- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 31 คาบเรียนแรก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 31 คาบเรียนแรก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 31 คาบเรียนแรก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 31 คาบเรียนแรก
พวกเขามาถึงห้องนั่งเล่นรวมบ้านกริฟฟินดอร์ เป็นห้องทรงกลมที่อบอุ่น เต็มไปด้วยเก้าอี้เท้าแขนนั่งสบาย ปูพรมสีน้ำตาลหนานุ่มหน้าเตาผิงที่ไฟกำลังลุกโชน และมีภาพวาดประดับผนังมากมาย
พรีเฟ็คหญิงนำทางเด็กผู้หญิงผ่านประตูบานหนึ่งไปยังหอนอน ส่วนพรีเฟ็คชายก็นำทางเด็กผู้ชายผ่านอีกบานหนึ่ง เมื่อขึ้นไปจนสุดบันไดเวียน ในที่สุดพวกเขาก็เจอเตียงนอน
มีเตียงนอนสี่เสาแขวนม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มตั้งเรียงรายอยู่ห้าเตียง นักเรียนแต่ละคนมีหีบไม้มะฮอกกานีหนักอึ้ง โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เสื้อผ้า และชั้นวางหนังสืออยู่ข้างเตียง
เจมส์แชร์ห้องกับซิเรียส โทบี้ ปีเตอร์ และเด็กชายท่าทางลึกลับคนหนึ่งที่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อรีมัส ลูปิน ซึ่งเด็กชายทุกคนเหนื่อยเกินกว่าจะจัดของ พวกเขาเข้านอนโดยไม่คุยกันมากนัก
วันรุ่งขึ้น เจมส์ตื่นแต่เช้าเพื่อจัดของและทำให้พื้นที่ส่วนของเขาอยู่ในสภาพที่น่าพอใจ
เขาวางหนังสือเรียนปีหนึ่งเรียงบนชั้นอย่างเป็นระเบียบ แปะโปสเตอร์ทีมควิดดิชบนผนัง และจัดข้าวของจุกจิกบนโต๊ะหัวเตียง
‘ดี เรียบร้อยแล้ว’ เจมส์คิดขณะกวาดตามองห้องใหม่ที่เขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ไปอีกหลายเดือน
เมื่อจัดของเสร็จ เขาสังเกตเห็นม่านเตียงบางหลังเปิดออก เป็นซิเรียสและโทบี้ ทั้งคู่หน้าตางัวเงีย
“เฮ้ ไปกินมื้อเช้ากันไหม?” เจมส์ถามอย่างกระตือรือร้นพลางมองทั้งสองคน
“อย่าเสียงดังสิ . . .” ซิเรียสบ่นมือกุมหน้าผาก เมื่อคืนเขาฝันร้ายทั้งคืน หัวยักษ์หน้าตาเหมือนแม่ตะโกนใส่หน้าเขาว่าเขาเป็นความอับอายของวงศ์ตระกูลที่ได้อยู่กริฟฟินดอร์
“เอาน่าเพื่อน กระปรี้กระเปร่าหน่อยสิ!” เจมส์พูดพร้อมคว้าหมอนใบใหญ่ปาใส่หน้าซิเรียสที่กำลังงัวเงีย
ผัวะ!
ซิเรียสไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองพอที่จะหลบ หมอนกระแทกเข้าเต็มหน้า
“บ้าเอ๊ย . . . นายไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเยอะแยะเนี่ย!” ซิเรียสสบถ คว้าหมอนปากลับใส่เจมส์
“ก็เห็น ๆ กันอยู่ เราเริ่มชีวิตนักเรียนกันแล้วนะ ฉันถึงมีแรงไงล่ะ” เจมส์ตอบ หลบหมอนได้อย่างคล่องแคล่ว
หนึ่งในความฝันสูงสุดของเจมส์คือการมีชีวิตในโรงเรียนแบบเด็กปกติ และตอนนี้เขากำลังทำตามฝัน มันดีกว่าที่เขาฝันไว้เสียอีก ฮอกวอตส์ยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์ และน่าตื่นตาตื่นใจ
“ถ้านายอยากเป็นบีตเตอร์ในทีมควิดดิช นายต้องเพิ่มแรงและความแม่นยำนะ” เจมส์พูด คว้าหมอนปาใส่ซิเรียส
คราวนี้ซิเรียสหลบได้และรับหมอนไว้กลางอากาศ ก่อนที่เขาจะปาใส่เจมส์ด้วยแรงมหาศาล
เจมส์หลบได้ แต่ซิเรียสคว้าหมอนอีกใบจากเตียงแล้วปาดักทางที่เจมส์จะหลบ
ผัวะ!
“ไม่เลวนี่ แบล็ก” เจมส์ชมพร้อมยิ้มบาง ๆ จมูกแดงนิดหน่อยจากแรงกระแทก ถึงจะเป็นหมอนแต่มันก็แข็งไม่ใช่เล่น
“อย่ามาดูถูกกันนะ พอตเตอร์” ซิเรียสยิ้มอย่างถือดี เจมส์บรรลุเป้าหมายแล้ว ตอนนี้ซิเรียสลุกขึ้นยืนและตาสว่างเต็มที่
เสียงดังโครมครามของเจมส์และซิเรียสปลุกเด็กคนอื่นตื่น ปีเตอร์และโทบี้มองซิเรียสและเจมส์ราวกับกำลังดูไอดอล ส่วนลูปินเดาะลิ้นเบา ๆ อย่างรำคาญที่ถูกปลุก แล้วเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
ห้านาทีต่อมา ซิเรียสและโทบี้พร้อมจะไปห้องโถงใหญ่เพื่อทานมื้อเช้า
“ข-ขอไปด้วยคนได้ไหม?” ปีเตอร์ถามพลางบิดมือไปมาอย่างประหม่า
“ได้สิ เพื่อนร่วมห้องกันนี่นา” เจมส์ตอบ หันไปมองซิเรียสที่พยักหน้าเหมือนไม่ถือสาอะไร
“ข-ขอบใจนะ!” ปีเตอร์ร้องอย่างดีใจแล้วเดินตามกลุ่มไป
“นายจะไปด้วยกันไหม?” เจมส์ถามลูปินที่กำลังค้นหีบอยู่
ลูปินเงยหน้ามองกลุ่มเพื่อนแล้วตอบห้วน ๆ ว่า “ไม่”
“งั้นเจอกันนะ” เจมส์พูดแก้เก้อ แล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมคนอื่น
เขาไม่คิดว่าจะโดนปฏิเสธ เขาแค่อยากผูกมิตรเพราะอยู่ห้องเดียวกัน
‘คงไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับฉัน . . .’ เจมส์คิด แล้วเลิกสนใจ
“เขามาอยู่กริฟฟินดอร์ได้ไงเนี่ย? ด-ดูเหมือนอาชญากรเลย” ปีเตอร์วิจารณ์รีมัส
“นั่นสิ ดูแวบแรกนึกว่าเด็กสลิธีริน” ซิเรียสพูดพลางหาว
“หมวกคงเห็นอะไรบางอย่างที่เราไม่เห็นมั้ง . . .” โทบี้พูดขึ้น พยายามมีส่วนร่วมในบทสนทนา
เจมส์แปลกใจกับคำตอบที่ฉลาดเฉลียวของโทบี้
“นายพูดมีเหตุผล” ซิเรียสพยักหน้าและมองโทบี้ในแง่ดีขึ้น
“เป็นไรไป พอตเตอร์? แปลกใจที่โดนปฏิเสธหรือไง?” ซิเรียสถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นเจมส์เงียบไป
“ไม่ใช่ปัญหาหรอก โอกาสยังมี เดี๋ยวคราวหน้ารีมัสก็ยอมรับคำชวนฉันเองแหละ” เจมส์ตอบอย่างมั่นใจ ขนาดเกวนกับเอมิลี่ที่เข้าถึงยากและเริ่มต้นกันไม่ดี เขายังเป็นเพื่อนด้วยได้เลย
เมื่อถึงห้องโถงใหญ่ พวกเขาก็เริ่มทานมื้อเช้าและคุยกันอย่างสนุกสนาน เจมส์และซิเรียสเริ่มเล่าเรื่องควิดดิชให้โทบี้ฟัง เพราะโทบี้ไม่รู้อะไรเลย ปีเตอร์นั่งฟังเงียบ ๆ คอยแทรกบ้างเป็นครั้งคราว
วันอาทิตย์ผ่านไป และอีกแค่วันเดียวก็จะถึงวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรกนับตั้งแต่พวกเขามาถึงเมื่อคืนวันศุกร์ เจมส์ปล่อยรีมัสไว้คนเดียว วางแผนว่าจะชวนเขาเข้ากลุ่มยังไงดี ถ้าตื้อมากไปเดี๋ยวจะรำคาญเปล่า ๆ
วันจันทร์ที่ 4 กันยายน 1971
สัปดาห์แรกของการเรียนผ่านไปอย่างราบรื่น คาบแรก ๆ เป็นการแนะนำบทเรียน เจมส์จึงไม่รู้สึกยากเลย เขาทำคะแนนให้บ้านได้ถึง 30 แต้มจากวิชาคาถา แปลงร่าง และประวัติศาสตร์เวทมนตร์ วิชาหลังเขาไม่ได้คาดหวัง แต่ด้วยความจำดีเลิศทำให้เขาคว้าแต้มมาได้
วิชาคาถาคาบแรกง่ายมากสำหรับเจมส์ เป็นคาถาลูมอส ซึ่งเขาทำได้ตั้งแต่ 8 ขวบด้วยไม้กายสิทธิ์ที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะเขาทำได้ดีที่สุดในห้องจึงได้คะแนนไป
ศาสตราจารย์ฟิลิอัส ฟลิตวิก อาจารย์วิชาคาถา เป็นพ่อมดตัวจิ๋วที่ต้องยืนบนกองหนังสือเพื่อให้มองเห็นนักเรียนจากหลังโต๊ะทำงาน เมื่อเห็นเจมส์เสกคาถาลูมอสได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ท่านก็ชมเชยยกใหญ่
วิชาแปลงร่างน่าสนใจกว่า เพราะเจมส์ไม่เคยศึกษาเรื่องพวกนี้มาก่อน เขาเห็นว่าไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้ จึงตัดสินใจเริ่มเรียนที่ฮอกวอตส์พร้อมคนอื่น
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเข้มงวดและฉลาดเฉลียว ท่านยังเป็นอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ด้วย ในคาบนี้พวกเขาต้องจดบันทึกเยอะมาก จากนั้นท่านก็ให้งานเปลี่ยนไม้ขีดไฟให้เป็นเข็ม มีเพียงคนเดียวที่ทำสำเร็จในคาบแรก: เจมส์ พอตเตอร์
ซิเรียส แบล็ก และ ลิลลี่ เอฟวานส์ ทำได้ดีขึ้นมาก แต่ยังเปลี่ยนได้ไม่สมบูรณ์ ด้วยความสำเร็จนี้ เจมส์คว้า 10 แต้มให้กริฟฟินดอร์
วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดสอนโดย แอนเทนเน่ ฟิตซ์แมน หญิงวัยประมาณ 40 ปีที่มีท่าทางเคร่งขรึม เย็นชา และเข้มงวดมาก ยิ่งกว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลเสียอีก จากประวัติที่เธอเล่า เธอเคยเป็นมือปราบมารมาก่อน จึงมีประสบการณ์โชกโชนในการรับมือกับพ่อมดศาสตร์มืด
เจมส์ตั้งตารอวิชานี้มากที่สุด เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับพ่อมดศาสตร์มืดที่ทรงพลังที่สุดในยุคปัจจุบันและเหล่าสมุนในอนาคตอันใกล้ เขาจึงตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ ในคาบนี้อาจารย์ไม่ได้ให้คะแนนใครเลย
คะแนนบ้านใช้สำหรับชิงถ้วยรางวัลบ้านดีเด่น รางวัลประจำปีของฮอกวอตส์ที่จะมอบให้บ้านที่มีคะแนนรวมสูงสุดตอนสิ้นปี คะแนนได้จากอาจารย์และพรีเฟ็คจากการตอบคำถามถูกและทำความดี และจะถูกหักหากทำผิดกฎ
รุ่นพี่บ้านกริฟฟินดอร์จริงจังเรื่องคะแนนมาก พวกเขาไม่อยากแพ้สลิธีรินอีกปี จึงต้องระวังไม่ให้โดนหักคะแนน หลายคนเข้ามาแสดงความยินดีกับเจมส์ที่ทำได้ 30 แต้มในสัปดาห์แรก
“วันนี้มีเรียนอะไรบ้าง?” เจมส์ถามขณะเติมน้ำตาลลงในชา
“ปรุงยาสองคาบติดกับพวกสลิธีริน” ซิเรียสตอบเสียงเซ็ง
“ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน หวังว่าเขาจะไม่ลำเอียงนะ” โทบี้เปรย ช่วงนี้เขาเริ่มสนิทกับเจมส์และคนอื่น ๆ มากขึ้น ไม่กลัวที่จะคุยด้วยแล้ว
“คงสะใจพิลึกถ้าเราทำคะแนนได้ต่อหน้าอาจารย์ประจำบ้านพวกนั้น” เจมส์พูดอย่างมั่นใจ ปรุงยาเป็นหนึ่งในวิชาที่เขาถนัดที่สุด
“นายดูมั่นใจจัง แต่ฉันก็เชื่อนะ สัปดาห์เดียวนายคว้าไปตั้ง 30 แต้ม” ซิเรียสพูดอย่างทึ่ง ๆ ผลงานนี้หาคนทำได้ยากมาก ปีเตอร์ที่ยืนข้าง ๆ พยักหน้าเห็นด้วยและมองเจมส์ด้วยสายตาชื่นชม
“ก็ไม่ยากเท่าไหร่ ฉันอ่านหนังสือมาก่อนแล้วน่ะ” เจมส์ตอบอย่างเขิน ๆ
“พวกรุ่นพี่บอกว่าเป็นสถิติใหม่เลยนะ บางปีจบที่ 250 หรือ 300 แต้ม แต่นายทำได้ 30 แต้มในสัปดาห์เดียว นายเจ๋งมาก!” ปีเตอร์พูดพร้อมกำหมัดด้วยความตื่นเต้น
“เอ่อ . . . ขอบใจ” เจมส์ตอบอย่างอึดอัด ซิเรียสมองยิ้ม ๆ นาน ๆ ทีจะเห็นเพื่อนทำตัวไม่ถูก
เจมส์ชำเลืองเห็นคนเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ตรงไปที่โต๊ะสลิธีริน เป็นเอมิลี่
“เดี๋ยวมานะ” เขาพูด ก่อนจะลุกจากที่นั่งและเดินตรงไปหาเธอ
หลายวันมานี้เขาไม่ได้คุยกับเอมิลี่เลย ดังนั้นวันนี้เขาจึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับเธอ
ซิเรียสและคนอื่น ๆ มองตามอย่างสงสัยเมื่อเห็นเขาเดินไปที่โต๊ะสลิธีริน
‘หมอนั่นจะไปหาเรื่องใครหรือเปล่า?’ ซิเรียสคิด ลุกขึ้นเตรียมไปช่วยเพื่อน
เมื่อเห็นเจมส์เริ่มคุยกับเด็กผู้หญิงผมสั้นสีดำ เขาก็นั่งลงมองดูด้วยความอยากรู้ แม้จะไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกันเพราะอยู่ไกล