เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ทัศนคติของการใช้แรงงาน

บทที่ 21 ทัศนคติของการใช้แรงงาน

บทที่ 21 ทัศนคติของการใช้แรงงาน


บทที่ 21 ทัศนคติของการใช้แรงงาน

.

“เอาล่ะ! หนุ่มน้อย ความเฉียบแหลมทางธุรกิจของคุณไม่เลวเลย! แต่ฉันอยากรู้ว่า ในเมื่อคุณมีทั้งข้อได้เปรียบและวิธีการแล้วทำไม ถึงไม่ทำเอง ทำไมต้องหาคนอื่นมาร่วมมือด้วย?” อู๋ตานมองหลี่ซวนด้วยความชื่นชม

หลี่ซวนยิ้มอย่างไม่สนใจคำถามของอู่ตาน และพูดต่อไปว่า “ประการที่สองคือปัญหาเรื่องคำสั่งซื้อ หากไม่มีคิวและไม่มีข้อจำกัด ด้วยคนจำนวนมากเช่นนี้ หากมีกรณีที่เกิดการต่อสู้กัน…”

เมื่อพูดเช่นนั้น หลี่ซวนก็ส่ายหน้า ชี้ไปยังลูกค้าที่น้ำลายไหลและก่อตัวเป็นวงล้อมรอบแผงขายของสองสามวงตรงหน้า แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผมไม่คิดว่าแค่คุณกับผมจะสามารถรับมือได้!”

“เอ่อ…” อู๋ตานหัวหดและแลบลิ้นออกมา

“และถ้าเป็นระเบียบคุณก็ไม่จำเป็นต้องยุ่งมากใช่ไหม? ส่วนเรื่องที่คุณพูดว่าทำไมผมถึงไม่ทำเอง แต่วิ่งออกมาหาความร่วมมือกับคนอื่นนั้น ผมไม่กลัวที่จะบอกคุณ!” หลี่ซวนส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “นั่นเป็นเพราะผมไม่มีเงิน! ผมมีทุนตั้งต้นไม่ถึง 100 หยวน และก็ไม่มีใครให้หยิบยืมด้วย”

“แล้ว…” อู๋ตานมองหลี่ซวนอย่างกังวล ตามที่หลี่ซวนพูด ดูเหมือนว่าตราบใดที่เขารวบรวมเงินทุนได้เขาจะไปลงทุนเอง เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะทิ้งเธอไปใช่ไหม?

นี่คือสิ่งที่อู๋ตานกังวลมากที่สุดนอกเหนือจากเรื่องครอบครัว

“ไม่ต้องห่วง พี่อู๋!” หลี่ซวนยิ้ม เพราะรู้ว่าอู๋ตานกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ และพูดว่า “ซุปไม่กี่หม้อนี้ ผมยังจะทำมาให้คุณทุกวันและปล่อยให้แผงขายอาหารของคุณเป็นที่นิยมต่อไป สัญญาที่จะคุยกับคุณพรุ่งนี้จำกัดเพียงแค่แผงลอยนี้เท่านั้น แต่ถ้าคุณต้องการขยายสาขา ให้เมืองนี้เต็มไปด้วยแผงขายหม้อไฟของคุณ กำไรของมันไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผม และผมไม่สามารถทำเรื่องงี่เง่าแบบนั้นได้!”

“โอ้!!” อู๋ตานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหลงทาง แต่เมื่อคิดเกี่ยวกับมัน เธอก็รู้ว่า เว้นเสียแต่หลี่ซวนจะเป็นคนงี่เง่า มิฉะนั้นก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปล่อยให้คนอื่นหยิบชิ้นใหญ่แล้วตัวเองหยิบชิ้นเล็ก

หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ อู๋ตานก็ถามขึ้นเบาๆว่า “ซวนจื่อ ถ้าฉันอยากขยายสาขา จะมีวิธีการร่วมมือกันแบบไหนได้บ้าง?”

“โอ้!” หลี่ซวนเหลือบมองอู๋ตานด้วยความแปลกใจก่อนจะส่ายหน้าและตอบว่า “มันขึ้นอยู่กับข้อเสนอของคุณ หากคุณจะร่วมลงทุนแล้วปล่อยให้ร้านของผมบานสะพรั่งไปทุกแห่งหนในเมืองนี้ ผมก็ไม่รังเกียจที่คุณจะร่วมลงทุนด้วย แต่ถ้าจะพึ่งพาเพียงกำลังคนและทรัพยากรที่มีอยู่… ไม่มีทาง มีผู้คนมากมายในเมืองนี้ ผมพึ่งพาตัวเองค่อยๆก้าวไปทีละขั้นดีกว่า หลังจากนั้น เมื่อเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เมืองนี้ก็จะอยู่ในกำมือของผม!”

“เอ่อ!” อู๋ตานอดที่จะหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “ซวนจื่อ คุณจะไม่จริงจังเกินไปหน่อยเหรอ?”

“ฮ่าฮ่า…” หลี่ซวนหน้าแดง กระแอมสองสามครั้ง แล้วหัวเราะ “ช่วยไม่ได้ โลกนี้มันจริงจังเกินไป มิตรภาพของคุณกับผมในตอนนี้ เพียงพอสำหรับความช่วยเหลือที่ผมจะให้กับแผงนี้เท่านั้น คุณต้องรู้ว่า นี่เป็นสูตรลับเฉพาะของผม ผมไม่สามารถมอบให้คนอื่นช่วยปรุงได้ แน่นอนว่าแม้ผมจะเติบโตขึ้นในภายหลัง ผมก็จะยังคงปรุงซุปให้คุณเป็นพิเศษสองสามหม้อทุกวันได้ แต่ถ้าหากข้อตกลงนี้ถูกแทนที่ด้วยคนอื่น สัญญาก็จะอยู่ต่อได้เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ส่วนคนอื่นๆนั้น…”

ขณะที่พูดหลี่ซวนก็มองไปยังฝั่งตรงข้ามที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร “ผมจะไม่ขายให้เธอแม้ว่าจะให้เงินมากเพียงใดก็ตาม! ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนไม่มีเหตุผล แต่…ลองคิดดูสิ แม้แต่ร้อยหยวนที่เป็นทุนเริ่มต้นผมยังไม่สามารถหยิบยืมใครได้ แล้วจะให้ผมกระตือรือร้นช่วยเหลือคนอื่นในสังคมแบบนี้ได้อย่างไร?”

หลังจากเงียบไปชั่วครู่ อู๋ตานก็พูดขึ้นอีกครั้ง “ซวนจื่อ! ฉันคิดว่าถ้าคุณรวยขึ้นในอนาคต คุณจะต้องเป็นคนรวยที่ใจร้ายมากอย่างแน่นอน!”

“ฮ่าฮ่า! ผมถูกนายทุนกีดกันอย่างหนัก แล้วจะให้ผมใจดีอยู่ได้อย่างไร อีกอย่างผมไม่ได้เป็นหนี้ใครด้วย!” หลี่ซวนส่ายหน้าและยิ้ม “ในความคิดของผม ผลตอบแทนย่อมต้องจ่ายตามสัดส่วนที่สมทบ ไม่สามารถพูดว่า คนที่รวยกว่าควรได้ส่วนแบ่งผลตอบแทนน้อยกว่าคนที่จนกว่า ลองคิดดู ถ้าซุปนี้อยู่ในมือคุณ บวกกับมิตรภาพของคุณกับผมในตอนนี้ ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยของผม คุณจะยอมแบ่งหุ้นของคุณให้ผมไหม?”

“ฉัน…” อู๋ตานหน้าแดง พูดไม่ออก

หลี่ซวนยิ้มและพูดต่อไปว่า “ในมุมมองของผม คนประเภทที่ออกแรงอย่างเดียวก็ไม่ต่างจากพนักงานที่ถูกจ้างมา! ถ้าเป็นคุณ ผมคิดว่าคุณก็คิดเหมือนกัน! เป็นไปได้หรือว่าคุณจะให้พนักงานที่คุณจ้างมาแบ่งหุ้นจากกิจการที่จะทำเงินได้มากของคุณเพียงเพราะมิตรภาพเล็กน้อยและยังมีส่วนแบ่งหุ้นมากกว่าคุณได้?”

“อั๊ยหยา! เอาล่ะ เอาล่ะ! ฉันไม่พูดแล้ว!” อู๋ตานมองค้อนหลี่ซวนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันเองที่โลภมากเกินไป โอเค! พอแค่นี้เถอะ…”

“ฮ่าฮ่า…” หลี่ซวนหัวเราะ

เกี่ยวกับปัญหานี้ ในใจของหลี่ซวนแยกบัญชีได้ชัดเจนยิ่งกว่าใครๆ

เขาชัดเจนมากว่า ในอนาคตเขาจะไม่เป็นเหมือนนายทุนคนอื่นๆ ที่บีบเอาประโยชน์จากพนักงานอย่างต่อเนื่อง ให้พนักงานต้องจ่ายมากกว่าผลตอบแทนที่พวกเขาได้รับ อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนใจบุญ ที่จะให้คนอื่นพึ่งพามิตรภาพเพียงเล็กน้อย มาเอาผลประโยชน์กลับไปมากกว่าความพยายามที่พวกเขาให้มา

หลี่ซวนเป็นคนทำงาน ในพจนานุกรมของเขา ตราบเท่าที่คุณจ่ายเพียงพอ เขาก็สามารถตอบแทนให้ได้อย่างเพียงพอเช่นกัน เขาไม่ต้องการเป็นหนี้ใครและไม่ต้องการให้คนอื่นเป็นหนี้เขา

นี่เป็นทัศนคติของหลี่ซวน

หลังจากหัวเราะ หลี่ซวนก็ชี้ไปยังหม้อใหญ่ที่ส่วนผสมเสียบไม้กำลังลอยขึ้น “เอาเรื่องนี้ก่อน หม้อนี้ใกล้จะสุกแล้ว! คุณรีบไปประกาศก่อนเถอะ เอาเป็นว่าคืนนี้เป็นคืนทดลองขาย มีของขายจำนวนจำกัด ขายจริงจะเริ่มในคืนพรุ่งนี้! ส่วนจะมีการจำกัดการขายอยู่อีกหรือไม่นั้น ค่อยมาดูกันว่าคืนพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น! จริงสิ! พี่อู๋ พรุ่งนี้คุณน่าจะเตรียมวัตถุดิบและกำลังคนมาให้มากกว่านี้นะ!”

หลี่ซวนวางแผนไว้แล้ว หัวไชเท้าและข้าวโพดที่เขาปลูกไว้ในเพลนฟาร์มทั้งสองแปลง จะถูกแบ่งไว้ครึ่งหนึ่งสำหรับใช้ในคืนวันพรุ่งนี้ เมื่อดูจากการขายในคืนนี้แล้ว เกรงว่าเฉินเหว่ยปินกับเสี่ยวหลานคงต้องมาช่วยกันทำซุปด้วย โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ทำงานอีกวันแล้วให้ทั้งคู่พักผ่อนในวันอาทิตย์

“คืนวันเสาร์! ต้องเป็นฉากที่ร้อนแรงมากกว่านี้แน่!” หลี่ซวนคิดอย่างมีความสุข น่าเสียดายที่อาหารแบบนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งแผงขายในเวลากลางวัน ยกเว้นแต่จะมีหน้าร้านเท่านั้น อีกทั้งในเวลากลางคืนก็ห้ามขายก่อน สี่ทุ่ม มิฉะนั้นเทศกิจก็จะไม่สุภาพด้วยแน่ โดยพวกเขาจะใช้ข้อหา “กระทบต่อภาพลักษณ์ของเมือง’ เป็นเครื่องมือ!

อย่างไรก็ตามช่วงเวลาหลังสี่ทุ่มก็เป็นที่นิยมมาก ถึงจะขายเวลากลางวันไม่ได้ แต่ช่วงเวลานี้ก็ไม่เลว! อีกทั้งหลี่ซวนก็ไม่ต้องการพึ่งพาอู๋ตานจนกระทั่งตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ตราบเท่าที่เขามีเงินทุนเริ่มต้น เขาก็ไม่กลัวว่าเขาจะรับมือกับการขายในเวลากลางวันไม่ได้

“อืม!” อู๋ตานพยักหน้าและเตรียมตัวประกาศกับนักชิมที่อยู่หน้าแผงขายของตามที่หลี่ซวนบอก “ลูกค้าทุกท่าน! โปรดเงียบก่อน!”

เสียงของอู๋ตานนั้นดังพอที่จะเรียกความสนใจจากนักชิมที่อยู่รอบๆให้เงียบเสียงลงอย่างรวดเร็ว

“คุณลูกค้า! คืนนี้แผงของเรากำลังทดสอบซุปสูตรใหม่ ดังนั้นจึงมีวัตถุดิบขายไม่มาก เพื่อให้ทุกคนได้กิน เราจะขายในปริมาณที่จำกัด แต่ละคนจะซื้อได้เพียงแค่สองไม้เท่านั้น และได้โปรดเข้าคิวด้วย ถ้าหากอยากกินอีกก็ให้ไปต่อคิวใหม่!” หลังจากได้ฟังเหตุผลของหลี่ซวน อู๋ตานก็เห็นด้วยกับประเด็นนี้เช่นกัน แต่เธอไม่ค่อยจะระวังในการพูดนัก

เป็นผลให้คำพูดของอู๋ตาน ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่นักชิม

.

จบบทที่ บทที่ 21 ทัศนคติของการใช้แรงงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว