เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 42 ห้องสมุดฮอกวอตส์

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 42 ห้องสมุดฮอกวอตส์

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 42 ห้องสมุดฮอกวอตส์


แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 42 ห้องสมุดฮอกวอตส์

คาบเรียนจบลง นักเรียนทุกคนเริ่มเก็บหนังสือและออกจากห้องเรียน พวกเขามีเวลาประมาณ 10 นาทีในการเดินไปห้องเรียนถัดไปโดยไม่หลงทางในปราสาทอันกว้างใหญ่

“เฮ้เพื่อน ขืนเป็นแบบนี้ นายได้โดนกักบริเวณทุกอาทิตย์แน่” ลูปินเดินเข้ามาทักเจมส์

“คิดว่าเป็นความผิดใครล่ะ?” เจมส์คำราม มองซิเรียสที่ทำเป็นหูทวนลม

ขณะที่กลุ่มกำลังเดินออกไป เจมส์สังเกตเห็นคนยืนรออยู่ที่ประตู ลิลลี่ เอฟวานส์ นั่นเอง

“เจมส์” ลิลลี่เรียก

เจมส์บอกลาซิเรียส ลูปิน และปีเตอร์ แล้วเดินไปหาลิลลี่

“มีอะไร?” เขาถาม

“ยังจะถามอีกเหรอ?” ลิลลี่ย้อนถาม “เราต้องวางแผนการสอนให้แมรี่กับโทบี้ วันนี้เราจะวางแผน และพรุ่งนี้เราจะเริ่มสอน”

‘วางแผนเสร็จสรรพเลยแฮะ’ เจมส์คิดพลางกลอกตา

“เออ ๆ ตามใจเธอ” เจมส์ตัดบท เดินต่อเพื่อจะตามเพื่อนให้ทัน

“เดี๋ยว! ให้ตายสิวันนี้เราต้องเจอกันที่ห้องสมุดตอนหกโมงถึงหนึ่งทุ่ม ไม่งั้นจะเอาเวลาไหนไปวางแผน?” ลิลลี่ถาม

“หกโมงถึงหนึ่งทุ่ม? ไม่ได้ ฉันมีซ้อมทีมควิดดิช” เจมส์ปฏิเสธ

ตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องที่เขาอยู่ทีมแล้ว แม้จะรู้ว่าแค่ซ้อมเฉย ๆ ก็ตาม เขาต้องซ้อมสัปดาห์ละสามวัน จันทร์ พุธ และศุกร์ เวลา 6 โมงถึง 1 ทุ่ม

“ห้าโมงถึงหกโมงล่ะ?”

“ไม่ได้ ฉันต้องไปกักบริเวณกับศาสตราจารย์ซลักฮอร์น” เจมส์ส่ายหน้า

ลิลลี่เดาะลิ้นเบา ๆ

“สี่โมงถึงห้าโมง?” เธอถามหน้ามุ่ย

เจมส์คิดว่าเวลานั้นเขาว่าง แต่ข้อเสียคือมันเป็นช่วงหลังเลิกเรียนคาบสุดท้ายพอดี เขาอยากไปเล่นกับซิเรียสและคนอื่น ๆ มากกว่าต้องมานั่งวางแผนการสอนน่าเบื่อกับลิลลี่ เอฟวานส์ ในห้องสมุด

เห็นสายตาดุ ๆ ของลิลลี่ เขาเลยจำใจตอบตกลง “ก็ได้ ที่ห้องสมุดนะ?”

“ใช่ นายรู้ใช่ไหมว่าห้องสมุดอยู่ที่ไหน?” ลิลลี่ถามเลิกคิ้ว

“ไม่อะ” เจมส์ตอบ

ลิลลี่ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เธอไม่คิดว่าเจมส์จะไม่เคยเข้าห้องสมุดเลยตั้งแต่เปิดเทอม

เจมส์มัวแต่สนุกกับเพื่อนกลุ่มใหม่ ควิดดิช และการทะเลาะกับพวกสลิธีริน จนลืมไปเยี่ยมชมห้องสมุดอันยิ่งใหญ่ของฮอกวอตส์

ทั้งชีวิตวัยเด็กเขาหมดไปกับการอ่านหนังสือและฝึกซ้อมในห้องที่พ่อสร้างให้ เขาเลยไม่เห็นว่าการพักสมองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป

‘ก็น่าจะเดาได้ ไม่เคยเห็นเขาในห้องสมุดเลย คนอย่างเขาไม่มีทางอยู่ในที่เงียบ ๆ ได้หรอก’ ลิลลี่คิด มองเจมส์ด้วยสายตาแปลก ๆ

“ฉันมีหนังสือที่ต้องใช้ครบแล้ว จะไปทำไมล่ะ?” เจมส์แก้ตัวเมื่อเห็นสายตาของลิลลี่

“เฮ้อเดี๋ยวเรียนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเสร็จ เราไปพร้อมกันเลย” ลิลลี่สรุป แล้วรีบเดินไปห้องเรียนเพราะเสียเวลามามากแล้ว

วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดไม่สนุกอย่างที่ทุกคนคาดหวังตั้งแต่เริ่มเรียน ศาสตราจารย์แอนเทนเน่ ฟิตซ์แมน ไม่ผิดหรอก แต่เป็นเพราะช่วงสัปดาห์แรก ๆ เธอสอนแต่พื้นฐานทฤษฎี

“วันนี้พอแค่นี้ เรายังต้องเรียนทฤษฎีอีกหน่อยก่อนจะเริ่มภาคปฏิบัติ อดทนกันหน่อยนะ” ศาสตราจารย์แอนเทนเน่กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

นักเรียนทุกคนพยักหน้าอย่างแกน ๆ

“เมื่อไหร่จะเลิกอ่านหนังสือโง่ ๆ นี่สักที?” ซิเรียสบ่นพลางบิดขี้เกียจ

“หวังว่าเร็ว ๆ นี้นะ ฉันอยากเรียนคาถาเจ๋ง ๆ จะแย่แล้ว” ลูปินเสริม คาถาเดียวที่พวกเขาเรียนคือการเสกประกายไฟสีแดงหรือเขียวออกจากปลายไม้กายสิทธิ์

“เล่นไพ่ระเบิดสักตากันไหม? มีเวลาชั่วโมงนึงก่อนเริ่มภารกิจ” ซิเรียสชวน ยิ้มร่าดีใจที่วันหยุดสุดสัปดาห์กำลังจะเริ่มขึ้น

“เอาสิ คราวนี้ฉันไม่แพ้แน่” ปีเตอร์รับคำอย่างกระตือรือร้น

ลูปินก็เห็นด้วย เขาอยากเล่นสักตาเหมือนกัน

“แล้วนายล่ะ?” ซิเรียสถามเจมส์

“ฉันไปไม่ได้” เจมส์ตอบเสียงเรียบ

“อ้าว ทำไมล่ะ?” ซิเรียสถาม

“มีธุระต้องทำนิดหน่อย” เจมส์ตอบเลี่ยง ๆ ไม่ยอมบอกรายละเอียด

ซิเรียสกำลังจะถามว่าธุระอะไร แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าลิลลี่รอเจมส์อยู่ที่หน้าห้องเรียนวิชาแปลงร่าง ทำให้รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา

“อย่าบอกนะว่านายมีเดทกับยายหนูจำไมลิลลี่ เอฟวานส์?” ซิเรียสถามพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน

ลูปินหัวเราะ ส่วนปีเตอร์พยายามกลั้นขำเพราะกลัวเจมส์โกรธ

เจมส์ไม่พูดอะไร เขาเก็บของแล้วเดินไปที่ประตู

“เอาน่า อาจจะไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้” ซิเรียสเดินตามไป

“หุบปากไปเลย เดี๋ยวเสร็จจากห้องสมุด ฉันจะตรงไปที่ห้องซลักฮอร์น ทำตามแผนซะ” เจมส์สั่งเสียงขุ่น พอเดินออกมา เขาก็เห็นลิลลี่ยืนรออยู่แล้ว

“โอเค เจอกัน” ซิเรียสโบกมือลาเจมส์ แล้วเดินไปห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์พร้อมลูปินและปีเตอร์

เจมส์มองตามด้วยความอิจฉา แต่ลิลลี่ก็เรียกเขา

“ไปกันยัง?” เธอถาม

เจมส์พยักหน้า

“ห้องสมุดอยู่ไหน?” เจมส์ถามขณะเดินเคียงข้างลิลลี่

“ชั้นหนึ่ง” ลิลลี่ตอบ ในหัวกำลังวางแผนว่าจะสอนโทบี้และแมรี่ให้เสกคาถาได้ภายในสองวันยังไง ลิลลี่ไม่สนหรอกว่าเจมส์จะโดนลงโทษหรือไม่ แต่เธอก็ไม่อยากให้เขาโดนเหมือนกัน

เธอยกมืออาสาเพราะอยากทบทวนความรู้และอยากให้มักกอนนากัลมองเธอในแง่ดีขึ้นด้วย

“ลิลลี่!” ขณะเดินไปห้องสมุดเงียบ ๆ มีคนเรียกเด็กสาวผมแดง เธอหันไปมอง และพอเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มกว้าง

“เซฟ[1] เลิกเรียนแล้วเหรอ?” เธอถาม และเดินเข้าไปหาเด็กชาย

เจมส์หรี่ตามองเซเวอร์รัส สเนป สเนปเป็นเด็กผอมกะหร่อง ผิวซีด ผมดำมันย่อง บรรยากาศรอบตัวดูหม่นหมอง ตรงข้ามกับเจมส์หรือซิเรียสที่ดูมั่นใจเต็มเปี่ยม

“อืม เพิ่งเรียนคาถาเสร็จ” สเนปตอบ ดีใจที่เจอลิลลี่ แต่พอเห็นเจมส์ เขาก็ขมวดคิ้ว

“มาทำอะไรกับพอตเตอร์?” เขาถาม มองเจมส์อย่างไม่เป็นมิตร

‘อย่าหาเรื่องน่าอย่าหาเรื่อง’ เจมส์คิด ไม่อยากก่อเรื่องจนโดนลงโทษอีก เขายืนรอลิลลี่อยู่ห่าง ๆ

“เรามีงานต้องทำด้วยกันน่ะ ตอนนี้กำลังจะไปห้องสมุด” ลิลลี่ตอบ

“ฉันไปด้วยได้ไหม . . .”

ก่อนที่สเนปจะพูดจบ ก็มีคนเรียกเขา

“เฮ้ เซเวอร์รัส จะไปกับพวกเราไหม?” เด็กชายสลิธีรินหน้ายาวถามพร้อมกับเพื่อนอีกคน

เด็กชายสองคนเดินเข้ามาและจำเจมส์ พอตเตอร์ ศัตรูตัวฉกาจของเด็กสลิธีรินปีหนึ่งได้ทันที พวกเขารีบตั้งท่าระวังตัว

‘จะแห่กันมาทำไมนักหนาเนี่ย?’ เจมส์คิดอย่างหงุดหงิด ดูเหมือนโชคชะตาอยากให้เขามีเรื่องกับพวกสลิธีรินจริง ๆ

“ไปยุ่งอะไรกับพวกกริฟฟินดอร์?” เด็กชายผมบลอนด์ตัวล่ำถาม

ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านตึงเครียดมาก โดยเฉพาะกริฟฟินดอร์กับสลิธีริน หายากมากที่จะเห็นนักเรียนต่างบ้านเป็นเพื่อนกัน

“ฉันไม่ได้คุยกับหมอนั่น” สเนปตอบเสียงเย็น “เจอกันนะลิลลี่”

เขาบอกลาและพาเพื่อนสองคนเดินห่างออกไปจากเจมส์ สเนปรู้ว่าถ้าอยู่ใกล้เจมส์ ความขัดแย้งอาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ และเขาไม่อยากดึงลิลลี่เข้ามาเกี่ยว

เจมส์และลิลลี่เดินต่อไปยังห้องสมุด เมื่อเข้าไปในห้องสมุดครั้งแรก เจมส์ถึงกับตะลึง พื้นที่กว้างใหญ่ทอดตัวอยู่ตรงหน้า ชั้นหนังสือนับไม่ถ้วนสูงลิบลิ่ว เต็มไปด้วยหนังสือหลากสีและหลายขนาด แสงไฟนวลตาส่องสว่างตามทางเดินระหว่างชั้นหนังสือ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและลึกลับ

กลิ่นเฉพาะตัวของหนังสือและกระดาษหนังลอยอบอวล โต๊ะเก้าอี้ไม้ขัดมันวางกระจายอยู่อย่างเป็นระเบียบทั่วห้องสมุด

เมื่อมองขึ้นไป เขาเห็นเพดานสูงประดับประดาด้วยรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่งดงาม นักเรียนจำนวนมากกำลังขะมักเขม้นกับการอ่านหนังสือ

“อึ้งล่ะสิ?” ลิลลี่แซวยิ้ม ๆ เพราะครั้งแรกที่เธอเห็นห้องสมุดอันยิ่งใหญ่นี้ เธอก็ทำหน้าแบบเดียวกับเจมส์

ลิลลี่หยิบหนังสือชื่อ คู่มือแปลงร่างเบื้องต้น มาจากชั้น แล้วพวกเขาก็ไปนั่งที่โต๊ะมุมห้อง หันหน้าเข้าหากัน

“เรามีเวลาสองวันสอนโทบี้กับแมรี่ให้ร่ายคาถาได้ เราควรเริ่มจากปูพื้นฐานให้แน่นก่อน” ลิลลี่พูด พลางหยิบกระดาษหนังและปากกาขนนกออกมา

“ใช่ ต้องให้พวกเขาเข้าใจสูตรการแปลงร่างก่อนจะเริ่มร่ายคาถา บางทีอักษรแปลงร่างอาจช่วยได้” เจมส์เสริม ตั้งใจทำงานเต็มที่ เขาไม่อยากโดนกักบริเวณเป็นอาทิตย์

“ความคิดดี ฉันจดตัวอักษรไว้ในสมุดโน้ตแล้ว เดี๋ยวใช้เล่มนั้นแหละ” ลิลลี่พยักหน้า

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า ลิลลี่และเจมส์ถกกันเรื่องวิธีสอนที่ดีที่สุด เมื่อตกลงกันได้ ลิลลี่ก็จดแผนการสอนลงในกระดาษหนัง

เจมส์สังเกตว่าลายมือของลิลลี่สวยและเป็นระเบียบมาก แม้จะตัวเล็กไปหน่อย เขายังสังเกตว่าลิลลี่ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่เขาคิดในตอนแรก

ส่วนลิลลี่ก็คิดเหมือนกัน เธอแปลกใจที่เจมส์ไม่ได้หยิ่งยโสและขี้เก็กอย่างที่เห็นภายนอก

“เกือบหกโมงแล้ว รีบไปกักบริเวณเถอะ ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นคงไม่อยากให้นายไปสาย” ลิลลี่เตือน โดยมองนาฬิกาโบราณในห้องสมุด

“ช่างใส่ใจจริงนะ” เจมส์แซว ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ และรู้สึกก้นชาเพราะนั่งมาเป็นชั่วโมง

“หุบปากไปเลย” ลิลลี่ดุอย่างรำคาญขณะจดสิ่งสุดท้ายลงในกระดาษ

‘นิสัยไม่เลวแฮะ แต่ดุไปหน่อย’ เจมส์คิดขณะเดินออกจากห้องสมุด

[1] ชื่อเล่นที่ลิลลี่ใช้เรียกสเนป

จบบทที่ แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 42 ห้องสมุดฮอกวอตส์

คัดลอกลิงก์แล้ว