- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา
วิชาปรุงยาเรียนกันในคุกใต้ดิน ที่นั่นหนาวกว่าข้างบน ห้องเรียนเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดใหญ่มาก แสงสว่างน้อยและมีกลิ่นอับชื้น ที่มุมห้องมีอ่างหินสำหรับล้างมือและกระบวย เจมส์พร้อมด้วยซิเรียสและคนอื่น ๆ มาถึงอย่างทุลักทุเลเพราะปราสาทใหญ่มาก แต่โชคดีที่ยังเหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนอาจารย์จะมา
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือพวกเขาต้องเรียนร่วมกับเด็กปีหนึ่งบ้านสลิธีริน ซึ่งรวมถึงราบาสแตน เอเวอรี่ มัลซิเบอร์ และสเนป ที่ทั้งเจมส์และซิเรียสไม่ชอบหน้า
กลุ่มของเจมส์นั่งที่มุมขวาด้านหลัง ส่วนกลุ่มราบาสแตนนั่งมุมตรงข้ามด้านหลังเช่นกัน ทั้งสองกลุ่มมองหน้ากันอย่างไม่เป็นมิตร
ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นมาถึงตรงเวลาและทักทายชั้นเรียนด้วยรอยยิ้มกว้าง
‘สำหรับอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน เขาดูไม่เลวร้ายเท่าไหร่นะ’ เจมส์คิด
ซลักฮอร์นเริ่มเช็คชื่ออย่างร่าเริง ซึ่งกินเวลานานพอสมควร
“แบล็ก, ซิเรียส” เขาเรียก
ซิเรียสยกมือขึ้น
ซลักฮอร์นมองเขาอย่างสนใจ
“ครั้งแรกเลยนะที่เห็นคนตระกูลแบล็กอยู่บ้านอื่น น่าสนใจ ฉันคาดหวังในตัวเธอไว้นะ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ซิเรียสพยักหน้าอย่างแกน ๆ
เอฟวานส์, ลูปิน, เลสแตรงจ์, เพ็ตทิกรูว์, พอตเตอร์, ชาฟิก, สเนป . . .
“และคนสุดท้าย อัมบริดจ์ โดโลเรส”
“มาค่ะ”
เด็กหญิงหน้ากว้าง แก้มย้อย คอสั้น และเสียงหวานจนเลี่ยนขานรับ ซึ่งเจมส์มองเธอแล้วนึกถึงเพื่อนสนิทของเกวน
‘มีส่วนคล้ายกันแฮะ . . .’ เขาคิดด้วยสีหน้าแปลก ๆ
“เอาล่ะ หลายคนคงคิดว่าการปรุงยานั้นน่าตื่นเต้น สนุก และมีการระเบิดตูมตาม เสียใจด้วยที่ต้องบอกว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป การจะปรุงยาให้ถูกต้องเราต้องอ่านเยอะมาก มันเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน แต่ถึงอย่างนั้น ความมหัศจรรย์ของมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย และมันก็น่าพอใจมากที่ได้สร้างน้ำยาวิเศษในหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ” ซลักฮอร์นเกริ่น
“หนังสือสองเล่มที่เราจะใช้ในปีนี้คือ ‘ยาวิเศษและยาพิษ’ โดย อาร์เซเนียส จิกเกอร์ และ ‘สมุนไพรและเห็ดราวิเศษพันชนิด’ โดย ฟิลิดา สปอร์ เล่มหลังอาจจะน่าเบื่อหน่อยสำหรับพวกเธอ เพราะมันเป็นคู่มือส่วนผสมปรุงยาและมีข้อมูลเยอะมาก” ซลักฮอร์นพูดต่อ
นักเรียนฟังอย่างเงียบกริบ ซิเรียสเดาะลิ้นเบา ๆ เมื่อได้ยินชื่อหนังสือเล่มหลัง เขาไม่ชอบวิชาปรุงยาเลย ยิ่งต้องมาจำสมุนไพรและเห็ดราพันชนิดยิ่งไปกันใหญ่
“ฉันเดาว่าพวกเธอคงอยากเริ่มลงมือทำกันเต็มแก่แล้ว แต่ก่อนอื่น . . . ใครบอกฉันได้บ้างว่าดิกทานีมีไว้ทำอะไร?” ซลักฮอร์นถาม
สามคนยกมือขึ้นทันที เจมส์ ลิลลี่ และสเนป
“ลิลลี่ เอฟวานส์” ซลักฮอร์นเลือกเด็กหญิงผมแดงที่นั่งอยู่หน้าสุดจึงเห็นได้ง่ายกว่า
“เป็นพืชวิเศษที่มีคุณสมบัติในการรักษาและฟื้นฟูค่ะ” ลิลลี่ตอบแล้วมองอาจารย์อย่างประหม่า อยากรู้ว่าตอบถูกไหม
“ถูกต้อง เซเวอร์รัส สเนป น้ำยาอะไรที่ปรุงจากดิกทานีเป็นหลัก?” อาจารย์ถามเด็กชายผมดำมันย่องหน้าบึ้งตึง
“หลัก ๆ คือน้ำยาสมานแผลครับ แต่ก็ใช้ปรุงน้ำยาพูดไม่หยุดได้ด้วยเหมือนกัน” สเนปตอบอย่างมั่นใจ
“โอ้ เก่งมาก ไม่คิดว่าเธอจะรู้เรื่องน้ำยาพูดไม่หยุดด้วย” ซลักฮอร์นชม
“และสุดท้าย เจมส์ พอตเตอร์ ถ้าใช้ดิกทานีผสมกับเงินล่ะ?” เขาถามต่อ มองไปที่เจมส์ที่นั่งอยู่หลังห้อง
“อาจรักษาแผลจากมนุษย์หมาป่าได้ ช่วยไม่ให้เหยื่อเลือดไหลจนตายจากการถูกกัด แต่ไม่สามารถรักษาโรคไลแคนท์โทรปีได้ครับ” เจมส์ตอบ
เด็กชายคนหนึ่งสะดุ้งเมื่อได้ยินคำตอบนี้ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น
“ถูกต้อง เก่งมาก รุ่นนี้มีแต่เด็กเก่ง ๆ ทั้งนั้นเลยนะเนี่ย” ซลักฮอร์นยิ้มกว้าง
“นายจำได้ไงเนี่ย?” ซิเรียสกระซิบถาม
“พ่อฉันเป็นนักปรุงยา ฉันอ่านหนังสือพวกนี้มาตั้งนานแล้ว” เจมส์กระซิบตอบ
“อย่างที่สเนปบอก หนึ่งในน้ำยาที่ปรุงได้คือน้ำยาสมานแผล และนั่นคือสิ่งที่เราจะทำกันในวันนี้ เพื่อน ๆ ตอบไปหมดแล้วว่าต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับยานี้ ทีนี้ฟังและจดวิธีทำลงไปนะ” ซลักฮอร์นเริ่มร่ายขั้นตอนการปรุงยา ทุกคนจดตามยิก ๆ กลัวพลาดรายละเอียด
สิบห้านาทีต่อมา การอธิบายก็จบลง น้ำยามีขั้นตอนมากกว่า 15 ขั้นตอน และพวกเขาต้องจับกลุ่มสามคน
“ทำไงดี เรามีสี่คนนะ!” ปีเตอร์ถามตัวสั่น เขาห่วยแตกเรื่องปรุงยามาก ถ้าเจมส์กับซิเรียสไปคู่กับโทบี้ เขาซวยแน่
เจมส์และซิเรียสมองหน้ากัน พวกเขาถามอาจารย์ว่าขอเป็นกลุ่มสี่คนได้ไหม แต่อาจารย์บอกว่าไม่ได้
“เราแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสองคนละกัน จะได้ไม่มีใครเป็นเศษ” เจมส์เสนอ
“ฉ-ฉันอยู่กับนายนะเจมส์!” ปีเตอร์รีบเสนอตัว เจมส์พยักหน้า อีกกลุ่มจึงเป็นซิเรียสกับโทบี้ ซิเรียสมองปีเตอร์อย่างหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“ว่ามาสิปีเตอร์ เราจะชวนใครมาเข้ากลุ่มดี?” เจมส์ถามพลางมองไปรอบ ๆ หาเพื่อนมาร่วมกลุ่ม ขอเป็นกริฟฟินดอร์ยิ่งดี
“ฉ-ฉันไม่รู้ นายตัดสินใจเลยเจมส์” ปีเตอร์ตอบ
เจมส์มองเขาอย่างแปลกใจ หมอนี่ตัดสินใจอะไรเองไม่เป็นเลย แถมยังดูตื่นกลัวตลอดเวลา
สายตาเจมส์ไปหยุดที่เอมิลี่ ซึ่งยังไม่มีกลุ่ม แต่เขานึกถึงท่าทีเย็นชาของเธอเมื่อเช้าเลยตัดสินใจไม่ชวน
“เฮ้ ลูปิน!” เจมส์เรียก เดินเข้าไปหาเด็กชายที่นั่งหน้าบึ้งอยู่คนเดียว
“มีอะไร?” ลูปินถาม
“แค่อยากถามว่านายอยากมาอยู่กลุ่มเดียวกับเราไหม” เจมส์ถามเพื่อนร่วมห้องผู้พูดน้อย
‘หมอนี่น่ารำคาญชะมัด ชวนไปกินข้าวหลายรอบแล้วก็ปฏิเสธไปตลอด แต่ก็ยังไม่ลดละความพยายาม’ ลูปินคิด
‘งานกลุ่มนี่นะ . . . ไม่มีทางเลือกแฮะ’ ลูปินคิด มองรอยยิ้มเจิดจ้าของเจมส์อย่างจำยอม เหมือนรู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก
“ก็ได้ . . .” ลูปินตอบ
เมื่อมีหม้ออยู่บนโต๊ะ พวกเขาก็เริ่มไปหยิบส่วนผสม จากนั้นก็เริ่มอุ่นหม้ออย่างระมัดระวัง เจมส์จำวิธีทำได้หมดและเชี่ยวชาญการใช้หม้อและเตรียมส่วนผสมมาก จึงไม่มีปัญหาอะไร
ปีเตอร์มองเขาอย่างชื่นชม สงสัยว่ามีอะไรที่เจมส์ทำไม่เป็นบ้าง ส่วนลูปินจำทุกอย่างที่อาจารย์บอกได้ขึ้นใจ จึงช่วยได้มากในหลายขั้นตอน
45 นาทีผ่านไป หลายกลุ่มเริ่มเห็นว่าน้ำยาเปลี่ยนเป็นสีเพี้ยน ๆ ก็กุมขมับและเปิดดูวิธีทำในหนังสือซ้ำ ๆ
“เอาล่ะ ขาดแค่น้ำเมือกหนอน . . .” ลูปินพูดหลังจากอ่านทวนขั้นตอน
“ไปหยิบมาทีสิปีเตอร์” เจมส์สั่ง มือถือไม้กายสิทธิ์รอจังหวะ
สิ่งเดียวที่ปีเตอร์ทำได้ดีคือการเป็นลูกมือหยิบจับของ ปีเตอร์จึงพยักหน้าแล้วรีบเดินไปที่ชั้นวางของ
“วางลงซะ ไอ้สารเลวสลิธีริน!” เสียงคำรามคุ้นหูดังขึ้น เป็นเสียงของซิเรียส
ซิเรียสกำลังเผชิญหน้ากับราบาสแตน มัลซิเบอร์ และเอเวอรี่
โทบี้ที่ยืนข้าง ๆ มองแก๊งสลิธีรินด้วยความหวาดกลัว เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หลังซิเรียสด้วยสีหน้าหวาดกลัวเช่นกัน สมาชิกคนที่สามของกลุ่มซิเรียสคือ แมรี่ แมคโดนัลด์ เด็กสาวที่เพิ่งค้นพบโลกเวทมนตร์ได้ไม่นาน
“ฉันหยิบก่อนเว้ย แบล็ก ไปขอส่วนบุญจากเพื่อนเลือดสีโคลนของแกโน่น” ราบาสแตนพูดพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย
“หุบปากแล้วคืนส่วนผสมมา ไม่งั้น . . .” ซิเรียสขู่เสียงเข้ม
“ไม่งั้นอะไร? แม่แกจะว่ายังไงถ้าเห็นลูกชายตัวเองอยู่กับพวกเลือดสีโคลนตั้งสองคน?” ราบาสแตนพูดพลางมองโทบี้และแมรี่อย่างรังเกียจ
“อย่ามายุ่งกับครอบครัวฉัน!” ซิเรียสตะโกนพร้อมปล่อยหมัดใส่หน้าราบาสแตน
เอเวอรี่เห็นเพื่อนโดนต่อยก็สวนกลับซิเรียสด้วยหมัดหนัก ๆ เข้าที่หน้าจนซิเรียสเซถอยหลัง โดยมีทั้งห้องมองดูเหตุการณ์
“ซิเรียส!” โทบี้อุทาน ตัวสั่นเมื่อเห็นเด็กชายตัวโตสองคนเดินเข้ามาหา
เขาหลับตาและเดินหน้าชูกำปั้นขึ้น เหวี่ยงหมัดไปในอากาศอย่างอ่อนแรงและไม่โดนใครเลย มัลซิเบอร์และเอเวอรี่มองโทบี้ด้วยความสมเพชและปล่อยหมัดใส่หน้าเขาพร้อมกัน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ซลักฮอร์นตะโกน รีบเดินจ้ำอ้าวมาหลังห้อง แต่เขาคงมาไม่ทัน ก่อนที่หมัดของมัลซิเบอร์และเอเวอรี่จะถึงหน้าโทบี้ เสียงร่ายคาถาก็ดังขึ้น
“ฟลิปเปนโด!” เจมส์ตะโกน ไม้กายสิทธิ์ในมือชี้ไปที่เด็กชายสลิธีรินสองคน โชคดีที่เขากำลังจะสะบัดไม้เพื่อปรุงยาอยู่พอดี เลยมีอาวุธพร้อมมือ
แสงเจิดจ้าพุ่งออกจากไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ตรงเข้าใส่เอเวอรี่และมัลซิเบอร์