เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้าแสนอร่อย

บทที่ 13 ซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้าแสนอร่อย

บทที่ 13 ซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้าแสนอร่อย


บทที่ 13 ซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้าแสนอร่อย

.

2-3 ทุ่มเป็นช่วงเวลาที่มีชีวิตชีวาและเจริญรุ่งเรืองที่สุดในเมืองสมัยใหม่ ถนนและทางแยก แบ่งเมืองทั้งหมดเป็นชิ้นเล็กๆนับไม่ถ้วน ทั้งสองข้างทางของถนนและทางแยกเหล่านี้ สว่างไสวราวกับกลางวัน

ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีการบริโภค ที่ใดมีการบริโภค ที่นั่นย่อมมีตลาด เมื่อตลาดใหญ่ขึ้น ธุรกิจต่างๆก็เฟื่องฟู สองข้างทางของถนน ภายใต้แสงสีต่างๆ ที่พบมากที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายเสื้อผ้า

และบ่อยครั้งที่ธุรกิจของคนส่วนใหญ่จะได้รับผลกำไรสูงสุด

เพื่อดึงดูดลูกค้า ร้านเสื้อผ้าเหล่านี้ มักจะย้ายซับวูฟเฟอร์หรือลำโพงขนาดใหญ่ไปที่หน้าประตูร้าน และปรับระดับเสียงสูงสุด เล่นเพลงร็อคทุกประเภท และมีแม้กระทั่งเพลงเฮฟวีเมทัล

ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ท้องฟ้าเหนือเมืองมักก้องกังวานไปด้วยเสียงเพลงดังสนั่น และจะไม่เงียบจนกว่าจะหลังสี่ทุ่ม

ดังนั้นในช่วงเวลาเหล่านี้ การทำให้อารมณ์สงบลงทำได้ยากมาก

เมื่อเทียบกับร้านเสื้อผ้า ร้านอาหารมีจำนวนค่อนข้างน้อย และไม่คึกคักเท่าร้านเสื้อผ้า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้ ธุรกิจร้านอาหารก็เฟื่องฟูเช่นกัน ยิ่งเกรดสูงก็ยิ่งยุ่ง

หลี่ซวนเดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย มองดูร้านค้าต่างๆ สองข้างทางและคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี

ถนนที่เขาเดินอยู่ในตอนนี้เป็นถนนที่ค่อนข้างคึกคัก เป็นสี่แยกที่มีรถประจำทางสัญจรตามปกติ สองข้างทางเป็นร้านขายเสื้อผ้า

เมืองใหญ่โดยทั่วไปมักมีลักษณะเช่นนี้ คือไม่มีกลางคืน

เมืองที่หลี่ซวนอยู่ก็ไม่มีข้อยกเว้น

ไม่ว่าผู้คนจะนอนดึกขนาดไหน หรือตื่นเช้าเพียงใด พวกเขาจะไม่ได้อยู่คนเดียว ตราบใดที่ออกไปข้างนอก พวกเขาจะเห็นคนอื่นอยู่เสมอ

ในช่วงกลางดึกสถานบันเทิงที่ได้พักผ่อนในระหว่างวันจะคึกคักอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้ยังมีของว่างยามดึกกระจายอยู่เกือบทุกมุมเมือง

ทางเท้าของถนนเสื้อผ้าสายนี้ ในตอนกลางคืนมีบทบาทสำคัญอย่างหนึ่งคือ เป็นถนนบาร์บีคิว แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมด นอกจากแผงขายบาร์บีคิวแสนอร่อยต่างๆแล้ว ยังมีแผงขายอาหารอื่นๆ อย่างเช่น ผัดหมี่ และหมาล่าถัง แต่ก็มีไม่มากนัก

หลังจากหลี่ซวนมาถึงถนนที่พลุกพล่านซึ่งอยู่ไม่ไกล เขาได้ตัดสินใจว่าจะออกสำรวจตลาดกลางคืนดู

หลังจากเดินไปรอบๆไม่กี่นาที หลี่ซวนก็ได้รับโทรศัพท์จากเฉินเหว่ยปิน และก็เป็นอย่างที่คิด เจ้าอ้วนคนนั้นไม่มีความอดทน

“ฮัลโหล? ซวนจื่อ?” เสียงค่อนข้างต่ำของเฉินเหว่ยปินดังมาจากปลายสาย “นายไม่จำเป็นต้องซื้อหัวไชเท้ามากมาย! ซื้อมาเท่าไหร่ก็ได้! สำหรับเงินที่เหลือ ก็ซื้อเบียร์มาสัก 2-3 ขวด!”

หลี่ซวนผู้ไม่เคยคิดจะซื้อหัวไชเท้า ยังคงถามไปว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

“สองคนนั่นไปแล้ว! ไอ้อ้วนนั่นพอได้ยินว่าจะทำซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้า ใบหน้าของเขาก็ดำเหมือนท่านเปา เจ้าเด็กเสี่ยวจางนั่น อยู่ดีๆก็ชวนทุกคนไปกินข้าวที่ ‘ซื่อไมห่าว” เป็นผลให้เจ้าอ้วนลุกขึ้นจากไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ และไม่แม้แต่สบตากับฉันตรงๆ“เฉินเหว่ยปิน ถอนหายใจเฮือกใหญ่”เฮ้อ! อนาคตการทำงานของฉัน เกรงว่าน่าจะยากแล้ว!”

“หือ? ซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้า มันเกี่ยวอะไรกับที่ไอ้อ้วนนั่นทิ้งไป? ฉันคิดว่าไอ้อ้วนนั่นทนสภาพอากาศร้อนอบอ้าวบนชั้นสิบกับการกินอาหารร่วมภาชนะกับคนอื่นไม่ไหวมากกว่า! จริงสิ เป็นไปได้ไหมว่าไอ้อ้วนนั่นไม่กินหัวไชเท้า? หรือโกรธที่เราซื้อหัวไชเท้าตอนเกือบจะหมดวันแบบนี้?” หลี่ซวนถามด้วยความสงสัย

“บอกฉันเรื่องทักษะการทำอาหารของนายหน่อย! ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อเหตุผลที่นายพูด แต่สิ่งที่นายพูดมันไม่ใช่กุญแจสำคัญ กุญแจสำคัญคือ ซี่โครงปรุงไม่ง่าย การปรุงให้สุกจริงๆ โดยไม่มีหม้อแรงดัน มันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงในการเคี่ยวอย่างช้าๆ!” เฉินเหว่ยปินอธิบาย

“ไร้สาระ! เรื่องนี้ต้องให้นายพูดอีกเหรอ? ฉันเป็นเชฟระดับเทพเจ้าแห่งอาหาร!” หลี่ซวนพูดอย่างหน้าด้าน “เอาล่ะ ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้ ให้เสี่ยวหลานมอบครัวให้ฉัน แล้วพวกนายแค่รอกินก็พอ!”

“OK! วางสายล่ะ! ฉันจะไปขโมยผักต่อ!”

หลังจากวางสายโทรศัพท์ หลี่ซวนที่เดินเตร่อยู่ซักพัก แล้วก็ใช้เงินสิบหยวนซื้อเบียร์สองขวด จากนั้นก็ปีนบันไดกลับขึ้นไปชั้นสิบอีกครั้ง

หลี่ซวนผู้ปีนบันไดขึ้นชั้นสิบเป็นครั้งที่ n ของวันนี้ ในใจก็โหยหาอย่างที่สุดมิได้กับการเป็นคนที่อาศัยอยู่ชั้น 2 หรืออาคารที่มีลิฟต์ และคิดว่าหลังจากทำเงินและตั้งรกรากให้กับครอบครัวได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของตัวเองและเพื่อนสนิท!

เฉินเหว่ยปินกับเสี่ยวหลานถูกทิ้งไว้ในบรรยากาศที่อึมครึมเล็กน้อยของห้องนั่งเล่นที่มีเพียงพัดลมเก่าๆคอยเป่าลมระบายความร้อนให้เท่านั้น

หลี่ซวนก็ไม่ได้พูดไร้สาระ พอวางเบียร์ลงบนโต๊ะ เขาก็เดินตรงเข้าไปในครัวและปิดประตูกันควัน

แม้ว่าเพื่อนสนิทของเขาจะไม่ชอบงานที่ทำอยู่ แต่หลี่ซวนก็รู้ดีว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะให้เขาลาออกจากงานนั้นด้วยตัวเอง ดังนั้นการกระทำของหลี่ซวนในวันนี้ มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนมาก นั่นคือกำจัดแขกทั้งหมดออกไป เพื่อให้เพื่อนที่ดีที่สุดและเสี่ยวหลานได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะที่หาได้ยากในโลกนี้ และเพื่อให้เพื่อนสนิทมีความมั่นใจในตัวเขา

เขาจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของเพื่อนรักได้หรือไม่นั้น มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนยังไม่มีเงินพอที่จะปล่อยให้เพื่อนสนิทออกจากงานในตอนนี้ เขาทำได้เพียงค่อยๆเดินไปทีละก้าวเท่านั้น

ไม่ว่าอย่างไร หลี่ซวนรู้ดีว่า ในอนาคตเขาต้องยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น และเขาไม่สามารถทำทุกอย่างทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง เขาต้องมีคนที่ไว้ใจได้คอยช่วยเหลือ แม้จะไม่จำเป็นต้องบอกความลับทั้งหมดของตัวเองต่อพวกเขา แต่บางสิ่งก็จำเป็นต้องบอกให้รู้ และบางสิ่งนั้นก็จำเป็นที่จะต้องไม่ให้มีคนรู้หลายคน เช่นเดียวกับอาหารที่เขาทำ ว่าความลับสำคัญของความอร่อยอยู่ที่ส่วนผสมหลัก

เพื่อป้องกันผู้ที่สนใจอยากรู้ งานพื้นฐานเหล่านี้ต้องวางแผนล่วงหน้า

ในครัว เสี่ยวหลานได้เตรียมส่วนผสมทั้งหมดไว้แล้ว และซี่โครงหมูทั้งหมดก็ถูกต้มในหม้อแล้ว

ชื่อเต็มของเสี่ยวหลานคือ อู๋เสี่ยวหลาน พวกเขาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แม้เธอจะไม่สวยนัก รูปร่างก็เล็กกะทัดรัด ภูมิหลังทางครอบครัวก็ธรรมดา แต่เธอใจดีมีน้ำใจมาก เธอดูแลบ้านเล็กๆหลังนี้เป็นอย่างดี สามารถทำงานบ้านที่น่าเบื่อได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับนักศึกษาหญิงคนอื่นๆ เสี่ยวหลานมีคุณสมบัติที่หายากจริงๆ

ตั้งแต่เรียนอยู่ปีสาม เฉินเหว่ยปินที่ได้เห็นสิ่งนี้ก็เริ่มตามตื้อเธออย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งปีสี่พวกเขาจึงตกลงเป็นแฟนกัน เดิมทีทั้งสองวางแผนที่จะแต่งงานหลังจบการศึกษาและทำงานเก็บเงินไปแล้วหนึ่งปี แต่ใครจะรู้ว่าในเมืองใหญ่นี้ แม้ทั้งคู่จะใช้ชีวิตอย่างประหยัดก็ยังเก็บเงินไม่ได้

ในเรื่องนี้เสี่ยวหลานไม่ได้บ่นเลยว่าจะต้องทำยังไงและต้องทำอย่างไร ซึ่งทำให้เฉินเหว่ยปินประทับใจมาก!

เมื่อเห็นว่าส่วนผสมในครัวถูกเตรียมมาอย่างดีแล้ว หลี่ซวนก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาในใจ เมื่อมองดูแฟนคนอื่นเทียบกับแฟนเก่าของตัวเอง แฟนเก่าของเขาก็คือผู้หญิงหยิบโหย่งที่ไม่รู้จักวิธีทำงานบ้าน แม้กระทั่งวิธีซักผ้า นอกจากสวยและหุ่นดีแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดเลย

ในอนาคตถ้าเขาจะหาแฟน เขาต้องหาคนแบบเสี่ยวหลาน แม้ว่าเธอจะไม่สวยหรือหุ่นไม่ดีนักก็ตาม แต่เธอจะต้องเป็นคนที่ร่วมทุกข์ได้! ส่วนสาวงามที่โหยหาแต่สิ่งของ ไม่เป็นไรที่จะใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนกับร่างกายของเธอ โดยไม่ต้องพูดถึงความรู้สึก

ขณะที่คิดอยู่ในใจ หลี่ซวนก็ใช้มีดตัด ‘หัวไชเท้าไม่สมบูรณ์’ ที่นำออกมาจากฟาร์ม ออกเป็นชิ้นๆ

หลังจากประสบการณ์การปรุงอาหารในตอนเย็น แม้ว่าวิธีตัดของหลี่ซวนจะช้าและไม่สม่ำเสมอ แต่ขนาดของหัวไชเท้าที่หั่นก็ไม่น่ากลัวเหมือนครั้งก่อน สำหรับเกลือเสี่ยวหลานได้ตักเตรียมไว้ให้แล้ว ดังนั้นหลี่ซวนจึงไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนี้

หลี่ซวนไม่รู้ว่าซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้าต้องทำอย่างไร เขาเพียงเปิดฝาหม้อต้มซี่โครงหมู แล้วเทหัวไชเท้าพร้อมกับส่วนผสมทั้งหมดที่เสี่ยวหลานเตรียมไว้ อย่างเช่น โป๊ยกั๊ก ขิงหั่นแว่น ต้นหอมซอย และอื่นๆ ลงไปในหม้อ

จากนั้นเขาก็เติมน้ำเพิ่มอีกสองชาม แล้วปิดฝาหม้อและเปิดไฟแรงสุด ต้มทุกอย่างในหม้อนั้น!

หลี่ซวนได้เข้าสู่เพลนฟาร์มดูแลผักระหว่างรอ

เพื่อนทั้งสิบคนในเพลนฟาร์ม หลี่ซวนไม่เคยมีเวลาไปดูเลย แต่ตอนนี้มีเวลาเหลือเฟือแล้ว เขาจึงต้องการเดินสำรวจอย่างเป็นระบบ เพื่อดูว่ามีสิ่งมีค่า หรือพืชผักผลไม้อะไรที่สุกพร้อมกันบ้าง หากโชคดี เขาจะได้ให้ความสนใจมันในอนาคต เพื่อจะได้ไม่พลาด

หลี่ซวนได้ยินเสียงเดือด ‘ปุดปุด’ ในหม้อ และได้กลิ่นหอมน่าดึงดูดใจ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้เริ่มต้นการเดินทางของการขโมยผักอย่างมืออาชีพในเพลนฟาร์มของเขา

.

จบบทที่ บทที่ 13 ซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้าแสนอร่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว