- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 35 ท่าเท้า 1 วิ
บทที่ 35 ท่าเท้า 1 วิ
บทที่ 35 ท่าเท้า 1 วิ
บทที่ 35 ท่าเท้า 1 วิ
เจ็ดวันต่อมา ลึกเข้าไปในทุ่งหิมะ เส้นทางตะวันออกเฉียงใต้
“ถุย” เจียงเสี่ยวพ่นหิมะออกจากปาก และผลักซากศพผีขาวที่มีมีดสั้นเสียบติดอยู่บนใบหน้าสีดำของมันออกไป
ในเวลาเพียงเจ็ดวันของการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ‘การต่อสู้พื้นฐาน’ ของเจียงเสี่ยวไม่เพียงแต่จะเพิ่มเป็นคุณภาพทองเหลือง Lv.8 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 2 เลเวล และ ‘ความเชี่ยวชาญด้านมีดสั้น’ ยังเพิ่มเป็นคุณภาพทองเหลือง Lv.5 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 4 เลเวล!
เพียงแค่เจ็ดวันก็บรรลุผลลัพธ์ดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าคุณภาพของทักษะพื้นฐานทั้งสองค่อนข้างต่ำ และพวกมันยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น
เจียงเสี่ยวคุกเข่าและปีนขึ้นมาจากพื้น เขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ และจู่ๆ เขาก็มีความคิดที่ยอดเยี่ยมผุดขึ้นในหัว ถ้าเพียงแต่เขาสามารถสะบัดขนได้เหมือนสุนัข
หลังจากเล่นน้ำหรืออาบน้ำ สุนัขมักใช้วิธี ‘สะบัดขน’ เพื่อทำให้ตัวแห้ง
ไม่เพียงแต่จะสามารถสะบัดน้ำบนร่างกายออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว มันยังทำให้เกิด ‘การสังหาร’ ครั้งใหญ่กับผู้คนที่อยู่รอบข้าง
ในเวลานี้เจียงเสี่ยวต้องการทักษะนี้จริงๆ มันไม่สะดวกอย่างยิ่งที่จะเอาหิมะออก โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในชุดพรางที่ขาดรุ่งริ่ง ซึ่งมีหิมะกระจายอยู่ทั่วร่าง มันทำให้เจียงเสี่ยวถูกแช่แข็งจนตัวสั่นเทา
ตอนนี้เจียงเสี่ยวชำนาญในการตัดหัวผีขาวแล้ว และพอมองไปไกลๆในโลกที่สลัวเล็กน้อย เขาก็เห็นผู้หญิงที่อยู่ไกลๆ กำลังใช้ดาบเพลิงขนาดยักษ์อยู่อย่างตระการตามาก
อาชีพแท้จริงของเซี่ยหยานอาจไม่ใช่นักรบ แต่เป็นคนตัดไม้
ดาบเพลิงขนาดยักษ์วาดผ่านด้วยเส้นโค้งของเปลวไฟ ตัดต้นไม้รอบๆ ออกเป็นชิ้นๆอย่างบ้าคลั่ง สร้างเป็นสภาพแวดล้อมการต่อสู้ในอุดมคติให้กับเธอ
ทันใดนั้นเจียงเสี่ยวก็ยกมือขวาขึ้น ในขณะเดียวกันลึกเข้าไปในป่าหิมะ ร่างชราก็ยกมือขวาขึ้นเช่นกัน
ลำแสงสีขาวทั้งสองเข้าห่อหุ้มผู้กำลังต่อสู้สองฝ่ายเกือบจะพร้อมกัน
เซี่ยหยานเปล่งเสียงร้องอูฮู้ ด้วยความตื่นเต้น ภายใต้ความสบายและความตื่นเต้น เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปากเปื้อนเลือด ยกดาบยักษ์ขึ้น เล็งไปยังผีขาวตัวสูงที่เพิ่งได้ ‘ยาโด๊ป’ มาเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในภาวะสุดฟินอย่างมาก ส่วนใครจะฝืนภาวะฟินสุดๆจนแข้งขาอ่อนแบบนี้ได้มากกว่ากันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของตัวเอง
เจียงเสี่ยวขยับสายตามามองที่ร่างที่ยืนอยู่ในที่โล่งเล็กๆด้านหลัง มีระลอกคลื่นของพื้นที่มิติอยู่รอบๆตัวเธอ นั่นคือ ‘พื้นที่มิติ’ ที่ถูกเรียกว่าโลงศพ ซึ่งมีศพอยู่หลายศพแล้ว
การหายตัวไปอย่างกะทันหันของสหาย ทำให้ฝีเท้าของผีขาวชะงักเล็กน้อย หานเจียงเสวี่ยสังเกตสถานการณ์โดยรอบอย่างใจเย็น และใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้จัดการกับผีขาวที่อยู่ใกล้ที่สุดสองสามตัว พร้อมกับตะโกนด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่มีความโกรธอยู่เล็กน้อยว่า “เซี่ยหยาน! นี่คือภารกิจ ไม่ใช่เกม”
“ขอโทษ ขอโทษ ทักษะดาวของเสี่ยวผีมันเยี่ยมมาก ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลยสักนิด” เซี่ยหยานรีบถอยกลับ เข้ามาใกล้หานเจียงเสวี่ยอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นว่า “แม่ง! มัน! …! มาก!”
“ให้ความสนใจกับภาษาด้วย อายุผมยังไม่ถึงเกณฑ์” เจียงเสี่ยวกลับมาข้างตัวหานเจียงเสวี่ยได้เร็วกว่าเซี่ยหยาน ไหล่ของเขาปกคลุมไปด้วยแสงสีน้ำเงิน และหันไปเผชิญหน้ากับผีขาว
เซี่ยหยานตะโกนตอบอย่างรวดเร็ว “หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว!”
“เหมือนถูกฉีดด้วยเลือดไก่ (ได้ยาโด๊ป)ใช่ไหมล่า” เจียงเสี่ยวตะโกนตอบขณะกระแทกเข้าใส่ผีขาว เกิดรอยแผลเล็กน้อยขึ้นบนไหล่ของเขาอีกครั้ง
ปกติ ไม่ว่าอารมณ์ของเซี่ยหยานจะรุนแรงขนาดไหน เธอก็ไม่มีวันเป็นแบบนี้
อาจเป็นเพราะได้พรมากเกินไปหรือเปล่านะ?
เจียงเสี่ยวแอบเดา
“ฉันไม่สามารถไว้ใจเธอได้แล้ว ฉันจะจัดการกับแม่มดผีขาวเอง” หานเจียงเสวี่ยมองมาที่เจียงเสี่ยวผีที่กำลังเซอยู่ข้างๆ
สำหรับการตัดสินใจนี้ของหานเจียงเสวี่ย เจียงเสี่ยวเชื่ออย่างเกือบไม่ต้องคิด
ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา หานเจียงเสวี่ยใช้การวิเคราะห์อย่างใจเย็น และควบคุมสถานการณ์โดยรวมครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้เจียงเสี่ยวตระหนักได้ว่าคุณสมบัติของผู้ควบคุมภารกิจควรมีคุณสมบัติอย่างไร
และมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ตราบใดที่แม่มดผีขาวยังไม่ถูกกำจัด ผีขาวเหล่านี้จะเป็นหน่วยกล้าตายตัวจริง สองพี่น้องเปรียบเหมือนเรือลำน้อยที่โคลงเคลงด้วยคลื่นลม และอาจพลิกคว่ำได้ทุกเมื่อ
“จัดการด้านหน้าได้ไหม?” เจียงเสี่ยวถาม
“ได้ นายระวังตัวด้วย” หานเจียงเสวี่ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว ทักษะดาวคุณภาพทอง ‘พื้นที่มิติ’ สามารถใช้ได้ในระยะประชิดเท่านั้น แต่ถ้ารวมเข้ากับทักษะดาวคุณภาพเงิน ‘สายลมป่าเถื่อน’ ผลลัพธ์ของการรวมทักษะดาวจะเพิ่มทวีคูณขึ้น
เจียงเสี่ยวและหานเจียงเสวี่ยหันหลังชนกัน เนื่องจากการป้องกันกลายเป็นภารกิจแรกไปซะแล้ว เจียงเสี่ยวเก็บมีดสั้นเข้าฝักที่ต้นขาด้านข้างอย่างรวดเร็ว เขากำหมัดแน่น กำปั้นทั้งคู่เปล่งแสงสีน้ำเงินออกมาอย่างเข้มข้น และจ้องเขม็งไปยังผีขาวที่กระตือรือร้นจะเข้ามาลอง
หานเจียงเสวี่ยหันหลังชนกับเจียงเสี่ยวผี จู่ๆชั่วขณะหนึ่งเธอก็รู้สึกพอใจอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
มั่นคง ปลอดภัย เป็นไปไม่ได้ที่จะพูดถึงมัน เพราะเธอรู้ถึงความสามารถของเจียงเสี่ยวผี
แต่ในเวลานี้หานเจียงเสวี่ยรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
ถ้าครึ่งเดือนก่อนมีคนบอกหานเจียงเสวี่ยว่า น้องชายที่ไร้ความสามารถของเธอ จะยืนหันหลังชนกับเธอ คอยปกป้องเธอ และต่อสู้กับการล้อมกรอบปราบปรามโดยผีขาวหลายสิบตัวเพื่อเธอ…
หานเจียงเสวี่ยจะไม่มีวันเชื่อเลย
แต่ถ้าตอนนี้มีคนบอกหานเจียงเสวี่ยว่า น้องชายของเธอไม่เพียงกล้ายืนหันหลังชนกับเธอเท่านั้น แต่ยังสามารถฆ่าผีขาวกลุ่มนี้ได้ คิดว่าเธอจะเชื่อไหม?
แผนที่ดาวบนร่างของหานเจียงเสวี่ยกำลังปรากฏขึ้น พลังดาวที่เหมือนกับเนบิลลาในฝันกระจายตัวไปบนแผนที่ดาว ทำให้ช่องดาวส่องแสงระยิบระยับเป็นลวดลายดอกไม้ไฟสีขาวที่กระจายออกไป
เธอโบกมือซ้าย ทำให้พื้นที่ด้านหน้ามีระลอกคลื่นมิติ ส่วนแขนขวาที่ห้อยอยู่ เธอก็กางนิ้วมือทั้งห้าออก ทันใดนั้นกระแสลมหมุนก็ม้วนขึ้นจากใต้เท้าของแม่มดผีขาวที่อยู่ห่างไกล จากสายลมหิมะกระโชกแรง กลายเป็นพายุทอร์นาโดหิมะ บิดร่างของแม่มดผีขาวและดึงดูดเข้ามา
แม่มดผีขาวส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก เสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชเหมือนแตรรบครั้งสุดท้าย ทำให้กลุ่มผีขาวบ้าคลั่ง วิ่งเข้าใส่เหยื่อที่อยู่ข้างหน้าอย่างเมามัน
“บ้าเอ๊ย” เส้นทางของเซี่ยหยานถูกขวางกั้น ผีขาวที่เพิ่งตกตะลึงเพราะพลังของเธอ ดูเหมือนเสียสติและพุ่งตรงเข้าหาเธออย่างไม่กลัวตาย
ไม่มีทางเลือก เซี่ยหยานเหวี่ยงดาบเพลิงขนาดยักษ์ สร้างเส้นโค้งของใบมีดสีแดงที่ลุกเป็นไฟ
เส้นโค้งของใบมีดแดงเดือดส่องสว่าง จนทำให้ท้องฟ้ามืดสลัวดูเหมือนสว่างไสว เกล็ดหิมะฟุ้งกระจาย ระลอกคลื่นพลังดาว จัดการกับผีขาวหลายตัวไปตลอดทางของมัน แต่สุดท้ายมันก็ไปไม่ถึงกลุ่มผีขาวที่โอบล้อมสองพี่น้อง
ใจกลางของวงล้อมนั้น คือพี่สาวและน้องชาย หานเจียงเสวี่ยและเจียงเสียวผี
“พวกมันบ้าไปแล้ว” เจียงเสี่ยวหยิบลูกปัดดาวออกจากกระเป๋าและบดขยี้โดยตรง เกิดแสงสว่างจางๆขึ้นรอบๆตัวเขาและไหลเข้าสู่ร่างกาย ในเวลาเดียวกับที่แสงศักดิ์สิทธิ์สีขาวตกจากท้องฟ้าลงมาบนหัวเจียงเสี่ยว
เจียงเสี่ยวตัวสั่นด้วยความสบาย เขากำหมัดแน่น ตั้งท่าต่อสู้มาตรฐาน แล้ววิ่งพุ่งออกไปหาผีขาวตัวที่อยู่ด้านหน้าทางซ้าย
เมื่อรู้สึกถึงความเย็นวาบด้านหลัง หานเจียงเสวี่ยก็หันหน้าเล็กน้อยมามอง และเห็นการกระทำของเจียงเสี่ยวผีจากหางตา เธอยกมือซ้ายขึ้น แล้วลูกไฟก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือที่เย็นชา
ปัก! ปัก! ปัก! ปัก!
ด้านหลังของหานเจียงเสวี่ย เกิดเสียงหมัดกระทบเนื้อที่ทำให้เลือดเดือดพล่าน รัวเป็นชุด
เจียงเสี่ยวเผชิญหน้ากับผีขาวที่ส่งเสียงคำราม ด้วยใบหน้าแข็งกระด้างโดยไม่พูดไม่จา
มือทั้งคู่ของเจียงเสี่ยวปกคลุมด้วยแสงสีน้ำเงิน และขยับซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว
หนึ่งหมัด ผีขาวตัวใหญ่!
หนึ่งเท้า หนึ่งโอ้ก อย่างแปลกประหลาด!
แม้ว่าความแรงของการโจมตีจะไม่แรงนัก แต่ด้วยเอฟเฟกต์กระแทกที่มากับทักษะดาวคุณภาพเงินชิงหมาง ก็เพียงพอจะขับไล่ผู้กลุ้มรุมออกไป
หานเจียงเสวี่ยไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นทางด้านหลัง กลุ่มผีขาวที่ต้องการจู่โจมเธอ ล้วนถูกเจียงเสี่ยวสกัดกั้น ไม่เพียงแค่หยุดพวกมัน แต่พวกมันยังถูกขับไล่ออกไปด้วย
เจียงเสี่ยวชกไปที่ใบหน้าและกรงเล็บของมัน แล้วกระแทกใส่ผีขาวที่กลับอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ หยิบลูกปัดดาวออกมาจากกระเป๋าและบดขยี้มันโดยตรง
เพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลาเก็บออม!
เสียง ‘ตุ้บตั้บ’ ที่ดังมาจากทางด้านหลังนั้น หานเจียงเสวี่ยรู้สึกว่า มันช่างวิเศษจริงๆ
บนท้องฟ้า แม่มดผีขาวที่ถูกพายุทอร์นาโดหิมะพัดมา กำลังพุ่งหัวเข้าไปในโลงศพพื้นที่มิติ
มือขวาของหานเจียงเสวี่ยพยายามอย่างหนักเพื่อควบคุมทิศทางลม และซัดลูกไฟที่มือซ้ายออกไป
ทางด้านขวาของหานเจียงเสวี่ย มีผีขาวที่ห่อหุ้มหมัดด้วยแสงสีน้ำเงินพุ่งเข้ามาชกเธออย่างรุนแรง
“2 วินาที” หานเจียงเสวี่ยพูดคำหนึ่งออกมา
พูดจบก็เหลือเวลาเพียง 1 วินาทีแล้ว
เจียงเสี่ยวไม่สนใจที่จะถอยกลับ เขาหันตัวเหวี่ยงลูกเตะไปรอบๆเป็นวงกลม พร้อมกับส่งเสียงร้องว่า “รัว!”
“อัพเกรดพลังดาว! วัฏจักรละออกดาว Lv.4!”
“อัพเกรดการต่อสู้พื้นฐาน! คุณภาพทองเหลือง Lv.9!”