เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!

บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!

บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!


บทที่ 107  ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!

.

หัวหนึ่งโผล่ออกมาจากดินอย่างช้าๆ และพยายามสังเกตสถานการณ์ในซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์อย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ดวงตาของเขาโผล่พ้นพื้นดิน กรงเล็บแหลมคมคู่หนึ่งก็แทงเข้าสู่หัวของเขาและแยกมันออกจากกัน จากนั้นก็หยิบร่างของเขาขึ้นมาจากดิน แล้วโยนออกจากซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เกิดการแย่งชิงกันในหมู่ผีขาว

มือขวาของเอ้อเว่ยเปื้อนไปด้วยเลือดและเนื้อมากมายจากการหยิบบางสิ่งออกมาจากหัวที่ถูกแยกนั้น จากนั้นฝ่ามือเหล็กถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟ เผาไหม้เลือดเนื้อบนมือจนหมดจด มันจึงเปิดเผยให้เห็นลูกปัดดาวส่องสว่างที่อยู่ในมือ

เอ้อเว่ยวิ่งไปยังตำแหน่งอื่น ในขณะที่ดูดซับลูกปัดดาวในมือโดยไม่ได้พูดอะไร และเข้าร่วมเกมตีตัวตุ่นอีกครั้ง

“สังหารข้ามระดับ ได้รับคะแนนทักษะ +5”

ด้วยการหลั่งไหลเข้ามาของผีขาวจำนวนมาก เจียงเซียวจึงไม่หวงคะแนนทักษะอีกต่อไป และโยน 5 คะแนนทักษะไปยังทักษะพื้นฐาน ‘ความชำนาญด้านมีดสั้น’ โดยตรง

ความชำนาญด้านมีดสั้นคุณภาพทองเหลือง Lv. 5 จากเดิมได้รับการอัพเกรดเป็นคุณภาพเงิน Lv.0 โดยตรง

หากเขาต้องการอัพเลเวล เขาจะใช้คะแนนทักษะเพียง 10 คะแนนเท่านั้น

เพียงครู่เดียว ในขณะที่เจียงเซียวกำลังดูดซับลูกปัดดาวผีขาว การเคลื่อนไหวและเทคนิคทุกประเภทก็หลั่งไหลเข้ามาในใจ ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาสั่นเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งใจ เขาดึงมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างขาออกมา และมันก็ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ราวกับหมกมุ่นอยู่กับทักษะนี้มาหลายปีแล้ว

เจียงเซียวยังคงดูดซับลูกปัดดาวผีขาวต่อไป ในขณะที่ทิ้งตราประทับไว้บนตัวของเพื่อนร่วมทีม

ฉากในซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์สามารถทำให้ดวงตาของผู้คนร้อนฉ่า เพราะมีลูกปัดดาวผีขาวและแม่มดผีขาวกระจัดกระจายอยู่บนพื้น มันกลิ้งอยู่ทุกที่และสุมเป็นกองพะเนินราวกับภูเขาทองคำ

ในขณะที่ผีขาวหลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทาง ข้อมูลชิ้นหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของเจียงเซียวอีกครั้ง

“สังหารข้ามระดับ ได้รับคะแนนทักษะ +5”

เอ้อเว่ย!

ผมขอคารวะคุณจริงๆ!

เมื่อเห็นข้อมูลนี้ เจียงเซียวก็วิงวอนต่อแผนที่ดาวภายในว่า ได้โปรดอย่าตัดสินให้ผมเข้าร่วมทีมกับหานเจียงเสวี่ย หลี่เว่ยอี้ และเซี่ยหยานเลย

ได้โปรดอนุญาติให้ผมอยู่ในทีมเอ้อเว่ยต่อไปเถอะครับ…

หลังจากสูญเสียสมาชิกไปสองคน โกเฟอร์ที่อยู่ใต้ดินก็ดูเหมือนจะสงบลงมาก

อย่างไรก็ตาม ศัตรูของทุกคนก็ได้เปลี่ยนจากกลุ่มทหารรับจ้างใต้พื้นดินมาเป็นผีขาวที่กรูกันมาจากทุกทิศทุกทาง

ไห่เทียนชิงก็ทำเหมือนกับเจียงเซียว เขาคว้าลูกปัดดาวบนพื้นขึ้นมาหนึ่งกำมือ แล้วดูดซับพวกมันอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปักคทาไพลินลงบนพื้นอีกครั้ง

แต่คราวนี้ คทาไพลินที่เปล่งประกายไม่ได้สร้างความเสียหายตามอำเภอใจอีกต่อไป มันไม่ได้ส่งไฟฟ้าไปยังไห่เทียนชิงและไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมทีมคนใดตกใจด้วย

เป็นไปได้ไหมที่การโจมตีคราวนี้มีทักษะ ‘ตราประทับ’ อยู่ด้วย?

เจียงเซียวคิดถึงเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็พบว่าไห่เทียนชิงไม่เคยสัมผัสร่างกายของเขาเลย

หรือว่าเป็นเพราะครั้งนี้เป็นคทาพลอยสีเหลืองอ่อนหรือเปล่านะ?

มันไม่ได้ใช้เพื่อฟื้นฟูสภาพของทุกคนหรอกเหรอ? หรือว่ามันมีผลของตราประทับอยู่ด้วย?

ท้ายที่สุด มีเพียงคทาอัญมณีสีเหลืองอ่อนเท่านั้นที่สามารถอธิบายได้ หลังจากคทาถูกปักลงในซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์แสงสว่างก็ตกลงบนร่างของทุกคน

หลีเว่ยอี้มีสีหน้าทุกข์ใจ เขาถือโล่คอยปกป้องทุกคนให้ถอยหลังไปยังมุมหนึ่งของกำแพงหิน “เราเข้าไม่ไปได้ ส่วนอีกด้านก็ออกไปไม่ได้ สุดท้ายพวกผีขาวจะกลืนกินเราจนตาย”

ขณะที่พูด ดินก็ระเบิดพลุ่งพล่านและกลายร่างเป็นหนองน้ำโคลน มังกรโคลนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมา ผูกมัดสิ่งมีชีวิตทั้งหมดลากลงสู่แม่น้ำโคลนไหล

ต่อให้ไม่มีมังกรโคลนโผล่ขึ้นมาผูกมัดก็ตาม ข้อเท้าของทุกคนก็จมลงไปในหนองน้ำโคลนแล้ว ไม่ช้าก็เร็วก็คงถูกมันกลืนกินหายไป

“หนองน้ำ?” หลี่เว่ยอี้ตกตะลึง

ทันทีที่เขาเอ่ยปาก ข้อเท้าของหลี่เว่ยอี้ก็ถูกงูโคลนรัดและลากลงไปอย่างรวดเร็ว

ไห่เทียนชิงรีบคว้ามือของหลี่เว่ยอี้ แล้วดึงขึ้นมาอย่างแรง…

เจียงเซียวกับเด็กคนอื่นๆไม่รู้ แต่ผู้พิทักษ์รัตติกาลรู้ดีว่า แม่น้ำโคลนกับหนองน้ำโคลนเป็นทักษะดาวทองที่หายาก และในทีมทหารรับจ้างนี้ มีเพียงหัวหน้ากับรองหัวหน้าทีมทหารรับจ้างเท่านั้นที่มี

ตอนนี้หนองน้ำโคลนปรากฏขึ้น แล้วคนที่ต่อสู้อย่างดุเดือดกับหัวหน้าทหารรับจ้างล่ะ?

พ่ายแพ้และตายไปแล้ว?

“หัวหน้า…” เอ้อเว่ยบดขยี้หัวผีขาวด้วยเท้าข้างเดียว ใบหน้าแตกร้าวและดำราวกับถ่าน ไม่มีการแสดงออกทางสีหน้าใดๆ แต่ดวงตาฟีนิกซ์สีแดงแคบคู่นั้นกลับสลดลง

เอ้อเว่ยผู้เป็นเหมือนเทพเจ้า แสดงร่องรอยของความเศร้าโศกที่หาได้ยาก “คุณก็เป็นเหมือนฉันใช่ไหม? ที่อ้อนวอนใครสักคนที่ผ่านมานำข่าวการเสียชีวิตในการต่อสู้ของคุณกลับบ้าน”

คำพูดที่บีบคั้นหัวใจจมลงท่ามกลางคลื่นคำรามของผีขาว

เช่นเดียวกับฮีโร่ไม่เปิดเผยตัวตนที่ล้มลงในที่สุด น้อยคนที่รู้เรื่องพวกเขา ไม่มีใครสนใจพวกเขา และในที่สุดพวกเขาก็จมลงไปในกระแสน้ำแห่งประวัติศาสตร์

เอ้อเว่ยตกอยู่ในอารมณ์เศร้า แม้ยังคงดำเนินการต่อสู้ต่อไป แต่ดูเหมือนจะสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว กลิ่นอายแห่งความกระหายเลือดลดลง ราวกับจมลงสู่อีกโลก

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง…

เสียงกระดิ่งหวานใสปลุกเอ้อเว่ยให้ตื่นขึ้น เธอถือผีขาวที่กำลังกรีดร้องและถูกไฟคลอกด้วยมือข้างเดียว จากนั้นก็โยนผีขาวในมือทิ้งและก้าวยาวๆไปข้างหน้า ดวงตาฟีนิกซ์สีแดงคู่นั้นมองไปยังเจียงเซียวด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ

“พูดมา!” เจียงเซียวตะโกนออกมาดังๆ

นักเรียนทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้าเขาถึงกับตกตะลึง

เอ้อเว่ยเตะผีขาวที่ขวางทาง แล้วเอาร่างของพวกมันวางไว้ใต้ฝ่าเท้า เพื่อชะลอการจม “คนที่ใช้หนองน้ำโคลนก็เหมือนกับคนที่เราฆ่าในทุ่งหิมะ มีเพียงฉันเท่านั้นที่สามารถจัดการกับมันได้”

“อยากเล่นอุบายระเบิดพลีชีพอีกครั้งใช่ไหม?” เจียงเซียวถามอย่างเฉียบแหลม

หานเจียงเสวี่ยควบคุมสายลมป่าเถื่อน พร้อมกับสนับสนุนทุกคนในทีม ในขณะที่มองเจียงเซียวที่อยู่ข้างๆ ด้วยความประหลาดใจ

เธอไม่เคยเห็นด้านจริงจังขนาดนี้ของเจียงเซียวมาก่อน เธอไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า คนไร้ใจและขี้เล่นจะเข้มงวดได้มากขนาดนี้

นานแค่ไหนแล้ว?

เขามักหัวเราะอย่างหน้าหนา บางครั้งก็กลอกตาและพูดความคิดที่น่ารังเกียจบางอย่าง

แต่เธอไม่เคยเห็นเขาโมโหหรือโกรธเลย

ใบหน้าสีดำราวถ่านของเอ้อเว่ยเปลี่ยนไปทันที ดวงตาสีแดงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ซึ่งทำให้เธอดูน่ากลัวยิ่งขึ้น “นี่นายกำลังสั่งสอนฉัน?”

“ใช่” เจียงเซียวที่กำลังดูดซับลูกปัดดาวผีขาวอย่างบ้าคลั่ง ตอบอย่างไม่ลังเล

เอ๋?

ทำไมถึงมีลูกปัดดาวแม่มดผีขาวอยู่ด้วยล่ะ?

อย่าเพิ่งเริ่มปัญหาใหม่เลย…

“นายทำอะไรได้บ้าง” ร่างใหญ่ของเอ้อเว่ยสังหารผีขาวอย่างคล่องแคล่ว และใช้ศพของพวกมันรองไว้ใต้เท้าเพื่อชะลอการจม

แม้ว่าเธอจะถูกเขี้ยวฟันและกรงเล็บของผีขาวกัดข่วนก็ตาม แต่การกระทำเหล่านั้นก็ไม่สามารถทะลุการป้องกันของเธอได้อย่างสมบูรณ์ ในทางกลับกัน ผีขาวกลับรู้สึกว่าปากและมือของมันถูกเผาไหม้

“ผมมีวิธีแก้ปัญหาแล้ว!” เจียงเซียวตะโกนเสียงดัง “คนๆนั้นอยู่ที่ไหน?”

การเคลื่อนไหวของเอ้อเว่ยหยุดลง ดูเหมือนเธอจะตระหนักได้ว่าเจียงเซียวมีแผนการแล้ว

เดิมทีเธอไม่เคยรู้จักกับเจียงเซียวมาก่อน อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เขาหลุดพ้นจากการจับกุม ความคิดและปฏิกิริยาของเขาตลอดทางที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เธอมีความเข้าใจโดยทั่วไปเกี่ยวกับเขา

เด็กคนนี้ไว้ใจได้

จมูกที่ไหม้เกรียมของเอ้อเว่ยกระตุกเล็กน้อย ร่างใหญ่ของเธอถูกฝูงผีขาวกลุ้มรุมอย่างฉับพลัน เป็นผลให้ผีขาวทั้งหมดถูกเผาจนต้องกรีดร้องและรีบหลบเลี่ยงยักษ์ลาวา

“กรุณาเคลียร์พื้นที่ด้วย” เจียงเซียวกล่าวอย่างเร่งรีบ และหันมาพูดกับหานเจียงเสวี่ยว่า “เข้าไปใกล้เธอให้มากขึ้น เร็วเข้า แค่เราสองคนเท่านั้น ถ้ามีคนมากเกินไปผมจะไม่สามารถควบคุมพลังได้”

หานเจียงเสวี่ยขมวดคิ้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสนามรบที่เก้าตายหนึ่งรอด ในใจของเธอก็ดิ้นรนอย่างดุเดือด

ทางเลือกที่ 1: ใช้สายลมป่าเถื่อนพาตัวเองกับเจียงเซียวพยายามหลบหนีออกจากซากปรักหักพังศักดิ์สิทธิ์

ทางเลือกที่ 2: ปฏิบัติตามคำสั่งของเจียงเซียว สลายการโจมตีของศัตรูและกำจัดหนองน้ำโคลน

หานเจียงเสวี่ยลังเล

เอ้อเว่ยสลัดผีขาวบนร่างกายออก และหลุดพ้นจากกรงเล็บของผีขาวได้อย่างง่ายดาย พละกำลังอันทรงพลังของเธอไม่ใช่สิ่งที่ผีขาวจะสามารถต้านทานได้ เธอใช้ผีขาวที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นพื้น เพื่อให้ยืนอยู่อย่างมั่นคงใต้กลุ่มแสงของพื้นที่ต่างมิติ

“นายอยากเป็นผู้บัญชาการของฉัน?” เอ้อเว่ยถามด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม สภาพของพวกเขาดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้กับสนามรบที่วุ่นวาย อึกทึกครึกโครม และอันตรายนี้

“ทำนองนั้น” เจียงเซียวตอบ ช่วงเวลาถัดมา เจียงเซียวกับหานเจียงเซียวก็บินไปหาเอ้อเว่ย

ท้ายที่สุด เซี่ยหยานกับหลีเว่ยอี้ ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้หานเจียงเสวี่ยเลือกที่จะลองปฏิบัติตามคำสั่ง

พวกเขาสองคนเลือกที่จะเสี่ยงต่อชีวิตและความตาย ติดตามหานเจียงเสวี่ยมาที่นี่ จึงเป็นเรื่องยากที่เธอจะตัดสินใจหลบหนีไปตามลำพังพร้อมกับเจียงเซียว

เธอแค่เชื่อใจเขาอีกครั้ง เหมือนที่ทำมาหลายเดือนแล้ว

“เคลียร์สถานที่ เร็วเข้า!” เจียงเซียวเร่งเร้า

เอ้อเว่ยกางมือออก และเอียงศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย แล้วพายุทอร์นาโดไฟก็ถล่มอีกครั้ง

หานเจียงเสวี่ยเป่าผีขาวออกจากเขตปลอดภัย และพัดพวกมันเข้าไปในพายุไฟ

ร่างของเอ้อเว่ยเหยียบลงบนดินโคลน และจมลงไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังเปิดใช้งานพายุทอร์นาโดไฟอย่างเด็ดเดี่ยว ในขณะเดียวกัน ดินโคลนก็ม้วนขึ้นมา มันรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว และพุ่งไปยังจุดศูนย์กลางที่เอ้อเว่ยยืนอยู่

“เอ้อเว่ย คุณบ้าไปแล้ว!” ไห่เทียนชิงตะโกนด้วยความโกรธมาจากระยะไกล ระยะของพายุทอร์นาโดไฟได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม มันไม่ได้ทำร้ายพวกเขาที่อยู่ใกล้กับกำแพง แต่ดูเหมือนเขาจะเคยเห็นฉากเอ้อเว่ยระเบิดพลีชีพมาก่อน

“แน่ใจไหมว่าเขาอยู่ที่นี่! ?” เจียงเซียวถามเสียงดัง ในขณะที่มองดูมังกรโคลนถูกไฟบดขยี้

“แน่ใจ” หนองน้ำโคลนปกคลุมถึงหัวเขาเอ้อเว่ยแล้ว นอกจากนี้ยังมีงูโคลนหลายตัวเข้ามาพันตัวและลากเธอลงไปอย่างรวดเร็ว

“หานเจียงเสวี่ย ให้ความสนใจกับพื้นที่มิติทลายท้องฟ้า” เจียงเซียวตะโกน “เอ้อเว่ย ทันทีที่คุณเห็นเป้าหมาย ให้โยนเป้าหมายเข้าไปในทักษะของหานเจียงเสวี่ย อย่าระเบิดไปพร้อมกับเขา”

ในขณะที่พูด เจียงเซียวก็ยกกำปั้นขึ้นสูง หมัดของเขาปกคลุมไปด้วยชิงหมางสีเขียวเข้ม

แผนที่ดาวภายในของเจียงเซียว ปรากฏกลุ่มดาวกระบวยใหญ่เก้าดาว

ช่องดาวที่สองเปล่งแสงสีทองคำอันน่าตื่นตา!

(ผู้แปล – ช่องแรกเป็น พรกับเหยื่อล่อ)

“อัพเกรดชิงหมาง! คุณภาพทอง Lv.0!”

“อัพเกรดความอดทน! คุณภาพทอง Lv.0!”

ตูม!

หนองน้ำโคลนหนาทึบถูกระเบิดออกมาสู่ปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่โดยตรง ดินโคลนปลิวว่อน พร้อมกับพลังดาวมากมาย

ไห่เทียนชิงตกตะลึงและมองเจียงเซียวอย่างโง่เขลา จนลืมวางผีขาวในมือไว้ใต้เท้า

นั่นมันทักษะดาวทอง ‘หนองน้ำโคลน’ เลยนะ!

ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ไม่ว่าจะมีพลังดาวมากมายเพียงใด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้หมัดเดียวชกมันจนกลายเป็นหลุมใหญ่ได้!

เพราะหมัดที่ชกลงไปในหนองน้ำโคลนทำได้เพียงจมลงไปและถูกจองจำไว้เท่านั้น

สิ่งเดียวที่สามารถเขย่าดินได้คือชิงหมางเท่านั้น

นั่นควรเป็นเอฟเฟกต์ที่ชิงหมางควรมีจริงๆเหรอ?

แต่ชิงหมางของเจียงเซียวเป็นคุณภาพเงิน มันไม่ควรมีเอฟเฟกต์การกระแทกที่ทรงพลังขนาดนี้ติดมาด้วย

(ผู้แปล – เอฟเฟกต์ของชิงหมาง คือเพิ่มความเสียหายและกระแทก)

ในเวลานี้ จู่ๆ ไห่เทียนชิงก็นึกถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่ง

เมื่อมองดูชิงหมางสีเขียวที่ทรงพลังอย่างยิ่งของเจียงเซียว เงาร่างสวยงามในใจของไห่เทียนชิงก็ค่อยๆ ซ้อนทับกับร่างของเจียงเซียว …

ตูม! ตูม! ตูม!

เจียงเซียวยังคงกระหน่ำหมัดลงไปอย่างต่อเนื่อง และผลของเอฟเฟกต์ที่น่ารังเกียจของชิงหมางคุณภาพทองก็ไม่มีใครเทียบได้!

เจียงเซียวใช้ทักษะดาวพื้นฐานของชาวเป่ยเจียงที่เติบโตขึ้นมาจากรุ่นต่อรุ่น

เขาใช้พละกำลังแกะสลักเส้นทางเอาชีวิตรอด

จบบทที่ บทที่ 107 ‘ชิงหมาง’ คุณภาพทอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว