เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ภูเขาทองคำที่มีขายาว

บทที่ 23 ภูเขาทองคำที่มีขายาว

บทที่ 23 ภูเขาทองคำที่มีขายาว


บทที่ 23 ภูเขาทองคำที่มีขายาว

.

การขายอันร้อนแรงยังคงดำเนินต่อไป หลังจากคิวมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น อู๋ตานก็สามารถจัดการได้เพียงลำพังโดยไม่จำเป็นต้องให้หลี่ซวนช่วยอีก

“น้องชาย!”

ขณะที่หลี่ซวนกำลังมองดูแสงจันทร์พร่ามัวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนและครุ่นคิด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียก

เมื่อหันไปมองทางด้านข้าง สิ่งที่ดึงดูดสายตาของหลี่ซวนก็คือชายอ้วนที่สวมชุดลำลองสำหรับฤดูร้อน ชายผู้นี้อายุประมาณ 40 ปี และความประทับใจแรกของหลี่ซวนก็คือความอ้วน โดยเฉพาะพุงใหญ่ๆ ที่ไม่รู้ว่ามีไขมันและน้ำอยู่ในนั้นมากขนาดไหน

ถัดจากชายอ้วนเป็นหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อย แต่เขากลับมองเห็นใบหน้าของเธอได้ไม่ชัดนัก ไม่ใช่เพราะแสงในตอนกลางคืนไม่สว่างพอ แต่เป็นเพราะหญิงสาวคนนี้โบ๊ะสิ่งต่างๆไว้บนใบหน้ามากเกินไป แม้แวบแรกจะดูว่าสวย แต่พระเจ้ารู้ดีว่าหลังจากถอดเครื่องสำอางออกหน้าตาของเธอจะเป็นอย่างไร

แต่รูปร่างก็ค่อนข้างดี หลี่ซวนคิด

“น้องชาย!” ชายอ้วนไม่สนใจการพิจารณาของหลี่ซวน เขาเข้ามาดึงแขนหลี่ซวนและพูดว่า “ขอคุยด้วยหน่อย!”

“โอ้? ครับ เหอ เหอ!” หลี่ซวนหัวเราะและหันไปพยักหน้าให้กับอู๋ตาน และเดินตามชายอ้วนไปหาที่นั่งที่หลีกเลี่ยงหูตาของทุกคน

“มีอะไรก็พูดมาได้เลยครับ” หลี่ซวนกล่าวหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้เล็กๆที่วางอยู่ข้างแผงขายบาร์บีคิว

“ผมแซ่หม่า ชื่อคัง” ชายอ้วนแนะนำตัว จากนั้นก็หยิบกระเป๋าเงินดึงนามบัตรออกมายื่นให้หลี่ซวน “นี่เป็นนามบัตรของผม”

“หนงจื่อหยวน…ผู้จัดการสาขา!” หลี่ซวนมองดูนามบัตรและยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เก็บนามบัตรใส่กระเป๋าแล้วแนะนำตัว “ผมชื่อหลี่ซวน! อืม! พูดมาเถอะ! ว่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับผม?”

หนงจื่อหยวนเป็นแบรนด์ร้านอาหารในเมืองนี้ และมีร้านในเครืออยู่หลายสิบแห่ง ซึ่งทำได้ดีมากจนสามารถตั้งหลักในเมืองนี้ได้ และมีแนวโน้มที่จะขยายไปสู่เมืองอื่น

ตอนที่หลี่ซวนยังทำงานอยู่ เขาเคยได้รับเชิญไปที่นั่นสองสามครั้ง ตอนนั้นเขารู้สึกว่ารสชาติอาหารก็โอเค คล้ายกับที่โฆษณาไว้ เป็นบรรยากาศแบบท้องถิ่นอย่างเข้มข้น เป็นอาหารสุขภาพแต่มีราคาที่แพงเกินไป

“ฮ่าฮ่า!” หม่าคังหัวเราะ หลังจากไตร่ตรองเล็กน้อยเขาก็พูดกับหลี่ซวน “คืออย่างงี้ น้องหลี่ซวน! อันที่จริงผมมานั่งอยู่ที่นี่นานแล้ว”

พูดจบ เขาก็หยิบชามพลาสติดขึ้นมาโชว์ซากไม้เสียบให้หลี่ซวนดู “เนื้อเสียบไม้พวกนี้อร่อยมาก ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะซุปของคุณใช่ไหม?”

“โอ้ ดูเหมือนพี่หม่จะสังเกตได้ดี!” หลี่ซวนหัวเราะ

หม่าคังส่ายหน้าและยิ้ม ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้นช้าๆอย่างจริงจังว่า “น้องหลี่ซวน! ผมมาที่นี่เพื่อซุปของคุณ!”

หลังจากพูดจบพอเห็นว่าหลี่ซวนกำลังงุนงง เขาก็โบกมือและพูดต่อไปว่า “ห้าหมื่น เป็นค่าสูตรซุปของคุณ! แต่คุณจะไม่สามารถขายสูตรนี้ให้กับคนอื่นได้อีกต่อไป! ขอเสนอนี้เป็นไงบ้าง?”

หม่าคังมั่นใจมาก เขาสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่หลี่ซวนถือหม้อซุปชักชวนเฉาฉินอย่างอดทน ในความเห็นของเขา หลี่ซวนกำลังขาดเงิน หรือไม่ก็มีเงินน้อย มิฉะนั้นหลี่ซวนคงไม่มามองหาความร่วมมือจากคนอื่น เพื่อรับรายได้เล็กๆน้อยๆ ของดีแบบนี้ทำคนเดียวไม่ดีกว่าหรือ?

และซุปนี้ก็เป็นของดีอย่างแน่นอน!

เรื่องนี้หม่าคังมั่นใจมาก โดยเฉพาะหลังจากที่เขาเป็นผู้นำซื้อส่วนผสมเสียบไม้หลายสิบไม้จากหม้อแรกของอู๋ตานมากิน ซึ่งทำให้เขาตั้งใจจะได้สูตรซุปนี้มากขึ้น เขาเชื่อว่าถ้าซุปนี้อยู่ในมือของเขา เขาสามารถเปิดอาณาจักรอาหารของตัวเองได้อย่างแน่นอน

และดูเหมือนชายหนุ่มตรงหน้าจะยังไม่เข้าใจคุณค่าของสูตรซุปนี้ดีพอ ถ้าเขาสามารถใช้โอกาสนี้ในการซื้อสูตรซุปได้ล่ะก็ เช่นนั้น…

คิดได้เช่นนั้น หม่าคังก็รู้สึกว่าดีเหลือเกินที่เขาออกมาและชนเข้ากับภูเขาทองคำในคืนนี้!

รอยยิ้มของหลี่ซวนจางลงหลังจากได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เขาส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “พี่หม่า คุณคิดว่าผมดูเหมือนคนโง่เหรอ?”

50,000 ซื้อสูตรซุป? ตลกน่า! ไม่ต้องพูดถึงว่าหลี่ซวนจะมีสูตรซุปขายให้หรือไม่? แม้ว่าเขาจะมี มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะขายมันด้วยราคาแค่ 50,000 หยวน เขาจะขายภูเขาทองคำให้คนอื่นไปขุดด้วยราคาต่ำขนาดนั้นได้อย่างไร? แล้วถ้าขายให้คนอื่นไป มันจะต่างจากการฆ่าไก่เพื่อเอาไข่ยังไง?

“นี่…” หม่าคังตกใจ และถามขึ้นอย่างรวดเร็ว “คุณกำลังพูดถึงอะไร?”

“ฮ่าฮ่า! ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่หมายถึง ต้องการซื้อสูตรซุปของผมด้วยราคา 50,000 หยวน มันเป็นไปไม่ได้!” รอยยิ้มกลับมาอยู่บนใบหน้าของหลี่ซวนอีกครั้ง แต่น้ำเสียงของเขาจริงจังมาก

หม่าคังถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากได้ยินเช่นนั้น ส่วนในใจก็คิดว่าชายคนนี้ยังเด็กเกินไป ดังนั้นเขาจึงถามต่อไปว่า “แล้วคุณคิดว่าราคาที่เหมาะสมจะอยู่เท่าไหร่?”

หลังจากถาม ก่อนที่หลี่ซวนจะทันได้ตอบ เขาก็พูดต่อไปว่า “วงเงินสูงสุดที่ผมจะให้ได้มีไม่มาก แต่ถ้าจะเพิ่มอีก 50,000 ก็ยังพอเป็นไปได้ แต่นี่คือขีดจำกัด ผมเกรงว่านอกจากผมแล้ว คงไม่มีใครกล้าเสนอราคานี้ คิดดูให้ดีนะ 100,000 หยวน แค่สูตรซุป ราคาดีๆแบบนี้จะมีใครให้กันง่ายๆ?”

จู่ๆ หลี่ซวนก็นึกอยากหัวเราะ สิ่งที่ชายอ้วนแซ่หม่าคนนี้พูดช่างน่าตลกเสียจริงๆ และเขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะพูดเรื่องไร้สาระกับชายอ้วนคนนี้แล้ว จึงบอกไปตรงๆว่า “ขายสูตรซุป อย่าว่าแต่ 100,000 หยวนเลย แม้จะเป็น 1 ล้านหรือ 10 ล้านก็ไม่ขาย! ไม่ว่ามันจะเป็นดอลล่าร์สหรัฐหรือปอนด์สเตอร์ริงก็ตาม คุณอย่ามาเสียเวลากับสิ่งนี้เลย!”

“หา? นี่…” หม่าคังสะดุ้ง แล้วหัวเราะออกมาทันที “น้องชาย ล้อเล่นใช่ไหม? หนึ่งล้าน? สิบล้าน? ดอลล่าร์ ปอนด์…จะเป็นไปได้ยังไง?”

หลี่ซวนถอนหายใจและส่ายหน้า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้! แค่พูดถึงคุณค่าของสูตรซุปนี้ ต่อให้เป็นสิบล้านปอนด์ มันก็ยังไม่คุ้มค่า เพราะมูลค่าที่ซุปนี้สามารถสร้างได้นั้น มันอยู่ไกลเกินกว่าเงินจำนวนนี้มากนัก! ผมไม่ใช่คนโง่ สิ่งที่คนอื่นสามารถคิดได้ ทำไมผมจะคิดไม่ออก?”

“นี่…” หม่าคังปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก เมื่อรู้ว่าลูกคิดรางแก้วของตนไม่ได้ผลก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่

ขณะนั้นเอง หญิงสาวที่นั่งข้างๆโดยไม่พูดไม่จาก็พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หึ! อย่าโลภมากนัก! แค่รสชาติดีกว่าคนอื่นเอง? ไม่พอใจแล้วนายเคยเห็นหน้าตาของเงิน 100,000 หยวนไหม? ไม่แปลกใจที่ยากจนขนาดนี้ คิดว่าตัวเองเป็นใคร? เชอะ…” ในขณะที่พูด เธอก็ยังปรายตามองหลี่ซวนด้วยความดูถูก

หลี่ซวนตกตะลึง เขาขมวดคิ้วและยืนขึ้นโดยไม่ต้องคิด หันหลังและเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

สำหรับคนที่ไม่สามารถซื้อของที่ตัวเองต้องการได้ แล้วมาพูดเหยียดหยามคนอื่นแบบนี้ หลี่ซวนขี้เกียจเกินกว่าจะรับมือต่อไป

“น้องชาย รอเดี๋ยวก่อน!” หม่าคังจ้องผู้หญิงที่อยู่ข้างๆอย่างดุเดือด แล้วแสยะยิ้มหน้าบาน ร้องบอกหลี่ซวนให้กับมานั่งลงอีกครั้ง “ขอโทษ ขอโทษ! น้องหลี่ซวน คนของผมนิสัยไม่ดี อย่าถือสาเลย มา เรามาคุยกันใหม่อีกครั้งเถอะ! ฮ่า ฮ่า!”

เมื่อเห็นว่าหลี่ซวนยอมนั่งลงในที่สุด ใบหน้าไขมันของหม่าคังก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงและตบลงบนใบหน้าของหญิงสาวฉาดใหญ่ ซึ่งเสียงดังฟังชัดมาก

“นังบ้า นี่ไม่ใช่ตาของแกที่จะพูด…หุบปากหรือไม่ก็ไสหัวไป!” หม่าคังโบกมือและสบถด่าอย่างโกรธเคือง

หญิงสาวที่จู่ๆก็โดนตบหน้า ในตอนแรกสีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความคับข้องใจ แต่พอได้ยินคำพูดของหม่าคัง เธอก็สงบลงและนั่งลงเงียบๆ อย่างเชื่อฟังราวกับลูกแกะน้อย ไม่กล้าพูดอะไรอีก

เมื่อเห็นฉากนี้หลี่ซวนก็เหลือบมองหม่าคังด้วยความชื่นชมและนึกในใจว่า: อำนาจของผู้ชาย!

ผ่านไปซักพักก็นึกขึ้นอีกครั้งว่า: อำนาจเงินนี่มันยิ่งใหญ่เสียจริงๆ!

อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนไม่เห็นด้วยกับการทำร้ายผู้หญิง แต่อีกฝ่ายกำลังสั่งสอนผู้หญิงของตน เขาจึงไม่สนใจ

หลังจากให้บทเรียนแล้ว ใบหน้าของหม่าคังก็เปลี่ยนกลับมาแย้มยิ้มดังเดิม และสนทนากับหลี่ซวนอีกครั้ง “ทำให้คุณหัวเราะแล้ว! น้องหลี่ซวน เรามาคุยกันต่อดีกว่า ฮ่า ฮ่า!”

หลังจากเรียกสายตาที่มองชายอ้วนอย่างซับซ้อนกลับมา หลี่ซวนก็ส่ายหน้า “ถ้าคุณยังต้องการซื้อสูตรซุปก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว!”

“ไม่ ไม่ ไม่!” หม่าคังสั่นหัวอย่างรวดเร็ว “ผมต้องการซื้อซุปของคุณ!”

“โอ้?” หลี่ซวนเริ่มสนใจเล็กน้อย “คุณจะซื้อยังไง?”

“หม้อละ 200 หยวน!” หม่าคังกัดฟันพูด “เงื่อนไขคือ ต้องจัดหาให้เฉพาะทางเราอย่างต่อเนื่องเท่านั้น!”

นี่คือแผนสองของหม่าคังที่เพิ่งคิดได้ ในเมื่อหลี่ซวนสามารถขายให้คนอื่นในราคาหม้อละ 100 หยวน เขาจะต้องไม่ปฏิเสธเงื่อนไข หม้อละ 200 หยวนอย่างแน่นอน

“ไม่ได้!” หลี่ซวนปฏิเสธออกมาโดยไม่ต้องคิด

“นี่…” หม่าคังตะลึง “ทำไม? คุณขายซุปหม้อละ 100 หยวนเองไม่ใช่เหรอ? ผมเพิ่มราคาเป็นสองเท่า แล้วทำไมถึงไม่ได้?”

“บอกตามตรง ที่ผมขายซุปก็เพียงเพื่อต้องการหาเงินทุนเริ่มต้นเท่านั้น ไม่เคยคิดจะทำเงินจากการขายซุป!” หลี่ซวนอธิบาย “และผมก็ยินดีขายในราคาแค่หม้อละ 100 หยวน อีกทั้งต้องไม่มีเงื่อนไขเรื่อง ‘ห้ามขายให้คนอื่น’ หรือ ‘ต้องส่งให้ตลอดไป’ ด้วย!”

“ถ้าเช่นนั้น…” หม่าคังถอนหายใจ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้า

ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ภูเขาทองคำคนนี้มีขาที่ยาวและได้วิ่งออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ

จบบทที่ บทที่ 23 ภูเขาทองคำที่มีขายาว

คัดลอกลิงก์แล้ว