- หน้าแรก
- ลอร์ดผู้ครองมิติ
- บทที่ 2 ประสบการณ์ตัดไม้
บทที่ 2 ประสบการณ์ตัดไม้
บทที่ 2 ประสบการณ์ตัดไม้
บทที่ 2 ประสบการณ์ตัดไม้
เนินดินเล็กๆ กองหนึ่งฝังกลบอดีตทุกอย่างเอาไว้จนหมดสิ้น
มาถึงตอนนี้ ในค่ายพักเหลือกันแค่สามคนแล้ว
จอร์จที่หลี่เหวยเข้ามาสวมร่าง พี่สาวชื่อเพนนี และแม่ชื่อฟีล่าที่ติดโรคและดูอ่อนแอไม่แพ้กัน
บรรยากาศอึมครึมปกคลุมไปทั่ว ฟีล่าร้องไห้ไม่ออกแล้ว หล่อนนั่งเหม่อลอยอยู่ในเพิงพัก คล้ายกับสติหลุดลอยไปในสภาวะที่ยากจะหยั่งถึง ดูแล้วน่าเป็นห่วง
ส่วนเพนนีกลับเข้มแข็ง หล่อนง่วนอยู่กับงานพลางสั่งให้หลี่เหวยไปลงแรง
"จอร์จ กินข้าวเสร็จแล้วเจ้าเอาขวานไปตัดต้นไม้ที่ไม่ต้องใหญ่มากนักมาหน่อย เราต้องการบ้านไม้ที่แข็งแรงกว่านี้ พ่อตายแล้ว เกวียนก็พัง แถมเรายังหลงทาง หาทางไปมณฑลวิลล์ไม่เจอ คงต้องปักหลักอยู่ที่นี่ไปก่อน แต่นี่ก็ไม่ได้แย่อะไร อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะติดโรคระบาดบ้าบอนั่น!"
"เข้มแข็งหน่อย เพื่อแม่นะ!"
"ข้ารู้แล้ว"
หลี่เหวยลองตอบกลับไปเบาๆ เขาพูดภาษาจีน เพราะเขาพูดภาษาอื่นไม่เป็น และก็ทำตัวเป็นใบ้ไม่ได้ด้วย แต่เพนนีกลับฟังรู้เรื่อง เห็นได้ชัดว่านี่เป็นผลจากพลังลึกลับบางอย่าง
ตอนนี้เวลาประมาณ 10 โมงเช้า หลี่เหวยตักไอ้ของเหลวหนืดๆ ออกมาจากหม้อดำปี๋ แค่มองแวบเดียวเขาก็แทบอ้วก แต่ท้องที่ร้องประท้วงทำให้เขาไม่มีทางเลือก
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นไอ้ของหนืดๆ นี่ ก็ใช่ว่าจะกินได้ไม่อั้น เขากินไปชามหนึ่ง เพนนีกินไปชามหนึ่ง ก็เหลือแค่ค่อนชามที่ต้องเก็บไว้ให้ฟีล่า
แต่ถึงรสชาติมันจะหมาไม่แดก สากคอเหมือนกลืนรำข้าวสดๆ แต่มันก็พอมีประโยชน์อยู่บ้าง เห็นได้ชัดจากหน้าต่างค่าสถานะ
【พลังชีวิต: 50 (โรคเรื้อรัง)】
【พละกำลัง: 80 (หิวเล็กน้อย, -20)】
【ความแข็งแกร่ง: 5 (อ่อนแอเล็กน้อย, -1)】
【ความคล่องตัว: 3 (อ่อนแอเล็กน้อย, -1)】
【พลังป้องกัน: 1 (ผอมโซ, -2)】
【สถานะปัจจุบัน: โรคเรื้อรัง หิวเล็กน้อย ร่างกายผอมโซจากภาวะขาดสารอาหาร ค่าพละกำลังของเจ้าจะลดลงอย่างช้าๆ คาดว่าจะเสียชีวิตในอีก 36 เดือน】
——
"ใช้ได้เลยนี่หว่า!"
หลี่เหวยพอใจมาก จากนั้นก็เดินวนรอบค่ายพักหนึ่งรอบ แต่ไม่เห็นขวานที่เพนนีพูดถึง แต่พอเขาเลิกผ้าใบคลุมเกวียนขึ้น ก็เจอขวานที่ยังคมและไม่มีสนิมเกาะ พร้อมกับเครื่องมืออีกสองสามอย่าง มีจอบสองเล่ม เครื่องมือรูปร่างพิลึกที่ดูคล้ายเคียว และสุดท้ายคือมีดสั้นบิ่นๆ หนึ่งเล่ม
นอกจากนี้ ตรงกลางเกวียนซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับการปกป้องดีที่สุด มีเสบียงที่คลุมด้วยผ้าใบหนาถึงสองชั้น เป็นลังไม้ขนาดไม่ใหญ่นัก กับข้าวสาลีอีกสองกระสอบ
มันแห้งสนิท ไม่โดนฝนสาดเลยสักนิด
หลี่เหวยมองแล้วก็เงียบไป จากประสบการณ์ของเขา พ่อกำมะลอคนนั้นน่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ แถมยังตากฝนมาทั้งคืน สุดท้ายก็ไข้ขึ้นจนตาย
แต่ความจริงเขาเลี่ยงไม่ให้โดนฝนได้ บนเกวียนมีผ้าใบอย่างดี เอาไปกางเป็นเพิงกันฝนได้สบายๆ
เพียงแต่ถ้าทำแบบนั้น เสบียงพวกนี้คงไม่เหลือรอดแน่
เฮ้อ!
หลี่เหวยหยิบขวานออกมา คิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบมีดสั้นติดมือมาด้วย แล้วก็จัดการคลุมเสบียงบนเกวียนไว้อย่างระมัดระวัง
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบสร้างบ้านไม้ที่แข็งแรง ดูจากพืชพรรณและภูมิประเทศแถวนี้ก็รู้ว่าอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนต่างกันลิบลับ ขืนมีพายุฝนตกลงมาอีกรอบแล้วป่วยขึ้นมาล่ะก็ซวยแน่
อีกด้านหนึ่ง เพนนีเลือกพื้นที่ราบเรียบบนเนินเขาได้แล้ว หล่อนถือเครื่องมือที่ดูคล้ายพลั่วแต่เทอะทะกว่ากำลังถางหญ้าและเกลี่ยดิน ท่าทางคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง ดูมีประสบการณ์ไม่เบา
ที่ริมลำธาร หลี่เหวยไม่ได้รีบไปตัดต้นไม้ แต่ไปขนก้อนหินแบนๆ จากรอบๆ มาวางเรียงในลำธารแบบลวกๆ ให้พอเป็นทางเดิน เพราะเขาไม่อยากลุยน้ำข้ามไป
ถึงในหน้าต่างค่าสถานะของเขาจะไม่ได้บอกรายละเอียดปลีกย่อยอย่างอุณหภูมิที่ร่างกายสัมผัส ความเร็วลม ความอิ่ม ความกดอากาศ หรือแม้แต่ต้องขับถ่ายไหม แต่เขาก็ไม่กล้าชะล่าใจ เพราะนี่อาจจะไม่ใช่เกมจริงๆ ก็ได้
เขาต้องมั่นใจว่าจะไม่บาดเจ็บ จะไม่ปล่อยให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาทำให้สุขภาพมีปัญหา จนพาให้พังพินาศไปหมด
ที่ชายป่า หลี่เหวยใช้มีดสั้นถางวัชพืชและเถาวัลย์ออกไปเคลียร์พื้นที่ทำงานให้กว้างพอ ป้องกันไม่ให้โดนงูพิษหรือแมลงมีพิษกัด เรื่องนี้สำคัญสุดๆ เหมือนกัน
เขาไม่อยากทำภารกิจพลาดจนถูกลบความทรงจำ สู้ให้โดนลบทิ้งไปเลยยังดีกว่าต้องกลับไปใช้ชีวิตห่วยแตกบัดซบที่โลกมนุษย์
ความจริงพิสูจน์แล้วว่าการระวังตัวไว้เป็นเรื่องถูก ตอนที่กำลังฟันวัชพืชต้นหนึ่ง งูตัวเล็กขนาดเท่านิ้วมือแถมมีลายพาดก็พุ่งเข้าฉกเขาอย่างจัง ความเร็วของมันทำเอาหลี่เหวยแทบสิ้นหวัง
โชคดีที่เขาตวัดมีดสั้นในมือไปตามสัญชาตญาณ ปัดงูตัวนั้นกระเด็นไปได้ ไม่งั้นคงถึงคิวเขาต้องตายเพราะพิษงูแน่
งูตัวนั้นเลื้อยหนีหายวับไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเขาก็ตกใจจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
หลังจากนั้นเขาก็ยิ่งระวังตัวแจ ถึงขั้นไปหยิบท่อนไม้พลองมาตีพงหญ้าอย่างบ้าคลั่งอยู่พักใหญ่ พอแน่ใจว่าไม่มีงูซ่อนอยู่ถึงได้ลงมือทำงานต่อ
ด้วยวิธีนี้ เขาใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะถางพื้นที่ได้ประมาณ 200 ตารางเมตร ส่วนค่าพละกำลังของเขาก็ร่วงฮวบมาอยู่ที่ 60 แต้ม ความอึดแทบจะเหลือศูนย์ แล้วท้องก็เริ่มร้องประท้วงอีกแล้ว
กินไม่อิ่มนี่แหละปัญหาใหญ่สุด
ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หลี่เหวยพักเหนื่อยครู่หนึ่ง ถึงได้หยิบขวานไปเลือกต้นไม้ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 15 เซนติเมตร ตามขนาดที่เพนนีทำมือบอกไว้
"ปัง!"
วินาทีที่ขวานจามสับลงบนโคนต้นไม้ มือทั้งสองข้างของเขาก็ชาดิก แทบจะจับขวานไม่อยู่ เพราะแรงไม่พอ
ครั้งนี้หลี่เหวยจึงไม่ลังเล ตัดสินใจอัปแต้มสถานะอิสระที่เหลืออีก 2 แต้มไปที่ความแข็งแกร่งจนมันพุ่งไปแตะ 7 แต้ม ความจริงถ้าเขากินอิ่มและไม่มีสถานะบัฟลบความอ่อนแอคอยถ่วง ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะอยู่ที่ 8 แต้มแล้ว
ผลลัพธ์ที่ได้มันเห็นผลทันตา พอเขาใช้สองมือจับขวานตัดไม้อีกครั้ง ก็รู้สึกคุ้นมือและควบคุมแรงได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่จังหวะง้างขวานแล้วสับลงมา ก็ไม่รู้สึกเบาหวิวอีกต่อไป
"ปัง!"
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง ถึงมือจะยังชาจากการสะท้อนกลับ แต่แรงฟันก็เพิ่มขึ้นเกือบครึ่ง
โดยเฉพาะพอมีพละกำลังเพิ่มขึ้น ข้อบกพร่องเรื่องทักษะก็ถูกชดเชยไปได้เยอะเลย
เยี่ยม เยี่ยมไปเลย!
หลี่เหวยฮึดสู้รวดเดียว ฟันฉับเข้าที่ด้านหนึ่งก่อน แล้วสลับไปฟันอีกด้าน สุดท้ายก็ใช้มือผลักเบาๆ เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น ก่อนที่ต้นไม้สูงกว่า 10 เมตรจะล้มตึงลงมา
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น ข้อความบรรทัดหนึ่งก็เลื่อนผ่านสายตาไปอย่างเงียบเชียบ
【ประสบการณ์ตัดไม้ +1】
ฮ่าฮ่า! ผลตอบรับเชิงบวกมาแล้วเว้ย!
หลี่เหวยยิงฟันยิ้ม แอบสะใจอยู่ลึกๆ แต่พอก้มมองฝ่ามือตัวเอง ก็มีตุ่มเลือดพองปูดขึ้นมาสามตุ่มซะแล้ว
วันเวลาแห่งความระทมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นสินะ
อีกอย่างก็เพราะขาดประสบการณ์ด้วย
เขาหยิบมีดสั้นมา ค่อยๆ กรีดเศษผ้ากระสอบห่วยๆ บนตัวออกมาเส้นหนึ่ง แล้วเอามาพันรอบด้ามขวานอย่างระมัดระวัง ไม่รู้จะได้ผลไหม แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยล่ะวะ
ด่านนี้ เขาทำได้แค่กัดฟันทนไปเท่านั้นแหละ
(จบตอน)