- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 41 การบ้านของมักกอนนากัล
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 41 การบ้านของมักกอนนากัล
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 41 การบ้านของมักกอนนากัล
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 41 การบ้านของมักกอนนากัล
วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 1971
“บ้าเอ๊ย! ขืนเป็นแบบนี้ เราไม่มีทางหาส่วนผสมที่ต้องการได้แน่!” ซิเรียสสบถพร้อมปิดหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ดังปัง เรียกความสนใจจากเจมส์ ลูปิน และปีเตอร์
ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งทำการบ้านที่ศาสตราจารย์และผีประจำวิชา คัธเบิร์ต บินส์ สั่งให้ทำอยู่ในห้องนั่งเล่นรวมบ้านกริฟฟินดอร์ พวกเขาต้องอ่านหนังสือให้จบสองบทภายในวันพรุ่งนี้ และดันผัดวันประกันพรุ่งมาจนนาทีสุดท้าย
“เราต้องสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจ” เจมส์พูด ปิดหนังสือของเขาบ้าง เขาอยากคุยเรื่องแผนแกล้งคนมากกว่าอ่านเรื่องพายุหิมะสบู่ปี 1378
“ยังไง?” ลูปินถาม ปิดหนังสือตาม ปีเตอร์ก็ปิดหนังสือและเริ่มตั้งใจฟังบทสนทนา
“พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการกักบริเวณ และเป็นโอกาสสุดท้ายของเรา ฉันเห็นส่วนผสมที่ต้องการแล้ว ส่วนเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจ ฉันยังคิดไม่ออกบางที” เจมส์พูดด้วยสีหน้าครุ่นคิด
การถกเถียงอย่างเข้มข้นเริ่มขึ้นที่โต๊ะ พวกเขาเป็นกลุ่มเดียวที่ยังตื่นอยู่ในห้องนั่งเล่นรวม เจมส์มองเก้าอี้ว่างที่โทบี้ควรจะนั่งอยู่แล้วรู้สึกโหวง ๆ แต่หลังจากซิเรียสเสนอให้สร้างระเบิดเพื่อให้ซลักฮอร์นต้องออกจากห้องทำงาน เขาก็ลืมเรื่องนั้นไปและคุยต่อ
ในที่สุดหลังจากถกเถียงกันเป็นชั่วโมง พวกเขาก็ได้แผนการ
“ไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ มันเป็นโอกาสสุดท้ายของเราแล้ว” เจมส์สรุป แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอน
. . .
วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 1971
วันใหม่เริ่มต้นเหมือนวันปกติ กลุ่มเพื่อนเดินไปกินมื้อเช้าพร้อมทบทวนแผนการด้วยเสียงกระซิบกระซาบเพื่อไม่ให้ลืมรายละเอียดและวางแผนขั้นตอนสุดท้าย
“แน่ใจนะลูปิน? มันเจ็บนะ” เจมส์ถาม
“ไม่เป็นไร ฉันทนเจ็บได้” ลูปินตอบโดยไม่คิดมาก คนอื่นมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ
“ฉันเคยมีเรื่องชกต่อยข้างถนนน่ะ แค่โดนต่อยไม่เท่าไหร่หรอก” ลูปินรีบแก้ตัวเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อน
“มันจะไม่ใช่แค่หมัดธรรมดาน่ะสิ มันคือคาถาฟลิปเปนโด” ซิเรียสเตือน
แผนการที่พวกเขาคิดขึ้นนั้นเรียบง่าย ซิเรียสและลูปินจะไปที่ห้องเรียนปรุงยาในคุกใต้ดิน ซึ่งเวลานั้นห้องจะว่างและเหมาะแก่การฝึกซ้อม
ข้ออ้างที่จะบอกศาสตราจารย์ซลักฮอร์นคือ พวกเขากำลังฝึกคาถาฟลิปเปนโด แต่ซิเรียสควบคุมเวทมนตร์ไม่ดี ทำให้ลูปินกระเด็นไปไกลเกินไป พอลูปินหมดสติ ซิเรียสก็จะวิ่งไปที่ห้องทำงานของซลักฮอร์นที่อยู่ใกล้ ๆ
ข้ออ้างนี้น่าเชื่อถือ เพราะห้องเรียนปรุงยากว้างพอที่จะฝึกซ้อม และเมื่อเกิด “อุบัติเหตุ” คนที่จะช่วยได้ดีที่สุดก็คือซลักฮอร์น เพราะห้องทำงานอยู่ไม่ไกล และซิเรียสก็เคยไปหาเขามาก่อน
ขณะที่ซลักฮอร์นพาลูปินไปห้องพยาบาล เจมส์ก็จะถูกทิ้งให้อยู่ในห้องทำงานคนเดียว จังหวะนั้นปีเตอร์จะปรากฏตัว เจมส์จะรีบส่งส่วนผสมให้ แล้วปีเตอร์ก็จะรีบกลับไปที่หอนอนกริฟฟินดอร์ ภารกิจก็จะเสร็จสมบูรณ์
อีกอย่างเป็นไปได้ที่ซิเรียสและลูปินจะฝึกคาถาฟลิปเปนโด เพราะซลักฮอร์นเห็นเจมส์ใช้คาถานี้อย่างคล่องแคล่ว จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่เขาจะสอนเพื่อน ซึ่งเขาก็สอนจริง ๆ นั่นแหละ
ซิเรียสและลูปินฝึกคาถาฟลิปเปนโดจนชำนาญแล้วในช่วงนี้ แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม ทั้งคู่มีฝีมือดี แต่ลูปินแสดงละครไม่เก่ง เขาเลยรับบทคนเจ็บ
“ไม่ต้องห่วงน่า มาดามป็อมพรี่ย์รักษาแป๊บเดียวก็หาย” ลูปินพูดอย่างไม่ยี่หระ
หลังมื้อเช้า พวกเขามีเรียนวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ แต่เพราะมัวแต่คุยเรื่องแผนการ เลยไม่ได้อ่านหนังสือสองบทนั้น ทำให้เรียนไม่รู้เรื่องเลย
หลังจากพักเบรก คาบที่สองก็เริ่มขึ้น วิชาสมุนไพรศาสตร์กับศาสตราจารย์โพโมนา สเปราต์ แม่มดผมสั้นหยิกสีเทา เสื้อผ้าและเล็บมือมักเปื้อนดินอยู่เสมอ เธอเป็นอาจารย์ประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟด้วย
พวกเขายังคงเรียนเรื่องพืชวิเศษและสรรพคุณของมัน
“โมลี่เป็นพืชที่มีฤทธิ์แรงมาก ใช้กินเพื่อต้านทานผลของคาถาได้ อย่างที่เห็นมันมีลำต้นสีดำและดอกสีขาว ทำให้แยกแยะได้ง่าย” สเปราต์อธิบาย
หลังจบคาบ พวกเขามีเวลาว่าง 1 ชั่วโมงเพื่อไปทานมื้อเที่ยง จากนั้นก็ไปเรียนวิชาแปลงร่างกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล
“แมรี่ แมคโดนัลด์ เธอต้องจำสูตรการแปลงร่างให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่มีวันเปลี่ยนไม้ขีดไฟเป็นเข็มได้เลย” มักกอนนากัลตำหนิขณะยืนอยู่หน้าโต๊ะ
ชั้นเรียนเรียนเรื่องการแปลงไม้ขีดไฟเป็นเข็มมาหลายคาบแล้ว และตอนนี้นักเรียนส่วนใหญ่ก็ทำได้แล้ว เจมส์ทำได้ตั้งแต่คาบแรก ซิเรียสและลิลลี่ทำได้ในคาบที่สอง ซึ่งมักกอนนากัลชื่นชมมาก
“ห-หนูจำไม่ได้ค่ะ ศาสตราจารย์” แมคโดนัลด์ตอบ เกาหัวอย่างเขินอาย
“เราเริ่มเรียนมาสามสัปดาห์แล้วนะ เธอควรรีบจำสูตรให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องพึ่งปาฏิหาริย์ถึงจะสอบผ่าน” มักกอนนากัลดุและเดินกลับไปที่โต๊ะ สูตรนั้นเป็นสิ่งแรกที่เธอสอนและเป็นพื้นฐานที่สุด
“แมรี่สมองทึบ” เด็กชายคนหนึ่งกระซิบเยาะเย้ย เพื่อนของเขาพยายามกลั้นหัวเราะ
แมรี่ได้ยินคำพูดนั้นก็หน้าแดง ก้มหน้าซ่อนความอายไว้หลังหนังสือเล่มหนา
‘ยัยโง่ ยัยโง่ ฉันต้องอ่านหนังสือ’ แมรี่คิด
“หยุดล้อเลียนเดี๋ยวนี้นะ” ลิลลี่หันไปมองเด็กชายคนนั้นด้วยสายตาดุร้าย
“น่ารำคาญชะมัด” เด็กชายบ่นพึมพำ หยุดล้อเลียนแมรี่และหันไปมองกระดาน ทุกคนรู้จักลิลลี่ เอฟวานส์ดี เธอเป็นหนึ่งในนักเรียนปีหนึ่งที่เก่งที่สุดและอารมณ์ร้ายใช่ย่อย
เจมส์และซิเรียสนั่งอยู่หลังห้อง ไม่ได้สนใจการเรียน พวกเขากำลังเล่นไพ่เวทมนตร์กันอยู่ โดยยกหนังสือบังไพ่ไว้ไม่ให้มักกอนนากัลเห็น
แต่ทั้งคู่เป็นจุดสนใจและเป็นนักเรียนหัวกะทิ โดยเฉพาะเจมส์ มักกอนนากัลจึงคอยสังเกตเขาอยู่เรื่อย ๆ และเห็นว่าเขาทำท่าทางแปลก ๆ
“แอ๊กซิโอ!” มักกอนนากัลชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่หนังสือของเจมส์ มันลอยวูบออกจากมือเขาไปอยู่ในมือเธอ เผยให้เห็นไพ่ที่ซ่อนอยู่ ทุกคนตกใจกับการกระทำกะทันหันของอาจารย์และหันไปมองเจมส์กับซิเรียสที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
“สนุกไหม พอตเตอร์?” มักกอนนากัลถามด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก
ซิเรียสรีบเก็บไพ่ของตัวเอง เขาไม่อยากให้อาจารย์ยึดหนังสือเขาไปอีกคนแล้วเห็นว่าเขาก็เล่นด้วย
“เอ่อมันไม่ใช่อย่างที่เห็นนะครับ” เจมส์ไปไม่เป็น เขาไม่คิดว่าจะต้องมาหาข้อแก้ตัวยากขนาดนี้ แถมข้อแก้ตัวไหน ๆ ก็ใช้กับมักกอนนากัลไม่ได้ผล ถ้าเป็นอาจารย์คนอื่นอาจจะพอถูไถ
‘ไม่น่าบ้าจี้ตามซิเรียสเลย!’ เจมส์คิดอย่างเจ็บใจ ทั้งที่จริง ๆ ก็เล่นสนุกมาก
“บอกฉันซิ สูตรการแปลงร่างคืออะไร?” มักกอนนากัลถามลองภูมิ
“ครับ ศาสตราจารย์! การแปลงร่างที่ต้องการได้รับอิทธิพลโดยตรงจากน้ำหนักตัว (a), ความดุร้าย (v), พลังไม้กายสิทธิ์ (w), สมาธิ (c), และตัวแปรที่ห้าที่ไม่ทราบค่า (Z) ครับ” เจมส์ตอบอย่างฉะฉาน หวังว่าจะรอดตัว
“ถูกต้อง งานของเธอคือ ต้องทำให้แมรี่ แมคโดนัลด์ เสกคาถาเปลี่ยนไม้ขีดไฟเป็นเข็มให้ได้ ภายในวันจันทร์” มักกอนนากัลสั่ง
“อะไรนะ? แต่ . . .”
“ถ้าทำไม่ได้ เธอจะโดนลงโทษฐานเล่นไพ่ในเวลาเรียน ฟิลช์ต้องการคนไปขัดห้องถ้วยรางวัลพอดี จะเอาแบบไหน?” มักกอนนากัลขัดขึ้น
“ก็ได้ครับผมจะช่วยเธอ” เจมส์ตอบ ยอมสอนเพื่อนสองวันดีกว่าไปขัดถ้วยรางวัลเป็นอาทิตย์
“อ้อ จริงสิ โทบี้ คอปเปอร์ ก็ยังทำไม่ได้ เธอต้องช่วยเขาด้วย” มักกอนนากัลเสริม
โทบี้กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นสายตาดุ ๆ ของอาจารย์ เขาก็เงียบกริบ
“ก็ได้ครับ” เจมส์รับคำ
“ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะว่าถ้าเธอทำไม่สำเร็จ บทลงโทษจะยังคงเดิม และเธอจะต้องไปขัดห้องถ้วยรางวัลหนึ่งสัปดาห์”
ได้ยินดังนั้นทุกคนก็มองเจมส์ด้วยความสงสาร รู้กันดีว่าแมรี่กับโทบี้หัวช้าเรื่องแปลงร่างที่สุด
“มีอาสาสมัครคนไหนอยากช่วยไหม? ถ้าทำไม่สำเร็จ พวกเธอจะไม่โดนลงโทษ” มักกอนนากัลถาม มองไปรอบห้อง
วินาทีต่อมามือหนึ่งก็ยกขึ้น
“ดี ลิลลี่ เอฟวานส์ จะช่วยเจมส์ พอตเตอร์ สอนเพื่อนให้ทำได้ เอาล่ะ เรียนต่อกันเถอะ” มักกอนนากัลพยักหน้า ส่งสายตาชื่นชมให้ลิลลี่ที่เป็นเด็กดีตั้งใจเรียน ต่างจากเจมส์ที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว
“ทำไมนายไม่ยกมือฮะ?” เจมส์กระซิบถามซิเรียสอย่างหงุดหงิด
นอกจากต้องสอนแมรี่ แมคโดนัลด์ แล้ว เขายังต้องทนอยู่กับลิลลี่ เอฟวานส์ อีก ยัยคนที่เขาไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอ และดูท่าจะเข้ากันไม่ได้สุด ๆ
“เห็นไหมว่าเธอยกมือเร็วแค่ไหน? ใครจะไปทัน” ซิเรียสแก้ตัว แม้ใจจริงก็ไม่อยากเสียเวลาวันหยุดมาสอนพิเศษเพื่อนเหมือนกัน
เจมส์จะเถียงต่อ แต่เห็นมักกอนนากัลจ้องเขม็ง เลยยอมหุบปากแล้วตั้งใจเรียน
‘อย่างน้อยก็จะได้คุยกับโทบี้’ เจมส์คิด เพราะที่ผ่านมาโทบี้หลบหน้าพวกเขาตลอด