เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 39 อภิสิทธิ์

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 39 อภิสิทธิ์

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 39 อภิสิทธิ์


แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 39 อภิสิทธิ์

“หุบปากแล้วบอกมาซะดี ๆ ว่านายรอดตัวมาได้ยังไง” ซิเรียสคาดคั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ไม่มีทางที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลผู้เข้มงวดจะปล่อยนายไปง่าย ๆ หรอก เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ลูปินถาม

เจมส์เล่าให้พวกเขาฟังว่ามาดามฮูชพาเขาไปพบมักกอนนากัล แล้วมักกอนนากัลก็ปล่อยเขาโดยไม่ลงโทษอะไรเลย

“ต้องเป็นเพราะเธอเป็นอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์แน่ ๆ”

ปีเตอร์เดา แต่คนอื่น ๆ ส่ายหน้า เป็นไปไม่ได้ที่มักกอนนากัลจะลำเอียงเข้าข้างกริฟฟินดอร์อย่างไม่เป็นธรรมเพียงเพราะเธอเป็นอาจารย์ประจำบ้าน

“ในทางเทคนิค อาจารย์ก็ลงโทษฉันนะ แม้สำหรับฉันมันจะเหมือนได้รับอภิสิทธิ์มากกว่าการลงโทษก็เถอะ” เจมส์ตอบ

ทุกคนมองเขาอย่างงงงวย

“บทลงโทษที่อาจารย์ให้ฉันคือการเป็นเด็กเก็บของให้ทีมควิดดิชบ้านกริฟฟินดอร์ ฉันต้องไปดูการซ้อมทุกครั้ง เตรียมและทำความสะอาดอุปกรณ์ให้พวกเขา รวมถึงตอนที่มีการแข่งขันด้วย” เจมส์อธิบาย

“นานแค่ไหน?” ลูปินถาม

“ตลอดทั้งปี” เจมส์ตอบพร้อมรอยยิ้ม

ซิเรียส ลูปิน และคนอื่น ๆ มองหน้ากัน แล้วหันกลับมามองเจมส์ที่ยังคงยิ้มแป้นอย่างไม่เข้าใจ

“แต่นั่นมันบทลงโทษชัด ๆ นายต้องล้างจานชามให้ทีมควิดดิชตั้งปีนึง . . .” ปีเตอร์แย้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาไม่เห็นด้วยกับเจมส์

“ทำงานฟรีตั้งหนึ่งปี” ซิเรียสพูด มองเพื่อนด้วยสายตาแปลก ๆ

“ไม่ ทีเด็ดมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก” เจมส์ส่ายหน้า และเสริมด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิม “ปีนี้ สมาชิกทีมกริฟฟินดอร์จะฝึกซ้อมให้ฉันเป็นการส่วนตัวด้วย!”

“จริงดิ?!” ทุกคนอุทานพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ

“ใช่! ฉันจะได้บินและซ้อมกับพวกเขาน่ะ มักกอนนากัลกำลังเตรียมการอยู่ อาจารย์จะส่งจดหมายไปบอกพ่อแม่ฉัน ให้ส่งไม้กวาดมาให้เร็ว ๆ นี้แหละ” เจมส์พูดอย่างมีความสุข แม้จะลงแข่งจริงไม่ได้ แต่แค่ได้ซ้อมกับทีมก็เกินพอแล้ว

“แต่แบบนั้นก็หมายความว่านายการันตีตำแหน่งในทีมแล้วสิ ใช่ไหม?” ซิเรียสถาม

เจมส์พยักหน้า “ใช่ ซีกเกอร์คนปัจจุบันอยู่ปีเจ็ดแล้วและจะออกจากทีมปีนี้ ตอนคัดตัวพวกเขาก็หาซีกเกอร์สำรองไม่ได้ แถมกริฟฟินดอร์ไม่ได้ถ้วยควิดดิชมาเจ็ดปีแล้วด้วย . . .”

ถ้วยควิดดิชฮอกวอตส์เป็นการแข่งขันแบบมินิลีก แต่ละบ้านจะแข่งกันตลอดทั้งปี แต่ละทีมแข่ง 3 นัด รวมทั้งหมด 6 นัด

เนื่องจากมีแมตช์น้อยมาก แต่ละนัดจึงเป็นที่ตั้งตารอคอยอย่างยิ่งและมักจะได้รับความสนใจจากทั้งโรงเรียน รวมถึงเหล่าอาจารย์ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลสนใจควิดดิชมากและคอยมองหาคนมีแววเสมอ ในฐานะอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ เธออยากให้บ้านของเธอคว้าถ้วยรางวัล

ดังนั้นเธอจึงยื่นข้อเสนอให้เจมส์ ให้เป็นเด็กเก็บของให้ทีมในปีแรก พร้อมกับได้รับการฝึกสอนจากสมาชิกในทีม โดยเฉพาะตำแหน่งซีกเกอร์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดของกริฟฟินดอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาชวดถ้วยมานาน

อย่างไรก็ตามมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กัปตันทีมคนปัจจุบันจะต้องส่งรายงานความคืบหน้าของเจมส์ให้มักกอนนากัลเป็นระยะ และแจ้งว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ หากอาจารย์และกัปตันเห็นว่าฝีมือไม่ถึงขั้น พวกเขาจะหยุดสอน และเขาจะเสียสิทธิพิเศษนั้นไป แต่ยังต้องทำงานเป็นเด็กเก็บของต่อไปจนครบปี

“อืม เข้าใจแล้ว ถ้านายทำผลงานไม่ดีตอนซ้อม พวกเขาก็จะเขี่ยนายทิ้งสินะ” ซิเรียสพยักหน้า

“ไม่ใช่ว่าปีหนึ่งห้ามเข้าทีมเหรอ?” ลูปินถามด้วยสีหน้าสงสัย

“ก็ใช่นะ แต่ในทางเทคนิค ฉันไม่ได้อยู่ในทีม ฉันแค่ซ้อมกับพวกเขาเพื่อเตรียมตัวสำหรับปีหน้า แถมอาจารย์คงใช้เส้นสายหรืออะไรสักอย่างช่วยแหละ” เจมส์ตอบ

“ว่าแต่ โทบี้กลับจากห้องพยาบาลหรือยัง?” เจมส์ถาม

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความเป็นห่วง

“กลับมาเมื่อกี้นี้เอง แต่ไม่พูดไม่จาสักคำ เดินตรงเข้าห้องไปเลย” ลูปินตอบ เจมส์ลุกขึ้นจากท่านั่งเอกเขนก

พฤติกรรมของโทบี้เป็นเรื่องปกติ เขาเป็นเด็กอายุ 11 ขวบที่ถูกฉีกหน้ากลางห้องเรียน แถมยังเลวร้ายกว่านั้นตรงที่ทำขายหน้าต่อหน้าเด็กสลิธีรินปีหนึ่งทุกคน

“ขืนทำตัวขี้กลัวแบบนี้ มีหวังโดนล้อไปตลอดชาติแน่” ซิเรียสวิจารณ์

เจมส์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ซิเรียสพูดถูก เพราะโทบี้อยู่ในกลุ่มเขาเลยไม่ค่อยโดนแกล้ง แต่การเป็นเด็กที่เกิดจากมักเกิ้ลในโรงเรียนที่มีคนอย่างราบาสแตนอยู่หลายคน ถือเป็นเป้านิ่งชั้นดีให้โดนรังแก

ในทางกลับกันปีเตอร์มาจากครอบครัวพ่อมด แม้จะขี้กลัวพอ ๆ กับโทบี้ แต่เขามีเรดาร์ตรวจจับพวกอันธพาลและเอาตัวรอดได้เมื่อไม่ได้อยู่กับเจมส์หรือซิเรียส

ส่วนลูปินที่เพิ่งเข้ากลุ่มและไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลานั้น มีบุคลิกเงียบขรึมและหน้าบึ้งตึง จึงไม่ค่อยตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งแม้จะเป็นเลือดผสม

สำหรับซิเรียส แทบไม่ต้องพูดถึง ทายาทหนึ่งในตระกูลสูงศักดิ์ที่สุดในโลกเวทมนตร์มีความมั่นใจในตัวเองสูงและเข้าสังคมเก่ง แถมยังเรียนเก่งแทบทุกวิชา

“เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาเอง” เจมส์บอก แล้วเดินไปที่หอนอน

เจมส์ขึ้นบันไดไปที่ห้องนอน เตียงสี่ในห้าเตียงเปิดม่านออก มีเพียงเตียงของโทบี้ที่ปิดม่านสนิท เนื่องจากห้องเงียบมาก เขาจึงได้ยินเสียงหายใจแผ่วเบาของโทบี้

“เฮ้ โทบี้ นายโอเคไหม? เพื่อนบอกว่านายกลับมาแล้ว” เจมส์ทักหลังจากยืนคิดคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง

ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง เจมส์ได้ยินเสียงลมหายใจของโทบี้สะดุดไปจังหวะหนึ่ง

ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ตอบกลับมาเสียงแหบพร่า “ฉ-ฉันไม่เป็นไร . . .”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องไอ้สารเลวราบาสแตนนะ ฉันกับซิเรียสจะจัดการมันให้เอง” เจมส์บอก

“ไม่ต้องหรอก ขอฉันอยู่คนเดียวได้ไหม? ฉันอยากนอน” โทบี้ตอบ

“อ๋อ ได้สิ . . .” เจมส์เกาหัว ก่อนออกจากห้อง เขาเหลือบไปเห็นรูปถ่ายบนโต๊ะหัวเตียงของโทบี้ มันเป็นของตกแต่งชิ้นเดียวที่นั่น

ในรูปมีเด็ก ๆ มากมาย และตรงกลางมีหญิงชรายิ้มแย้มใจดี เจมส์ใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะหาโทบี้เจอในกลุ่มเด็กเหล่านั้น รูปถ่ายนั้นอยู่นิ่ง ไม่เคลื่อนไหวเหมือนรูปถ่ายเวทมนตร์

‘เขามาจากบ้านเด็กกำพร้าเหรอ?’ เจมส์คิด หยุดมองรูปแล้วเดินออกจากห้องไป

. . .

หลายวันต่อมา โทบี้ตีตัวออกห่างจากกลุ่มแม้เจมส์และลูปินจะพยายามดึงเขากลับมา ส่วนเรื่องแผนแกล้ง เจมส์ยังคงไปกักบริเวณที่ห้องทำงานซลักฮอร์น แต่ศาสตราจารย์ไม่ยอมออกจากห้องเลย เขาเลยขโมยส่วนผสมไม่ได้สักที

สัปดาห์ที่สองของการกักบริเวณเริ่มต้นขึ้น นกฮูกบินว่อนในห้องโถงใหญ่ตามปกติ ความสนใจของทุกคนพุ่งเป้าไปที่ห่อของยาวเรียวที่นกฮูกหกตัวช่วยกันแบกมา

เจมส์ประหลาดใจเมื่อนกฮูกร่อนลงมาทิ้งห่อนั้นลงตรงหน้าเขา ขณะที่พวกมันบินจากไป นกฮูกอีกตัวก็ทิ้งจดหมายลงบนห่อของ

เจมส์เปิดจดหมายอ่านภายใต้สายตาจับจ้องของซิเรียสและคนอื่น ๆ ข้อความเขียนว่า

[ในห่อคือไม้กวาดนิมบัส 1001 ของเธอ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์อนุญาตให้เธอเริ่มฝึกซ้อมกับทีมได้ตั้งแต่วันนี้ วิลเลียม เทิร์นเนอร์ กัปตันทีม จะรอเธออยู่ที่สนามควิดดิชตอนหนึ่งทุ่มเย็นนี้สำหรับการฝึกซ้อมครั้งแรก ฉันรู้ว่าเธอต้องไปกักบริเวณกับศาสตราจารย์ซลักฮอร์นตอน 5 โมงถึง 6 โมงเย็น หวังว่าเธอจะไม่ก่อเรื่องให้โดนกักบริเวณเพิ่มอีกนะ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล]

เจมส์รู้ทันทีว่าเป็นไม้กวาดของเขาและเขาจะได้เริ่มซ้อมวันนี้ เขายิ้มกว้างและส่งจดหมายให้ซิเรียส ลูปิน และปีเตอร์อ่าน

“นิมบัส 1001!” ปีเตอร์ครางฮือ เขารู้ดีว่ามันคือไม้กวาดรุ่นล่าสุดในท้องตลาด

“ฉันอยากซื้อจะตาย แต่แม่ไม่ยอมให้ซื้อเพราะไอ้กฎบ้าบอเรื่องทายาทอะไรนั่น . . .” ซิเรียสบ่นพลางมองห่อของด้วยความอิจฉา

“มันเจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ?” ลูปินถาม เขาไม่ค่อยรู้เรื่องไม้กวาดและควิดดิชเท่าไหร่

“แน่นอนสิ!” ปีเตอร์เริ่มสาธยายสรรพคุณของนิมบัส 1001 ให้ฟัง จนเจมส์นึกถึงพนักงานขายตอนที่เขาไปซื้อไม้กวาด

นักเรียนหลายคนสังเกตเห็นห่อของแปลกตาในมือเจมส์ เด็กกริฟฟินดอร์บางคนแอบได้ยินบทสนทนาและเริ่มซุบซิบกันอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเจมส์ถึงมีไม้กวาดทั้งที่เป็นเด็กปีหนึ่ง

“แกะเลยสิ” ซิเรียสยุ

“ไม่ดีมั้ง คนมองกันเต็มเลย” เจมส์ลังเล

“เพราะงั้นถึงต้องแกะไง ลองนึกหน้าพวกราบาสแตนกับเด็กสลิธีรินคนอื่นตอนเห็นนายมีไม้กวาดตั้งแต่ปีหนึ่งสิ อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถวแน่” ซิเรียสยิ้มกว้าง

ซิเรียสมีวาทศิลป์ในการหว่านล้อมคนเป็นเลิศ เจมส์จึงเริ่มฉีกห่อกระดาษออก เผยให้เห็นไม้กวาดรุ่นล่าสุดที่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม แม้จะผ่านการใช้งานมาไม่กี่วัน

‘แม่ต้องทำความสะอาดให้แน่เลย’ เจมส์คิด

“นิมบัส 1001 สมคำร่ำลือจริง ๆ!” ซิเรียสพูดเสียงดังจงใจให้ทุกคนได้ยิน

สายตาจากทุกโต๊ะจับจ้องมาที่พวกเขา เจมส์และลูปินมองบนใส่ซิเรียส พวกสลิธีรินเริ่มส่งเสียงฮือฮา โดยเฉพาะเด็กปีหนึ่ง

จบบทที่ แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 39 อภิสิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว