- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 27 ซิเรียส แบล็ก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 27 ซิเรียส แบล็ก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 27 ซิเรียส แบล็ก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 27 ซิเรียส แบล็ก
บรรยากาศตึงเครียดจางหายไป ทุกคนหันไปมองหญิงวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มเป็นมิตรบนใบหน้า เจมส์เก็บไม้กายสิทธิ์ไปแล้ว อนาสตาเซียรีบลดไม้กายสิทธิ์ที่ชี้ไปทางเจมส์ลงทันที
“ไปให้พ้นจากที่นี่กันเถอะ! เธอจะเอายังไงเกวน?” อนาสตาเซียถามพลางหันไปมองเพื่อนสนิท
เกวนมองเจมส์ สลับกับมองหน้าเพื่อนสนิท ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ถอนหายใจและตอบว่า “เจอกันนะเจมส์ หวังว่านายจะได้อยู่สลิธีรินนะ ถึงฉันจะคิดว่าไม่น่าใช่ก็เถอะ”
เธอพึมพำประโยคสุดท้ายด้วยความผิดหวัง แล้วรีบเดินตามเพื่อนไป
คนทั้งกลุ่มออกจากห้องโดยสารไป ทิ้งเจมส์ไว้ตามลำพังกับชาโดว์ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์เลยสักนิด
“รับอะไรไหมจ๊ะหนู?” ผู้หญิงคนนั้นถามซ้ำ มองมาที่เจมส์
“ครับ เอาครับ” เขาตอบพร้อมเดินออกไปที่ระเบียงทางเดินเพื่อดูรถเข็นและซื้อของกิน เขาซื้อกบช็อกโกแลตมาเพียบ เยลลี่เม็ดทุกรส และขนมอื่น ๆ อีกมากมาย
ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องโดยสารเพียงลำพังกับนกฮูก กินขนมกองโตพลางมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
“มันไม่ควรเป็นแบบนี้นี่นา” เจมส์พึมพำ
สิบนาทีผ่านไป เจมส์ยังคงมองวิวและกินขนมอยู่ ไม่มีใครเข้ามาในห้องโดยสารเลย
‘อย่าบอกนะว่าต้องนั่งรถไฟคนเดียว’ เจมส์คิดด้วยสีหน้าแปลก ๆ จ้องมองประตูรอให้ใครสักคนเดินเข้ามา พ่อแม่บอกให้เขาสนุกและหาเพื่อน แต่ตอนนี้เขากลับนั่งกินขนมอยู่คนเดียวในตู้รถไฟ แถมต่างจากเมื่อก่อน ตรงที่ตอนนี้เขาอยากมีเพื่อนจริง ๆ ด้วย
‘รอธส์ไชลด์ไม่กลัวอุปสรรค หมายถึง พอตเตอร์ ต่างหาก!’ เจมส์คิด พลางลุกจากที่นั่ง เขาเก็บขนม คว้าหีบใบหนักและกรงของชาโดว์ที่ส่งเสียงประท้วงเพราะถูกรบกวนเวลานอน
“ไม่ต้องห่วงน่าชาโดว์ เจ้านายแกไม่เป็นคนไร้เพื่อนหรอก” เจมส์พึมพำ ซึ่งนกฮูกก็ร้องตอบอย่างรำคาญ
เขาเปิดประตูอย่างทุลักทุเลและเริ่มเดินไปตามทางเดินของรถไฟ เขาเดินมาถึงประตูห้องโดยสารห้องหนึ่ง แล้วเอาหูแนบประตูพยายามฟังเสียง คงจะน่าอายพิลึกถ้าเปิดประตูเข้าไปแล้วที่นั่งเต็ม
‘ได้ยินเสียงคนมากกว่าสี่คน ที่นั่งคงเต็มแล้วมั้ง’ เจมส์คิด แล้วเดินไปห้องถัดไปและทำแบบเดิม
‘มีแต่เสียงผู้หญิงแฮะ’ เขาคิดเมื่อได้ยินเสียงแหลมสูงจึงเดินต่อไป เจมส์อยากมีเพื่อนผู้ชาย อยากมีแก๊งพี่น้อง เพราะด้วยเหตุผลบางอย่าง เพื่อนไม่กี่คนที่เขามีล้วนเป็นผู้หญิง เกวน, เอมิลี่ และเพนนี
ส่วนเอมิลี่ เขาค่อยหาโอกาสไปทักทายทีหลัง เพราะคงหายากว่าเธออยู่ตู้ไหน เขาแปลกใจนิดหน่อยที่เกวนไม่ได้อยู่กับเอมิลี่ แต่ไปอยู่กับเด็กปีหนึ่งอย่างราบาสแตน เลสแตรงจ์แทน
‘ก็เอมิลี่ไม่เคยเข้ากับเพื่อนของเกวนได้อยู่แล้วนี่นะ’ เจมส์คิดขณะมองหาห้องโดยสารต่อไป
ในที่สุดเขาก็มาถึงห้องที่ไม่ได้ยินเสียงคนคุยกัน นี่อาจหมายความว่ามีคนอยู่แค่คนเดียว หรือมีหลายคนแต่นั่งเงียบกันอยู่
‘เอาล่ะ ห้องนี้แหละ’ เจมส์คิด สูดหายใจลึก ไม่รู้ทำไมการหาเพื่อนถึงทำให้เขาประหม่ากว่าตอนสู้กับโทรลล์เสียอีก
สมัยเป็นเอ็ดเวิร์ด เขาไม่เคยมีปัญหาในงานสังคมที่ใคร ๆ ก็อยากคุยกับเขา แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เขาอยากได้เพื่อนแท้ เลยรู้สึกประหม่ากว่าเดิม
ด้วยความมุ่งมั่น เขาเปิดประตูเข้าไป เห็นคนสามคนอยู่ในห้อง ทั้งสามหันมามองเจมส์ เป็นเด็กผู้ชายสองคนและเด็กผู้หญิงหนึ่งคน ทั้งสามสวมเสื้อคลุมสีดำไม่มีตราสัญลักษณ์ ซึ่งหมายความว่าเป็นเด็กปีหนึ่งเหมือนเขา
“หวัดดี ขอนั่งด้วยได้ไหม?” เจมส์ถามเสียงเกร็ง ๆ และดูเป็นหุ่นยนต์นิดหน่อยเพราะความประหม่า
“ได้สิ ครอบครัวฉันไม่ได้เป็นเจ้าของรถไฟด่วนฮอกวอตส์สักหน่อย เชิญตามสบายเลย” เด็กชายคนหนึ่งตอบด้วยท่าทีมั่นใจและรอยยิ้มบาง ๆ
เด็กชายคนที่ตอบนั่งอยู่คนเดียว ส่วนเด็กผู้หญิงเพียงแค่พยักหน้า เด็กชายผมดำอีกคนที่นั่งใกล้เด็กผู้หญิงไม่พูดอะไรและเลิกสนใจเจมส์
“ขอบใจ ฉันชื่อเจมส์ พอตเตอร์ นายชื่ออะไร?” เจมส์ถาม คำตอบของเด็กชายสร้างความประทับใจให้เขา เขาดูมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่หยิ่งยโสเหมือนพวกสลิธีรินหรือราบาสแตนคนนั้น เขามีท่าทีขี้เล่นและผ่อนคลายกว่า
“ยินดีที่ได้รู้จัก ซิเรียส แบล็ก” เด็กชายตอบพร้อมยื่นมือมาทักทายเจมส์
ซิเรียสเป็นเด็กชายรูปร่างสูง สูงกว่าเจมส์สองสามนิ้วด้วยซ้ำ ผิวขาว ผมสีดำยาวปานกลางเป็นมันเงา เขามีดวงตาสีเทาที่โดดเด่นและมีบุคลิกสง่างามแบบสบาย ๆ
ตอนเจมส์เห็นเขาก็เดาว่าเป็นพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ แต่ไม่คิดว่าจะมาจากตระกูลแบล็ก หนึ่งในตระกูลพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด และรวยที่สุดในอังกฤษ และเป็นหนึ่งใน 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์
‘ดวงฉันจะซวยขนาดนั้นเลยเหรอ?’ เจมส์คิดพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะจับมือทักทายซิเรียส
ถ้าซิเรียสเป็นเหมือนราบาสแตน ความขัดแย้งคงปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะตอนที่เขาบอกว่าครอบครัวเจมส์เป็นพวกทรยศต่อเลือด
“ฉันเคยได้ยินชื่อตระกูลพอตเตอร์” ซิเรียสพูด
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ เจมส์ก็สวนขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “ได้ยินว่าเป็นพวกทรยศต่อเลือดใช่ไหมล่ะ?”
“เอ๋? ก็ . . . นั่นเป็นเรื่องหลัก ๆ ที่ฉันได้ยินมาแหละ แต่ฉันไม่สนไอ้เรื่องไร้สาระพวกเลือดบริสุทธิ์กับ 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั่นหรอก ถึงครอบครัวฉันจะสนก็เถอะ” ซิเรียสตอบ ประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของเจมส์
“จริงเหรอ? งั้นนายก็ต่างจากพวกนั้นสินะ” เจมส์พูดอย่างแปลกใจในทางที่ดี เขาไม่คิดเลยว่าลูกชายตระกูลแบล็กจะมีความคิดแบบนี้
“พวกนั้น?” ซิเรียสถามด้วยความสงสัย
เจมส์จึงเล่าเรื่องความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ กับอนาสตาเซีย น็อตต์, ราบาสแตน เลสแตรงจ์ และเด็กสลิธีรินคนอื่น ๆ ให้ฟัง
พอได้ยินเรื่องราว ซิเรียสก็ระเบิดหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ นายแน่มาก ที่กล้าไฝว้กับเด็กสลิธีรินตั้งหลายคน แถมมีพวกรุ่นพี่ปีสองด้วย” ซิเรียสพูด พยายามกลั้นขำ แต่พอนึกภาพหน้าตาโกรธจัดของอนาสตาเซีย น็อตต์ เขาก็หลุดขำออกมาอีก
เจมส์ไม่อยากเชื่อเลย ทายาทตระกูลแบล็กเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาทำ ซิเรียสดูเหมือนจะรู้จักอนาสตาเซีย ราบาสแตน และคนอื่น ๆ ดี แต่ดูท่าทางจะไม่ค่อยชอบหน้าพวกนั้นเท่าไหร่
เห็นแบบนั้นเจมส์ก็ยิ้มออกมา
“นายน่าจะเห็นหน้ายัยหมูตอนฉันด่าปู่หล่อนนะ” เจมส์เล่าพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“แก้มยัยนั่นคงพองยิ่งกว่าปกติแน่เลย!” ซิเรียสพูดกลั้วหัวเราะ
“นายไม่รู้หรอกว่าฉันต้องทนยัยหมูนั่นในงานเลี้ยงมาตั้งกี่ครั้งแล้ว ‘โอ้ ซิเรียส แบล็ก เธอต้องทำตัวให้สมกับเป็นเลือดบริสุทธิ์แห่ง 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นะยะ!’” ซิเรียสพูดเลียนเสียงอนาสตาเซีย ทำแก้มป่อง และหรี่ตาให้เหมือนเด็กหญิงคนนั้น
เจมส์เห็นซิเรียสเลียนแบบก็หัวเราะลั่น มันเหมือนเปี๊ยบ “ปู๊ด เสียงหล่อนเหมือนหมูร้องอี๊ด ๆ น่ารำคาญมากกว่านะ”
เจมส์พูดไปหัวเราะไป ซิเรียสพยักหน้าแล้วเริ่มเลียนแบบอีกครั้ง คราวนี้ทำเสียงแหลมปรี๊ดกว่าเดิม
เด็กหญิงและเด็กชายที่นั่งอยู่เบาะหน้าเริ่มมองเจมส์กับซิเรียสที่กำลังเมินพวกเขา
เด็กหญิงผมยาวสีแดงสด ซึ่งเป็นสีที่ตัดกับดวงตาสีเขียวมรกตรูปไข่ขนาดใหญ่ของเธออย่างชัดเจน มองเด็กชายทั้งสองตาโต เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกเขาจะหยาบคายขนาดนี้ ล้อเลียนรูปร่างหน้าตาของเด็กผู้หญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอรู้สึกไม่ชอบหน้าสองคนนี้เอามาก ๆ
‘หยิ่งยโสและน่ารังเกียจชะมัด’ เด็กหญิงผมแดงคิด หลบสายตาและพยายามไม่สนใจคำพูดพวกนั้น แต่เสียงของพวกเขาดังมาก และยังคงปล่อยมุกตลกดูถูกคนอื่นไม่หยุด
เจมส์ไม่เคยหัวเราะมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เขารังเกียจอนาสตาเซียและเด็กคลั่งสายเลือดบริสุทธิ์คนอื่น ๆ มาก และต้องคอยทนฟังคำพูดโง่ ๆ ของพวกนั้นเสมอมา เขาเล่าเรื่องพวกนี้ให้พ่อแม่ฟังไม่ได้ แต่กับซิเรียส มันต่างออกไป
เด็กชายผมดำมันย่องที่นั่งข้างเด็กหญิงผมแดงมองเจมส์และซิเรียสด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เขาเองก็ไม่ชอบหน้าสองคนนี้เหมือนกัน แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป
“นี่ ช่วยเบาเสียงลงหน่อยได้ไหม?” เด็กหญิงผมแดงพูด แต่เสียงเบา ๆ ของเธอก็ไม่มีใครได้ยิน
“นี่!” เธอตะโกนเสียงดังขึ้นด้วยความโมโห ทั้งเจมส์และซิเรียสหันมามอง ซิเรียสเริ่มสำลักเพราะเกือบขำค้าง แล้วจู่ ๆ ก็มีคนตะโกนใส่ เลยตกใจจนสำลัก เป็นส่วนผสมที่แย่จริง ๆ
“มีอะไรเหรอ?” เจมส์ถามอย่างยากลำบากขณะพยายามกลั้นหัวเราะ
“ช่วยเบา ๆ หน่อยได้ไหม? เสียงดังรบกวนคนอื่นเขา” เด็กหญิงตอบ
“อ๋อ โทษที” เจมส์พูดพลางเกาหัว
ซิเรียสมองเด็กหญิงอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะเพื่อนใหม่ของเขาพูดไปแล้ว เขารู้สึกถูกชะตากับเจมส์มาก ราวกับเป็นเพื่อนซี้กันได้ง่าย ๆ
“นี่ ซิเรียส นายอยากอยู่บ้านไหน?” เจมส์ถาม
“ทั้งตระกูลฉันอยู่สลิธีริน” ซิเรียสตอบเสียงอ่อย
“โธ่ นึกว่าเราจะใจตรงกันซะอีก!” เจมส์แกล้งทำท่าน้อยใจ
“บางทีฉันอาจจะแหกคอกก็ได้” ซิเรียสตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง แม้ในใจจะคิดว่าถ้าทำแบบนั้นคงแย่แน่ เพราะแม่คงไม่ปลื้มสุด ๆ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความกังวลให้เจมส์เห็น
“แล้วนายล่ะ? ถ้าเลือกได้อยากอยู่ไหน?” ซิเรียสถามกลับ
“กริฟฟินดอร์ เหมือนพ่อแม่ฉัน แต่จริง ๆ อยู่บ้านไหนก็ได้ ขอแค่อย่าใช่สลิธีรินก็พอ” เจมส์ตอบ เขาคงทนไม่ได้ถ้าต้องอยู่ร่วมกับอนาสตาเซีย กอยล์ ราบาสแตน และคนที่มีความคิดเน่าเฟะแบบนั้น
เด็กชายผมดำที่นั่งตรงข้ามส่งเสียงในลำคออย่างดูถูก เจมส์ทำเป็นไม่สนใจ แต่ซิเรียสหันขวับไปมอง
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” ซิเรียสถาม
“เปล่า” เด็กชายตอบ แม้สีหน้าดูถูกจะฟ้องอยู่ทนโท่ “ถ้าพวกนายชอบใช้กล้ามเนื้อมากกว่าสมองล่ะก็นะ”
“แล้วนายจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ ในเมื่อไม่มีทั้งสองอย่าง?” ซิเรียสสวนกลับพร้อมรอยยิ้มเยาะ
เจมส์กลั้นขำไม่อยู่และหลุดหัวเราะออกมา ‘หมอนี่ตลกชะมัด!’
เด็กหญิงผมแดงได้ยินดังนั้นก็นั่งตัวตรงด้วยความโกรธ เธอทนให้พวกบ้านี่ล้อเลียนเพื่อนเธอไม่ได้ สองคนนี้มันหยิ่งยโสเกินไปแล้ว
เธอมองเจมส์สลับกับซิเรียสด้วยความรังเกียจ “ไปกันเถอะ สเนป เราไปหาตู้อื่นนั่งกันดีกว่า”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินออกไปอย่างโกรธเคือง
เจมส์ยอมน้อยหน้าซิเรียสไม่ได้ อีกอย่างไอ้เด็กที่ชื่อสเนปนั่นก็เริ่มก่อน เขาจึงดัดเสียงล้อเลียนน้ำเสียงหยิ่ง ๆ ของเด็กผู้หญิง ซึ่งทำให้ซิเรียสระเบิดหัวเราะออกมาอีกครั้ง เด็กหญิงขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมและมองเจมส์อย่างโกรธจัด
เธอกระแทกประตูห้องโดยสารปิดดังปัง แล้วทั้งคู่ก็หายไป
“ทำตัวเองแท้ ๆ” ซิเรียสพูดอย่างไม่ยี่หระ