปในอากาศ
“พวกนายโชคดีมาก! ที่คนเหล่านี้มีไม่มากเหมือนเพื่อนร่วมงานของนาย! พวกเขาไม่ได้ไล่ล่าตามตื้อพวกนายด้วยซ้ำ! จิ๊จิ๊!”
หลี่ซวนมองผ่านกระจกดูคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล และกล่าวเสริมว่า “แต่ พวกเราอย่าอยู่ที่นี่นานเกินไป ดูจากดวงตาโหยหาของพวกเขา ฉันกลัวว่าพวกเขาจะรวมกำลังกันมาบังคับเราให้ทำอาหารกล่องให้พวกเขา!”
“หยุดเลย! ซวนจื่อ! นายเย็นสบายจนแทบจะเป็นไอติม ส่วนฉันถูกรายล้อมด้วยคนเป็นสิบๆ จนเหงื่อไหลเป็นน้ำ! ให้ฉันตากแอร์มากกว่านี้ก่อน มิฉะนั้นฉันคงได้ขาดน้ำตายก่อนจะทันได้กลับถึงบ้าน” เฉินเหว่ยปินบ่น ก่อนจะตอบกลับคำพูดของหลี่ซวนอีกครั้งว่า “ไม่ต้องห่วง! ฉันบอกกับพวกเขาแล้วว่า พรุ่งนี้ฉันจะแจกนามบัตร พวกเขาไม่สามารถสั่งอาหารได้จนกว่าจะถึงพรุ่งนี้ และวันนี้ ต่อให้พวกเขาฆ่าพวกเราก็บีบเอาเมล็ดข้าวออกมาไม่ได้! ดังนั้นพวกเขาจะไม่ตามมาไล่ล่าเรา และคุณภาพของพนักงานในอาคารสำนักงานแห่งนี้อยู่ในเกณฑ์ดี”
“หยุดเลย! อย่ามาทำจับผิดฉัน! ฉันเหมือนไอติมตรงไหน? อยากตากแอร์ก็ตากไป! อีกเดี๋ยวก็มืดแล้ว กลับไปฉันยังต้องยุ่งอีก!”
การขายอาหารกล่องดีอย่างที่หลี่ซวนคิด ตลาดเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากคำอธิบายของเฉินเหว่ยปินสามารถบอกได้ว่า ไม่เพียงผู้คนในอาคารสำนักงานและส่วนต่อขยายทั้งสองตึกเท่านั้น ยังมีผู้คนในอาคารสำนักงานอื่นๆอีกหลายแห่งที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงถูกดึงดูดมาด้วย ดังนั้นการผูกขาดอุตสาหกรรมอาหารจานด่วนในอาคารสำนักงานบริเวณนี้ย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากสถานการณ์ที่เฉินเหว่ยปินบรรยาย หากพวกเขาไม่มีอาหารกล่องถึง 500 กล่องมาขายในวันถัดไปแล้วล่ะก็ เกรงว่าจะเกิดสถานการณ์ความต้องการซื้อมีมากกว่าสินค้าเป็นแน่ และนั่นก็เป็นเพียงวันที่สองเท่านั้น แล้ววันที่สามหลังจากที่ผู้คนได้ลองลิ้มชิมรสชาติของอาหารและการโฆษณาแบบปากต่อปาก ฐานลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกครั้งอย่างแน่นอน แล้ววันที่สี่ วันที่ห้า… ถ้าพวกเขาสามารถผลิตอาหารออกมาได้ทัน เชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นานที่ตลาดอาหารจานด่วนในเมืองนี้จะถูกหลี่ซวนกับเพื่อนๆผูกขาด
ต้องบอกอีกครั้งว่าหลี่ซวนไม่ได้คิดทำเงินจากสิ่งนี้ การทำอาหารกล่องเป็นเพียงเพราะเขาเสียดายของที่เหลือจากการทำซุป ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการผูกขาดอุตสาหกรรมอาหารจานด่วนทั่วเมืองเลย เกรงว่าอาหารกล่อง 500 กล่องของวันพรุ่งนี้ ก็ยังไม่ใช่แผนของหลี่ซวน บางทีในวันหนึ่งที่หลี่ซวนรู้สึกว่าเขามีเงินทุนเริ่มต้นเพียงพอแล้ว เขาอาจถอนตัวจากอุตสาหกรรมอาหารจานด่วนนี้เลยก็ได้
หลังจากกลับมาถึงบ้านเช่า เฉินเหว่ยปินกับเสี่ยวหลานรีบอาบน้ำแล้วเข้านอน ด้านหนึ่งเป็นเพราะวันนี้พวกเขาเหน็ดเหนื่อยเกินไป จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน อีกด้านเป็นเพราะ ซุปสำหรับคืนนี้พวกเขาอาสาที่จะช่วยเหลือ อันที่จริงพวกเขาเพียงต้องการความรู้สึกตื่นเต้นในการขายให้มากขึ้น ดังนั้นการรีบเข้านอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงนี้ ก็เพียงเพื่อไม่ให้คืนนี้ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินไป
สำหรับหลี่ซวน เขาไม่ได้ไปนอนพักผ่อน แต่กลับไปคุ้ยลิ้นชักเพื่อหาอะไรบางอย่าง
“มันควรจะอยู่ที่นี่…” หลังจากดึงแผ่นดิสก์ซึ่งถูกหนังสือสองเล่มทับอยู่ออกมาจากด้านล่างของลิ้นชักโต๊ะคอมพิวเตอร์
“สำเนาของแท้ล้ำค่าที่เก็บมานานหลายปี!” หลี่ซวนหัวเราะแล้วเอาแผ่นดิสก์วางไว้บนมือซ้าย
แผ่นดิสก์นี้ไม่อาจนับว่าเป็นของล้ำค่า มันเป็นแค่คนที่มอบให้กับหลี่ซวนบอกกับเขาแบบนั้นเท่านั้น และหลี่ซวนก็ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับสิ่งนี้จริงๆ จึงได้โยนมันเข้าไปในลิ้นชักอย่างลวกๆ ทำให้เขาหามันพบได้อย่างง่ายดาย
“สินค้าสำหรับขาย: หลังจากทดสอบแล้ว รายการที่คุณต้องการขายคือ บันทึกละเมิดลิขสิทธิ์คุณภาพต่ำ มีความยาว 93 นาที ความนิยม: สองดาว ความหายาก: ไม่มีดาว ขายครั้งแรก ราคาโดยประมาณเบื้องต้น 8 เหรียญทอง เดือนนี้ขายไปแล้ว 0/10 ชิ้น ต้องการขายไหม? /ขาย/ยกเลิก/”
หลี่ซวนมองกล่องข้อความที่อยู่เบื้องหน้าอย่างพูดอะไรไม่ออก
เขาเพิ่งลองขายแผ่นซีดี แผ่นเสียงและอื่นๆ ของเหล่านี้มีราคาสูงสุดเพียงแค่ 23 เหรียญทอง และขายได้เพียง 10 ชิ้นต่อเดือน เท่านั้น แม้ว่าท้ายที่สุดจะมีบางอย่างขายได้ แต่ก็ยังห่างไกลเกินกว่าที่เขาคาดไว้
ดังนั้นหลี่ซวนจึงไปค้นลิ้นชักเพื่อค้นหาของแท้ ในความเห็นของเขา ราคาของที่เขาหามาได้มีราคาที่ต่ำมาก และส่วนมากก็มีคำว่า ‘สำเนาละเมิดลิขสิทธิ์คุณภาพต่ำ’
แต่ผลที่ได้ก็ทำให้เขาผิดหวัง เพราะแม้แต่แผ่นที่เขารู้ว่าเป็นของแท้ก็ยังเป็นของที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์
หลังจากทิ้งแผ่นแท้ปลอมไปแล้ว หลี่ซวนก็ไปนั่งบนโซฟาขมวดคิ้วครุ่นคิด
จากที่ได้เห็นจากข้อความแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าของประเภทอัลบั้มแบบนี้จะไม่คำนึงถึงคุณภาพ และสามารถขายได้ 10 ชิ้นต่อเดือน ดูเหมือนว่ายิ่งเป็นอัลบั้มที่หายากก็ยิ่งมีค่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การขายครั้งแรกกับการขายครั้งต่อๆมา ดูเหมือนจะมีความแตกต่างกันด้านราคา
ดังนั้น ไม่ว่ามันจะยากลำบากเพียงใด หลี่ซวนก็ต้องใช้ยอดการขาย 10 ชิ้นนี้อย่างเต็มที่ เขาจะไม่ยอมให้เสียเปล่าแม้แต่เหรียญทองเดียว
การค้นหาสำเนาแท้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น หากปัญหาอยู่ที่เรื่องของ ‘ลิขสิทธิ์’ จริงๆ แล้วล่ะก็ ถ้านักร้องปล่อยเพลงออกมา เขาจะไม่ยอมพลาดของแท้ทั้งหมดอย่างแน่นอน สำหรับเพลงที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว ตราบใดที่ของแท้ยังไม่หมดไปจากตลาด เขาจะขุดพวกมันออกมาอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าถ้าหากเป็นปัญหาเกี่ยวกับ ‘คุณภาพ’ หลี่ซวนก็ไม่ต้องพยายามมากนัก แค่รอจนกว่าเขาจะมีเงินในโลกความจริงมากพอ ปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ ถึงตอนนั้นเกรงว่าแม้แต่แผ่นทองคำแท้ก็ไม่ใช่ปัญหา และไม่ว่าจะเป็นเพลงอะไรก็ตาม ตราบใดที่มันขายได้ในราคาสูง เขาก็จะทำ
อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนไม่คิดว่า ‘คุณภาพ’ จะมีน้ำหนักมากขนาดนั้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ควรมีการรับประกันคุณภาพเสียง และไม่ควรมีคำว่า ‘หายาก’ เข้ามาพัวพัน
“ไม่เป็นไร! แม้เดือนนี้จะทำเงินได้น้อย! ตราบใดที่มันไม่ขัดแย้งกับ ‘จำนวนขาย’! เงินเหล่านี้ต้องถูกฉันเอามาไม่ช้าก็เร็ว!” หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน หลี่ซวนก็ลุกขึ้นเดินไปที่คอมพิวเตอร์ เพื่อค้นหาภาพการประดิษฐ์ตัวอักษร
เมื่อพูดถึงศิลปะวัฒนธรรม ประเทศจีนมีศิลปะที่ยอดเยี่ยม 4 อย่าง ได้แก่ ฉิน หมากรุก การประดิษฐ์ตัวอักษร และภาพเขียน มาตั้งแต่สมัยโบราณ ตอนนี้หลี่ซวนก็อยากลองเขียนอักษรพู่กันด้วยตัวเอง!
แม้ว่าโดยรวมสิ่งที่หลี่ซวนทำจะไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าการประดิษฐ์ตัวอักษร แต่มันก็ไม่ได้รบกวนเขา เพราะมันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมดอยู่แล้ว และสิ่งที่เขาคัดลอกออกมาด้วยตัวเองนั้นก็ด้อยคุณภาพ อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงการทดสอบเท่านั้น หากมันใช้ไม่ได้ก็แค่ไปค้นหาสิ่งอื่น
เมื่อค้นหาคำว่า ‘หวางซีจือ’ ก็ปรากฏภาพผลงานขึ้นมานับไม่ถ้วน หลี่ซวนเลือกผลงานอันเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด แล้วนำกระดาษสีขาวทาบไว้บนจอภาพและหยิบปากกาที่เตรียมไว้ ทำการ ‘คัดลอก’ อย่างไร้ยางอาย
ไม่นานนัก ผลงานของ ‘หวางซีจื่อ’ ชิ้นนั้นก็ปรากฏขึ้น แล้วหลี่ซวนก็ยิ้มออกมาอย่างไร้ยางอาย “ดูสิ! นี่เป็นระดับที่แท้จริงของพี่ชายคนนี้!”
หลังจากมอบ ‘ผลงาน’ ให้กับมือซ้าย เขาก็มองไปยังกล่องข้อความที่อยู่ตรงหน้า แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ซวนก็ค่อยๆแข็งค้าง
จากนั้นก็แทนที่ด้วยความช็อค!