เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ทำกากซุปให้เป็นอาหารจานด่วน

บทที่ 32 ทำกากซุปให้เป็นอาหารจานด่วน

บทที่ 32 ทำกากซุปให้เป็นอาหารจานด่วน


บทที่ 32 ทำกากซุปให้เป็นอาหารจานด่วน

.

“ผลไม้ลึกลับสีม่วง หรือผลจื่อซวนระยะที่หนึ่งนี้ เป็นพืชผลระดับ 154 มีระยะสุกอยู่ 5 ระยะ ผลที่จะสุกในระยะที่ 1 มีอยู่ 20 ผล หากไม่เก็บเกี่ยว ผลไม้จะถ่ายโอนไปยังระยะการสุกขั้นต่อไป ผลจื่อซวนนี้มีคุณสมบัติทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผลจื่อซวนระยะที่ 1 สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความว่องไว และความแข็งแกร่งทางกายภาพจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของคนธรรมดา ภายในช่วงระยะเวลา 3 นาที ในระยะที่ 2 เอฟเฟกต์และระยะเวลาของผลจื่อซวนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และเอฟเฟกต์จะเพิ่มในอัตรานี้ไปจนระยะที่ 5 แต่ไม่ว่าจะใช้ผลจื่อซวนไปกี่ผลก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ซ้อนทับ แต่จะอยู่ในอัตรานี้เท่านั้น และจะมีผลข้างเคียงคือ ความหิวและอาการง่วงนอน ภายใน 1-2 วันหลังจากใช้ เพื่อฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไป ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า ภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ อย่ากินมากเกินไป /สถานะ: กำลังรอสุก / ระยะที่ 1 / สุกหลัง 5.04 น./”

ระหว่างทางไปซุปเปอร์มาร์เก็ต หลี่ซวนเอนกายพิงป้ายโฆษณาที่ป้ายรถเมล์ แล้วเข้าสู่เพลนฟาร์ม และเมื่อเผชิญหน้ากับคุณสมบัติของผลจื่อซวน เขาก็ถึงกับน้ำลายไหล!

ตามคำแนะนำคุณสมบัติของผลจื่อซวนนี้ แม้ว่าความสามารถแต่ละอย่างจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่ความแข็งแกร่งโดยรวมนั้นย่อมมากกว่าสองเท่าอย่างแน่นอน สิ่งนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง

อย่างไรก็ตาม เพียงแค่มีพลังเพิ่มขึ้นสองเท่า หลี่ซวนก็มั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะคนธรรมดาได้ อย่างน้อยก็ไม่มีปัญหาในการรับมือกับสามีของเฉาฉิน และบนพื้นฐานของความเร็ว ความว่องไว และความแข็งแกร่งทางร่างกายที่เพิ่มขึ้นสองเท่า… เขาเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งนี้ ต่อให้เป็นกองกำลังพิเศษที่ได้รับการฝึกฝนมายาวนาน ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้ใช้อาวุธร้อน ภายในระยะเวลาที่ประสิทธิภาพของผลจื่อซวนแสดงผล เขาจะไม่เสียเปรียบอย่างแน่นอน

สรุปแล้วนี่คือผลไม้ที่เขาต้องการที่สุดในปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะเก็บไว้ป้องกันตัว

หลังจากได้เห็นคำแนะนำนี้ ในที่สุดหลี่ซวนก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเห็นผลิตภัณฑ์นี้ ในขณะที่กำลังดูสินค้าในร้านค้าฟาร์ม มันคือ ‘ผลจื่อซวนระยะที่ 5’ ที่เติบโตจนถึงขั้นสุดท้าย ซึ่งกินแล้วทำให้คนธรรมดามีพลังที่สามารถทำลายล้างสวรรค์

ในเวลานั้นหลี่ซวนกำลังคิดวิธีหาเหรียญทองให้เพียงพอสำหรับอนาคต ไม่ว่าเขาจะต้องการซื้อผลจื่อซวนมาเพื่อป้องกันตัวหรือไม่ก็ตาม มันก็มีราคาถึง 30 ล้านเหรียญทอง ซึ่งทำให้เขาทำได้เพียงแค่มองดูอยู่ห่างๆเท่านั้น

เมื่อคิดถึงร้านค้าฟาร์ม หลี่ซวนก็นึกขึ้นได้ เขาจึงเปิดร้านค้าฟาร์มทันที แล้วค้นหา ‘ผลจื่อซวนระยะที่ 1’

ไม่นาน แถวของผลิตภัณฑ์ ‘ผลจื่อซวน’ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

“สองหมื่นเหรียญทองฟาร์ม…” เมื่อเห็นป้ายราคา หลี่ซวนก็น้ำลายไหลอีกครั้ง

สองหมื่นกับสามสิบล้านมันเทียบกันไม่ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลี่ซวนขาดในตอนนี้ก็คือเหรียญทองฟาร์ม! ต้องรู้ว่าในตอนนี้เขามีเหรียญทองฟาร์มอยู่เพียง 3,000 กว่าเหรียญทองเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถซื้อได้อยู่ดี แต่ถ้าเขาสามารถขโมยพืชผลขั้นสูงนี้มาได้จำนวนมาก บางทีเขาอาจสะสมเหรียญทองฟาร์มได้เพียงพอ เพื่อซื้อหาสิ่งที่เขาต้องการ

“ไม่ว่าจะกินเองหรือเอาไปขาย ผลไม้ระดับสูงนี้ต้องถูกขโมย…” เมื่อคิดว่าจะสามารถขโมยพืชผลระดับสูงเช่นนี้ได้ภายในวันนี้ หลี่ซวนก็รู้สึกตื่นเต้น!

น่าเสียดายที่เป็นเพียงผลจื่อซวนระยะที่ 1 เท่านั้น ต้องรู้ว่าราคาของผลจื่อซวนระยะที่ 2 นั้นอยู่ที่ 100,000 เหรียญทองฟาร์ม หากสามารถรอจนถึงระยะที่ 2 ได้ รายได้ของหลี่ซวนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และถ้าเป็นระยะที่ 3 ระยะที่ 4…

หลี่ซวนไม่อยากคิด…

และถ้าสามารถรอจนถึงระยะที่ 5 ที่ผลจื่อซวนสุกเต็มที่ และมันถูกเขาขโมยมาได้ นั่นมันจะ…

“น่าเสียดาย…” หลี่ซวนต้องการขโมยผลจื่อซวนระยะที่ 5 จริงๆ แต่เขาก็ไม่คิดว่าผลจื่อซวน 20 ผลนี้จะอยู่จนถึงเวลานั้น บางทีแค่ระยะที่ 1 นี้ ถ้าเขาไปช้า อาจไม่ได้มาสักผล

“ไม่เป็นไร ทำไปทีละอย่าง ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย!” หลังจากออกจากฟาร์ม หลี่ซวนก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และยังตั้งนาฬิกาปลุกอีกหลายครั้งบนโทรศัพท์มือถือเพื่อเตือนตัวเอง เมื่อเห็นว่าแบตเตอรี่ยังมีอยู่เต็ม เขาก็รู้สึกผ่อนคลายและเดินไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

หลี่ซวนต้องการไปหาซื้อหม้อซุปขนาดใหญ่ 2 ใบ เพื่อรับมือกับลูกค้าสองคน จริงๆแล้ว เขาสามารถซื้อถังพลาสติกขนาดใหญ่ที่มีฝาปิด 2-3 ใบก็ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าถังพลาสติกจะขนส่งสะดวก แต่มันดูไม่ดีนัก

หม้อซุปใบใหญ่ มันย่อมดูดีกว่าถังพลาสติก!

ระหว่างทางที่ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต หลี่ซวนก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้อีก เพราะมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น รอจนไปถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วค่อยคิดก็ยังไม่สายเกินไป นอกจากนี้ ตอนนี้เขากำลังตื่นเต้นเรื่องผลจื่อซวน และกำลังกังวลว่าจะจัดการกับกากซุปอย่างไรดี

เป็นไปไม่ได้ที่จะนำกากซุปมาขายโดยตรง และมันก็น่าเจ็บปวดที่จะโยนทิ้งไป อีกทั้งถ้าทำมันให้เป็นอาหารสำเร็จรูปก็ไม่มีที่ให้ขาย… หลี่ซวนคิดมากจนปวดหัว!

ในเวลานั้นเอง…

“ได้โปรดหยุดหมกมุ่นอยู่กับพี่เถิด พี่ชายเป็นแค่ตำนาน…”

ในขณะที่เดินมาได้ครึ่งทาง โทรศัพท์มือถือมือสองของหลี่ซวนก็ดังขึ้น และก็เหมือนเคย ริงโทนมือถือส่งเสียงแปลกๆที่ทำให้ถึงกับขนลุกเกรียว มันมีดาเมจราวกับเสียงเล็บขูดกำแพง

ภายใต้สายตาแปลกๆของผู้คนที่เดินผ่านไปมา หลี่ซวนรับโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว และคิดว่าถ้ามีเงินต้องรีบเปลี่ยนโทรศัพท์

สายนี้มาจากเพื่อนรักของเขาเฉินเหว่ยปิน และทันทีที่หลี่ซวนรับสาย เสียงหัวเราะที่ไม่มีใครเทียบได้ก็ดังลั่นออกมาจากโทรศัพท์ “ก๊ากกักกั่กกักกั่ก… ซวนจื่อ! วันนี้ฉันสะใจมาก!”

หลังจากหยุดคิดเล็กน้อย หลี่ซวนก็รู้คร่าวๆว่า ทำไมเฉินเหว่ยปินถึงได้สะใจมากขนาดนี้ “อะไร นายจัดการผู้จัดการจ้าวไปแล้ว?”

“ฮิ ฮี่ ฮี่ ฮี่…” เฉินเหว่ยปินหัวเราะอย่างชั่วช้าลามก “สะใจจังเลย! นายไม่เห็นสีหน้าเจ้าอ้วนจ้าว ต้องเรียกว่าดำปิ๊ดปี๋เลยล่ะ! ฮ่าฮ่า! ที่น่าสะใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือเจ้าเสี่ยวจางที่น่ารังเกียจคนนั้น ตอนนี้เจ้าอ้วนจ้าวเรียกเขาเข้าไปในห้องทำงาน เหอ เหอ! เป็นเจ้าเด็กนั่นที่ทำให้เจ้าอ้วนจ้าวไม่มีความสุข เดาว่าตอนนี้เจ้าอ้วนจ้าวคงกำลังจับผิดงานของเจ้าเด็กนั่นอยู่ นี่แค่ซ้อมนะ  ดีมากเลยใช่มะ…”

“ฮ่าฮ่า!” เมื่อรู้ว่าเพื่อนรักมีความสุขมาก หลี่ซวนก็รู้สึกต่ื่นเต้นยินดีจากใจจริง “สถานการณ์เป็นยังไง? เล่าให้ฟังหน่อย…โอ้ใช่! ตอนนี้นายสะดวกคุยไหม? อย่าให้ผู้จัดการจ้าวของนายได้ยินล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวคดีพลิก!”

“น้อยๆหน่อย! นายเห็นว่าพี่ชายคนนี้โง่หรือไง? ตอนนี้พี่อยู่ในห้องน้ำ…”

“เอาเถอะ! ระวังเจ้านายจะไปที่นั่น!” หลี่ซวนขู่และพูดต่อไปว่า “บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น!”

“อั๊ย! กลับบ้านแล้วค่อยคุยกัน ฉันต้องออกไปแล้ว ถ้าช้าเดี๋ยวคนพวกนั้นจะเข้ามาตาม!” เฉินเหว่ยปินพูดด้วยรอยยิ้ม “แค่โทรมารายงานผลเท่านั้นแหล่ะ กลัวว่านายจะกังวล! ฮ่าฮ่า!”

“จะไปแล้ว?” หลี่ซวนขมวดคิ้วราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหยุดเพื่อนและรีบถามว่า “บอกมาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น! อย่ามัวยึกยัก ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น พูดมาเร็ว เรื่องนี้สำคัญมาก!”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังของหลี่ซวน เฉินเหว่ยปินก็เลิกพูดเล่นและอธิบาย “โอเค! เรื่องเป็นแบบนี้! ตอนพักเที่ยง ฉันใช้ไมโครเวฟของสำนักงานอุ่นอาหารที่เอามา! จิ๊จิ๊! กลิ่นนั้น แม้แต่คนที่อยู่ในสำนักงานถัดไปยังถูกดึงดูดเลย น่าสงสาร ที่พวกเขาได้แต่น้ำลายไหลดูฉันกิน กระบวนการนี้ สุดยอดจริงๆ…”

“พูดให้ตรงประเด็น!” หลี่ซวนเร่งเร้า

“เอ่อ…” เฉินเหว่ยปินตกตะลึง แต่ก็ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้ว! พวกเขาต้องการรู้ว่า อาหารน่าอร่อยแบบนี้ซื้อมาจากไหน? แน่นอน ฉันบอกพวกเขาไปว่า นี่เป็นอาหารที่ทำมาจากบ้าน! ข้างนอกไม่มีขาย! แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้ และตามเซ้าซี้ฉัน บอกว่าพรุ่งนี้เอาอาหารมาให้พวกเขาลองชิมหน่อย! จนทำให้ฉันต้องเข้ามาหลบในห้องน้ำแบบนี้ไง!”

“โอ้?” ดวงตาของหลี่ซวนเป็นประกายและมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เขายิ้มให้กับโทรศัพท์และพูดว่า “ถ้าเป็นแบบนั้นก็เยี่ยมมาก! ฮ่า ฮ่า! ในที่สุดฉันก็คิดออก!”

เฉินเหว่ยปินอึ้งไปชั่วขณะ “อะไร? นายคิดอะไรออก? ซวนจื่อ?”

“ฮ่าฮ่า! แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมาก!” หลี่ซวนหัวเราะอย่างมีความสุข แต่ยังไม่ได้อธิบายให้เฉินเหว่ยปินฟัง และถามกลับไปว่า “อาปิน ในอาคารสำนักงานของนาย มีคนกินอาหารจานด่วนตอนมื้อเย็นมากใช่ไหม?”

“อืม! แถวนี้มีร้านอาหารจานด่วนอยู่ไม่น้อย และในอาคารก็ยังมีโรงอาหารขนาดใหญ่อยู่ที่ชั้นสอง! หลายคนที่ขี้เกียจทำอาหารเย็น จะไปกินอาหารกันที่นั่น! สำหรับมื้อกลางวันไม่ต้องพูดถึง เกือบทั้งหมดฝากท้องไว้กับอาหารจานด่วน!” หลังจากอธิบายจบ เฉินเหว่ยปินก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ยังไง? ทำไมจู่ๆ ถึงได้ถามแบบนี้?”

“ฮ่าฮ่า!” หลี่ซวนมีความสุขมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น และรีบถามไปว่า “อาปิน นายกับเสี่ยวหลานลางานตอนบ่ายนี้ได้ไหม?”

“ห๊ะ? ลางาน? ทำไม?”

“เหอเหอ! การหาเงินเป็นเรื่องใหญ่! อย่าเพิ่งถามเรื่องนี้ บอกมาก่อนว่าลางานได้ไหม!” หลี่ซวนเร่งเร้า

แม้จะยังงุนงง แต่เฉินเหว่ยปินก็ตอบอย่างตรงไปตรงมา “เสี่ยวหลานลาได้แน่ เพราะเธอมักจะยุ่งในตอนเช้า! การขอลางานครึ่งวันในช่วงบ่ายเป็นบางครั้ง ไม่ถือว่าเป็นการขาดงาน! สำหรับฉัน…ถ้าฉันขอลา ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม โบนัสหลายร้อยหยวนคงได้หายไปหมดแน่!”

“โบนัสหลายร้อยหยวนมันจะแค่ไหนกันเชียว? เลิกพูดเถอะ รีบกลับมาช่วยกัน! ทิ้งเมล็ดงาไป แล้วฉันจะให้นายหยิบแตงโมลูกใหญ่สองสามตะกร้า! เหอเหอ!” หลี่ซวนหัวเราะ

“ตกลง! ฉันจะไปลางานเดี๋ยวนี้! และจะไปตามเสี่ยวหลานให้กลับไปด้วยกัน…” แม้จะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เฉินเหว่ยปินก็ยินดีที่จะเห็นด้วย

หลังจากตกลง เฉินเหว่ยปินก็กลับมาถามด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อยว่า “ว่าแต่พี่ซวน! บอกหน่อยได้ไหมว่ามันเป็นยังไงกันแน่? แผนของนายคืออะไร? มันถึงได้ลึกลับขนาดนี้!”

หลี่ซวนหัวเราะอย่างมีความสุข และพูดว่า “ความจริงมันก็ไม่ได้ลึกลับอะไรหรอก! เมื่อเช้านี้ก่อนที่นายกับเสี่ยวหลานจะออกไปทำงาน พวกนายขโมยหัวไชเท้ากับข้าวโพดที่เหลือจากการทำซุปของฉันไปกินใช่ไหม?”

“เอ่อ…แค็ก แค็ก…” เฉินเหว่ยปินไอแห้งๆหลังจากได้ยินคำถาม “นั่น…เราก็ไม่ได้กินมากเท่าไหร่เลยนะ ฮี่ฮี่…”

“ฮ่าฮ่า! กินเถอะ! ถ้าพวกนายไม่กิน ฉันก็คงกินเองได้ไม่หมด! หลังจากทำน้ำซุปเสร็จแล้ว สิ่งที่เหลือมันก็ไม่สามารถขายได้ ยังไงก็ดีกว่าเอาไปทิ้ง!” หลี่ซวนหัวเราะ

“หา? อะไรนะ? นาย…” เฉินเหว่ยปินเจ็บปวดหัวใจ “เอาไปทิ้ง! ถ้าฉันรู้ก่อน ฉันคง… โอ้ สวรรค์! นายช่างโหดร้ายเหลือเกิน!”

“ฮ่าฮ่า! ตอนแรกก็มีแผนว่าจะทิ้ง!” หลี่ซวนไม่ได้แกล้งเฉินเหว่ยปินเกินไป เขาจึงอธิบายต่อไปว่า “แต่จู่ๆ พอได้ยินที่นายพูดว่า เพื่อนร่วมงานของนาย หรือแม้แต่คนที่อยู่ในสำนักงานถัดไป ต้องการสั่งอาหารแบบนี้กลับบ้าน ฉันก็คิดวิธีแก้ปัญหาขึ้นมาได้!”

“นายหมายถึง…”

“ใช่! ทำกากซุปเหล่านั้นให้เป็นอาหารสำหรับซื้อกลับบ้าน แล้วเอาไปขายให้พวกเขา! ด้วยวิธีนี้ เราก็สามารถทำเงินได้โดยไม่ต้องทิ้งของให้เสียเปล่า! และไม่ต้องเป็นกังวลด้วยว่าจะมีใครค้นพบที่มาของความอร่อยนี้ แถมยังไม่ต้องการหน้าร้านหรืออะไรอย่างอื่นด้วย มีประโยชน์หลายอย่างจริงๆ!”

“อืม! ก็จริงที่ไม่ต้องทิ้งของให้เสียเปล่า แต่อาหารซื้อกลับบ้านจะทำเงินได้ขนาดไหนกันเชียว?” เฉินเหว่ยปินถามอย่างสงสัย ในความเห็นของเขา อาหารกล่องสำหรับซื้อกลับบ้านมีราคาเพียงประมาณ 10 หยวน หรือถ้าถูกกว่านั้นก็ประมาณ 6-7 หยวน โดยไม่รวมค่าเช่าร้านและค่าแรง เมื่อหักต้นทุนไปแล้ว กำไรก็เหลือไม่มาก

“อาหารซื้อกลับบ้านแบบธรรมดาก็คงทำเงินไม่ได้ขนาดนั้น!” หลี่ซวนอธิบาย “แต่ลองคิดดูสิว่า อาหารซื้อกลับบ้านของเราเป็นแบบธรรมดาไหม?”

“ใช่แล้ว!” เสียงตื่นเต้นของเฉินเหว่ยปินดังออกมาจากโทรศัพท์ “อาหารของเราอร่อยมาก ต่อให้ขายแพงกว่า คนซื้อก็ไม่เสียดายเงิน! ฮ่าฮ่า!”

“อืม! กลับมาก่อน! กลับมาแล้วค่อยคุยกัน! ฉันยังต้องซื้อของอีกเยอะ ต้องซื้อกล่องใส่อาหารแบบใช้แล้วทิ้งกับถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุอีกหลายชุด หม้อซุป ข้าวสาร แล้วยังต้องซื้อเตาแม่เหล็กไฟฟ้า กระทะ และอื่นๆอีก ในขณะที่ปรุงซุปก็ต้องทำอาหารไปด้วย อ้อ อีกอย่าง… ดูเหมือน น้ำมัน เกลือ ซอส กับน้ำส้มสายชูก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย แล้วก็เนื้อซี่โครงกับส่วนผสมอื่นๆก็ขาดไม่ได้เหมือนกัน… สวรรค์! ทำไมมันถึงได้เยอะขนาดนี้?” เมื่อค้นพบหลังจากนับสิ่งต่างๆว่ามีหลายอย่างที่ต้องเตรียม หลี่ซวนก็ถึงกับคร่ำครวญออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ฮ่าฮ่า! งั้น…ซวนจื่อ! ในเมื่อนายกำลังยุ่ง ฉันก็ขอตัวไปลางานก่อนล่ะ! ฮี่ฮี่!” เฉินเหว่ยปินหัวเราะอย่างมีความสุขและตัดสายไป

จบบทที่ บทที่ 32 ทำกากซุปให้เป็นอาหารจานด่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว