- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!
บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!
บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!
บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!
.
หัวหนึ่งโผล่ออกมาจากดินอย่างช้าๆ และพยายามสังเกตสถานการณ์ในซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์อย่างระมัดระวัง
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ดวงตาของเขาโผล่พ้นพื้นดิน กรงเล็บแหลมคมคู่หนึ่งก็แทงเข้าสู่หัวของเขาและแยกมันออกจากกัน จากนั้นก็หยิบร่างของเขาขึ้นมาจากดิน แล้วโยนออกจากซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เกิดการแย่งชิงกันในหมู่ผีขาว
มือขวาของเอ้อเว่ยเปื้อนไปด้วยเลือดและเนื้อมากมายจากการหยิบบางสิ่งออกมาจากหัวที่ถูกแยกนั้น จากนั้นฝ่ามือเหล็กถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟ เผาไหม้เลือดเนื้อบนมือจนหมดจด มันจึงเปิดเผยให้เห็นลูกปัดดาวส่องสว่างที่อยู่ในมือ
เอ้อเว่ยวิ่งไปยังตำแหน่งอื่น ในขณะที่ดูดซับลูกปัดดาวในมือโดยไม่ได้พูดอะไร และเข้าร่วมเกมตีตัวตุ่นอีกครั้ง
“สังหารข้ามระดับ ได้รับคะแนนทักษะ +5”
ด้วยการหลั่งไหลเข้ามาของผีขาวจำนวนมาก เจียงเซียวจึงไม่หวงคะแนนทักษะอีกต่อไป และโยน 5 คะแนนทักษะไปยังทักษะพื้นฐาน ‘ความชำนาญด้านมีดสั้น’ โดยตรง
ความชำนาญด้านมีดสั้นคุณภาพทองเหลือง Lv. 5 จากเดิมได้รับการอัพเกรดเป็นคุณภาพเงิน Lv.0 โดยตรง
หากเขาต้องการอัพเลเวล เขาจะใช้คะแนนทักษะเพียง 10 คะแนนเท่านั้น
เพียงครู่เดียว ในขณะที่เจียงเซียวกำลังดูดซับลูกปัดดาวผีขาว การเคลื่อนไหวและเทคนิคทุกประเภทก็หลั่งไหลเข้ามาในใจ ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาสั่นเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งใจ เขาดึงมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างขาออกมา และมันก็ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ราวกับหมกมุ่นอยู่กับทักษะนี้มาหลายปีแล้ว
เจียงเซียวยังคงดูดซับลูกปัดดาวผีขาวต่อไป ในขณะที่ทิ้งตราประทับไว้บนตัวของเพื่อนร่วมทีม
ฉากในซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์สามารถทำให้ดวงตาของผู้คนร้อนฉ่า เพราะมีลูกปัดดาวผีขาวและแม่มดผีขาวกระจัดกระจายอยู่บนพื้น มันกลิ้งอยู่ทุกที่และสุมเป็นกองพะเนินราวกับภูเขาทองคำ
ในขณะที่ผีขาวหลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทาง ข้อมูลชิ้นหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของเจียงเซียวอีกครั้ง
“สังหารข้ามระดับ ได้รับคะแนนทักษะ +5”
เอ้อเว่ย!
ผมขอคารวะคุณจริงๆ!
เมื่อเห็นข้อมูลนี้ เจียงเซียวก็วิงวอนต่อแผนที่ดาวภายในว่า ได้โปรดอย่าตัดสินให้ผมเข้าร่วมทีมกับหานเจียงเสวี่ย หลี่เว่ยอี้ และเซี่ยหยานเลย
ได้โปรดอนุญาติให้ผมอยู่ในทีมเอ้อเว่ยต่อไปเถอะครับ…
หลังจากสูญเสียสมาชิกไปสองคน โกเฟอร์ที่อยู่ใต้ดินก็ดูเหมือนจะสงบลงมาก
อย่างไรก็ตาม ศัตรูของทุกคนก็ได้เปลี่ยนจากกลุ่มทหารรับจ้างใต้พื้นดินมาเป็นผีขาวที่กรูกันมาจากทุกทิศทุกทาง
ไห่เทียนชิงก็ทำเหมือนกับเจียงเซียว เขาคว้าลูกปัดดาวบนพื้นขึ้นมาหนึ่งกำมือ แล้วดูดซับพวกมันอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปักคทาไพลินลงบนพื้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้ คทาไพลินที่เปล่งประกายไม่ได้สร้างความเสียหายตามอำเภอใจอีกต่อไป มันไม่ได้ส่งไฟฟ้าไปยังไห่เทียนชิงและไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมทีมคนใดตกใจด้วย
เป็นไปได้ไหมที่การโจมตีคราวนี้มีทักษะ ‘ตราประทับ’ อยู่ด้วย?
เจียงเซียวคิดถึงเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็พบว่าไห่เทียนชิงไม่เคยสัมผัสร่างกายของเขาเลย
หรือว่าเป็นเพราะครั้งนี้เป็นคทาพลอยสีเหลืองอ่อนหรือเปล่านะ?
มันไม่ได้ใช้เพื่อฟื้นฟูสภาพของทุกคนหรอกเหรอ? หรือว่ามันมีผลของตราประทับอยู่ด้วย?
ท้ายที่สุด มีเพียงคทาอัญมณีสีเหลืองอ่อนเท่านั้นที่สามารถอธิบายได้ หลังจากคทาถูกปักลงในซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์แสงสว่างก็ตกลงบนร่างของทุกคน
หลีเว่ยอี้มีสีหน้าทุกข์ใจ เขาถือโล่คอยปกป้องทุกคนให้ถอยหลังไปยังมุมหนึ่งของกำแพงหิน “เราเข้าไม่ไปได้ ส่วนอีกด้านก็ออกไปไม่ได้ สุดท้ายพวกผีขาวจะกลืนกินเราจนตาย”
ขณะที่พูด ดินก็ระเบิดพลุ่งพล่านและกลายร่างเป็นหนองน้ำโคลน มังกรโคลนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมา ผูกมัดสิ่งมีชีวิตทั้งหมดลากลงสู่แม่น้ำโคลนไหล
ต่อให้ไม่มีมังกรโคลนโผล่ขึ้นมาผูกมัดก็ตาม ข้อเท้าของทุกคนก็จมลงไปในหนองน้ำโคลนแล้ว ไม่ช้าก็เร็วก็คงถูกมันกลืนกินหายไป
“หนองน้ำ?” หลี่เว่ยอี้ตกตะลึง
ทันทีที่เขาเอ่ยปาก ข้อเท้าของหลี่เว่ยอี้ก็ถูกงูโคลนรัดและลากลงไปอย่างรวดเร็ว
ไห่เทียนชิงรีบคว้ามือของหลี่เว่ยอี้ แล้วดึงขึ้นมาอย่างแรง…
เจียงเซียวกับเด็กคนอื่นๆไม่รู้ แต่ผู้พิทักษ์รัตติกาลรู้ดีว่า แม่น้ำโคลนกับหนองน้ำโคลนเป็นทักษะดาวทองที่หายาก และในทีมทหารรับจ้างนี้ มีเพียงหัวหน้ากับรองหัวหน้าทีมทหารรับจ้างเท่านั้นที่มี
ตอนนี้หนองน้ำโคลนปรากฏขึ้น แล้วคนที่ต่อสู้อย่างดุเดือดกับหัวหน้าทหารรับจ้างล่ะ?
พ่ายแพ้และตายไปแล้ว?
“หัวหน้า…” เอ้อเว่ยบดขยี้หัวผีขาวด้วยเท้าข้างเดียว ใบหน้าแตกร้าวและดำราวกับถ่าน ไม่มีการแสดงออกทางสีหน้าใดๆ แต่ดวงตาฟีนิกซ์สีแดงแคบคู่นั้นกลับสลดลง
เอ้อเว่ยผู้เป็นเหมือนเทพเจ้า แสดงร่องรอยของความเศร้าโศกที่หาได้ยาก “คุณก็เป็นเหมือนฉันใช่ไหม? ที่อ้อนวอนใครสักคนที่ผ่านมานำข่าวการเสียชีวิตในการต่อสู้ของคุณกลับบ้าน”
คำพูดที่บีบคั้นหัวใจจมลงท่ามกลางคลื่นคำรามของผีขาว
เช่นเดียวกับฮีโร่ไม่เปิดเผยตัวตนที่ล้มลงในที่สุด น้อยคนที่รู้เรื่องพวกเขา ไม่มีใครสนใจพวกเขา และในที่สุดพวกเขาก็จมลงไปในกระแสน้ำแห่งประวัติศาสตร์
เอ้อเว่ยตกอยู่ในอารมณ์เศร้า แม้ยังคงดำเนินการต่อสู้ต่อไป แต่ดูเหมือนจะสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว กลิ่นอายแห่งความกระหายเลือดลดลง ราวกับจมลงสู่อีกโลก
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง…
เสียงกระดิ่งหวานใสปลุกเอ้อเว่ยให้ตื่นขึ้น เธอถือผีขาวที่กำลังกรีดร้องและถูกไฟคลอกด้วยมือข้างเดียว จากนั้นก็โยนผีขาวในมือทิ้งและก้าวยาวๆไปข้างหน้า ดวงตาฟีนิกซ์สีแดงคู่นั้นมองไปยังเจียงเซียวด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ
“พูดมา!” เจียงเซียวตะโกนออกมาดังๆ
นักเรียนทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้าเขาถึงกับตกตะลึง
เอ้อเว่ยเตะผีขาวที่ขวางทาง แล้วเอาร่างของพวกมันวางไว้ใต้ฝ่าเท้า เพื่อชะลอการจม “คนที่ใช้หนองน้ำโคลนก็เหมือนกับคนที่เราฆ่าในทุ่งหิมะ มีเพียงฉันเท่านั้นที่สามารถจัดการกับมันได้”
“อยากเล่นอุบายระเบิดพลีชีพอีกครั้งใช่ไหม?” เจียงเซียวถามอย่างเฉียบแหลม
หานเจียงเสวี่ยควบคุมสายลมป่าเถื่อน พร้อมกับสนับสนุนทุกคนในทีม ในขณะที่มองเจียงเซียวที่อยู่ข้างๆ ด้วยความประหลาดใจ
เธอไม่เคยเห็นด้านจริงจังขนาดนี้ของเจียงเซียวมาก่อน เธอไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า คนไร้ใจและขี้เล่นจะเข้มงวดได้มากขนาดนี้
นานแค่ไหนแล้ว?
เขามักหัวเราะอย่างหน้าหนา บางครั้งก็กลอกตาและพูดความคิดที่น่ารังเกียจบางอย่าง
แต่เธอไม่เคยเห็นเขาโมโหหรือโกรธเลย
ใบหน้าสีดำราวถ่านของเอ้อเว่ยเปลี่ยนไปทันที ดวงตาสีแดงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ซึ่งทำให้เธอดูน่ากลัวยิ่งขึ้น “นี่นายกำลังสั่งสอนฉัน?”
“ใช่” เจียงเซียวที่กำลังดูดซับลูกปัดดาวผีขาวอย่างบ้าคลั่ง ตอบอย่างไม่ลังเล
เอ๋?
ทำไมถึงมีลูกปัดดาวแม่มดผีขาวอยู่ด้วยล่ะ?
อย่าเพิ่งเริ่มปัญหาใหม่เลย…
“นายทำอะไรได้บ้าง” ร่างใหญ่ของเอ้อเว่ยสังหารผีขาวอย่างคล่องแคล่ว และใช้ศพของพวกมันรองไว้ใต้เท้าเพื่อชะลอการจม
แม้ว่าเธอจะถูกเขี้ยวฟันและกรงเล็บของผีขาวกัดข่วนก็ตาม แต่การกระทำเหล่านั้นก็ไม่สามารถทะลุการป้องกันของเธอได้อย่างสมบูรณ์ ในทางกลับกัน ผีขาวกลับรู้สึกว่าปากและมือของมันถูกเผาไหม้
“ผมมีวิธีแก้ปัญหาแล้ว!” เจียงเซียวตะโกนเสียงดัง “คนๆนั้นอยู่ที่ไหน?”
การเคลื่อนไหวของเอ้อเว่ยหยุดลง ดูเหมือนเธอจะตระหนักได้ว่าเจียงเซียวมีแผนการแล้ว
เดิมทีเธอไม่เคยรู้จักกับเจียงเซียวมาก่อน อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เขาหลุดพ้นจากการจับกุม ความคิดและปฏิกิริยาของเขาตลอดทางที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เธอมีความเข้าใจโดยทั่วไปเกี่ยวกับเขา
เด็กคนนี้ไว้ใจได้
จมูกที่ไหม้เกรียมของเอ้อเว่ยกระตุกเล็กน้อย ร่างใหญ่ของเธอถูกฝูงผีขาวกลุ้มรุมอย่างฉับพลัน เป็นผลให้ผีขาวทั้งหมดถูกเผาจนต้องกรีดร้องและรีบหลบเลี่ยงยักษ์ลาวา
“กรุณาเคลียร์พื้นที่ด้วย” เจียงเซียวกล่าวอย่างเร่งรีบ และหันมาพูดกับหานเจียงเสวี่ยว่า “เข้าไปใกล้เธอให้มากขึ้น เร็วเข้า แค่เราสองคนเท่านั้น ถ้ามีคนมากเกินไปผมจะไม่สามารถควบคุมพลังได้”
หานเจียงเสวี่ยขมวดคิ้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสนามรบที่เก้าตายหนึ่งรอด ในใจของเธอก็ดิ้นรนอย่างดุเดือด
ทางเลือกที่ 1: ใช้สายลมป่าเถื่อนพาตัวเองกับเจียงเซียวพยายามหลบหนีออกจากซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์
ทางเลือกที่ 2: ปฏิบัติตามคำสั่งของเจียงเซียว สลายการโจมตีของศัตรูและกำจัดหนองน้ำโคลน
หานเจียงเสวี่ยลังเล
เอ้อเว่ยสลัดผีขาวบนร่างกายออก และหลุดพ้นจากกรงเล็บของผีขาวได้อย่างง่ายดาย พละกำลังอันทรงพลังของเธอไม่ใช่สิ่งที่ผีขาวจะสามารถต้านทานได้ เธอใช้ผีขาวที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นพื้น เพื่อให้ยืนอยู่อย่างมั่นคงใต้กลุ่มแสงของพื้นที่ต่างมิติ
“นายอยากเป็นผู้บัญชาการของฉัน?” เอ้อเว่ยถามด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม สภาพของพวกเขาดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้กับสนามรบที่วุ่นวาย อึกทึกครึกโครม และอันตรายนี้
“ทำนองนั้น” เจียงเซียวตอบ ช่วงเวลาถัดมา เจียงเซียวกับหานเจียงเซียวก็บินไปหาเอ้อเว่ย
ท้ายที่สุด เซี่ยหยานกับหลีเว่ยอี้ ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้หานเจียงเสวี่ยเลือกที่จะลองปฏิบัติตามคำสั่ง
พวกเขาสองคนเลือกที่จะเสี่ยงต่อชีวิตและความตาย ติดตามหานเจียงเสวี่ยมาที่นี่ จึงเป็นเรื่องยากที่เธอจะตัดสินใจหลบหนีไปตามลำพังพร้อมกับเจียงเซียว
เธอแค่เชื่อใจเขาอีกครั้ง เหมือนที่ทำมาหลายเดือนแล้ว
“เคลียร์สถานที่ เร็วเข้า!” เจียงเซียวเร่งเร้า
เอ้อเว่ยกางมือออก และเอียงศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย แล้วพายุทอร์นาโดไฟก็ถล่มอีกครั้ง
หานเจียงเสวี่ยเป่าผีขาวออกจากเขตปลอดภัย และพัดพวกมันเข้าไปในพายุไฟ
ร่างของเอ้อเว่ยเหยียบลงบนดินโคลน และจมลงไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังเปิดใช้งานพายุทอร์นาโดไฟอย่างเด็ดเดี่ยว ในขณะเดียวกัน ดินโคลนก็ม้วนขึ้นมา มันรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว และพุ่งไปยังจุดศูนย์กลางที่เอ้อเว่ยยืนอยู่
“เอ้อเว่ย คุณบ้าไปแล้ว!” ไห่เทียนชิงตะโกนด้วยความโกรธมาจากระยะไกล ระยะของพายุทอร์นาโดไฟได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม มันไม่ได้ทำร้ายพวกเขาที่อยู่ใกล้กับกำแพง แต่ดูเหมือนเขาจะเคยเห็นฉากเอ้อเว่ยระเบิดพลีชีพมาก่อน
“แน่ใจไหมว่าเขาอยู่ที่นี่! ?” เจียงเซียวถามเสียงดัง ในขณะที่มองดูมังกรโคลนถูกไฟบดขยี้
“แน่ใจ” หนองน้ำโคลนปกคลุมถึงหัวเขาเอ้อเว่ยแล้ว นอกจากนี้ยังมีงูโคลนหลายตัวเข้ามาพันตัวและลากเธอลงไปอย่างรวดเร็ว
“หานเจียงเสวี่ย ให้ความสนใจกับพื้นที่มิติทลายท้องฟ้า” เจียงเซียวตะโกน “เอ้อเว่ย ทันทีที่คุณเห็นเป้าหมาย ให้โยนเป้าหมายเข้าไปในทักษะของหานเจียงเสวี่ย อย่าระเบิดไปพร้อมกับเขา”
ในขณะที่พูด เจียงเซียวก็ยกกำปั้นขึ้นสูง หมัดของเขาปกคลุมไปด้วยชิงหมางสีเขียวเข้ม
แผนที่ดาวภายในของเจียงเซียว ปรากฏกลุ่มดาวกระบวยใหญ่เก้าดาว
ช่องดาวที่สองเปล่งแสงสีทองคำอันน่าตื่นตา!
(ผู้แปล – ช่องแรกเป็น พรกับเหยื่อล่อ)
“อัพเกรดชิงหมาง! คุณภาพทอง Lv.0!”
“อัพเกรดความอดทน! คุณภาพทอง Lv.0!”
ตูม!
หนองน้ำโคลนหนาทึบถูกระเบิดออกมาสู่ปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่โดยตรง ดินโคลนปลิวว่อน พร้อมกับพลังดาวมากมาย
ไห่เทียนชิงตกตะลึงและมองเจียงเซียวอย่างโง่เขลา จนลืมวางผีขาวในมือไว้ใต้เท้า
นั่นมันทักษะดาวทอง ‘หนองน้ำโคลน’ เลยนะ!
ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ไม่ว่าจะมีพลังดาวมากมายเพียงใด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้หมัดเดียวชกมันจนกลายเป็นหลุมใหญ่ได้!
เพราะหมัดที่ชกลงไปในหนองน้ำโคลนทำได้เพียงจมลงไปและถูกจองจำไว้เท่านั้น
สิ่งเดียวที่สามารถเขย่าดินได้คือชิงหมางเท่านั้น
นั่นควรเป็นเอฟเฟกต์ที่ชิงหมางควรมีจริงๆเหรอ?
แต่ชิงหมางของเจียงเซียวเป็นคุณภาพเงิน มันไม่ควรมีเอฟเฟกต์การกระแทกที่ทรงพลังขนาดนี้ติดมาด้วย
(ผู้แปล – เอฟเฟกต์ของชิงหมาง คือเพิ่มความเสียหายและกระแทก)
ในเวลานี้ จู่ๆ ไห่เทียนชิงก็นึกถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
เมื่อมองดูชิงหมางสีเขียวที่ทรงพลังอย่างยิ่งของเจียงเซียว เงาร่างสวยงามในใจของไห่เทียนชิงก็ค่อยๆ ซ้อนทับกับร่างของเจียงเซียว …
ตูม! ตูม! ตูม!
เจียงเซียวยังคงกระหน่ำหมัดลงไปอย่างต่อเนื่อง และผลของเอฟเฟกต์ที่น่ารังเกียจของชิงหมางคุณภาพทองก็ไม่มีใครเทียบได้!
เจียงเซียวใช้ทักษะดาวพื้นฐานของชาวเป่ยเจียงที่เติบโตขึ้นมาจากรุ่นต่อรุ่น
เขาใช้พละกำลังแกะสลักเส้นทางเอาชีวิตรอด