- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 40 วิลเลียม เทิร์นเนอร์
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 40 วิลเลียม เทิร์นเนอร์
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 40 วิลเลียม เทิร์นเนอร์
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 40 วิลเลียม เทิร์นเนอร์
ซิเรียสสังเกตเห็นสีหน้าเหลือเชื่อและโกรธจัดของราบาสแตน จึงยิ้มกว้างอย่างสะใจ
“ดูสิ นายก่อเรื่องใหญ่แล้ว” ลูปินเตือน เมื่อสังเกตเห็นว่านักเรียนหลายคนจากโต๊ะอื่นเริ่มโวยวายว่าเจมส์แหกกฎโรงเรียน
‘ทำไมไม่แกะเงียบ ๆ นะ?’ มักกอนนากัลคิดอย่างหงุดหงิด
“ศาสตราจารย์คะ! ทำไมนักเรียนปีหนึ่งถึงมีไม้กวาดรุ่นล่าสุดได้ล่ะคะ?”
“เขาแหกกฎนี่ครับ กฎห้ามเด็กปีหนึ่งมีไม้กวาดส่วนตัวไม่ใช่เหรอ!”
เด็กปีหนึ่งหลายคนแสดงความไม่พอใจ โดยเฉพาะเด็กสลิธีรินที่โวยวายใส่อาจารย์ ทุกคนมองไปที่มักกอนนากัลที่มีเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ
“เงียบ!” แม่มดตะโกนลั่นพร้อมลุกขึ้นยืน นักเรียนทุกคนเงียบกริบทันที ห้องโถงใหญ่เงียบสงัด ในเมื่อเธอเป็นคนมอบสิทธิพิเศษให้เจมส์ เธอก็ต้องเป็นคนอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ
เจมส์เห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของมักกอนนากัลแล้วก็นึกเสียใจที่เชื่อคำยุยงของซิเรียส
“นักเรียนปีหนึ่ง เจมส์ พอตเตอร์ ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้มีไม้กวาดส่วนตัวได้ อาจารย์ใหญ่ดัมเบิลดอร์อนุมัติคำขอของฉันในฐานะอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์แล้ว” มักกอนนากัลอธิบาย พยายามข่มอารมณ์ให้ใจเย็น
“งั้นผมก็ขอไม้กวาดส่วนตัวได้เหมือนกันสิครับ?” เด็กเรเวนคลอถาม
“หนูด้วย!”
“ผมด้วยครับ! อนุญาตผมเถอะครับ!”
“ไม่ใช่ใครก็จะได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เจมส์ พอตเตอร์ แสดงทักษะการบินที่ยอดเยี่ยม และสมาชิกทีมควิดดิชกริฟฟินดอร์ทุกคนก็เห็นชอบ ดังนั้นพวกเธอต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ประจำบ้านและทีมควิดดิชประจำบ้านของพวกเธอก่อน” มักกอนนากัลอธิบาย
“เจมส์ พอตเตอร์ มีไม้กวาดได้ แต่ฉันต้องไปขัดชุดเกราะอีกตั้งสามอาทิตย์เนี่ยนะ!” ราบาสแตนคำรามอย่างแค้นเคือง ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าศาสตราจารย์ซลักฮอร์น อาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน จะทำตัวเป็นกลางกับนักเรียนในบ้านตัวเองขนาดนี้
ในทางกลับกัน มักกอนนากัลที่มีชื่อเสียงเรื่องความเข้มงวดและเป็นกลาง กลับดูไม่เป็นอย่างนั้นเลย แม้เธอจะลงโทษเจมส์ด้วยการให้เป็นเด็กเก็บของให้ทีมตลอดทั้งปี แต่มีน้อยคนนักที่รู้เรื่องนี้
ทุกคนมองเจมส์ด้วยความประหลาดใจ เจมส์อยากจะแทรกแผ่นดินหนี ช่วงนี้เขาทำตัวเด่นเกินไปแล้ว และตอนนี้คนทั้งห้องโถงใหญ่ก็กำลังมองมาที่เขา
“จบแค่นี้ กลับไปทำธุระของพวกเธอต่อได้” มักกอนนากัลสั่งแล้วนั่งลง
ในเวลานั้นเด็กปีหนึ่งจำนวนมากแห่ไปหาอาจารย์ประจำบ้านเพื่อขออนุญาตมีไม้กวาด โดยอ้างว่ามีทักษะการบินยอดเยี่ยม แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องโกหกก็ตาม อีกอย่างมันยากที่จะทำให้ทีมควิดดิชประจำบ้านยอมเสียสละเวลามาสอนเด็กอายุสิบเอ็ดขวบแทนที่จะเอาเวลาไปฝึกซ้อมเอง
เจมส์คว้าไม้กวาดแล้วเดินดุ่ม ๆ ไปที่ประตูห้องโถง ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตาม ซิเรียสรีบตามไปพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เป็นอะไรไป เจมส์ พอตเตอร์ ผู้เปี่ยมพรสวรรค์เกิดอายขึ้นมาหรือไง?” เขาแซว
“หุบปากเลย ความผิดนายนั่นแหละ!” เจมส์ตวาดหน้าบึ้ง
“อะไรกัน? ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่แนะนำให้แกะ นายก็แกะเองนี่” ซิเรียสทำไขสือ
“อย่ามาทำใสซื่อนะ แบล็ก!” เจมส์ตะโกน วิ่งไล่เอาไม้กวาดไล่ตีซิเรียสที่หลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว หลายคนไม่อยากเชื่อสายตาว่าเจมส์จะเอานิมบัส 1001 มาใช้ไล่ตีคนเหมือนไม้ตีแมลงวัน
“สองคนนี้เด่นชะมัด” ลูปินพึมพำยิ้ม ๆ ขณะเดินตามไปพร้อมกับปีเตอร์ โทบี้มองกลุ่มเพื่อนจากมุมหนึ่งของโต๊ะกริฟฟินดอร์
‘ดูน่าสนุกจัง . . .’ เขาคิด แต่ก็รีบสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป
ตลอดทั้งวัน เจมส์ไม่มีสมาธิเรียนเลย ในหัวคิดแต่เรื่องซ้อมตอนเย็น ในที่สุดเขาก็จะได้บินด้วยนิมบัส 1001 สุดที่รักหลังจากไม่ได้แตะต้องมานาน
หลังเลิกเรียน เขาต้องไปกักบริเวณ และทำผิดพลาดเยอะมากในการคัดแยกส่วนผสม ทำให้งานยิ่งช้าลงไปอีก ซลักฮอร์นพูดถูก ส่วนผสมเยอะมาก และการทำให้เสร็จภายในสองสัปดาห์นั้นยากสาหัส
จากนั้นเขาก็ไปทานมื้อเย็นแบบรีบ ๆ แทบไม่รู้รสชาติอาหาร แล้วรีบกลับไปที่หอนอนเพื่อหยิบนิมบัส 1001 ออกมา เขาถือมันเดินออกจากปราสาทมุ่งหน้าสู่สนามควิดดิช
จนถึงตอนนี้เขาไม่เคยไปที่สนามเลย ที่นั่นมีที่นั่งนับร้อยเรียงรายเป็นอัฒจันทร์รอบสนาม เพื่อให้ผู้ชมอยู่สูงพอที่จะดูเกมได้ ที่ปลายสนามแต่ละด้านมีเสาสีทองสามต้นพร้อมห่วงที่ยอด สูงห้าสิบฟุต
‘อีกไม่นานฉันจะได้ลงเล่นควิดดิชจริง ๆ แล้ว’ เจมส์คิด มองไปรอบ ๆ สนามและจินตนาการภาพตัวเองบินโฉบเฉี่ยวเผชิญหน้ากับบ้านสลิธีริน ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องเรียกชื่อเขาจากเด็กกริฟฟินดอร์ทั้งบ้าน
แม้ปีนี้จะได้แค่ซ้อมกับทีม แต่เขาก็จะได้ลงเล่นแมตช์ซ้อมแข่งกับทีมสำรอง จนถึงตอนนี้เขาไม่เคยเล่นควิดดิชแบบจริงจังมาก่อน เขาจึงตื่นเต้นมาก
“เฮ้ พอตเตอร์! โทษทีที่มาช้า” วิลเลียม เทิร์นเนอร์ ทักทาย เขามาถึงพร้อมไม้กวาดพาดบ่า เด็กหนุ่มปีห้าซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตนักเรียน เป็นกัปตันทีมและเล่นตำแหน่งคีปเปอร์ รูปร่างของเขาจึงสูงใหญ่และกำยำ
“สวัสดีครับกัปตัน!” เจมส์ทักทายอย่างนอบน้อม
วิลเลียมป๊อปปูลาร์มากในโรงเรียน และเจมส์ในฐานะแฟนควิดดิชก็ต้องแสดงความเคารพต่อกัปตันทีม
“เรียกวิลเถอะ” เด็กหนุ่มบอก พอใจกับท่าทีของเจมส์และยื่นมือให้จับ
“มักกอนนากัลเล่าเรื่องนายให้ฟังแล้ว ฉันได้ยินเรื่อง 30 คะแนนที่นายทำได้ด้วยนะ ถึงจะเสียไปแล้วก็เถอะ . . .” วิลเลียมพูด
เจมส์ทำหน้าเขิน ๆ
“ไม่ต้องห่วง พวกพี่ ๆ กริฟฟินดอร์ไม่โกรธหรอก ฉันมั่นใจว่าเดี๋ยวนายก็ทำคะแนนคืนมาได้อีก” วิลเลียมปลอบ ตบไหล่เจมส์เบา ๆ
“นายรู้กติกาควิดดิชดีใช่ไหม?” เขาถาม
เจมส์พยักหน้า เขาดูการแข่งมานับไม่ถ้วนและอ่านนิตยสารเกี่ยวกับกีฬานี้มาเป็นร้อยเล่ม เขาถือว่าตัวเองเป็นกูรูด้านนี้เลยล่ะ
“ดี วันนี้เราจะเริ่มด้วยการทดสอบเล็ก ๆ น้อย ๆ” วิลเลียมพูดพร้อมหยิบถุงใบหนึ่งออกมา
“คนอื่นไม่มาเหรอครับ?” เจมส์ถาม เขาคิดว่าจะได้เจอทั้งทีมวันนี้เสียอีก
“ไม่ วันนี้ฉันอยากเห็นทักษะการบินของนายกับตาตัวเองก่อน ตำแหน่งซีกเกอร์ยากที่สุด และน้อยคนนักจะมีพรสวรรค์ด้านนี้ นายคงรู้นะว่าเจ็ดปีมาแล้วที่กริฟฟินดอร์ไม่ได้ถ้วย ฉันเข้าทีมตอนปีสาม และตั้งแต่ฉันเข้ามา ยังไม่มีซีกเกอร์คนไหนจับลูกสนิชได้เลย . . .” เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
‘สถานการณ์แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?’ เจมส์คิดอย่างตกใจ
“ก็จนกระทั่งปีที่แล้วนั่นแหละ” วิลเลียมเสริม
“ผมได้ยินมาว่าพี่อเล็กซ์ ซีกเกอร์คนปัจจุบันเก่งมาก” เจมส์เปรย
“ใช่ อเล็กซ์เก่งมาก ข้อเสียคือเขารู้ตัวช้าไปหน่อย เขาเพิ่งเข้าทีมปีที่แล้วตอนอยู่ปีหก เพราะเพื่อนสนิทเขาอยู่ในทีม และเราต้องการคนในตำแหน่งนั้นด่วน ปีนั้นเราได้ที่สอง แพ้ไปแค่ 10 คะแนนเอง ถ้าฉันเซฟลูกสุดท้ายนั้นได้นะ . . .” วิลเลียมตอบด้วยสีหน้าเจ็บปวดเมื่อนึกถึงตอนที่เกือบจะคว้าถ้วยได้หลังจากรอคอยมานาน
“เสียใจด้วยครับ . . .” เจมส์พูดพร้อมเสยผม
“ไม่เป็นไร น่าเสียดายที่ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของอเล็กซ์ เราเลยขาดซีกเกอร์ฝีมือดีเหมือนปีก่อน ๆ พอมักกอนนากัลบอกเรื่องนาย ทั้งทีมก็เห็นด้วยทันที และพวกเขากระตือรือร้นที่จะสอนนายมาก” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม
เจมส์พยักหน้า เขาต้องฝึกซ้อมอย่างจริงจัง
“เอาล่ะ มาลองเจ้านี่กัน” วิลเลียมพูดพร้อมหยิบลูกแก้วโลหะออกมาจากถุง ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งคู่ก็ลอยอยู่กลางอากาศ
วิลเลียมขว้างลูกแก้วโลหะสุดแรงไปทุกทิศทางให้เจมส์รับ
เจมส์ไม่พลาดเลยสักลูก วิลเลียมพอใจมาก
“มาลองของยากขึ้นหน่อย ฉันจะใช้ไม้กายสิทธิ์บังคับให้ลูกแก้วพุ่งใส่นายด้วยความเร็วสูง จำลองลูกบลัดเจอร์ แนะนำให้หลบนะ” วิลเลียมบอก
เจมส์พยักหน้าพร้อมรับมือ
ซีกเกอร์มักตกเป็นเป้าของลูกบลัดเจอร์เสมอ เพราะถ้าจับลูกสนิชได้ เกมก็จบและมักจะเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นจึงต้องมีความคล่องตัวและปฏิกิริยารวดเร็วในการหลบหลีก
วิลเลียมแสดงทักษะเวทมนตร์อันยอดเยี่ยมด้วยการควบคุมลูกแก้วโลหะจำนวนมากให้พุ่งใส่เจมส์ด้วยไม้กายสิทธิ์ เจมส์พลิ้วไหวราวกับปลาในน้ำ หลบลูกแก้วได้ทั้งหมด
การทดสอบนี้ยาก เพราะลูกแก้วโลหะมองเห็นยากกว่าลูกบลัดเจอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่า แม้ลูกบลัดเจอร์จะเร็วกว่าและคาดเดาทิศทางได้ยากกว่าก็ตาม
หลังจากผ่านไป 40 นาที ฟ้าก็มืดสนิทจนซ้อมต่อไม่ได้
“เก่งมาก! กลับเข้าปราสาทกันเถอะ” วิลเลียมพูดอย่างร่าเริง ยกภูเขาออกจากอก
เขาสังเกตเห็นว่าเจมส์มีพรสวรรค์มาก มีครบทุกอย่างที่ซีกเกอร์ต้องมี คล่องแคล่ว ปฏิกิริยาไว และกล้าหาญ ถ้าปีนี้พวกเขาไม่ได้แชมป์ อย่างน้อยก็มีซีกเกอร์ตัวตายตัวแทนที่ดูจะมีอนาคตไกลกว่าอเล็กซ์ที่เพิ่งมาเริ่มตอนโตแล้ว
‘ถ้านายฝึกกับเราและอเล็กซ์ถ่ายทอดเคล็ดลับให้ ฉันมั่นใจว่านายจะเป็นซีกเกอร์ที่เก่งที่สุดของกริฟฟินดอร์ในรอบหลายปีเลยล่ะ’ วิลเลียมคิดพร้อมรอยยิ้ม