- หน้าแรก
- นักล่าอสูร เกิดใหม่เป็นน้องสาวโยริอิจิ ผู้ใช้ปราณหิมะ
- บทที่ 9: ทำไมถึงได้อ่อนโยนขนาดนี้
บทที่ 9: ทำไมถึงได้อ่อนโยนขนาดนี้
บทที่ 9: ทำไมถึงได้อ่อนโยนขนาดนี้
ศูนย์บัญชาการหน่วยพิฆาตอสูร ห้องพยาบาล
"เธอพูดว่า ปานนักล่าอสูร งั้นรึ" สึกิคุนิ มิจิคัตสึมองน้องสาวของเขาด้วยความประหลาดใจ
พูดให้ชัดเจนคือ เขากำลังมองรอยปานสีแดงบนแก้มของเธอ
มันดูคล้ายกับปานของโยริอิจิอยู่บ้างจริงๆ
ยูโกะพยักหน้าเล็กน้อย "ตอนนั้นฉันเกือบตายด้วยน้ำมือของอสูรแล้ว แต่จู่ๆ ปานนักล่าอสูรก็ปรากฏขึ้นมาช่วยชีวิตฉันไว้"
"ตามความเข้าใจของฉัน มันน่าจะเป็นพลังที่สามารถใช้ได้หลังจากที่ร่างกายก้าวข้ามขีดจำกัดไปแล้วเท่านั้น"
มิจิคัตสึจ้องมองยูโกะด้วยความตกตะลึง สับสนกับคำพูดของเธออย่างสิ้นเชิง
ก่อนที่ยูโกะจะเบิกปานได้ ทั้งหน่วยพิฆาตอสูรและตัวมิจิคัตสึเอง ต่างก็คิดว่าปานบนหน้าผากของโยริอิจิเป็นเพียงปานแต่กำเนิดเท่านั้น
จนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ยูโกะสามารถเบิกปานได้เช่นเดียวกัน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง มิจิคัตสึก็กำหมัดแน่น "เธอหมายความว่าร่างกายของเธอแข็งแกร่งขึ้นงั้นรึ"
"ใช่ค่ะ ถึงจะไม่รู้หลักการของมันก็เถอะ แต่ฉันรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น"
ยูโกะที่พักฟื้นมาได้สองสามวัน อาการอ่อนเพลียหายไปแล้ว และสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างชัดเจน
มิจิคัตสึลุกพรวดขึ้นยืน มือแตะด้ามดาบที่เอว "ตามฉันมาที่ลานฝึก"
เขาต้องการพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้ด้วยตัวเอง
เรื่องไร้สาระแบบนี้จะเป็นไปได้ยังไง?
หมอที่อยู่ใกล้ๆ รีบร้องห้าม "ไม่ได้นะคะ ร่างกายของคุณยูโกะยังไม่หายดี"
"ฉันคิดว่าฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ... แค่ก แค่ก" ยูโกะพูดกลั้วรอยยิ้ม สีหน้าเรียบเฉยของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อไอออกมาสองครั้งติดๆ กัน
หมอถอนหายใจ "ปอดของคุณได้รับความเสียหายจากความเย็นจัด ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน การใช้วิชาปราณของคุณน่าจะได้รับผลกระทบไปด้วย"
มิจิคัตสึขมวดคิ้วเล็กน้อย "เกิดอะไรขึ้น"
ยูโกะส่ายหน้า "ฉันก็แค่เสียท่าให้เจ้านั่นนิดหน่อยน่ะค่ะ"
ผู้ที่เบิกปานได้จะอายุสั้น ไม่เกินยี่สิบห้าปี
เมื่อรู้ความจริงข้อนี้ ยูโกะก็ดูไม่ได้ใส่ใจกับอาการป่วยที่ปอดของเธอเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับนักดาบที่เพิ่งเรียนวิชาปราณแล้วต้องตายอย่างน่าอนาถด้วยน้ำมืออสูร เธอยังถือว่าโชคดีกว่ามาก
อย่างน้อย เธอก็ยังมีชีวิตอยู่
การรอดชีวิตกลับมาจากสนามรบได้ก็ถือว่าโชคดีมากพอแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น มิจิคัตสึก็ไม่อาจฝืนใจเธอได้อีก "งั้นก็พักผ่อนให้สบายเถอะ"
พูดจบเขาก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"เดี๋ยวก่อนค่ะ" ยูโกะลุกขึ้นจากเตียงผู้ป่วย
หมอสาวรีบก้าวเข้ามาช่วยพยุง
ยูโกะปฏิเสธความหวังดีของเธอ พลางบอกว่า "คุณหมอก็น่าจะรู้สภาพร่างกายของฉันดีนี่คะ"
หมอชะงักไป ก่อนจะถอนหายใจ "ฉันจะพยายามหาวิธีรักษาอาการที่ปอดของคุณให้ได้นะคะ"
"พยายามหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักด้วยนะคะ"
"ขอบคุณค่ะ" ยูโกะยิ้มบางๆ แล้วหันไปพูดกับมิจิคัตสึ "ท่านพี่ ไปลานฝึกกันเถอะค่ะ"
มิจิคัตสึขมวดคิ้วมองเธอ ยืนนิ่งอยู่กับที่
ยูโกะเอียงคอ "มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"..." หลังจากเงียบไปนาน มิจิคัตสึก็โพล่งขึ้นมา "ทำไมเธอถึงได้อ่อนโยนขนาดนี้"
มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เหมือนกับคำพูดดีๆ ของคนที่กำลังจะตาย
"..." เส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผากของยูโกะ เธอฝืนยิ้มเย็นชา "อ๋อ อย่างนั้นหรอกหรือคะ งั้นท่านพี่ก็เป็นพวกที่ถ้าไม่โดนด่าแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจสินะคะ"
"ถ้าบอกก่อนหน้านี้ ยูโกะด่าท่านพี่ได้ทั้งวันเลยนะคะ"
คำพูดของตัวเองทำเอาเธอขนลุก แต่ตราบใดที่ทำให้มิจิคัตสึขยะแขยงได้ ก็ถือว่าชนะ
มิจิคัตสึเมินเธอแล้วเดินออกจากห้องพยาบาลไป
สึกิคุนิ ยูโกะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้
ไอ้หน้าบูดนี่ วันนี้เธอจะจัดคอมโบชุดใหญ่ให้มันแพ้ราบคาบไปเลย!
ลานฝึกที่มิจิคัตสึพูดถึงไม่ใช่ลานฝึกของหน่วยพิฆาตอสูร เพราะมีคนพลุกพล่าน และมิจิคัตสึก็ไม่ชอบให้ใครมาจ้องมอง
ลานฝึกที่เขาหมายถึงคือภูเขาด้านหลังของศูนย์บัญชาการหน่วยพิฆาตอสูรต่างหาก
สามพี่น้องมักจะมาฝึกเพลงดาบกันที่นี่บ่อยๆ
เมื่อมาถึงลานฝึก ยูโกะวางดาบเพลิงสุริยันลง แล้วเอื้อมมือไปหยิบดาบไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ
"ใช้ดาบจริงซะ"
เสียงของมิจิคัตสึขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอ ยูโกะชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ชักดาบเพลิงสุริยันออกมา แล้วไปยืนประจันหน้ากับพี่ชาย
ยูโกะช้อนตาขึ้นเล็กน้อย มองมิจิคัตสึที่ชักดาบเพลิงสุริยันออกมาเช่นกัน
"เข้ามา"
สิ้นคำพูด เสียงสองเสียงก็ดังขึ้นพร้อมกัน
"ปราณจันทรา กระบวนท่าที่ 1: จันทร์แรม - วังเย็น"
การฟันดาบอิไอที่รวดเร็วจนคนธรรมดามองไม่ทันปะทะกันในเสี้ยววินาที ดาบกรีดร้องเสียงแหลมบาดหู
รูม่านตาของมิจิคัตสึหดแคบลงเล็กน้อย แขนที่รับแรงปะทะจากดาบเพลิงสุริยันของยูโกะสั่นระริก
เขาถูกกดดันอย่างหนัก... ร่างกายของผู้ชายแข็งแกร่งกว่าผู้หญิงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
นี่คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมมิจิคัตสึถึงไม่คาดหวังอะไรในตัวยูโกะนัก แม้ว่าเธอจะได้เป็นสมาชิกของหน่วยพิฆาตอสูรแล้วก็ตาม
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยประลองกับยูโกะมาก่อน ปกติเขาเอาชนะเธอได้อย่างง่ายดาย และไม่เคยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลขนาดนี้มาก่อนเลย
แถมเธอยังใช้วิชาปราณที่ตัวเองไม่ถนัดอีกต่างหาก
ราวกับเกิดใหม่ก็ไม่ปาน
"ปราณจันทรา กระบวนท่าที่ 2: ดอกไข่มุกจันทรา!"
"ปราณวารี กระบวนท่าที่ 4: คลื่นตีกลับ!"
การโจมตีทั้งหมดของมิจิคัตสึถูกยูโกะปัดป้องไว้ได้อย่างหมดจด
ไม่ใช่แค่โยริอิจิหรอกรึ แต่นี่ยูโกะก็จะทิ้งเขาไว้ข้างหลังอีกคนแล้วงั้นรึ
ยิ่งมิจิคัตสึรู้สึกเจ็บใจมากเท่าไหร่ การกวัดแกว่งดาบเพลิงสุริยันของเขาก็ยิ่งสะเปะสะปะและไร้ระเบียบมากขึ้นเท่านั้น
ยูโกะซึ่งมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตั้งรับการโจมตีอันดุดันของพี่ชายได้อย่างใจเย็น
เธอไม่ใช่คนโง่ ถึงจะไม่ได้อ่านมังงะหรือเข้าใจสึกิคุนิ มิจิคัตสึอย่างถ่องแท้ก็ตาม
แต่การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาถึงยี่สิบปี ทำให้เธอมองนิสัยขี้อิจฉาของมิจิคัตสึออกทะลุปรุโปร่งมาตั้งนานแล้ว
เขามักจะอิจฉาพรสวรรค์ของโยริอิจิเสมอ หรือจะพูดให้ถูกคือ เขายอมรับได้ที่ตัวเองด้อยกว่าคนอื่น แต่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดหากคนที่เหนือกว่าเขาคือน้องชายและน้องสาวของเขาเอง
โดยเฉพาะน้องชายฝาแฝดของเขา
เขาอิจฉาพรสวรรค์ที่คนในครอบครัวของเขาครอบครองอยู่
"แค่ก..."
จังหวะที่ลมหายใจของยูโกะสะดุดลงเพราะอาการป่วยที่ปอด เปิดโอกาสให้มิจิคัตสึฉวยจังหวะโจมตี
"ปราณจันทรา กระบวนท่าที่ 6: คืนเดือนหงายโดดเดี่ยว ต่อเนื่อง!"
คลื่นดาบรูปจันทร์เสี้ยวที่รวดเร็วหลายสายพุ่งตรงเข้าหายูโกะ
จุดเด่นที่สุดของปราณจันทราคือ คลื่นดาบจะมาพร้อมกับเสี้ยวจันทร์ขนาดเล็กจำนวนมากที่แฝงอยู่
มันสามารถโจมตีครอบคลุมพื้นที่กว้างได้อย่างง่ายดาย
"ซี๊ด~"
ยูโกะปรับลมหายใจอย่างใจเย็น พ่นลมหายใจสีขาวจางๆ ออกมา
"ปราณเหมันต์ กระบวนท่าที่ 1: พายุหมุน!"
พายุทอร์นาโดสีขาวที่มาพร้อมกับความหนาวเย็น พัดพาคลื่นดาบจันทร์เสี้ยวที่พุ่งเข้ามาจนกระจุยกระจาย
ในขณะเดียวกัน มิจิคัตสึที่ไม่เคยเห็นปราณเหมันต์มาก่อน ก็ถูกพายุหมุนจากกระบวนท่าของยูโกะดูดเข้าไปแล้วลอยขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
"ปราณเหมันต์งั้นรึ?!" มิจิคัตสึที่เสียศูนย์กลางอากาศตกตะลึงอย่างหนัก
ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่ง แต่ถึงขั้นสร้างวิชาปราณของตัวเองขึ้นมา... แบบนี้มันหมายความว่าพรสวรรค์ของยูโกะเทียบเท่ากับเขาเลยไม่ใช่หรือไง!
ถ้าเอาชนะแม้นกระทั่งน้องสาวตัวเองไม่ได้ แล้วเขาจะไปเอาชนะหมอนั่นได้ยังไง!
พายุทอร์นาโดบ้าคลั่งพัดกระหน่ำใส่ร่างของมิจิคัตสึอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนี่ไม่ใช่การต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ยูโกะจึงใช้สันดาบในการโจมตี
ความวิตกกังวลว่าจะพ่ายแพ้ ผนวกกับความอิจฉาริษยาที่แทบจะระเบิดออกมา ทำให้สภาวะร่างกายของมิจิคัตสึร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ชีพจรเต้นรัวเร็วอย่างน่ากลัว
"ปราณจันทรา กระบวนท่าที่ 5: พายุพิบัติจันทรา!"
ร่างของมิจิคัตสึหมุนคว้างกลางอากาศ สร้างคลื่นดาบหมุนวนขนาดยักษ์รอบๆ ดาบเพลิงสุริยันที่กวัดแกว่ง ผลักไสพายุทอร์นาโดออกไป
พลังทั้งสองปะทะกันและหักล้างกันไปจนหมดสิ้น