บทที่ 20 แบ่งปันสายฝนและน้ำค้าง
บทที่ 20 แบ่งปันสายฝนและน้ำค้าง
บทที่ 20 แบ่งปันสายฝนและน้ำค้าง
.
เมืองในคืนฤดูร้อนถูกแช่อยู่ในแสงสลัว ซึ่งทำให้ดูมีเสน่ห์มาก อย่างไรก็ตามในค่ำคืนอันเงียบสงบนี้ ไม่ว่าจะดึกขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่มีทางที่จะมีสถานการณ์ของความรกร้างว่างเปล่า แต่เมื่อเทียบกับตอนเย็น เวลาเที่ยงคืนนี้เงียบกว่ามากจริงๆ
ในตอนกลางคืนอากาศเย็นสบาย ยกเว้นเสียงอันบอกที่มาไม่ได้ 2-3 ครั้งเป็นครั้งคราวโดยนกเค้าแมวที่ออกหากินเวลากลางคืนบางตัวแล้ว ส่วนใหญ่ก็เงียบสงบ
อย่างไรก็ตาม ค่ำคืนนี้มีความพิเศษไม่เหมือนคืนอื่น
บนถนนที่ค่อนข้างสว่างไสวในตัวเมือง ยกเว้นรถบางคันที่ผ่านไปมาเป็นครั้งคราวแล้ว ทุกคืนที่นี่จะมีกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอทุกรูปแบบลอยอยู่ในอากาศ
แต่ค่ำคืนนี้กลิ่นหอมนั้นดูจะชวนให้น้ำลายสอเป็นพิเศษ กลิ่นที่ลอยมาในอากาศเหมือนลมเย็นในฤดูร้อน ค่อยๆปลุกเร้าจิตใจที่อ่อนล้าของผู้คนอย่างอ่อนโยน ทำให้อยากสำรวจแหล่งที่มาของกลิ่นหอมนี้
บนถนนสายนี้เต็มไปด้วยเสียงของการซื้อขายและการสนทนา ซึ่งครึกครื้นเหมือนเมืองที่พลุกพล่าน บวกกับความเร่งรีบและคึกคักโดยไม่มีร่องรอยของจิตสำนึกเวลาเที่ยงคืนเลย
ผู้เช่าอาคารริมถนนหลายรายถูกปลุกให้ตื่น แต่ความโกรธที่มีต่างถูกกลิ่นหอมที่อธิบายไม่ได้ในอากาศขจัดออกไป และกลิ่นนั้นก็ได้ขจัดความเหนื่อยล้าที่มีอยู่ออกไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงสวมเสื้อคลุมชุดนอนออกจากบ้านเช่าด้วยความกระตือรือร้นและความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย มาเข้าร่วมกับฝูงชนที่มีชีวิตชีวา
มีรถสองสามคันจอดอยู่ข้างทาง มันมีราคาที่คนธรรมดาหาซื้อไม่ได้แม้จะทุ่มทุนจนล้มละลายก็ตาม และเจ้าของรถก็อยู่ในฐานะที่คนธรรมดาได้แต่แหงนหน้ามองดู แต่ในเวลานี้เจ้าของรถกับพลเมืองระดับรากหญ้า ได้เข้าร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างฉากที่มีชีวิตชีวานี้
แมวจรจัดตัวน้อยตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากตรอกตรงหัวมุมถนน เฝ้ามองดูผู้คนพลุกพล่านที่อยู่ไม่ไกล และตรงไปลากปีกไก่ย่างที่ยังไม่ได้ถูกกินบนโต๊ะเล็กๆและหายวับไปจากแสงไฟอย่างรวดเร็ว
มื้อดึกคืนนี้ของมันจัดเต็มมาก!
ยังคงเป็นฉากแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ท้องฟ้ายามค่ำคืนในเมืองใหญ่ยังคงมองไม่เห็นแสงดาว สายลมยามดึกยังคงเย็นสบาย ท้องฟ้าเหนือเมืองยามดึกยังคงเงียบสงัด…
ซึ่งแตกต่างจากจิตใจผู้คนในยามนี้
…
คืนนี้หลี่ซวนตื่นเต้นมาก แม้ว่าสถานการณ์นี้เขาจะคาดเดาได้แต่แรกแล้วก็ตาม แต่พอได้เห็นฉากใหญ่นี้จริงๆ หัวใจของเขาก็อดเต้นแรงไม่ได้
นี่เป็นฉากที่ร้อนแรงมาก!
“แค่หนึ่งหยวนก็สามารถกินอาหารอร่อยๆได้ ยังดีที่วันนี้ฉันมาที่นี่! น่าเสียดายที่ฉันซื้อมากินแค่ไม้เดียว…” ประโยคดังกล่าวดังออกมาจากฝูงชน
“ไม่ต้องห่วง ไปซื้อมากินใหม่ก็ได้ไม่ใช่เหรอ? นอกจากนี้ ฉันได้ยินเถ้าแก่เนี้ยบอกว่าในอนาคตจะเปิดบริการทุกคืน! ต่อไปต้องมาบ่อยๆแล้ว!”
“เฮ้! พวกคุณใครกินแล้วบ้าง? บอกหน่อย อร่อยจริงไหม? กลิ่นหอมมากเลย แต่ไม่รู้ว่าจะอร่อยไหม…”
“แน่นอน รสชาตินั้นสุดยอดมาก เป็นรสชาติที่หายากที่สุดในโลก!”
“…”
“เถ้าแก่เนี้ย! เสร็จหรือยัง? หิวจะตายอยู่แล้ว!” ท่ามกลางความเร่งรีบของฝูงชน ชายคนหนึ่งที่ปากเต็มไปด้วยคราบน้ำมันแต่ลืมเช็ดออก ร้องถามขึ้นด้วยคำถามที่อยู่ในใจของฝูงชน
หม้อใหญ่ที่มีส่วนผสมเสียบไม้หอมๆทุกชนิดหรืออะไรทำนองนั้น ขายหมดในเวลาไม่ถึงห้านาที แต่คนที่ได้กินของอร่อยๆนี้ก็มีเพียงคนกลุ่มแรกไม่กี่คนเท่านั้น ท่ามกลางสายตาของคนอื่น มีคนบางคนถึงกับไร้ยางอายซื้อไป 20-30 ไม้ในคราวเดียวและซุปอีกชามใหญ่ไปกินอย่างไม่กลัวจุกตาย
ดังนั้นทุกคนจึงวัดความจุของท้องและความจุของเงินในกระเป๋าอย่างเงียบๆ ว่าพวกเขาควรจะซื้อกี่ไม้จึงเหมาะกับตัวเอง?
“รอหน่อยนะคะ ส่วนผสมเสียบไม้พวกนี้เพิ่งเอาลงหม้อ มันยังไม่สุก!” อู๋ตานตอบอย่างรวดเร็ว เธอยังไม่เปลี่ยนนิสัย ‘ลูกค้าต้องมาก่อน’ กับ ‘ต้อนรับอย่างจริงใจ’ และเธอก็กำลังกังวลว่าแขกที่รอคิวอยู่ห่างออกไปจะรอไม่ไหว
ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความผิดพลาดในการตัดสินใจของเธอ ลูกค้าไม่ได้มาเพียงแค่คนเดียว ตรงกันข้ามลูกค้ากลับมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในระหว่างรอหม้อที่สองนี้สุก อู๋ตานมองดูฉากที่มักปรากฏขึ้นในความฝันของเธอเท่านั้นตรงหน้า แล้วใช้ฝ่ามือปาดเหงื่อบนหน้าผาก
อย่างไรก็ตาม ความสนใจของเธออยู่หลี่ซวนที่นำโชคมาให้เธอมากกว่า เธอรู้สึกว่าเธอโชคดีมาก เดิมที เธอคิดว่ามันแค่น่าสนใจ ดังนั้น เมื่อเธอยังไม่ยุ่งมาก เธอจึงคุยกับหลี่ซวนสองสามคำ อันที่จริงนี่เป็นเพียงวิธีดึงดูดลูกค้าของเธอ เมื่อมีผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าผ่านเข้ามา เธอก็จะไม่ปล่อยไป
แต่สิ่งนี้ได้ทำให้เธอประหลาดใจ การกระทำโดยไม่ได้ตั้งใจนี้ ทำให้เธอเก็บสมบัติมาได้!
ช่วงเวลานี้ ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกขอบคุณกับการตัดสินใจครั้งนี้มากแค่ไหน! จากสถานการณ์การขายในปัจจุบันเท่าที่เห็น ถ้าหลี่ซวนไม่ร่วมมือกับเธอ แต่วิ่งไปตกลงกับเจ้าอื่นหรือตั้งแผงขายเอง เธอยังจะทำธุรกิจของตัวเองได้อีกเหรอ?
ความจริง ต่อให้หลี่ซวนจะไม่ตื้อให้เธอร่วมมือ เธอก็จะไม่ยอมปล่อยให้ฉากที่ปรากฏอยู่แค่ในความฝันนี้ไป ตั้งแต่หม้อแรกได้ถูกขายออกไป เธอก็ตัดสินใจที่จะร่วมมือกับชายหนุ่มคนนี้ตลอดไปแล้ว และยิ่งได้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า มันก็ยิ่งเสริมความเชื่อมั่นของเธอ
สำหรับหลี่ซวนเธอต้องจับให้มั่น ไม่ว่าจะต้องผูกมัดด้วยอะไร ลำบากแค่ไหนก็ต้องทุ่มสุดตัว เพื่อชิ้นส่วนของพายแม้เพียงเล็กน้อยนี้!
เมื่อคิดถึงปากท้องที่อยู่ทางบ้าน หัวใจของอู๋ตานก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาเล็กน้อย แต่หลังจากคำนวณยอดขายและกำไรอย่างคร่าวๆ แล้ว เธอก็กลับมาเต็มไปด้วยความมั่นใจอีกครั้ง
นี่เป็นความคิดที่ขัดแยังกันมาก
หนึ่งหม้อภายใน 5 นาที มีส่วนผสมประมาณ 50 ไม้ พวกมันทั้งหมดถูกซื้อไปโดยคนเพียงสามคนเท่านั้น และยังมีลูกค้าอีกมากกว่า 30 คนที่รออยู่ และยังมีมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเร็วระดับนี้ หากเตรียมตัวดีๆ เธอเชื่อว่าต่อให้ขายอีกหลายสิบหม้อก็ไม่ใช่ปัญหา ตราบเท่าที่หลี่ซวนจัดหาซุปมาให้ทันเวลา
สวรรค์ การขยายธุรกิจมันง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
ถ้าเธอจ้างคน ตั้งแผงขายอาหารแบบนี้ ทุกถนนบาร์บีคิว ในเมืองนี้…
อู๋ตานนึกคำนวนอยู่ในใจ และอดนึกสงสัยไม่ได้ว่าเธอคงกำลังฝันไป ดังนั้นเธอจึงหยิกตัวเอง และสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด
เวลาค่อยๆผ่านไป แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เหล่านักชิมกลับรู้สึกว่าเวลาไม่กี่นาทีที่ผ่านไปนี้ช้ามาก ช้ายิ่งกว่าการคืบคลานของหอยทากเสียอีก
“พี่อู๋!” หลี่ซวนมองไปที่กลุ่มนักชิมที่กระตือรือร้น และกระซิบบอกอู๋ตานว่า “พี่ประกาศให้พวกเขาเข้าแถว แต่ละคนสามารถซื้อได้เพียง 2 ไม้เท่านั้น ส่วนราคาก็ขายเท่าเดิม ใครไม่เห็นด้วยก็ถอยออกไปได้!”
“ห๊ะ?” อู๋ตานที่หมกมุ่นอยู่กับความฝันถึงผลกำไรเล็กน้อย ได้สติอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินคำแนะนำของหลี่ซวนในแวบแรก เธอก็รีบส่ายหน้าและพูดว่า “จะทำแบบนั้นได้ยังไง? ในการทำธุรกิจจะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร?”
หลี่ซวนส่ายหน้า รู้ว่าอู๋ตานคิดอะไรอยู่และถามกลับไปว่า “พี่อู๋! ผมรู้ว่าพี่กำลังเป็นห่วงเรื่องอะไร! แต่! ผมขอถามพี่ว่าถ้าพี่เพิ่งดื่มซุปไป พี่จะหยุดอยู่แค่นั้นไหม?”
“เอ่อ…” อู๋ตานรู้สึกเขินอายเมื่อนึกถึงตอนที่เธอเพิ่งดื่มซุป และอดไม่ได้ที่จะหน้าแดง และตอบว่า “หลังจากดื่มถ้วยนั้นแล้ว ฉันก็อยากดื่มมากขึ้นอีก!”
“ใช่ไหมล่ะ!” หลี่ซวนยิ้มและพูดต่อไปว่า “ถ้าแต่ละคนสามารถซื้อได้เพียง 2 ไม้เท่านั้น พวกเขาจะตอบสนองความอยากกินได้อย่างไร? ผมแน่ใจว่าพวกเขาจะกลับมาเข้าแถวเพื่อซื้อกินอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้ พี่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะขายไม่หมด”
พูดจบ หลี่ซวนก็หยุดไปชั่วขณะ หลังจากเห็นอู๋ตานพยักหน้า เขาก็พูดต่ออีกครั้ง “วิธีนี้มีประโยชน์สองประการ ประการแรก คืนนี้พี่เตรียมส่วนผสมมาไม่มาก อย่างดีที่สุดก็สามารถปรุงได้แค่ 5 หม้อ คิดดูนะ เพียงแค่ 5 หม้อ หมาป่ากลุ่มนี้จะแบ่งกันอย่างไร? เกรงว่าคงมีคนได้กินเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ในกรณีนี้ ลูกค้าที่รออยู่แล้วไม่ได้กินล่ะไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องเสียเวลาไปเปล่าๆเหรอ? พี่จะทนรับความขุ่นเคืองและความโกรธของลูกค้ากลุ่มนี้ได้ไหม? ด้วยวิธีแบ่งปันสายฝนและน้ำค้างนี้ ทำให้คนส่วนใหญ่สามารถได้ลิ้มรส และลองคิดดูนะ ของที่ได้กินเข้าปากกับเพียงแค่ได้กลิ่น มันจะแตกต่างกันมากขนาดไหน?”
“ใช่แล้ว!” ดวงตาของอู๋ตานเป็นประกายและหัวเราะออกมา “ฉันกังวลมากไปจนคิดไม่ถึง ฮ่า ฮ่า! ถ้าทุกคนกินได้เพียงไม่กี่ไม้ตามที่คุณว่า ไม่เพียงตอบสนองลูกค้าจำนวนมากได้แล้ว ความอยากกินของทุกคนยังได้รับการเติมเต็ม ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะมาอุดหนุนร้านของฉันต่อไปอย่างแน่นอน นอกจากนี้คำพูดแบบปากต่อปากของพวกเขายังช่วยโฆษณาร้านของฉันด้วย!”
หลี่ซวนยิ้มและพยักหน้า
.