เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 สิ่งที่โลกสามารถทำได้

บทที่ 37 สิ่งที่โลกสามารถทำได้

บทที่ 37 สิ่งที่โลกสามารถทำได้


บทที่ 37 สิ่งที่โลกสามารถทำได้

.

สามสิบปีก่อน ประเทศ M เคยปล่อยยานสำรวจไร้คนขับสองลำคือยานโวเอเจอร์ 1 และโวเอเจอร์ 2 ขึ้นสู่อวกาศ

จุดประสงค์ในการสำรวจของยานอวกาศไร้คนขับทั้งสองลำนี้ไม่สำคัญสำหรับหลี่ซวน สิ่งที่สำคัญคือ ทั้งสองลำมีดิสก์ทองแดงที่มีอายุการใช้งานหนึ่งพันล้านปี ที่รวบรวมคำทักทาย 55 ภาษามนุษย์และเพลงต่างๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อแสดงคำทักทายของมนุษย์ต่อ ‘มนุษย์ต่างดาว’

หลี่ซวนไม่สนใจว่ายานสำรวจโวเอเจอร์ทั้งสองลำที่อยู่ในอวกาศจะมีโอกาสถูกมนุษย์ต่างดาวค้นพบมากน้อยแค่ไหน สิ่งเดียวที่เขาสนใจก็คือ ดิสก์ทองแดงที่แสดงความมั่นใจของมนุษย์ต่ออารยธรรมต่างดาวที่ไม่รู้จัก

ไม่มีวันเป็นเรื่องง่ายที่อารยธรรมต่างดาวจะค้นพบและอ่านดิสก์ในยานโวเอเจอร์ และชาวโลกก็ไม่มีวันหยิ่งยโสจนคิดว่าไม่มีอารยธรรมต่างดาวไหนเหนือกว่าตน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บันทึกไว้ในแผ่นดิสก์นี้ นอกจากคำทักทายในภาษาต่างๆแล้ว ยังมีคอลเลกชั่นของเสียงเพลง 90 นาที ซึ่งมี 27 ผลงานของโมสาร์ท บีโธเฟน และเพลงคลาสสิคระดับโลกอื่นๆ

นี่เป็นศิลปะวัฒนธรรมเดียวที่หลี่ซวนคิดได้ในขณะนี้ และเป็นสิ่งที่โลกสามารถทำได้

แม้หลี่ซวนจะไม่มั่นใจในเรื่องนี้ แต่เขาก็ต้องทดลอง!

เขาไม่แน่ใจว่า ศิลปะวัฒนธรรมอย่าง ดนตรี การประดิษฐ์ตัวอักษร ภาพวาด ภาพยนตร์ นวนิยาย และอื่นๆ จะสามารถดึงดูดความสนใจของอารยธรรมต่างดาวอื่นๆได้หรือไม่ และจะมีใครยินยอมจ่ายเพื่อซื้อมัน

อย่างเช่นดนตรี บางทีคนที่อยู่บนดาวเคราะห์อื่นอาจชอบความบันเทิงแบบนี้ หรือบางทีพวกเขาอาจคิดว่ามันเป็นของเสียเปล่า ไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อ

ส่วนเพลนฟาร์มจะตัดสินว่า ‘ไม่เข้าเงื่อนไขการขาย’ หรือไม่นั้น หลี่ซวนไม่ได้กังวลมากนัก เขาเชื่อเฟลิกซ์ และยังคิดว่าร้านค้าฟาร์มเป็นเพียงวิธีส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างดวงดาวและการซื้อขายสินค้าเป็นเรื่องรอง การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ

“บางทีผมอาจสามารถขายเพลง เพียงเพลงเดียวได้หลายแสนเหรียญทอง!” หลี่ซวนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น แต่น่าเสียดายที่ไม่นานความตื่นเต้นก็ถูกเฟลิกซ์ทุบทำลายอย่างไร้ปราณี

“น้องชาย! อย่าดีใจเร็วเกินไป! แม้ว่าทุกสิ่งรอบตัวอาจขายได้ในราคาสูง แต่ฉันจะบอกให้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ร้านค้าฟาร์มทำเงินอย่างบ้าคลั่ง! ถ้าอยากได้เงินมากกว่านี้แล้วล่ะก็ จงปลูกและขโมยผักอย่างเอาจริงเอาจัง! สำหรับร้านค้าฟาร์มบางทีตอนแรกอาจทำกำไรได้เล็กน้อย แต่หลังจากผ่านไประยะหนึ่งแล้ว นายจะพบว่า ความมั่งคั่งที่ได้รับจากการพึ่งพาร้านค้าฟาร์มนั้น ไม่มีอะไรเลย”

โชคดีที่สิ่งที่หลี่ซวนต้องการในตอนนี้ก็คือ การทำกำไรเล็กน้อยในขั้นเริ่มต้นระดับต่ำนี้เท่านั้น หากว่าต่อไปเขามีประสบการณ์มากกว่านี้ เขาอาจสร้างรายได้นับล้านล้านเหรียญทองได้ในคราวเดียว จากนั้นก็จัดการกับจักรวาลทั้งหมด … แต่นั่นก็เป็นเพียงความฝันและ ความคาดหวังเป็นครั้งคราวเท่านั้น ในตอนนี้แค่สามารถสร้างโชคลาภในระดับต่ำเล็กๆน้อยๆ ได้ เขาก็พอใจแล้ว

หนทางยังมีอีกยาวไกล!

อย่างไรก็ตาม พอคิดได้แบบนี้ หลี่ซวนก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย เมื่อโอกาสรวยชั่วข้ามคืนได้หมดไป หากใช้การปลูกและขโมยผักเพียงอย่างเดียวจะต้องเวลานานขนาดไหนกว่าจะทำให้ความปรารถนาเป็นจริง?

“พี่เฟลิกซ์! ความปรารถนาของผมมีไม่สูงมาก เพียงแค่ต้องการซื้อดาวเคราะห์ที่มีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม จากนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระไร้กังวลกับญาติและเพื่อนฝูง แต่… มันราคาตั้ง 60 พันล้านเหรียญทอง! มันก็แค่ดาวเคราะห์ไม่ใช่เหรอ? สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังบนเพลนเทคโนโลยีเหล่านั้นควรจะหาได้ง่าย! ทำไมถึงได้แพงจัง…”

ไม่นานนัก เฟลิกซ์ก็ตอบกลับมา

“นายพูดถูก! ที่ว่าสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังบนเพลนเทคโนโลยี หรือผู้แข็งแกร่งบนเพลนอื่นๆ อีกหลายคน สามารถรับดาวเคราะห์ที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็มีข้อจำกัดที่ทรงพลังอย่างยิ่ง นั่นก็คือผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้อยู่บนเพลนเดียวกัน! เพื่อให้ได้ดาวเคราะห์ดวงนั้นมา ก็ต้องใช้การขนส่งด้วยช่องทางของเพลนฟาร์ม! นายก็รู้ว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แค่คำว่า ‘อุกอาจ’ ที่จะมาอธิบาย”

หลังจากย่อหน้านี้ เฟลิกซ์ก็ส่งย่อหน้าอื่นมาทันที

“อันที่จริง ดาวเคราะห์ที่ขายอยู่ในร้านค้าฟาร์ม เป็นเพียงการโอ้อวดของคนในเพลนฟาร์มเท่านั้น เพราะไม่มีใครต้องการซื้อดาวเคราะห์จากที่อื่นด้วยเหรียญทองฟาร์ม 60 พันล้านเหรียญจริงๆ! ถ้ามีเงิน 60 พันล้านเหรียญทอง คนๆนั้นก็สามารถพึ่งพากำลังของตัวเองเพื่อให้ได้รับดาวเคราะห์มาได้ด้วยตัวเอง!”

“เอ่อ…” หลี่ซวนรู้สึกละอายใจ เขาไม่ได้คิดถึงปัญหานี้อย่างลึกซึ้งจริงๆ เขาแค่คิดว่ามันแพงเกินไปเท่านั้น!

ใครจะกล้าเชื่อว่าดาวเคราะห์มูลค่า 60 พันล้านเหรียญทองฟาร์มมีไว้เพื่อโอ้อวด?

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลี่ซวนกำลังคิดอยู่ในขณะนี้ก็คือ อาจมีคนวิปริตที่สามารถซื้อการขนส่งด้วยช่องทางของเพลนฟาร์มได้จริงๆ

และช่องทางการขนส่งนี้ก็ไม่มีการจำกัดจำนวนครั้งในการใช้ สิ่งนี้ทำให้หลี่ซวนรู้สึกกังวลอย่างอธิบายไม่ถูก สวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ว่า สัตว์ประหลาดที่ทรงพลังเหล่านั้น วันดีคืนดีจะคิดมาท่องเที่ยวที่โลกเมื่อไหร่? หากเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ โลกได้เกิดโศกนาฏกรรมแน่!

ดูเหมือนเฟลิกซ์จะตระหนักได้ถึงความกังวลของหลี่ซวน เขาจึงส่งข้อความมาอีก

“อย่ากังวลไปเลย! ผู้ที่สามารถซื้อการขนส่งระหว่างดวงดาวได้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น! ตราบใดที่นายไม่ไปยั่วยุพวกเขา พวกเขาก็จะไม่ไปเล่นงานผู้เล่นเพลนฟาร์มคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าจะมีพวกวิปริตที่ชอบรังแกคนอื่นก็ตาม แต่โอกาสที่พวกเขาจะไปยังดาวของนายนั้นต่ำอย่างน่าสมเพช! เพราะท้ายที่สุดแล้ว ดาวเคราะห์ของนายก็มีเทคโนโลยีและความแข็งแกร่ง ล้าหลังและอยู่ไกล ถ้าพวกเขาไปรังแกนาย ไม่เพียงพวกเขาจะไม่บรรลุผลสำเร็จ พวกเขายังถูกหัวเราะเยาะแทนด้วย!”

“ใครจะรู้! อาจมีบางคนที่เห็นว่าโลกของผมน่ารังแกก็ได้! ลืมมันไปเถอะ! ไม่ว่ามันจะเป็นพรหรือคำสาป มันก็เป็นภัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าพวกเขาต้องการมาก็มา เรื่องนี้ค่อยพูดกันทีหลังเถอะ! ความจริงผมอยากรู้มากว่า เพลนฟาร์มนี้มันคืออะไร? ใครเป็นคนคิดสร้างสิ่งทรงพลังเช่นนี้ขึ้นมา? มีจุดประสงค์อะไร? ปลูกผัก ขโมยผัก เป็นเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นเหรอ?”

หลังจากได้ยินคำถามนี้ เฟลิกซ์ก็เงียบไปนานก่อนจะตอบกลับมาว่า

“น้องชาย! สำหรับคำถามเหล่านี้ฉันไม่สามารถตอบนายได้! เมื่อนายไปถึงระดับหนึ่งแล้ว นายจะรู้เอง! ตอนนี้ ฉันไม่สามารถบอกนายได้จริงๆ!”

เมื่อได้ยินเฟลิกซ์พูดแบบนี้ หลี่ซวนก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนก็ไม่ได้ต้องการเจาะลึกอะไรมากนัก เพราะการได้เป็นเจ้าของฟาร์มเพลนนี้ แม้ไม่อาจทำให้บรรลุความฝัน แต่ก็สามารถทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับวัตถุประสงค์ของการมีอยู่ของเพลนฟาร์มนั้น เอาไว้รู้ภายหลังก็ได้ แต่ถึงจะไม่รู้ก็ตาม มันก็ไม่มีอะไรเสียหาย

“ขอบคุณพี่ชายที่ตอบคำถามของผมอย่างจริงจัง!” หลี่ซวนขอบคุณอย่างจริงใจ

“อะไรกัน! ระหว่างเราไม่ต้องขอบคุณหรอก! บางทีในอนาคตฉันอาจต้องขอความช่วยเหลือจากนายบ้างก็ได้ ฮ่าฮ่า! จริงสิ! นายยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้ฉันช่วยอะไร? ว่ามาเลย! ถ้าทำได้ ฉันจะทำให้!”

หลังจากได้รับการเตือนของเฟลิกซ์ หลี่ซวนก็จำแผนการก่อนหน้าของเขาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบการรักษาความสมดุลของฟาร์มแล้ว เขาก็ไม่มีความหวังกับมันอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนเป็นคนที่ถือได้ว่า ไม่ถึงแม่น้ำเหลือง หัวใจไม่ยอมตาย แน่นอนว่าก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบ เขาจะไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ

(ผู้แปล – ไม่ถึงแม่น้ำเหลือง หัวใจไม่ยอมตาย หมายถึง ถ้ายังไม่ตาย ใจก็ยังไม่สิ้นความทะเยอทะยาน)

“ความจริง มันก็ไม่มีอะไร! พี่ชาย! ผมแค่อยากถามว่า คุณสามารถส่งตำราเวทย์มนตร์ ตำราปราณฉี หรืออะไรก็ได้ ในโลกของคุณ ผ่านทางกล่องสื่อสาร ในรูปแบบข้อความมาให้ผมบ้างได้ไหม?”

จบบทที่ บทที่ 37 สิ่งที่โลกสามารถทำได้

คัดลอกลิงก์แล้ว