- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 15 คิดจะเป็นนมใหญ่ที่มีความสุข?
บทที่ 15 คิดจะเป็นนมใหญ่ที่มีความสุข?
บทที่ 15 คิดจะเป็นนมใหญ่ที่มีความสุข?
บทที่ 15 คิดจะเป็นนมใหญ่ที่มีความสุข?
“ไม่ต้องรีบ ปล่อยให้พวกมันออกมาก่อน” หานเจียงเสวี่ยรีบหยุดเซี่ยหยานที่กระตือรือร้นจะต่อสู้ พร้อมกับผลักเจียงเสี่ยวผีให้หลบไปอยู่ด้านหลัง
เซี่ยหยานตัวแข็งเล็กน้อย เมื่อนับดวงตาสีแดงก่ำในป่าหิมะ สุดท้ายก็คิดได้ว่าในทีมยังมีขวดน้ำมัน (ตัวถ่วง) อยู่ด้วย เธอจึงถอยกลับมาอย่างช่วยไม่ได้
ถูกแล้ว ไม่ว่าเจียงเสี่ยวผีจะมีตัวตนเป็นผู้ตื่นทางการแพทย์หรือไม่ก็ตาม แต่ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวผีก็คือปลาเค็มอย่างไม่มีบิดพลิ้ว
(ผู้แปล - ปลาเค็มเป็นภาษาชาวเน็ตที่หมายถึง คนธรรมดา หรือคนที่ไม่อยากขยับตัวทำอะไรเลย)
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวเป็นปลาเค็มที่ไม่ต้องขยับตัวทำอะไร เพราะความสามารถของเขาเอง…
สำหรับเรื่องนี้เจียงเสี่ยวไม่ได้รู้สึกละอายใจ เขาแค่ต้องการเวลาที่จะเติบโต นี่เป็นเพียงวันที่สี่ที่เขามายังโลกนี้ ถ้าให้เวลาเขามากกว่านี้ เขาเชื่อว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จ
นี่ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่มันสามารถเห็นได้จากวินัยในตัวเองของเจียงเสี่ยว ที่มีต่อการออกกำลังกายตอนเช้า ด้วยความมุ่งมั่นและพากเพียร
การดูแลที่เขาได้รับในตอนนี้ ในอนาคต เขาจะตอบแทนให้เป็นสองเท่า
นายทหารผีเข่อฉิวยังคงนิ่งเงียบและยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น และปล่อยให้หานเจียงเสวี่ยกับเจียงเสี่ยวผีถอยมาอยู่ด้านหลังของเขา และในที่สุดนายทหารผีเข่อฉิวก็ยืนเคียงข้างเซี่ยหยาน และก้าวถอยหลังไปพร้อมกัน
“บนขนของพวกมันมีเลือดจับตัวเป็นก้อน ที่เล็บก็มีชิ้นส่วนของเสื้อผ้า ไม่ว่าทีมไหนที่เข้ามาในป่าหิมะ เกรงว่าจะโชคร้ายมากกว่าโชคดี” สายตาเหมือนเหยี่ยวของนายทหารผีเข่อฉิวตรวจดูและวิเคราะห์
ในเวลานี้เจียงเสี่ยวทำตัวเป็นฟองน้ำดูดซับข้อมูลทุกอย่างที่สามารถทำให้เขาเติบโตขึ้น ด้วยการวิเคราะห์ของนายทหารผีเข่อฉิว เขาจึงแอบมองผีขาวที่ชายป่าหิมะ
ใบหน้าที่น่าสะพรึงกลัวของศพผีขาวก็น่าเกลียดพออยู่แล้ว แต่ดวงตาแดงก่ำของผีขาวที่ยังมีชีวิต ก็ยิ่งทำให้พวกมันดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก
นายทหารผีเข่อฉิวกล่าวต่อไป “พวกมันเดินออกมาจากป่าหิมะอย่างไม่ลังเล นี่ไม่สอดคล้องกับนิสัยของพวกมัน นี่หมายความว่า…”
“มีแม่มนผีขาวอยู่ในกลุ่มนี้” ใบหน้าเซี่ยหยานกลายเป็นเคร่งขรึม
นายทหารผีเข่อฉิวกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “สถานที่นี้อยู่ห่างจากฐานที่มั่นของมนุษย์ไปเพียง 30 นาที และทีมผู้พิทักษ์ของฐานที่มั่นสามารถมาถึงที่นี่ได้ภายใน 10 นาที มันไม่น่าจะมีสายพันธุ์ที่ทรงพลังขนาดนี้ปรากฏขึ้น”
นี่เป็นบทบาทของนายทหารผีเข่อฉิวในฐานะทหารรับจ้าง ที่ต้องมอบประสบการณ์และคำแนะนำแก่ทีม อีกทั้งตัวตนของเขายังสามารถครอบครองสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถมีได้ นั่นก็คือปืน
มีปืนพกสีดำสนิทห้อยอยู่ที่เอวของผีเข่อฉิว บางทีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่ทรงพลัง อาวุธปืนอาจไม่มีประโยชน์เท่าทักษะดาว อย่างไรก็ตามสำหรับผีขาว ปืนยังคงมีผลอยู่บ้าง
แม้ว่ากระสุนที่กระทบกับร่างกายที่เต็มไปด้วยขนของผีขาวจะทำให้เกิดความเสียหายได้เพียงเล็กน้อย แต่สำหรับใบหน้าดำๆที่ไม่มีขนปกคลุมของมัน อาวุธปืนยังคงทรงพลังมาก
อย่างไรก็ตาม กองทัพมีเงื่อนไขที่เข้มงวดเกี่ยวกับการยิงปืนของทหาร แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากล่าวถึงเรื่องนี้
เจียงเสี่ยวกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย “ผมมีทักษะดาว : พร ของแม่มดผีขาว ที่ผมเคยใช้กับพวกพี่ พวกพี่ก็รู้ว่าทักษะดาวนั้นมีคุณภาพแค่ระดับทองเหลืองเท่านั้น ดูเหมือนแม่มดผีขาวจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถท้าทายสวรรค์”
“ถูกต้องที่แม่มดผีขาวเป็นสิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับทองเหลือง และความสามารถของมันก็ไม่ได้ท้าทายสวรรค์” เซี่ยหยานพูดขณะก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง “แต่การมีอยู่ของแม่มดผีขาวในกลุ่มผีขาวนั้น มันหมายถึงการปรับปรุงด้านคุณภาพ การต่อสู้ของพวกมันจะไม่ธรรมดาแบบ 1+1 เป็น 2 อีกต่อไป มันมีปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่อคุณลักษณะของกลุ่ม”
หานเจียงเสวี่ยพยักหน้าเบาๆ และกล่าวเสริมว่า “ตัวอย่างเช่นตอนนี้ที่พวกมันได้เดินออกจากป่าหิมะ ออกมาจากสนามรบที่พวกมันคุ้นเคย”
เซี่ยหยานค่อยๆดึงดาบยักษ์ออกมา และใช้มือจับดาบหนักยาวสองเมตรเล่มนี้ลากไปกับพื้น จนหิมะถูกวาดเป็นรอยลึก “ภายในป่าผีขาวเหล่านี้จะว่องไวเหมือนลิง และมีข้อได้เปรียบมากมาย แต่พวกมันกลับละทิ้งข้อได้เปรียบเหล่านี้ และเลือกที่จะต่อสู้กับพวกเราในทุ่งหิมะที่ราบเรียบ เสี่ยวผี บอกฉันทีว่าสิ่งเหล่านี้หมายความว่าอะไร?”
เจียงเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตอบว่า “การมีอยู่ของแม่มดผีขาวเพิ่มความมั่นใจให้กับพวกมันมากขึ้น?”
“เกือบถูก” ดวงตาคู่งามของเซี่ยหยานมองไปยังกลุ่มผีขาวที่เดินอยู่แถวหน้า และพูดต่อไปว่า “การมีอยู่ของแม่มดผีขาวเป็นแกนหลักให้กับพวกมันอย่างแท้จริง เมื่อกลุ่มที่ต่อสู้อย่างเลอะเทอะกลายเป็นเต็มไปด้วยความมั่นใจ พวกมันก็จะเป็นระเบียบมากขึ้น แล้วพวกมันก็จะระเบิดพลังต่อสู้ออกมาอย่างน่าทึ่ง”
เจียงเสี่ยวเลิกคิ้ว “หมายความว่า… แม่มดผีขาวทำให้สถานะของพวกมันชัดเจนและทำให้พวกมันปฏิบัติตามคำสั่ง?”
“อืม ถูกต้อง แม่มดผีขาวเป็นผู้บัญชาการของกลุ่มนี้” เซี่ยหยานกับนายทหารผีเข่อฉิวที่ต่างหยุดฝีเท้า และพูดขึ้นว่า “สัญชาตญาณที่สัตว์ประหลาดต่างมิติน่าอัศจรรย์เหล่านี้ครอบครอง เป็นแม่แบบให้มนุษย์ได้เรียนรู้และเลียนแบบ ภายในทีมผู้ที่มีวิชาชีพทางการแพทย์เหมาะสมกับบทบาทของผู้บัญชาการอย่างมาก เพราะพวกเขายืนอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างปลอดภัย ซึ่งสามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวม ในการต่อสู้การโฟกัสไม่ได้อยู่ที่คนสองคน แต่จะพิจารณาผลการรบจากมุมมองของทีมแทน”
เย็นไว้ๆ นี่มันน่าอัศจรรย์มาก
ฉันคิดว่าฉันจะพัฒนาเป็นแบบนี้
เป็นนมใหญ่ที่มีความสุข
มีความสุขงั้นเหรอ? นี่มันจบแล้วต่างหาก
สุดท้าย ฉันต้องเป็นผู้นำงั้นเหรอ?
นี่ไม่ใช่เกม ผู้ตื่นระยะประชิดที่พุ่งเข้าสู่สนามรบไม่ได้มีมุมมองแบบพระเจ้า พวกเขาไม่สามารถนำข้อมูลทั้งหมดในสนามรบมาแสดงให้เห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ” เจียงเสี่ยวกล่าวอย่างจริงใจ
“ไม่ต้องเกรงใจ แค่อย่าลืมอุ่นเท้าให้ฉันตอนกลับบ้านก็พอ” เซี่ยหยานกล่าว
เจียงเสี่ยว: ? ? ?
“เมื่อทีมขาดผู้ตื่นทางการแพทย์ หรือคุณภาพของผู้ตื่นทางการแพทย์ไม่เพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการ การออกคำสั่งจากระยะไกลจะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ” แล้วคำพูดต่อมาของเซี่ยหยานก็ดังขึ้นเล็กน้อย “เสี่ยวเสวี่ย?”
“เดี๋ยว!” หานเจียงเสวี่ยออกคำสั่งแรก
“จะรอให้พวกมันมาตบหน้าฉันก่อนหรือไง!” เซี่ยหยานตะโกนด้วยความไม่พอใจ
ไม่รู้ว่าลมกระโชกแรงในทุ่งหิมะหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีพายุหิมะอีกต่อไป ซึ่งทำให้ทีมสามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ผีขาวตัวสูงค่อยๆเปลี่ยนจากเดินเป็นการวิ่งเหยาะๆ เสียงฝีเท้าหนักเหยียบลงบนหิมะลึกถึงข้อเท้า แล้วพวกมันก็เร็วขึ้นและเร็วขึ้น ราวกับพวกมันกำลังเดินอยู่บนพื้นดินไม่ใช่พื้นหิมะ
1 ตัว 2 ตัว… 15 ตัว 16 ตัว!
ในที่สุดผีขาวร่างสูง 16 ตัว ที่มีใบหน้าน่าสะพรึงกลัว ก็ได้วิ่งออกมา
“วู้~ วู้~” จู่ๆในป่าหิมะ ก็มีเสียงร้องแปลกๆ
เหล่าผีขาวที่กำลังวิ่งอยู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ผีขาวที่อยู่ด้านหน้าวิ่งช้าลง แล้วผีขาวสิบกว่าตัวที่อยู่ด้านหลังก็แยกย้ายกันออกไปอย่างไม่เป็นระเบียบ จากนั้นก็พัฒนาเป็นแนวโค้ง
นี่พวกมันจะโอบล้อมพวกเขาทั้งสี่ไว้ตรงกลาง?
“ทางขวา!” เซี่ยหยานตะโกนเสียงดัง
“ทางซ้าย” หานเจียงเสวี่ยออกคำสั่งเกือบจะพร้อมกัน
“คุณผู้หญิง จะเป็นผัวร้องเมียรับสักครั้งไม่ได้หรือไง?” แล้วเซี่ยหยานก็ไม่ได้พูดอะไรอีก และลากดาบยักษ์วิ่งไปทางซ้าย
“ตามไป” หานเจียงเสวี่ยผลักเจียงเสี่ยวผี และพูดต่อไปว่า “ผีเข่อฉิวระวังหลัง”
ทั้งสี่วิ่งตามกันเป็นเส้นตรงไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว และพยามยามอย่างเต็มที่ ที่จะรีบออกไปให้ได้ก่อนที่ผีขาวจะปิดล้อมได้สำเร็จ
แต่ภายในทุ่งหิมะ พวกเขาจะตามทันความเร็วของผีขาวได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม มีคนๆหนึ่งสามารถตามทัน!
นั่นคือคนที่กลายเป็นเหมือนภาพหลอนที่วิ่งไปข้างหน้า – เซี่ยหยาน!
ในสายตาของเจียงเสี่ยว ร่างสูงด้านหน้าควบผ่านหิมะ ขายาวทั้งคู่ได้แสดงถึงความได้เปรียบ ดาบยักษ์ยาวสองเมตรลากยาวไปบนหิมะ
ฮู!
วินาทีถัดมา ร่างสูงเพรียวของเซี่ยหยานก็สว่างวาบขึ้นมาทันที แผนที่ดาวส่องสว่างปรากฏขึ้นบนร่างกายของเธอ
แผนที่ดาวของเจียงเสี่ยว คือ ‘กลุ่มดาวกระบวยใหญ่ เก้าดาว’ ในขณะที่แผนที่ดาวของเซี่ยหยานคือ ดาบสองมือ!
ใช่แล้ว ผ่านการเชื่อมต่อของช่องดาว และการแสดงพลังดาวที่ทรงพลัง ดาบสองมือขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นบนร่างของเซี่ยหยาน
สองทองเหลือง ห้าเงิน! ?
ปลายดาบในแผนที่ดาว มีเจ็ดดวงที่สว่างไสว เปล่งแสงสีทองเหลืองและสีเงินขาวตามลำดับ
ผู้ตื่นในวัฏจักรเนบิวลา สามารถดูดซับทักษะดาวได้ถึง 8 ช่องดาว และผู้หญิงคนนี้ก็เกือบดูดซับได้เต็มแล้ว
เธอมีทักษะดาวทั้งหมด 7 ช่องดาว แต่ที่สำคัญก็คือ ช่องดาวของเธอดูเหมือนจะมี… 28! ?
ช่องดาว 28 ช่อง!
มากกว่าช่องดาวของเจียวเสี่ยวสามเท่า
คราวนี้ แผนที่ดาวดาบสองมือด้านซ้าย ช่องทักษะดาวสีเงินสว่างขึ้นทันที ดาบยักษ์ในมือขวาของเซี่ยหยานมีเปลวไฟลุกโชติช่วง และลุกโชนลามไปทั่ว จนกระทั่งห่อหุ้มดาบยักษ์ยาวสองเมตรไว้ทันที!
ทักษะดาวคุณภาพเงิน: เปลวไฟแผดเผา
รอยลากดาบบนพื้นหิมะได้หายไป เพราะหิมะได้ละลายเป็นน้ำ ไอน้ำสีขาวพุ่งพวยขึ้นปะปนไปกับหิมะและสายลม แล้วถูกคลื่นพลังดาวพัดพาให้กระจายไปทั่ว
เกล็ดหิมะโบยบินอยู่สักพัก เป็นภาพที่น่าทึ่งมาก
ในที่สุดดาบยักษ์ที่เซี่ยหยานลากก็ถูกยกขึ้น ขายาวทั้งคู่เกร็งเหยียบลงบนพื้นหิมะ เธอย่อตัวลงและดีดตัวออกไปทันที!