เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา


แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา

วิชาปรุงยาเรียนกันในคุกใต้ดิน ที่นั่นหนาวกว่าข้างบน ห้องเรียนเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดใหญ่มาก แสงสว่างน้อยและมีกลิ่นอับชื้น ที่มุมห้องมีอ่างหินสำหรับล้างมือและกระบวย เจมส์พร้อมด้วยซิเรียสและคนอื่น ๆ มาถึงอย่างทุลักทุเลเพราะปราสาทใหญ่มาก แต่โชคดีที่ยังเหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนอาจารย์จะมา

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือพวกเขาต้องเรียนร่วมกับเด็กปีหนึ่งบ้านสลิธีริน ซึ่งรวมถึงราบาสแตน เอเวอรี่ มัลซิเบอร์ และสเนป ที่ทั้งเจมส์และซิเรียสไม่ชอบหน้า

กลุ่มของเจมส์นั่งที่มุมขวาด้านหลัง ส่วนกลุ่มราบาสแตนนั่งมุมตรงข้ามด้านหลังเช่นกัน ทั้งสองกลุ่มมองหน้ากันอย่างไม่เป็นมิตร

ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นมาถึงตรงเวลาและทักทายชั้นเรียนด้วยรอยยิ้มกว้าง

‘สำหรับอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน เขาดูไม่เลวร้ายเท่าไหร่นะ’ เจมส์คิด

ซลักฮอร์นเริ่มเช็คชื่ออย่างร่าเริง ซึ่งกินเวลานานพอสมควร

“แบล็ก, ซิเรียส” เขาเรียก

ซิเรียสยกมือขึ้น

ซลักฮอร์นมองเขาอย่างสนใจ

“ครั้งแรกเลยนะที่เห็นคนตระกูลแบล็กอยู่บ้านอื่น น่าสนใจ ฉันคาดหวังในตัวเธอไว้นะ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ซิเรียสพยักหน้าอย่างแกน ๆ

เอฟวานส์, ลูปิน, เลสแตรงจ์, เพ็ตทิกรูว์, พอตเตอร์, ชาฟิก, สเนป . . .

“และคนสุดท้าย อัมบริดจ์ โดโลเรส”

“มาค่ะ”

เด็กหญิงหน้ากว้าง แก้มย้อย คอสั้น และเสียงหวานจนเลี่ยนขานรับ ซึ่งเจมส์มองเธอแล้วนึกถึงเพื่อนสนิทของเกวน

‘มีส่วนคล้ายกันแฮะ . . .’ เขาคิดด้วยสีหน้าแปลก ๆ

“เอาล่ะ หลายคนคงคิดว่าการปรุงยานั้นน่าตื่นเต้น สนุก และมีการระเบิดตูมตาม เสียใจด้วยที่ต้องบอกว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป การจะปรุงยาให้ถูกต้องเราต้องอ่านเยอะมาก มันเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน แต่ถึงอย่างนั้น ความมหัศจรรย์ของมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย และมันก็น่าพอใจมากที่ได้สร้างน้ำยาวิเศษในหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ” ซลักฮอร์นเกริ่น

“หนังสือสองเล่มที่เราจะใช้ในปีนี้คือ ‘ยาวิเศษและยาพิษ’ โดย อาร์เซเนียส จิกเกอร์ และ ‘สมุนไพรและเห็ดราวิเศษพันชนิด’ โดย ฟิลิดา สปอร์ เล่มหลังอาจจะน่าเบื่อหน่อยสำหรับพวกเธอ เพราะมันเป็นคู่มือส่วนผสมปรุงยาและมีข้อมูลเยอะมาก” ซลักฮอร์นพูดต่อ

นักเรียนฟังอย่างเงียบกริบ ซิเรียสเดาะลิ้นเบา ๆ เมื่อได้ยินชื่อหนังสือเล่มหลัง เขาไม่ชอบวิชาปรุงยาเลย ยิ่งต้องมาจำสมุนไพรและเห็ดราพันชนิดยิ่งไปกันใหญ่

“ฉันเดาว่าพวกเธอคงอยากเริ่มลงมือทำกันเต็มแก่แล้ว แต่ก่อนอื่น . . . ใครบอกฉันได้บ้างว่าดิกทานีมีไว้ทำอะไร?” ซลักฮอร์นถาม

สามคนยกมือขึ้นทันที เจมส์ ลิลลี่ และสเนป

“ลิลลี่ เอฟวานส์” ซลักฮอร์นเลือกเด็กหญิงผมแดงที่นั่งอยู่หน้าสุดจึงเห็นได้ง่ายกว่า

“เป็นพืชวิเศษที่มีคุณสมบัติในการรักษาและฟื้นฟูค่ะ” ลิลลี่ตอบแล้วมองอาจารย์อย่างประหม่า อยากรู้ว่าตอบถูกไหม

“ถูกต้อง เซเวอร์รัส สเนป น้ำยาอะไรที่ปรุงจากดิกทานีเป็นหลัก?” อาจารย์ถามเด็กชายผมดำมันย่องหน้าบึ้งตึง

“หลัก ๆ คือน้ำยาสมานแผลครับ แต่ก็ใช้ปรุงน้ำยาพูดไม่หยุดได้ด้วยเหมือนกัน” สเนปตอบอย่างมั่นใจ

“โอ้ เก่งมาก ไม่คิดว่าเธอจะรู้เรื่องน้ำยาพูดไม่หยุดด้วย” ซลักฮอร์นชม

“และสุดท้าย เจมส์ พอตเตอร์ ถ้าใช้ดิกทานีผสมกับเงินล่ะ?” เขาถามต่อ มองไปที่เจมส์ที่นั่งอยู่หลังห้อง

“อาจรักษาแผลจากมนุษย์หมาป่าได้ ช่วยไม่ให้เหยื่อเลือดไหลจนตายจากการถูกกัด แต่ไม่สามารถรักษาโรคไลแคนท์โทรปีได้ครับ” เจมส์ตอบ

เด็กชายคนหนึ่งสะดุ้งเมื่อได้ยินคำตอบนี้ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น

“ถูกต้อง เก่งมาก รุ่นนี้มีแต่เด็กเก่ง ๆ ทั้งนั้นเลยนะเนี่ย” ซลักฮอร์นยิ้มกว้าง

“นายจำได้ไงเนี่ย?” ซิเรียสกระซิบถาม

“พ่อฉันเป็นนักปรุงยา ฉันอ่านหนังสือพวกนี้มาตั้งนานแล้ว” เจมส์กระซิบตอบ

“อย่างที่สเนปบอก หนึ่งในน้ำยาที่ปรุงได้คือน้ำยาสมานแผล และนั่นคือสิ่งที่เราจะทำกันในวันนี้ เพื่อน ๆ ตอบไปหมดแล้วว่าต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับยานี้ ทีนี้ฟังและจดวิธีทำลงไปนะ” ซลักฮอร์นเริ่มร่ายขั้นตอนการปรุงยา ทุกคนจดตามยิก ๆ กลัวพลาดรายละเอียด

สิบห้านาทีต่อมา การอธิบายก็จบลง น้ำยามีขั้นตอนมากกว่า 15 ขั้นตอน และพวกเขาต้องจับกลุ่มสามคน

“ทำไงดี เรามีสี่คนนะ!” ปีเตอร์ถามตัวสั่น เขาห่วยแตกเรื่องปรุงยามาก ถ้าเจมส์กับซิเรียสไปคู่กับโทบี้ เขาซวยแน่

เจมส์และซิเรียสมองหน้ากัน พวกเขาถามอาจารย์ว่าขอเป็นกลุ่มสี่คนได้ไหม แต่อาจารย์บอกว่าไม่ได้

“เราแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสองคนละกัน จะได้ไม่มีใครเป็นเศษ” เจมส์เสนอ

“ฉ-ฉันอยู่กับนายนะเจมส์!” ปีเตอร์รีบเสนอตัว เจมส์พยักหน้า อีกกลุ่มจึงเป็นซิเรียสกับโทบี้ ซิเรียสมองปีเตอร์อย่างหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“ว่ามาสิปีเตอร์ เราจะชวนใครมาเข้ากลุ่มดี?” เจมส์ถามพลางมองไปรอบ ๆ หาเพื่อนมาร่วมกลุ่ม ขอเป็นกริฟฟินดอร์ยิ่งดี

“ฉ-ฉันไม่รู้ นายตัดสินใจเลยเจมส์” ปีเตอร์ตอบ

เจมส์มองเขาอย่างแปลกใจ หมอนี่ตัดสินใจอะไรเองไม่เป็นเลย แถมยังดูตื่นกลัวตลอดเวลา

สายตาเจมส์ไปหยุดที่เอมิลี่ ซึ่งยังไม่มีกลุ่ม แต่เขานึกถึงท่าทีเย็นชาของเธอเมื่อเช้าเลยตัดสินใจไม่ชวน

“เฮ้ ลูปิน!” เจมส์เรียก เดินเข้าไปหาเด็กชายที่นั่งหน้าบึ้งอยู่คนเดียว

“มีอะไร?” ลูปินถาม

“แค่อยากถามว่านายอยากมาอยู่กลุ่มเดียวกับเราไหม” เจมส์ถามเพื่อนร่วมห้องผู้พูดน้อย

‘หมอนี่น่ารำคาญชะมัด ชวนไปกินข้าวหลายรอบแล้วก็ปฏิเสธไปตลอด แต่ก็ยังไม่ลดละความพยายาม’ ลูปินคิด

‘งานกลุ่มนี่นะ . . . ไม่มีทางเลือกแฮะ’ ลูปินคิด มองรอยยิ้มเจิดจ้าของเจมส์อย่างจำยอม เหมือนรู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก

“ก็ได้ . . .” ลูปินตอบ

เมื่อมีหม้ออยู่บนโต๊ะ พวกเขาก็เริ่มไปหยิบส่วนผสม จากนั้นก็เริ่มอุ่นหม้ออย่างระมัดระวัง เจมส์จำวิธีทำได้หมดและเชี่ยวชาญการใช้หม้อและเตรียมส่วนผสมมาก จึงไม่มีปัญหาอะไร

ปีเตอร์มองเขาอย่างชื่นชม สงสัยว่ามีอะไรที่เจมส์ทำไม่เป็นบ้าง ส่วนลูปินจำทุกอย่างที่อาจารย์บอกได้ขึ้นใจ จึงช่วยได้มากในหลายขั้นตอน

45 นาทีผ่านไป หลายกลุ่มเริ่มเห็นว่าน้ำยาเปลี่ยนเป็นสีเพี้ยน ๆ ก็กุมขมับและเปิดดูวิธีทำในหนังสือซ้ำ ๆ

“เอาล่ะ ขาดแค่น้ำเมือกหนอน . . .” ลูปินพูดหลังจากอ่านทวนขั้นตอน

“ไปหยิบมาทีสิปีเตอร์” เจมส์สั่ง มือถือไม้กายสิทธิ์รอจังหวะ

สิ่งเดียวที่ปีเตอร์ทำได้ดีคือการเป็นลูกมือหยิบจับของ ปีเตอร์จึงพยักหน้าแล้วรีบเดินไปที่ชั้นวางของ

“วางลงซะ ไอ้สารเลวสลิธีริน!” เสียงคำรามคุ้นหูดังขึ้น เป็นเสียงของซิเรียส

ซิเรียสกำลังเผชิญหน้ากับราบาสแตน มัลซิเบอร์ และเอเวอรี่

โทบี้ที่ยืนข้าง ๆ มองแก๊งสลิธีรินด้วยความหวาดกลัว เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หลังซิเรียสด้วยสีหน้าหวาดกลัวเช่นกัน สมาชิกคนที่สามของกลุ่มซิเรียสคือ แมรี่ แมคโดนัลด์ เด็กสาวที่เพิ่งค้นพบโลกเวทมนตร์ได้ไม่นาน

“ฉันหยิบก่อนเว้ย แบล็ก ไปขอส่วนบุญจากเพื่อนเลือดสีโคลนของแกโน่น” ราบาสแตนพูดพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย

“หุบปากแล้วคืนส่วนผสมมา ไม่งั้น . . .” ซิเรียสขู่เสียงเข้ม

“ไม่งั้นอะไร? แม่แกจะว่ายังไงถ้าเห็นลูกชายตัวเองอยู่กับพวกเลือดสีโคลนตั้งสองคน?” ราบาสแตนพูดพลางมองโทบี้และแมรี่อย่างรังเกียจ

“อย่ามายุ่งกับครอบครัวฉัน!” ซิเรียสตะโกนพร้อมปล่อยหมัดใส่หน้าราบาสแตน

เอเวอรี่เห็นเพื่อนโดนต่อยก็สวนกลับซิเรียสด้วยหมัดหนัก ๆ เข้าที่หน้าจนซิเรียสเซถอยหลัง โดยมีทั้งห้องมองดูเหตุการณ์

“ซิเรียส!” โทบี้อุทาน ตัวสั่นเมื่อเห็นเด็กชายตัวโตสองคนเดินเข้ามาหา

เขาหลับตาและเดินหน้าชูกำปั้นขึ้น เหวี่ยงหมัดไปในอากาศอย่างอ่อนแรงและไม่โดนใครเลย มัลซิเบอร์และเอเวอรี่มองโทบี้ด้วยความสมเพชและปล่อยหมัดใส่หน้าเขาพร้อมกัน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ซลักฮอร์นตะโกน รีบเดินจ้ำอ้าวมาหลังห้อง แต่เขาคงมาไม่ทัน ก่อนที่หมัดของมัลซิเบอร์และเอเวอรี่จะถึงหน้าโทบี้ เสียงร่ายคาถาก็ดังขึ้น

“ฟลิปเปนโด!” เจมส์ตะโกน ไม้กายสิทธิ์ในมือชี้ไปที่เด็กชายสลิธีรินสองคน โชคดีที่เขากำลังจะสะบัดไม้เพื่อปรุงยาอยู่พอดี เลยมีอาวุธพร้อมมือ

แสงเจิดจ้าพุ่งออกจากไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ตรงเข้าใส่เอเวอรี่และมัลซิเบอร์

จบบทที่ แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 33 วิชาปรุงยา

คัดลอกลิงก์แล้ว