- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 32 จดหมายกัมปนาท
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 32 จดหมายกัมปนาท
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 32 จดหมายกัมปนาท
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 32 จดหมายกัมปนาท
“ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ เอมิลี่” เจมส์ทักทายพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
เอมิลี่เงยหน้าขึ้น แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง แต่ก็กลับไปทำหน้าเฉยเมยเหมือนเดิมทันที
“หวัดดี . . .” เธอตอบแล้วก้มหน้ากินอาหารต่อ
“ช่วงหลังเกิดอะไรขึ้นเหรอ? เธอไม่ส่งจดหมายมาเลย” เจมส์ถาม
“นกฮูกเป็นของเกวน ตอนนั้นเกวนอยู่ที่ฮอกวอตส์” เอมิลี่ตอบ
“เธอไม่มีนกฮูกเหรอ? บ้านเธอรวยจะตาย ซื้อสักตัวไม่ได้เหรอไง” เจมส์ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ไม่ ฉันไม่มี” เอมิลี่ตอบพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หา จริงดิ?” เจมส์อุทาน แม้เธอจะตอบจดหมายผ่านนกฮูกของเกวนเสมอ แต่เขาคิดว่าคงแค่ฝากส่งจะได้ไม่ต้องเสียเวลา
เอมิลี่เพียงแค่พยักหน้าและสนใจอาหารตรงหน้าต่อ พลางอ่านหนังสือที่เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะ
“เกิดอะไรขึ้นกับเกวน? ช่วงนี้เห็นห่าง ๆ กัน ทะเลาะกันเหรอ?” เจมส์ถาม เขาไม่ได้กะจะรีบไปไหน
“ไม่มีอะไรหรอก เจมส์” เอมิลี่ตอบน้ำเสียงรำคาญเล็กน้อย
เจมส์มองเอมิลี่เงียบ ๆ ชั่งใจว่าจะเซ้าซี้ต่อดีไหม
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าถามไปก็ป่วยการ กลับไปที่โต๊ะกับซิเรียสและคนอื่น ๆ ดีกว่า คุยสนุกกว่าเยอะ
“งั้นไปก่อนนะ . . .”
ก่อนที่เจมส์จะบอกลา ‘การกลับมาพบกันฉันมิตร’ กับเพื่อน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกความสนใจ “มาทำอะไรที่โต๊ะสลิธีริน ไอ้คนทรยศต่อเลือด?”
เจมส์หันไปมอง เห็นเด็กชายผมสั้นสีน้ำตาลทำหน้าหยิ่งยโส ราบาสแตนนั่นเอง เขาเคยเจอหมอนี่บนรถไฟด่วนฮอกวอตส์และเกือบมีเรื่องกันก่อนที่เกวนจะมาห้าม
ข้างหลังเขามีเด็กผู้ชายอีก 3 คนจากสลิธีริน เจมส์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นแก๊งของราบาสแตน การกลับมาเจอเอมิลี่ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง แถมตอนนี้ยังต้องมาเจอกับพวกงี่เง่านี่อีก
“มีกฎข้อไหนห้ามไม่ให้คุยข้ามโต๊ะด้วยเหรอ?” เจมส์ย้อนถาม
“จะมีหรือไม่มีฉันไม่สน ฉันไม่อยากกินข้าวใกล้ ๆ คนทรยศ มันน่าสะอิดสะเอียน แล้วเดี๋ยวฉันก็มีเรียนต่อด้วย” ราบาสแตนพูดพร้อมรอยยิ้มเยาะ เพื่อนคนอื่นหัวเราะผสมโรง
“ดูเหมือนการอยู่กับพ่อแม่นาน ๆ จะทำให้สมองนายฝ่อสินะ” เจมส์สวนกลับ “หรือว่ามันฝ่อมาตั้งแต่เกิดแล้วกันแน่” เขาเสริมด้วยน้ำเสียงดูแคลน
เอมิลี่และเด็กคนอื่น ๆ ที่ได้ยินถึงกับอึ้ง ส่วนแก้มของราบาสแตนแดงก่ำ
“แกกล้าดียังไง!” เขาตะคอกด้วยความโกรธ
เพื่อนหรือบอดี้การ์ดข้างหลังเริ่มขยับเข้ามาหาเจมส์ด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
“ไม่ยักรู้ว่าตระกูลเลสแตรงจ์มีคนรับใช้ดี ๆ แบบนี้ด้วย ดูเหมือนพวกเลียแข้งเลียขามากกว่าเอลฟ์ประจำบ้านซะอีก” ซิเรียสที่เพิ่งเดินมาถึงพูดแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยาม
“แบล็ก . . .” ราบาสแตนคำราม จ้องเจมส์กับซิเรียสเขม็ง ถ้าสายตาฆ่าคนได้ สองคนนี้คงถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว
ทุกคนที่โต๊ะสลิธีรินมองดูการทะเลาะวิวาท รุ่นพี่มองดูด้วยความขบขัน พวกเขาไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องเด็กปีหนึ่งตีกัน แม้จะอยากให้ฝ่ายตัวเองชนะก็ตาม
“เอะอะอะไรกัน!” เสียงตะโกนดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมอง และเห็นหญิงหน้าดุขมวดคิ้วยุ่ง ศาสตราจารย์มักกอนนากัลนั่นเอง
เจมส์และซิเรียสที่กำหมัดเตรียมลุยคลายมือออก เพื่อนของราบาสแตนเองก็ถอยหลังกรูด
“ซิเรียส แบล็ก และ เจมส์ พอตเตอร์ กลับไปที่โต๊ะเดี๋ยวนี้” มักกอนนากัลสั่งเสียงเฉียบขาด
“รอดตัวไปนะพวกแก” ราบาสแตนกระซิบ มองเจมส์ด้วยความเกลียดชังขณะเดินกลับไปที่นั่ง
“รอดตัวงั้นเหรอ?” ซิเรียสพึมพำอย่างหงุดหงิด กำลังจะหันกลับไปเอาเรื่อง แต่เห็นสายตาของมักกอนนากัลจ้องอยู่ เลยยอมกลับไปที่โต๊ะแต่โดยดี
เจมส์สังเกตเห็นว่าโทบี้ก็ลุกขึ้นยืนด้วย เพียงแต่ไม่ได้พูดอะไรและยืนหลบอยู่หลังซิเรียส
“ขอบใจที่มาช่วยนะ” เจมส์พูดกับทั้งสองคน
“ไม่เป็นไรเพื่อน เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่” ซิเรียสพูดพลางตบไหล่เจมส์
“ผ-ผมไม่ได้ทำอะไรเลย . . .” โทบี้เกาหัวแก้เก้อ เขาแค่ไปยืนข้างหลังซิเรียสกับเจมส์เฉย ๆ แต่เจตนาก็สำคัญ และเขาก็ลุกขึ้นมาช่วยจริง ๆ
ทันใดนั้นไปรษณีย์ก็มาถึง นกฮูกกว่าร้อยตัวบินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ระหว่างมื้อเช้า บินว่อนเหนือโต๊ะอาหารมองหาเจ้าของเพื่อทิ้งจดหมายและพัสดุลงบนตัก
ชาโดว์นำจดหมายมาสองฉบับ เจมส์เปิดฉบับแรก เป็นจดหมายจากพ่อแม่ถามไถ่เรื่องวันแรก ๆ ที่ฮอกวอตส์ อีกฉบับมาจากปู่ ถามเรื่องคล้าย ๆ กัน
เจมส์หยิบปากกาขนนกมาเขียนตอบ เล่าเรื่องที่ทำคะแนนให้บ้านได้ 30 แต้ม ได้เพื่อนหลายคน โดยเฉพาะซิเรียส โทบี้ และปีเตอร์ และเรื่องอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้
เมื่อเขียนเสร็จ เขาก็ฝากชาโดว์ไปส่ง มันดูหงุดหงิดที่ไม่มีเวลากินขนมปังปิ้ง
“เป็นอะไรไหมซิเรียส?” โทบี้ถาม
เจมส์หันไปมองซิเรียส เห็นเขาถือซองจดหมายสีแดงด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
‘จดหมายกัมปนาท . . .’ เจมส์คิด และสงสารซิเรียสจับใจ
เขาจำซองจดหมายสีแดงนั้นได้ จดหมายกัมปนาทคือจดหมายเวทมนตร์ในซองสีแดงที่บันทึกเสียงข้อความด้วยระดับความดังมหาศาล ดังกว่าเสียงพูดปกติร้อยเท่า
“รีบเปิดแล้วฟังให้จบ ๆ ไปดีกว่านะ” เจมส์แนะนำ พลางตบไหล่ซิเรียส
โทบี้มองเจมส์ตาปริบ ๆ ส่วนปีเตอร์มองซิเรียสอย่างกับเขากำลังจะระเบิดและรีบเอามืออุดหูด้วยความกลัว
อุณหภูมิของจดหมายกัมปนาทจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากส่งถึงมือ และจะระเบิดถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป ทำให้ข้อความข้างในตะโกนออกมาเอง กลไกนี้รับประกันว่าผู้รับจะได้รับข้อความแน่นอน ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
ซิเรียสพยักหน้าอย่างจำยอม มือสั่นเทาขณะฉีกซองจดหมายสีแดง ทันใดนั้นเสียงคำรามกึกก้องก็ดังสนั่นหวั่นไหวจนฝุ่นร่วงกราวลงมาจากเพดานห้องโถงใหญ่
“ซิเรียส แบล็ก ที่สาม! แกกล้าดียังไง! แกกล้าดียังไงถึงแหกประเพณีกว่า 500 ปี! กริฟฟินดอร์เนี่ยนะ? บ้านของพวกโง่เง่าชอบอวดน่ะเหรอ? แกบ้าไปแล้วหรือไง? หรือนี่เป็นความพยายามอันต่ำช้าและน่ารังเกียจที่จะแสดงความกบฏเหมือนที่แกทำมาตลอด?”
เสียงตะโกนของคุณนายแบล็กทำให้จานชามบนโต๊ะสั่นกระทบกันเสียงดังและสะท้อนก้องกำแพงหินจนหูแทบดับ ทุกคนในห้องโถงหันมองขวับเพื่อดูว่าใครได้รับจดหมายกัมปนาท
ซิเรียสหน้าซีดเผือด แต่เขาไม่ยอมหดหัวและนั่งตัวตรง
“ฉันหวังว่าแกจะสำนึกได้และเลิกปฏิเสธสายเลือดอันสูงส่งของแกเสียที! แกคือทายาทตระกูลแบล็ก แกต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง!”
‘แม่หมอนี่บ้าชัด ๆ . . .’ เจมส์คิด พลางเอามืออุดหู เขาเข้าใจหัวอกซิเรียสมากขึ้น มันทำให้นึกถึงเอลิซาเบธ แม่คนเก่าของเขา แม้เขาจะไม่รู้ว่าเธอจะตะโกนแบบนี้ได้ไหม เพราะเขาทำตามคำสั่งเธอตลอด
ความเงียบเข้าปกคลุมเมื่อสิ้นเสียงจดหมาย ซองจดหมายสีแดงที่ร่วงจากมือซิเรียสลุกไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน บางคนหัวเราะ ส่วนใหญ่มาจากโต๊ะสลิธีรินที่ชี้มาที่ซิเรียส ส่วนรุ่นพี่กริฟฟินดอร์บางคนตบหลังเขาเพื่อให้กำลังใจ
อาจารย์หลายคนมองซิเรียสด้วยความเห็นใจ โดยเฉพาะมักกอนนากัลและดัมเบิลดอร์
โทบี้ปวดแก้วหูไปหมด เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมปีเตอร์ถึงทำหน้าตื่นกลัว
‘น่าจะเตือนกันก่อนนะ’ เขาคิดอย่างเจ็บปวดพลางเคาะหูตัวเอง
“อย่าคิดมากเลยเพื่อน การคัดสรรขึ้นอยู่กับหมวก ไม่ใช่ความผิดนายหรอก” เจมส์พยายามปลอบใจ
“นายบอกฉันแล้ว ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ” ซิเรียสพึมพำเสียงอ่อย ลุกจากที่นั่ง
“ฉันไม่ต้องการเพื่อนไปเข้าห้องน้ำด้วย” เขาเสริมอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นเจมส์ลุกตาม
“ตระกูลนายซื้อห้องน้ำฮอกวอตส์ไว้เหรอ?” เจมส์ถามยิ้ม ๆ “ไปเถอะ ฉันก็ปวดฉี่เหมือนกัน”
พูดจบเจมส์ก็เดินนำไป
“ผ-ผมด้วย” โทบี้รีบกลืนขนมปังแล้วลุกตามเจมส์กับซิเรียสไป
ปีเตอร์ก็ทำตาม ซิเรียสไม่พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า